Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 131 สำเร็จวิชาลับประจำตระกูล

    สำเร็จวิชาลับประจำตระกูล

     

                การฝึกฝนวิชาลับประจำตระกูลนั้นเป็นงานที่หนักหนาสาหัสที่สุดงานหนึ่งของเหล่าทายาทบุรุษไม่เพียงแค่ความยากลำบากในการฝึกฝน มันยังมีปัญหาในด้านของปัจจัยหลายๆ อย่างรวมด้วยจึงทำให้การฝึกฝนวิชานี้มีระดับความยากที่สูงมาก

                หลายคนต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบปีในการฝึกฝนจนสำเร็จหลายคนอาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความสามารถขนาดไหนก็ไม่มีใครที่ฝึกฝนวิชานี้สำเร็จได้ภายใน1 ปีอยู่ดี

                ต่อให้มีปัจจัยเพียบพร้อมสมบูรณ์ขนาดไหนก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้สำเร็จ

                ทว่ากัสกลับเป็นตัวตนที่ผิดแปลกและแตกต่างเป็นตัวตนที่พิเศษ พรของเขามีส่วนช่วยสนับสนุนในการฝึกฝนอย่างไม่น่าเชื่อ

                แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการมีคู่ฝึกที่ดีอย่างซีต้าคือส่วนสำคัญที่ทำให้กัสฝึกฝนวิชานี้ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้จนถึงกับมีสัญญาณที่จะฝึกสำเร็จภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี

                อีกคนที่ขาดไม่ได้เช่นกันก็คือมิโดริที่ช่วยให้กัสได้มีโอกาสเก็บสะสมประสบการณ์ในการควบคุมการส่งพลังงานจนถึงระดับที่ชำนาญ

                แต่คนที่มีส่วนช่วยมากที่สุดก็ยังไม่พ้นซีต้าอยู่ดีเพราะความอึดของเธอรวมกับความชำนาญในการรักษาทำให้เธอนั้นสามารถใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูพลังของตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อจนทำให้ศึกรักของเธอและกัสสามารถดำเนินต่อไปได้ตราบนานเท่านานและดุดันได้เท่าที่เขาต้องการจนทำให้การฝึกฝนคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว

                ในขณะที่ทายาทบุรุษคนอื่นนั้นต่อให้มีผู้สนับสนุนหรือคู่ฝึกเช่นเดียวกับซีต้าก็ไม่มีทางเลยที่จะฝืนหักโหมเริงรักติดๆ กันได้มากเท่ากับเขาเพราะบางสิ่งบางอย่างนั้นไม่ใช่ว่ามีเวทมนตร์แล้วจะแก้ไขได้ทุกอย่าง

                เหตุผลที่กัสทำได้ดีกว่าคนอื่นอย่างมากก็เพราะโชคช่วยรวมไปถึงประสบการณ์สองชีวิตและพรศักดิ์สิทธิ์ที่สนับสนุนในส่วนนี้อย่างไม่น่าเชื่อนั่นเอง

                และในตอนนี้กัสกำลังสัมผัสกับรอยแยกที่ขยายใหญ่ขึ้นทุกขณะสัมผัสได้ถึงชายขอบของความสำเร็จที่ทำให้เขายิ่งมาก็ยิ่งมุ่งมั่นจนแทบจะลืมสภาพของคู่ฝึกที่อดทนรับพลังจากเขาจนเนื้อตัวแดงก่ำไปสนิท

                ซีต้าเองก็แบกรับทั้งความปรารถนาที่เร่าร้อนของกัสแบกรับทั้งพลังที่มากล้นที่ไหลผ่านเข้ามาในร่างกายของเธอไม่มีหยุดแบกรับความสุขสมที่แทบจะทำให้สิ้นสติเอาได้ง่ายๆรวมไปถึงความสุขขั้นสุดยอดที่แทบจะทำให้เธอสติแตก

                เธออดทนอย่างเต็มที่จนถึงจุดที่แทบจะรับได้ไม่ไหวอีกแล้วไม่ว่าจะมีความรู้ความชำนาญมากแค่ไหน แต่เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าพลังที่แตกต่างมันก็สุดที่เธอจะรับไหวจริงๆ

                ขณะที่กัสเสร็จสมจนหลั่งออกมาไม่หยุดความร้อนวูบที่ไหลเข้ามาในท้องจนทำให้ร่างกายอุ่นร้อนยิ่งขึ้นไปอีกซีต้าก็ทนไม่ไหวจนต้องฝืนบีบแขนกัสอย่างแรงจนทำให้กัสได้สติกลับมา

                “ซ..ซีต้า..ทำไมกัน..อ๊ะ!!”

                เมื่อได้สติกลับคืนมาภาพแรกที่กัสได้เห็นก็คือเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของซีต้าซึ่งแดงก่ำราวกับกุ้งที่สุกสภาพเช่นนี้ทำให้กัสตื่นตระหนกจนหัวใจแทบหยุดเต้น ทำเอาร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

                แต่แล้วความรู้สึกทั้งหมดก็สงบลงเมื่อเห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนของซีต้าและฝ่ามือที่ลูบไล้ใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน

                “เด็กโง่..นิสัยเสียของเจ้านี่..แก้ไม่หายเลยนะ..หากเจ้าไม่ยอมหยุดละก็อีกแค่ครั้งเดียวข้าก็คงตายไปแล้ว”

                รอยยิ้มกับคำพูดของซีต้านั้นแตกต่างกันจนทำให้กัสถึงกับเนื้อตัวเย็นเฉียบเลยทีเดียวความกลัวนี้ทำเอาแกนกายของเขาถึงกับหดตัว จนซีต้าหลุดยิ้มออกมา พลางหัวเราะด้วยความขบขันเพราะความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นภายในร่างกายของเธอจึงทำให้เธอสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน

                พอถูกขำกัสก็ได้สติและรู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูกแต่เขาก็ต้องพยายามสงบใจและครุ่นคิดถึงคำพูดของซีต้าอีกครั้งพลางมองดูเนื้อตัวที่แดงก่ำจนผิดปกติ

                “นี่ข้า..ส่งพลังให้เจ้ามากเกินไปงั้นหรือ..”

                “หึ..ก็ยังดีที่เจ้ายังรู้ตัวไม่งั้นละก็..จบตรงนี้เมื่อไหร่ข้าจะทุบให้น่วมเลยคอยดู..”

                แม้จะอ่อนแรงเพราะความรู้สึกอึดอัดทรมานจากการที่มีพลังมากเกินไปทว่าซีต้าก็ยังเป็นซีต้า เธอยังชอบขู่กัสจนทำให้เขากลัวและยิ้มไม่ออกอยู่บ้าง

                “ข้าขอโทษ..แต่อีกนิดเดียวเท่านั้นเอง..ข้ารู้สึกได้อีกแค่เส้นใยเดียวมันก็จะทะลวงผ่านแล้ว..”

                รอยยิ้มของซีต้ายังคงบิดเบี้ยวอยู่บ้าง เธอส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความอ่อนใจพลางส่งสายตาดุๆ ไปให้กัสซึ่งทำให้กับต้องผงะไปด้วยความหวาดเกรง

                “เด็กโง่..เจ้ารู้จักแต่ยัดพลังใส่เข้ามาในตัวข้าหรือยังไงกันไม่รู้วิธีดูดกลับไปบ้างหรือไง ทำแบบนี้ข้าจะได้ไม่ลำบาก..”

                “ดูดกลับ..นั่นไม่เห็นจำเป็นเลยนี่ซีต้า เจ้าก็รู้ด้วยพรของข้า พลังงานคือสิ่งที่ข้ามีมากทำให้ข้าไม่จำเป็นต้องดูดซับพลังจากสตรี”

                คำพูดนี้ทำให้ซีต้าต้องถอนหายใจออกมา พลางหยิกกัสแรงๆจนเขาต้องร้องโอ๊ยออกมา

                “แบบนี้ละนะข้าถึงไม่สามารถมองเจ้าเป็นผู้ใหญ่ได้จริงๆ เสียที..เสียทีที่มีประสบการณ์ตั้งมากเรื่องแบบนี้ดันคิดไม่ออก”

                พูดแล้วซีต้าก็เริ่มครุ่นคิดเพื่อหาคำอธิบายที่กัสน่าจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดจากนั้นอธิบายออกมาเพื่อให้เขาเข้าใจถึงความผิดพลาดของตัวเอง

                “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าขั้นตอนการฝึกฝนของวิชาลับมันเป็นยังไงแต่หลักการทั้งหมดของมันข้ารู้ดี ในขั้นต้นนั้นผู้ฝึกจำต้องเรียนรู้ที่จะดูดซับพลังของสตรีก่อนนี่นะ ไม่ใช่แนวคิดที่ไร้เหตุผลหรอกนะแต่เป็นแนวคิดที่มีขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการฝึก”

                เคล็ดวิชาลับของตระกูลและวิธีการฝึกฝนนั้นเป็นความลับที่มีเพียงทายาทบุรุษเท่านั้นถึงจะรู้ได้และมีกฎที่ห้ามไม่ให้บอกแก่บุคคลอื่นอีกด้วยกฎนี้เป็นกฎที่เข้มงวดอย่างมากจนไม่มีทายาทคนไหนสามารถละเมิดได้มาก่อน

                แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นตำหนักผู้รักษากลับเป็นผู้เข้าใจในหลักการฝึกฝนวิชานี้มากที่สุดถึงจะไม่รู้ว่าทำยังไงถึงจะทำให้เกิดกระบวนการตามหลักการที่ว่ามาก็ตามทีแต่ก็เข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง

                เพราะตำหนักผู้รักษาคือผู้ศึกษาและวิจัยเพื่อหาแนวทางการพัฒนาวิชานี้ด้วยนั่นเองทว่าผู้ที่ลงมือทำให้วิชานี้กลายเป็นจริงก็ยังเป็นบรรพชนของตระกูลอันดูวเดธที่เป็นผู้คิดค้นวิชา

                แต่หลังจากคิดค้นมามันก็ผ่านการปรับปรุงจากผู้ที่ฝึกฝนจนสำเร็จหลายต่อหลายครั้งผ่านการร่วมมือจากทายาทบุรุษที่โดดเด่นในแต่ละรุ่นและตำหนักผู้รักษาจนทำให้วิชานี้ฝึกฝนได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ

                ด้วยเหตุนี้ซีต้าจึงมีความเข้าใจในวิชานี้อย่างมากเพราะในฐานะของปรมาจารย์หน้าที่หนึ่งของเธอก็คือการวิจัยและหาทางพัฒนาวิชานี้

                ส่วนเหตุผลที่ให้เริ่มจากการดูดซับพลังก่อนก็เพราะตระกูลอันดูวเดธนั้น บุรุษเกือบทุกคนจะมีสตรีมากกว่าหนึ่งเสมอไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็มักจะมีมากกว่าหนึ่ง บ้างก็อาจจะมีหลายสิบหรือหลายร้อย

                แต่มันก็มีการแบ่งระดับความสัมพันธ์ที่ชัดเจนอาจจะมีบางคนที่เป็นเพียงคู่ฝึกที่มีสถานะเป็นเพียงบ่อพลังของบุรุษ บ้างก็อาจจะเป็นข้ารับใช้บ้างก็เป็นทาส

                มีสถานะมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ฝึกกับสตรีของพวกเขาทำให้ขั้นต้นของการฝึกต้องเริ่มจากการดูดซับก็เพื่อให้ผู้ฝึกสามารถฝึกได้มากขึ้นนั่นเอง

                เพราะถ้ามัวแต่ส่งพลังออกไปฝึกฝนได้ไม่กี่รอบก็คงหมดสิ้นกำลังเช่นนั้นย่อมไม่สามารถฝึกฝนต่อได้

                แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นดูดซับพลังของฝ่ายบุรุษก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความแข็งแกร่งนี้จะมีผลต่อการช่วยเหลือสตรีที่ถูกดูดซับพลังในภายหลังอันเป็นผลลัพธ์จากการฝึกฝนวิชา

                ต่อจากนั้นจึงเป็นการควบคุมการไหลเวียนของพลังปริมาณพลังที่ดูดซับ พอชำนาญก็จะเริ่มต้นการส่งกลับซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการฝึกฝนตามปกติ

                ทว่ากัสนั้นฝึกฝนด้วยขั้นตอนที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงเขาเริ่มต้นด้วยการส่งพลัง ต่อจากนั้นก็เริ่มควบคุม แต่กลับไม่คิดที่จะดูดซับทำให้ขั้นตอนการฝึกฝนของเขาขาดความสมบูรณ์ไป

                เมื่อซีต้าอธิบายขั้นตอนแต่ละขั้นรวมไปถึงความสำคัญของมันให้กัสได้ฟังดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นราวกับตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเองได้

                “บ..แบบนี้เอง..ที่แท้ การดูดซับพลังเองก็มีประโยชน์ต่อสตรีงั้นหรือ”

                “ใช่..การดูดซับพลังเป็นการฝืนบังคับให้สตรีต้องส่งพลังออกมาให้วิธีนี้จะทำให้พลังภายในร่างกายเกิดการไหลเวียนอย่างรวดเร็วและจะทำให้ชีพจรเวทมนตร์ในร่างกายได้รับการกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวขึ้นได้นอกจากนั้นแล้ว ยังมีเคล็ดวิชาอีกมากมายที่มีส่วนช่วยในการสนับสนุนขั้นตอนนี้..”

                กัสอุทานออกมาหลายต่อหลายครั้งเขานึกไม่ถึงเลยว่าการดูดซับพลังที่เขามองว่าเป็นการเอาเปรียบสตรีนั้นแท้จริงแล้วจะมีผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมซ่อนอยู่ด้วย

                “นอกจากนั้นการดูดซับยังเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากอีกด้วยหัวใจหลักของวิชานี้คือความสมดุล..เจ้าน่าจะรู้ชื่อของวิชานี้นะกัส ข้าบอกได้เลยว่าแก่นแท้ของวิชานี้ก็อยู่ที่ชื่อของมันนี่เอง..เคล็ดวิชาฝึกคู่คำว่าฝึกคู่ หมายถึงทั้งคู่ต้องร่วมฝึกไปพร้อมกัน หากฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งเอาแต่ได้รับมันก็ไม่เรียกว่าฝึกคู่แล้ว”

                ความเข้าใจของกัสเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วก่อนจะตัดสินใจเริ่มต้นต่ออีกครั้งจนทำให้ซีต้าต้องครางออกมาด้วยความสุขสมก่อนจะไปถึงจุดสุดยอดอีกครั้งในเวลาต่อมา

                ครั้งนี้กัสทำตามที่ซีต้าบอกด้วยความพยายามดูดซับพลังจากเธอบ้างซึ่งทำให้เขาได้สัมผัสกับความสุขสมอีกรูปแบบหนึ่งและในเวลาเดียวกันนั้นซีต้าก็เบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงการไหลบ่าของพลังในร่างที่สร้างความเจ็บปนเสียวให้เธอมากจนผิดปกติ

                ขั้นตอนทั้งหมดไม่มีอะไรผิดพลาดแต่ที่มันต่างก็เพราะในเวลานี้ร่างกายของเธอมีพลังอัดแน่นอยู่มากเกินไป ร่างกายของเธอในตอนนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยพลังจนไม่เหลือที่ว่างใดๆ

                ทันทีที่มันถูกดูดซับพลังที่อัดแน่นอยู่ก็ราวกับบ่อน้ำที่มีรอยรั่วน้ำทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังไหลทะลักออกไปทางรอยแยกในทันที

                กัสที่ยังไม่ชำนาญการดูดซับก็ราวกับได้รับการหนุนเสริมจนสามารถแสดงความสามารถออกมาได้เกินกว่าที่ควรจนสามารถดูดซับพลังของซีต้าไปมากกว่า30 เปอร์เซ็นต์ในครั้งเดียว

                ความสุขสมที่ได้รับในครั้งนี้ทำเอาซีต้าถึงกับกรีดร้องเสียงดังร่างกายเกร็งกระตุกจนแทบจะหยุดหายใจ ก่อนจะล้มพับลงไปด้วยความรู้สึกอ่อนแรง

                ในขณะเดียวกันนั้นกัสก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะว่าเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลผ่านมาซึ่งไม่ได้มีเพียงพลังที่เขามอบให้แต่ยังได้รับพลังบางส่วนจากซีต้ามาด้วยจนทำให้พลังเวทที่เต็มเปี่ยมของเขาเกิดการขยายตัวอย่างรุนแรง

                บ่อเก็บพลังเวทของเขาถูกพลังเวทที่ไหลทะลักเข้ามาอัดเข้าใส่จนเกิดการปริแตกอย่างน่ากลัวทว่าอึดใจต่อมาความเสียหายทั้งหมดก็เริ่มฟื้นฟูจนกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วและให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งที่ทำให้พลังเวทของเขาเพิ่มขึ้นราว20 เปอร์เซ็นต์ในครั้งเดียว

                ช่วงเวลานั้นกัสถึงกับตื่นตระหนกถึงขีดสุดพร้อมกันนั้นกัสก็รู้สึกถึงช่องว่างที่เกิดขึ้นบนคอขวดและพบว่าคอขวดของเขาถูกทุบจนทะลุเป็นรูในที่สุด

                “ในที่สุด...ในที่สุดก็ก้าวข้ามไปแล้วก้าวหนึ่ง..ที่เหลือก็แค่ขยายช่องว่างให้ใหญ่ขึ้นและทำให้มันมั่นคงขึ้นเท่านั้น”

                เมื่อความรู้สึกตื่นเต้นยินดีกับความสำเร็จประดังขึ้นมาในใจกัสก็รู้สึกอ่อนแรงอย่างบอกไม่ถูกก่อนจะล้มตัวลงนอนลงบนหน้าอกที่อวบอิ่มของซีต้าแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว

                ซีต้าเองก็หมดแรงจะต่อต้านและหลับไปในเวลาต่อมาจนเกิดเป็นภาพของสองสามีภรรยาที่เริงรักกันจนหมดแรงและหลับไปทั้งแบบนั้น

                ในขณะเดียวกันนั้นน้องสาวคนรองที่ตื่นขึ้นมาได้สักพักก็ได้โอกาสลุกขึ้นเพื่อหนีออกไปพลางส่งเสียครางเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดระบมที่ก้นของเธอ

                ใบหน้าของเด็กสาวบิดเบี้ยวน่าดูก่อนจะออกไปและแต่งตัวแล้วรีบไปขอให้มิซ่าช่วยรักษาจนอาการปวดบรรเทาลงจนเหลือเพียงความรู้สึกขัดๆเวลานั่งเพียงอย่างเดียว

                ช่วงเวลาต่อจากนั้นทุกคนก็ยังใช้ชีวิตไปตามปกติวันหยุดยังคงเป็นวันหยุด เพียงแต่มื้อเย็นของวันนั้นได้ขาดสมาชิกหลักที่ไม่เคยขาดอย่างกัสไปคนหนึ่งซึ่งทำให้ทุกคนประหลาดใจไปตามๆ กัส

                ส่วนซีต้านั้นเพราะไม่อยากให้ทุกคนสงสัยมิซ่าก็เลยโกหกว่าอาจารย์ของเธอกำลังยุ่งอยู่เลยไม่ว่างออกมาทานมื้อเย็นส่วนตัวเธอนั้นจะนำส่วนของอาจารย์กลับไปให้เอง

                ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่มีใครคิดจะรบกวนปรมาจารย์ผู้รักษาในตอนที่ยุ่งอยู่แล้วแม้กระทั่งสการ์เล็ตต์ที่มีเรื่องยากจะคุยด้วยก็ยังตัดสินใจไม่ไปรบกวน

                ทางด้านกัสนั้นก็หาข้ออ้างอื่นไปจนทำให้ทุกคนไม่สงสัยส่วนอาหารที่นำเข้าไปให้กัสก็มีมากจนไม่มีใครมองออกว่าอาหารส่วนนี้มีส่วนของซีต้ารวมอยู่ด้วย

                เมื่อเวลาผ่านไปและยามค่ำคืนมาถึงกัสที่รู้สึกตัวและตื่นขึ้นมาก่อนก็ลุกขึ้น พลางมองไปรอบๆด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่าห้องนอนที่ถูกใช้เป็นสนามรบนั้นถูกเก็บกวาดไปแล้วจนเหลือเพียงตัวเขาเท่านั้นที่ยังผสานเป็นหนึ่งเดียวกับซีต้าอยู่

                พอกัสตื่นและเริ่มขยับซีต้าก็รู้สึกตัวขึ้นมาบ้างและค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนแรง

                “ที่นี่..ที่ไหนกันละเนี่ย..อ๊ะ!..แย่ละสิ กี่โมงแล้วเนี่ย”

                หลังจากรู้สึกตัวซีต้าก็ร้อนรนน่าดูเพราะกลัวว่าจะมีคนรู้เรื่องของเธอกับกัสเข้าจึงไม่อยากอยู่ในห้องของเขานานๆ

                แต่หลังจากลุกขึ้นมาเธอก็หมดแรงจนต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ความรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างปวดระบมไปหมดนั้นทำเอาซีต้าถึงกับครางไม่ออกเลยทีเดียว

                “ซีต้า..เจ็บงั้นหรือ..”

                “ใช่สิ! เพราะเจ้านั่นแหละเจ้าเด็กบ้า!! อ๊า! ช่วยข้าที..พยุงข้าหน่อย..”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็ยิ้มฝืนๆ และผละออกไปจนซีต้าครางออกมาเบาๆเพราะสิ่งนั้นของกัสหลุดออกไปจากร่างกายของเธอจนมีของเหลวสีขาวขุ่นที่ส่งกลิ่นคาวไหลทะลักออกมาเป็นสายซึ่งทำให้ซีต้าหน้าแดงขึ้นมาและรีบร่ายเวทชำระกายจัดการเก็บกวาดมันออกไปไม่ให้กัสได้มีโอกาสเชยชมภาพที่น่าประทับใจ

                แต่หลังจากร่ายเวทออกไปซีต้าก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าภายในมือของเธอนั้นมีลูกกลมสีส้มแดงอยู่ลูกหนึ่ง

                ลูกกลมนี้เล็กพอๆกับลูกปัดซึ่งดูไม่มีอะไรพิเศษเว้นเพียงสัมผัสของซีต้าที่รับรู้ได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่วัตถุที่เกิดขึ้นจากสสาร แต่เป็นสภาพของพลังงานที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นวัตถุเช่นเดียวกับผลึกเวท

                “นี่มัน..ไม่จริงน่า! ถึงกับทำให้เกิดของแบบนี้ขึ้นมาได้แล้วหรือ!!”

                ซีต้าตกใจจนอึ้งไป พลางมองดูกัสราวกับกำลังมองดูตัวประหลาดแต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พบว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจเพราะถ้าคิดถึงลักษณะของพลังที่กัสมีมันสมควรที่จะเกิดขึ้นได้จริงๆ

                “แบบนี้เอง..เพราะขั้นตอนการรับส่งไม่สมบูรณ์ก็เลย..จริงสิ!แล้วส่วนที่ไหลออกไปละ”

                พอคิดถึงจุดนี้ซีต้าก็ร่ายเวทมนตร์ออกไปอีกครั้งเพื่อชำระล้างห้องทั้งห้องทว่าเธอก็ไม่ได้รับอะไรมาเพิ่มเลยทั้งยังรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วว่าห้องนอนแห่งนี้ผ่านการชำระล้างมาแล้วครั้งหนึ่งก็รีบหันไปมองกัสในทันที

                “ฝีมือเจ้าหรือกัส!เจ้าได้อะไรแบบนี้บ้างไหม”

                “ไม่..ไม่ใช่ฝีมือข้า ข้าเองก็ตื่นก่อนเจ้านิดเดียวเอง ว่าแต่..นี่คืออะไรทำไมเจ้าถึงได้ดูตื่นเต้นนัก”

                ได้ยินแบบนั้นซีต้าก็นึกขึ้นได้ว่าคนทั่วไปสมควรไม่รู้จักสิ่งนี้จึงสงบลงอย่างรวดเร็วและค่อยๆครุ่นคิดถึงคำตอบที่กัสควรจะเข้าใจได้ไม่ยาก

                “สิ่งนี้..ถ้าอธิบายง่ายๆ มันคือพลังงานที่ตกผลึก..ซึ่งเกิดจากการส่งพลังงานที่ไม่สมบูรณ์จนตกค้างอยู่ในน้ำกามของเจ้ายังไงละสภาพแบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อยๆ เวลาฝึกฝนวิชาลับ แต่ปกติมันจะเกิดขึ้นกับคนที่มีพลังมากๆเท่านั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเจ้าที่ยังเป็นเด็กได้..แต่ก็นะทุกอย่างมันมีข้อยกเว้นทั้งนั้น”

                ข้อยกเว้นที่ว่าแม้ซีต้าจะไม่อธิบายกัสก็พอเข้าใจได้บ้าง จนต้องมองลูกกลมสีส้มๆแดงๆ ด้วยความประหลาดใจ

                “มันมีค่าขนาดนั้นเลยหรือไงกัน..ของจากน้ำ..ของข้าเนี่ย”

                พูดแล้วกัสก็ยิ้มฝืนๆ หลังจากได้ยินที่มาของมันซึ่งทำให้เอาอดคิดไม่ได้ว่าหากสิ่งนี้มีค่าจริงๆเช่นนั้นเข้าจะไม่กลายเป็นวัวที่ต้องโดนรีดน้ำเชื้อเหมือนแม่วัวที่ถูกรีดนมหรือไงกัน

                ขณะที่คิดซีต้าก็คล้ายกับคาดเดาความคิดของเขาได้เลยหัวเราะออกมาเบาๆพลางส่ายหน้าน้อยๆ

                “เจ้าคงไม่ได้กำลังคิดว่าจะถูกรีดน้ำมาทำเป็นเม็ดสินะเรื่องแบบนี้เองก็เคยเกิดขึ้นมาก่อนนะ แต่มันไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ ส่วนใหญ่พวกเราจะใช้วิธีรีดเลือดเพื่อกลั่นพลังมากกว่า”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็เบาใจขึ้นเยอะ แต่ก็ยังรู้สึกหวาดระแวงอยู่บ้างเหมือนกันเพราะไม่คิดว่ามันจะมีอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่ในวิชาลับด้วย

                ซึ่งในความจริงเขาย่อมไม่ทราบว่าในอดีตนั้นสิ่งนี้ก็เคยเกิดขึ้นและน่ากลัวยิ่งกว่าที่เขาคิดเสียอีกโดยเฉพาะในสมัยก่อนที่การค้นคว้าและวิจัยยังไม่ดีพอ

                ทว่าสิ่งนี้เป็นข้อมูลลับในบันทึกโบราณของตำหนักผู้รักษาที่ซีต้าเองก็ไม่สามารถนำมาพูดได้เธอเลยทำได้เพียงยิ้มน้อยๆ

                หลังจากนั่งอธิบายเรื่องราวเล็กๆพลางพักผ่อนและแต่งตัวกันจนเสร็จ ประตูห้องก็ถูกเคาะก่อนจะเปิดออกพร้อมกับการมาถึงของเหล่าน้องสาวที่ยกถาดอาหารใบใหญ่เข้ามาในห้อง

                ทันทีที่เห็นอาหารท้องของกัสก็ส่งเสียงร้องในทันทีเพราะเขาไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้วและตอนนี้เองก็มืดแล้วด้วยนับได้ว่าเป็นการอดอาหารที่ยาวนานมากทีเดียวสำหรับกัส

                ทว่าในสายตาของคนอื่นนั้นอาการของกัสเป็นอะไรที่น่ากลัวไม่ใช่น้อยหากคิดถึงความจริงที่ว่าเขาเพิ่งจะกินอาหารที่เก็บไว้ในยุ้งฉางไปมากกว่า8 ส่วน

                “ขออภัยที่ให้รอนะคะท่านพี่ ท่านซีต้า..”

                “ไม่เป็นไร..ว่าแต่ ใครเป็นคนเข้ามาทำความสะอาดห้องกัน เจ้าพอจะเห็นอะไรแบบนี้บ้างไหม”

                ขณะที่พูดซีต้าก็ยกลูกกลมสีส้มแดงออกมาให้ทุกคนดูพอเห็นมันเข้าน้องสาวคนโตก็พยักหน้ารับ พลางเปิดกระเป๋านำถุงผ้าใบเล็กๆที่มีลูกกลมสีส้มแดงอยู่ 5 เม็ดออกมา

                “นี่ค่ะท่านซีต้า ตอนที่ข้าเข้ามาทำความสะอาดห้อง อยู่ๆก็มีของแบบนี้ปรากฏขึ้นบนมือเลยค่ะ แปลกมากเลย”

                เห็นแบบนั้นซีต้าก็ยิ้มรับพลางขอเม็ดกลมมาจากน้องสาวคนโตซึ่งเธอก็ส่งให้แต่โดยดีเพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร

                แตกต่างจากซีต้าที่รู้มูลค่าของมันดีจึงเก็บรักษามันไว้ราวกับของล้ำค่าขณะที่กัสนั้นพอเห็นท่าทางดีอกดีใจของซีต้าก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มฝืนๆพลางกินอาหารของเขาต่อไปโดยพยายามไม่หันไปมองซีต้าอีก

                ต่อจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่ซีต้าบอกข่าวดีกับน้องสาวของกัสถึงเรื่องที่เขาฝึกฝนวิชาประจำตระกูลสำเร็จในขั้นแรกเริ่มแล้วซึ่งจะทำให้กัสสามารถฝึกฝนและส่งมอบพลังของเขาให้กับพวกเธอได้

                ข่าวดีนี้ทำให้น้องสาวทุกคนของกัสตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมากโดยเฉพาะน้องสาวคนโตที่เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะวิ่งเข้าไปหากัสที่ยังกินไม่ได้หยุด

                “สำเร็จแล้วหรือคะท่านพี่!! ในที่สุดก็สำเร็จแล้วหรือคะ”

                “อ่า..ใช่ สำเร็จแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์หรอกนะ ต่อจากนี้ก็ต้องค่อยๆ ขยายชีพจรเทียมและทำให้มันมั่นคงขึ้น..แต่คิดว่าอีกไม่กี่เดือนก็คงสมบูรณ์..ถึงตอนนั้น..หากเจ้าอยากมีลูกให้ข้าละก็..ข้าก็จะพยายามทำให้ก็แล้วกัน”

                พูดจบแล้วใบหน้าของกัสก็แดงขึ้นมาไม่น้อย เช่นเดียวกับน้องสาวคนโตที่หน้าแดงก่ำด้วยความรู้สึกทั้งอายทั้งมีความสุขจนกอดกัสแน่นไม่ปล่อย

                เมื่อเห็นภาพที่เต็มไปด้วยความสุขนี้สีหน้าของซีต้าก็เปลี่ยนไปน้อยๆ ซึ่งไม่รู้ว่ามันมีความรู้สึกอะไรซ่อนอยู่บ้าง

                ความยินดีความชื่นชมหรือว่าความอิจฉาที่ตัวเธอนั้นยังไม่สามารถสร้างครอบครัวหรือมีลูกให้กับกัสได้เพราะสถานะที่แตกต่างกันมากเกินไป