[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    163 กลับไปซะ

    (  20.25 น. )


    ฝูงนกสีดำบินเต็มท้องฟ้า ไม่ว่าจะมองไปทางด้านซ้ายหรือด้านขวาล้วนเต็มไปด้วยซอมบี้มากมายหลากหลายขนาด ด้านล่างปรากฎภาพผู้คนพยายามช่วยกันวิ่งหลบฝูงนกที่มีอยู่นับแสนเพื่อออกไปไล่ล่าสังหารซอมบี้ช่วยชีวิตชาวเมืองไม่ให้กลายเป็นหนึ่งในซอมบี้จากอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ซอมบี้นกปลดปล่อยเชื้อไวรัสออกมากระตุ้น


    “ คนไม่ได้กระจุกอยู่ในเมืองก็เลยมีเสียงกรีดร้องมาจากฝั่งนั้นสินะ ”


    ดวงตาของโยฮันมองจ้องไปยังด้านหน้ากองทัพ ชาวเมืองถูกช่วยเหลือออกไปเป็นจำนวนมากจึงทำให้ภายในเมืองมีผู้รอดชีวิตอยู่น้อยนิด ต่างจากชานเมืองที่เขามองเห็น  ในส่วนนั้นมีทหารมากมายพยายามพาผู้คนสังหารซอมบี้จนทำให้เกิดเสียงกรีดร้องมากมาย บางคนเสียสติเพราะไม่สามารถทนฆ่าซอมบี้ได้ บางคนหวาดกลัวคิดว่าตนเองจะกลายเป็นซอมบี้หลังจากไม่มีใครส่งซอมบี้มาให้ฆ่า ท่ามกลางเสียงร้องมากมายจากชาวบ้านที่ส่งออกมา โยฮันจึงบินขึ้นไปให้สูงมากยิ่งขึ้นไปอีกจนเขาเกือบจะไปถึงก้อนเมฆ 


    การที่เขาต้องบินสูงเช่นนี้ก็เพราะคลื่นเสียงที่ปลดปล่อยออกมาอันตรายต่อผู้รับฟัง หากเขาบินอยู่ใกล้พื้นมากเกินไปนอกจากจะฆ่าซอมบี้ได้แล้วยังฆ่าชาวเมืองเช่นเดียวกัน เมื่อได้ระยะที่พอเหมาะแล้วนั้น ปากของเขาก็อ้ากว้างก่อนจะกรีดร้องออกมาสุดเสียงพลางส่ายหน้าไปรอบๆเพื่อกระจายเสียงไปทุกทิศทาง


    ซอมบี้นกที่บินว่อนอยู่ด้านบน บางตัวพยายามบินชนร่างของเขาให้ร่วงตกล้วนแล้วถูกคลื่นเสียงโหมกระหน่ำส่งผลให้ร่างของพวกมันร่วงลงมาราวกับว่าวขาด  ทันทีที่ระยะ 2 กิโลเมตรรอบตัวไม่เหลือซอมบี้นกโยฮันก็เริ่มกางปีกบินไล่ล่าพวกมันเพื่อลดจำนวนลงให้เหลือน้อยที่สุด หากมีเวลามากกว่านี้เขาอยากจะสังหารพวกมันทุกตัว เพียงแต่ว่าเขาต้องรีบกลับเมือง Z เพราะเห็นว่าสถานการณ์ทั้ง 2 เมืองน่าเป็นห่วง  การที่พวกเขามีผู้รอดชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงหมายความว่าการจะช่วยเหลือให้ผู้รอดชีวิตวิวัฒนาการเป็นเรื่องยาก ต่อให้ที่นี่จะมีนักสู้เป็นจำนวนมากก็ตามมันกลับไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือชาวเมืองทุกคน สุดท้ายจะต้องมีผู้ที่กลายเป็นซอมบี้ราว 40 - 50 % ของผู้รอดชีวิตในขณะนี้

     

    เปรี้ยง!


    สายฟ้าปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือของโยฮัน การโจมตีในครั้งนี้เขาทำมันที่หน้าค่ายทหารเนื่องจากว่าต้องการแสดงอำนาจให้คนที่อยู่ภายในค่ายมองเห็นว่าเขาทำสิ่งใดได้บ้าง หายนะภายในเมือง V ที่ไม่มีใครหยุดมันได้นั้น เขาเพียงคนเดียวกลับสามารถหยุดมันได้ การที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าคนที่เมือง Z น่ากลัวแค่ไหน ต่อให้พวกเขาจะมีคนแค่สองพันก็ตาม


    “ นายพลวิชัย ผมกลับมาตามที่พูด ครั้งนี้ผมมาพร้อมแผนการณ์ทั้งหมดที่เมือง Z ต้องการทำ คุณคงไม่อยากให้ชาวเมืองกลายเป็นซอมบี้หรอกใช่ไหม ถ้าไม่ เรามีทางออกให้คุณ ”


    นายพลวิชัยยังคงมองจ้องเขาจากภายในตึกเช่นเดิม โยฮันรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองเขาผ่านกระจกที่มองได้เพียงด้านเดียว ทันใดนั้นทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาใกล้เขาเพื่อขอเอกสารนำไปให้นายพลวิชัย


    “ คุณครับ ช่วยลงมาหน่อยครับผมบินไม่ได้ ”


    เสียงร้องของทหารดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันมอง คำพูดของโยฮันดึงดูดความสนใจมากพอแล้ว เมื่อรวมกับคำพูดของทหารยิ่งทำให้ทุกคนอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เพียงแต่ว่าโยฮันยังคงบินอยู่บนท้องฟ้าด้วยการนำเอกสารออกมาถือเอาไว้ในมือ ทำให้ทหารที่กำลังร้องเรียกเขารู้สึกไม่ดีเพราะรู้ว่าโยฮันไม่ได้ต้องการยื่นเอกสารนี้ให้เขา


    “ คุณไม่สนใจทางรอดอย่างนั้นเหรอ ”


    หลังจากพูดทวนอีกครั้งโยฮันก็เริ่มส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าตรวจสอบฐาน ในระยะ 2 กิโลเมตรไม่มีสิ่งใดลอดพ้นการตรวจจับของเขาได้  เมื่อคลื่นเสียงส่งเข้าไปในห้องทำงานของนายพลวิชัยเขายังคงยืนนิ่งโดยมีทหารหลายคนที่ค่อนข้างมีอายุยืนอยู่รอบๆพลางแสดงท่าทางราวกับกำลังอธิบายหลายสิ่งหลายอย่าง  จากท่าทางของทหารเหล่านี้ทำให้โยฮันคิดว่าคงจะมีเรื่องไม่ลงรอยเกิดขึ้นจนทำให้แสดงท่าทางหงุดหงิด บางคนถึงขั้นขยี้ผม


    “ ไม่เกิน 1 วัน ประชาชนจะกลายเป็นซอมบี้เพราะอัตราการติดเชื้อเพิ่มเร็วเกินไป ถ้าผมจำไม่ผิด ทุกๆ 20 นาทีจะเพิ่ม 1 % ถ้าคุณคิดว่ามีเวลามากคุณก็ยืนมองผมจากห้องทำงานของคุณนั่นแหละ แต่ถ้ามีเวลาน้อยเอกสารในมือของผมเป็นทางออกที่จะช่วยหลายๆคนในที่แห่งนี้ ”


    เอกสารยังคงอยู่ในมือของโยฮัน เขาต้องการปลุกปั่นผู้คนที่รู้ว่าตนเองกำลังจะตายให้ต่อต้านนายพลวิชัย  นับว่าเป็นการลงมือที่ดีไม่น้อยเพราะหลายคนที่รู้ว่าตนเองจะต้องกลายเป็นซอมบี้พยายามกรีดร้องขอให้นายพลวิชัยออกมารับเอกสารที่เป็นทางรอดเดียวของพวกเขา


    “ ทุกคนอย่าตื่นกลัว โปรดอยู่ในความสงบ ทหารทำหน้าที่สุดกำลังแล้ว อย่าได้สร้างปัญหาให้พวกเขาไม่อย่างนั้นเราจะตายกันทั้งหมด ”


    เสียงเอ่ยผ่านโทรโข่ง ทว่าผู้คนที่เสียสติไปแล้วไม่ได้ฟังเลยว่านายพลวิชัยพูดสิ่งใด หลังจากเห็นว่านายพลเดินออกมาจากตึกทุกคนสนเพียงแค่ว่าเขาจะรับเอกสารหรือไม่ เหล่าทหารที่กำลังต่อสู้กับซอมบี้เมื่อเห็นว่ามีชาวเมืองหลายพันกรู่กันมาทางนายพลด้วยความสิ้นหวังเพื่อขอให้อีกฝ่ายรับเอกสารโยฮันเพื่อช่วยเหลือพวกตน ทำให้กำลังคนที่สู้ได้ลดลงไปอีกเพราะต้องมาคุ้มกัน


    โยฮันเห็นว่าอีกฝ่ายออกมาจากตึกแล้ว เขาจึงค่อยๆบินลงมาจากฟ้าช้าๆ จากนั้นทำการยื่นเอกสารให้อีกฝ่ายรับ 


    “ อย่างที่ผมได้พูดไปก่อนหน้า เมือง Z ต้องการสร้างกองกำลังต่อสู้กับซอมบี้ หากเราฆ่าระดับสูงที่สุดในเมือง X ได้ เราจะสามารถควบคุมพวกมันได้ เดิมทีเที่ยงนี้ทีมของเราจะเดินทางมาที่นี่เพื่อกวาดล้างซอมบี้จนทำให้เมืองปลอดภัยแล้วพานักสู้เดินทางไปที่เมือง Z ที่นั่นเราจะสร้างแนวป้องกันไม่ให้ซอมบี้จากเมือง X ไหลทะลักเข้ามา แต่จากสถานการณ์ผมคิดว่าจะให้พวกเขาเดินทางมาก่อนเพื่อช่วยคนที่ติดเชื้อ ”


    ซองจดหมายสีน้ำตาลเปิดต่อหน้าของโยฮัน ในระหว่างเดินทางเขาแอบเปิดอ่านเนื้อหาด้านในทั้ง 2 ฉบับ  เนื้อหา 90 % ของจดหมายที่ส่งให้นายพลทั้ง 2 คนเหมือนกัน เพียงแต่ว่า 10 % ที่ต่างกลับเป็นการใช้คำพูดหว่านล้อมนายพลทั้งสองที่มีนิสัยต่างกันเพื่อให้พวกเขาคล้อยตาม


    ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายของผู้คนรอบข้างร้องให้ช่วยเหลือพวกเขา นายพลวิชัยที่อ่านเอกสารอยู่นานจึงหันมองหน้าโยฮันก่อนที่เขาจะหันหลังกลับแล้วกวักมือเบาๆเพื่อออกคำสั่งไปยังทหารที่อยู่ใกล้ๆตน


    โยฮันไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำสิ่งใดเขาจึงสอบถาม เนื่องจากเขาต้องการให้อีกฝ่ายตอบคำถามว่าเห็นด้วยกับแผนการณ์หรือเปล่า


    “ นายพลวิชัย ผมคุยกับนายพลเสริมประจำเมือง Y แล้ว เขาเห็นด้วยกับแผนการนี้ ”


    ไม่มีสิ่งใดตอบกลับจากนายพลวิชัย เขายังคงกวักมือราวกับว่าไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใด โยฮันจึงยืนรอให้ทหารเข้ามาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเขาไม่เข้าใจท่าทางของอีกฝ่าย เพียงแต่ว่าทหารกลับต้อนผู้คนออกไปให้ห่างเขาจนมีระยะห่างราว 100 เมตร โยฮันจึงขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ามีรถถัง 2 คันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ นอกจากนั้นแล้วยังมีทหารอีกหลายนายนำปืนบาซูก้าหลายสิบกระบอกเล็งมาที่เขา


    “ นายพลวิชัย นี่มันหมายความว่ายังไง ”


    อีกฝ่ายเดินไปจนถึงหน้าตึก หลังจากเห็นทหารหยุดเคลื่อนไหวจึงหันกลับมาหาโยฮันแล้วพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา


    “ กลับไปซะไอ้หนู กลับไปพร้อมแผนการณ์ลมๆแร้งๆของแก ฉันดูแลที่นี่ได้ สำหรับฉันไม่ว่าจะเป็นซอมบี้ระดับ 5 หรือซอมบี้ระดับ 6 ล้วนแล้วรับมือได้ เรามีอาวุธพร้อมรบ ตอนนี้เราผลิตอาวุธที่มีพลังทำลายมากพอจะฆ่าซอมบี้ระดับ 6 ได้แล้ว เมือง V จะปลอดภัยตลอดไป  แกพูดว่ายังไงนะ เมือง X และเมือง Z ถูกถล่มไปแล้วใช่ไหม นั่นก็เพราะว่าพวกแกรับมือกับมันไม่ได้ยังไงล่ะ แทนที่เราจะเดินทางไปเมือง Z สู้อยู่ที่นี่ตั้งรับซอมบี้ไม่ดีกว่าเหรอ กว่าซอมบี้ที่เมือง Z จะเดินทางมาที่นี่ เราคงมีอาวุธที่สามารถฆ่าระดับ 7 ที่แกกลัวนักกลัวหนาได้แล้ว ”


    “ แต่อนาคตจะมีระดับ 8 โผล่ออกมา ระดับ 9 ก็เช่นกัน ”


    “ เราก็แค่ต้องสร้างอาวุธที่ฆ่าพวกมันขึ้นมาให้ได้เท่านั้นก็ได้พอแล้ว เอาล่ะ กลับไปซะ เมือง V จะตั้งหลักต่อสู้กับซอมบี้ จะไม่มีการเดินทางไปที่ไหนทั้งสิ้น ”


    “ ผมขอถาม เมื่อครู่ถ้าผมไม่ช่วย คุณคิดว่าจะทำยังไงกับนกพวกนั้น ”


    “ เรามีอาวุธที่ใช้ได้ผลดีกับพวกมัน ”  


    โยฮันถอนหายใจออกมาเบาๆเขาต้องการจะทำให้อีกฝ่ายเห็นถึงความน่ากลัว เพียงแต่ว่านายพลวิชัยกลับนำความมั่นใจของตนเองออกมาพูดกลบทำให้เขาไม่รู้จะตอบกลับเช่นไร


    “ งั้นคุณจะรับมืออย่างไรกับฝนเลือดที่กำลังจะมาล่ะ ในอีก 3 - 4 วันจะมีฝนเลือดตกลงมา มันจะทำให้ซอมบี้แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนั้นฝนยังรักษาบาดแผลให้พวกมันได้ในเวลาไม่กี่นาที คุณจะทำยังไงกับกองทัพซอมบี้ที่เหมือนจะเป็นอมตะพวกนั้น ”


    “ กลับไปได้แล้วไอ้หนู เรามีอาวุธพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ทางเรายินดีต้อนรับผู้รอดชีวิตจากเมือง Z หากไม่สามารถดำเนินตามแผนการณ์ได้ ”


    ทหารกระชับอาวุธภายในมือ แม้แต่รถถังยังบรรจุกระสุนเตรียมยิง โยฮันรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังข่มขู่เพื่อให้เขากลับออกไปจากที่นี่ อย่างไรก็ตามเขากลับคิดแผนการณ์หนึ่งขึ้นมาได้ 


    “ คุณบอกว่ามีอาวุธทรงพลังที่ฆ่าซอมบี้ระดับ 6 ได้ใช่ไหมแล้วคุณก็มีวิธีช่วยเหลือประชาชนพวกนี้ งั้นแสดงให้ผมดูหน่อยสิ ผมอยากเห็นสิ่งนั้นของพวกคุณ ”


    แผนที่ผุดขึ้นมาในหัวของโยฮัน ไม่ใช่แผนการณ์ฆ่าอีกฝ่าย การลงมือของเขาที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะทำให้เกิดการแยกกลุ่มขึ้นมาอย่างชัดเจน ผู้ที่ศรัทธาในตัวของนายพลวิชัยจะอยู่ที่นี่ต่อไป แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความเชื่ออยู่อีกแล้วจะเดินทางไปกับเขา ดังนั้นโยฮันจึงต้องแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย ไปพร้อมๆกับการประกาศแผนการณ์ที่เขาอ่านจากเอกสารเพื่อให้ทุกคนรับรู้เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น


    “ ถอยกลับไปซะ เราไม่อยากลงมือกับนาย! ”


    โยฮันไม่ได้ฟังสิ่งที่นายพลวิชัยพูดเลยสักนิด เขาทำเพียงกระทืบเท้าลงไปบนพื้นดินจนทำให้พื้นยกตัวขึ้นมา หลังจากนั้นเขาก็คว้าก้อนดินแล้วปาออกไปด้านหน้า มันได้พุ่งเข้าหานายพลวิชัยก่อนจะกระแทกร่างของอีกฝ่ายให้ลอยออกไปติดกับประตูด้านหลัง เพียงแต่ว่านายพลกลับไม่ตายเนื่องจากมีทหารเข้ามารับการโจมตีให้ 3 นาย หลังจากลุกขึ้นมาได้นายพลจึงสั่งให้ทหารโจมตีเขาในทันที ส่งผลให้รถถังและทหารถือปืนบาซูก้าลั่นไกยิงเขาพร้อมๆกันจนทำให้หน้าทางเข้าฐานเกิดระเบิดปลดปล่อยแรงอัดอากาศออกไปรอบๆ.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน