สำเร็จแล้ว!
ชายสองคนต่างพูดประโยคนี้อยู่ในใจพร้อมกัน แต่ว่าอารมณ์ของพวกเขากลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชายที่ยืนอยู่บนยอดเขามองไปยังเมืองใหม่ไครสต์เชิร์ชจากระยะไกล ในดวงตาของเขานั้นสงบเงียบทว่ามีความปั่นป่วนราวกับคลื่นสาดซัดอยู่ใต้น้ำ เขาไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกในใจนี้ได้อย่างไร เมื่อเขาทำการตัดสินใจเช่นนั้นไปแล้ว เขาจะไม่รู้สึกสำนึกตัวขึ้นมาได้อีกแล้วอย่างนั้นหรือ?
ภายในสถาบันวิจัย จีฮั่วชิงมองไปที่พืชสีแดงเลือดชนิดพิเศษที่อยู่ตรงกลางในจานเพาะเชื้อที่ดูเหมือนกับต้นไม้พิเศษขนาดเล็ก ที่ฐานด้านใต้ต้นไม้เล็ก ๆ นั้นคือจานเพาะเชื้อขนาดใหญ่ ในนั้นเต็มไปด้วยพืชวิวัฒนาการและเลือดเนื้อของมนุษย์ รากแขนงของพืชที่อยู่ใต้ดินชอนไชแทรกอยู่ภายในอย่างหนาแน่น นี่ก็คือสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่ผ่านการประสานเชื่อมต่อของเซลล์ดัดแปลงระหว่างพืชและสัตว์ เหตุที่จีฮั่วชิงสามารถทำการศึกษาวิจัยออกมาได้เป็นเพราะนักวิจัยในสังกัดของเขาชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญประการนี้
แต่ว่าสิ่งที่สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ของเจ้าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่?
จีฮั่วชิงมองไปที่จานเพาะเชื้อขนาดใหญ่ แม้ในนั้นจะมีสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการและเลือดเนื้อของมนุษย์อยู่มากมาย แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่เพียงพอที่จะให้พืชประหลาดต้นนี้ได้ดูดซับ หากต้องการเร่งการเจริญเติบโต เนื้อและเลือดเท่านี้คงไม่เพียงพอ แต่หากทำให้มันเจริญเติบใหญ่ขึ้นกว่านี้ก็ไม่ใช่ว่าตำแหน่งของเขาในตอนนี้จะสามารถจัดการได้และสิ่งนี้จะต้องถูกเปิดโปงอย่างแน่นอน
ในตอนที่ทำการวิจัย จีฮั่วชิงเป็นนักวิจัยคนหนึ่งที่กระตือรือร้นอย่างถึงที่สุด ไม่ว่างานวิจัยนั้นจะมีจริยธรรมหรือไม่และไม่ว่าจะเป็นการเข่นฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณหรือไม่ก็ตาม หลังจากที่ได้ทำการศึกษาค้นคว้าแล้วจีฮั่วชิงก็สงบสติอารมณ์ลง เมื่อนึกดูแล้วผู้ช่วยของเขาในตอนนั้นดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติไปมาก เขามักจะคอยชี้ให้เห็นถึงแนวคิดและข้อมูลสำคัญ ราวกับว่าผู้ช่วยของเขารู้กระบวนการทั้งหมดนั้นจริง ๆ
จะเป็นไปได้อย่างไร!
จีฮั่วชิงหัวเราะกับตัวเอง หลังจากนั้นก็นึกไปถึงสถาบันวิจัยขนาดเล็กที่เซลล์ดัดแปลงสามารถประสานเชื่อมโยงกันได้เป็นครั้งแรก ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลเกี่ยวกับการประสานเชื่อมต่อเซลล์ดัดแปลงที่พวกเขาได้รับนั้นมาจากการกู้คืนโดยปัญญาประดิษฐ์ แม้ว่าปัญญาประดิษฐ์จะมีประสิทธิภาพมาก แต่ข้อมูลที่กู้คืนส่วนใหญ่ก็ยังขาดหายไปบางส่วนอยู่ดี
ผู้ช่วยคนนั้นเป็นคนที่ได้รับข้อมูลส่วนนั้นไปอย่างนั้นหรือ?
จีฮั่วชิงตัดสินใจที่จะไปถามให้ชัดเจน แต่หลังจากมองหาอยู่นานเขาก็พบว่าผู้ช่วยคนนี้ได้ขอลางานไปเมื่อสามวันก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่เขาใกล้จะทำสำเร็จพอดี และจนถึงปัจจุบันเขาก็ยังไม่กลับมา
————————————————
ไป๋อี้ตัดสินใจฝากชินชิล่าไว้กับเบ็คกี้ระยะหนึ่ง เมื่อก่อนนี้ช่วงระยะหิวโหยเป็นช่วงที่ผ่านไปได้ยาก แต่ตอนนี้ในเกาะปีศาจไม่มีปัญหาเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว แน่นอนว่าไป๋อี้ได้จ่ายเหรียญปีศาจให้แก่ทั้งสองอย่างเพียงพอ อย่างน้อยในตอนนี้ไป๋อี้ก็ไม่ได้ขาดแคลนเงิน ในฐานะที่เขาเป็นนักสะกดจิตคนแรกและยังดำรงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีใครเหมือนได้ในเมืองใหม่ไครสต์เชิร์ช
สำหรับการเลือกยีนเพื่อผสานรวมกับชินชิล่านั้น ไป๋อี้เลือกไว้เพียงชนิดเดียวเท่านั้น
มด!
แมวเองก็เป็นสัตว์นักล่าชั้นบนของห่วงโซ่อาหาร ชินชิล่าเพียงต้องการยีนของมดมาผสานรวมเพื่อที่จะได้มีพละกำลังที่แข็งแกร่งพอ
ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้ไป๋อี้และคนอื่น ๆ ก็ได้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าความแข็งแกร่งสูงสุดที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับการกลายพันธุ์ของยีนบางตัวที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ แต่พอนำมาผสานรวมกันแล้วกลับสามารถสร้างความสามารถที่แปลกออกไปและทรงพลังขึ้นมาได้ ซึ่งไป๋อี้ก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุดในกรณีนี้ ใครจะไปคิดว่ายีนผีเสื้อที่อยู่ในตัวของไป๋อี้จะเกิดการวิวัฒนาการจนกลายเป็นเช่นนี้ได้
ในเมื่อเลือกยีนของมด แน่นอนว่าก็ต้องเลือกตัวที่ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบันก็แทบจะไม่พบมดพันธุ์แท้เหลืออยู่แล้ว ไป๋อี้จึงเลือกมดที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยพบมา......มดที่มีปีกสีทองชนิดนี้มีอุปนิสัยที่ขัดกับมดชนิดอื่นโดยสิ้นเชิง มันจะอาศัยอยู่ตัวเดียว โดยปกติจะมีความยาว 5-10 เซนติเมตร มันมีปีกสีดำสามคู่ แต่บนปีกของพวกมันกลับมีลวดลายสีทองที่สวยงาม มดมีปีกชนิดนี้บินได้รวดเร็วและยังมีพิษที่รุนแรงมาก ที่สำคัญคือร่างกายของมันแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ มดชนิดนี้แข็งแกร่งมากถึงขนาดที่ผู้ใหญ่คนนึงใช้ดาบฟันลงบนตัวมันก็ยังไม่เกิดแม้แต่รอยขีดข่วนสักรอย
แน่นอนว่าไป๋อี้และพวกพ้องก็รู้ดีว่าการผสานรวมยีนนั้น สามารถผสานได้เพียงแค่กับยีนแท้ดั้งเดิมเท่านั้น ยีนที่กลายพันธุ์ไปแล้วไม่สามารถผสานรวมกับยีนของสิ่งมีชีวิตอื่นได้อีก แต่ทว่าในเมื่อมดชนิดนี้ค่อนข้างแข็งแกร่งมาก จะเป็นอย่างไรถ้าหากมันได้ผสานรวมกับยีนของชินชิล่า
ไป๋อี้ยังจำเป็นต้องช่วยเบ็คกี้และเบมีล่าในการบำบัดร่างกาย ดังนั้นหน้าที่จับมดจึงต้องฝากให้กับพวกวูล์ฟเป็นคนรับผิดชอบ เวร่านำไปแจ้งพวกวูล์ฟที่อยู่ข้างนอกเมืองไครสต์เชิร์ช จากนั้นก็รอคอย พวกวูล์ฟคาดไม่ถึงเช่นกันว่าเจ้าแมวน้อยชินชิล่าจะเข้าสู่ระยะหิวโหยในตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีคำสั่งจากไป๋อี้ พวกเขาจึงได้ออกตามหามดบินปีกสีทอง
หลังจากค้นหาอยู่สามวัน ในขณะที่ไป๋อี้กำลังจะออกจากเมืองไครสต์เชิรช ในที่สุดก็มีมดบินปีกสีทองตัวหนึ่งถูกส่งมา โชคดีที่ถึงแม้เจ้าตัวนี้จะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ได้มีขนาดตัวที่ใหญ่มาก ดังนั้นจึงพอควบคุมมันได้ แนนซี่กลับมาช่วยสกัดยีนของมดบินปีกสีทองจากนั้นก็ฉีดมันให้กับชินชิล่า
“จริงสิ ช่วงนี้พวกเราพบว่าสัตว์วิวัฒนาการที่อยู่รอบไครสต์เชิร์ชมีบางพวกที่ผิดปกติไป” แนนซี่พูดกับไป๋อี้หลังจากที่ฉีดยีนให้กับชินชิล่า
“ผิดปกติยังไงล่ะ?” ไป๋อี้ถาม
“พวกมันอยู่กันหนาแน่นมาก เดิมทีแล้วสัตว์วิวัฒนาการรอบไครสต์เชิร์ชนั้นค่อนข้างมีจำนวนน้อย เพราะมนุษย์ทำการกวาดล้างและขับไล่พวกมันไป แต่ตอนนี้กลับเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนว่าพวกมันมุ่งหน้าเพื่อมารวมตัวกันที่เมืองไครสต์เชิร์ชแห่งนี้” แนนซี่อธิบาย
“จริงเหรอ?” ไป๋อี้ถามอย่างสงสัย
“อื้ม จริงๆ” แนนซี่พยักหน้า
ไป๋อี้ได้ฟังแล้วก็เริ่มครุ่นคิด เหตุการณ์แปลก ๆ เช่นนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่? แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ไป๋อี้ก็ได้ตัดสินใจที่จะเตือนภัยเรื่องนี้กับคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ในไม่ช้าไป๋อี้ก็นำเรื่องแจ้งต่อฟรอยแลนซ์และคนอื่น ๆ ให้ได้รับรู้ แต่ว่าหลังแจ้งข่าวนี้ออกไป ไป๋อี้ถึงได้รู้ว่าฟรอยแลนซ์ทราบเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะพูดอย่างไรพวกเขาก็ยังยืนยันที่จะต่อสู้อยู่ในแนวหน้า
เดิมทีไป๋อี้ได้ฝากชินชิล่าไว้กับเบ็คกี้ทั้งสองคน แต่ในตอนนี้เขาเริ่มเป็นห่วงสถานการณ์ประหลาดที่ไครสต์เชิร์ชเสียแล้ว ไป๋อี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่ไครสต์เชิร์ชต่ออีกสักสองสามวัน ดังนั้นเขาจึงกำชับให้พวกวูล์ฟเพิ่มการตรวจตราให้เข้มงวดขึ้น ในขณะเดียวกันก็ให้พวกฟรอยแลนซ์สืบหาข้อมูลเหตุการณ์นี้อย่างละเอียด
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากที่พบว่ามีเหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้น ไป๋อี้ก็รู้สึกจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอยอยู่ตลอดเวลา
……
กลางดึกคืนนั้นไป๋อี้ยืนอยู่ที่ดาดฟ้าของศูนย์พักฟื้น เขามองไปที่เมฆสีดำพลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่? ตอนที่ไป๋อี้หันกลับไปมองอีกครั้ง ทันใดนั้นเมฆสีดำก็เคลื่อนตัวมาจากทางตอนใต้
ไป๋อี้ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง นั่นคือเมฆดำอย่างนั้นเหรอ เห็นได้ชัดเลยว่ามันคือกลุ่มสัตว์วิวัฒนาการที่บินได้ที่กำลังบินมาทางนี้อย่างมหาศาลต่างหาก
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงการต่อสู้และเสียงกรีดร้องดังมาจากชายขอบเมือง ตาของไป๋อี้หรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นจึงหันกลับไปทางห้องกระจายเสียง
“ทุกคนในศูนย์พักฟื้นโปรดฟัง ฉันคือไป๋อี้ ตอนนี้มีสัตว์วิวัฒนาการกลุ่มใหญ่ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านนอกของเมืองไครสต์เชิร์ช ให้ทุกคนเตรียมการต่อสู้ ย้ำอีกครั้ง นี่ไม่ใช่การล้อเล่น” ไป๋อี้พูดจบก็หันตัวออกไปจากห้องกระจายเสียงทันที
ทำไมกัน ทำไมพวกสัตว์วิวัฒนาการเหล่านี้ถึงมุ่งหน้ามารวมตัวกันที่เมืองไครสต์เชิร์ช?
ไป๋อี้ครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่งแต่กลับไม่ค้นพบเหตุผลใด ๆ เลย ในตอนนี้สัตว์วิวัฒนาการภายนอกก็ค่อย ๆ รวมฝูงกันและมุ่งหน้ามารวมตัวกันที่นี่อย่างต่อเนื่อง ในฝูงของสัตว์วิวัฒนาการเหล่านั้น มีสัตว์รูปร่างคล้ายมังกรสีดำสง่างามบินอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์ตัวอื่น ๆ และบนตัวมันก็มีเงาของคนคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย
เมื่อไป๋อี้ประกาศออกไปรัฐมนตรีอีกห้าคนก็เริ่มสังเกตเห็นสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวและเริ่มประกาศเตือนคนทั้งเมืองในทันที ตอนนี้ทุกคนต่างก็รู้สึกเหมือนไป๋อี้ ทุกคนไม่เข้าใจว่าทั้งหมดนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่เป็นเพียงการโจมตีเมืองของเหล่าสัตว์ประหลาดหรือเป็นการเล่นตลกอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาหาเหตุผลว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร สัตว์วิวัฒนาการมากมายกำลังมุ่งหน้ามารวมตัวกันที่เมืองแห่งนี้ พวกมันเริ่มที่จะโจมตีพวกมนุษย์วิวัฒนาการอย่างดุเดือด
ในตอนแรก ยังจะพอแยกแยะออกคร่าว ๆ ได้ว่าบุคคลใดเป็นมุนษย์วิวัฒนาการ บุคคลใดเป็นสัตว์วิวัฒนาการ แต่ไม่นานทุกคนก็เข้าต่อสู้กันอย่างบ้าระห่ำ เลือดและแขนขาขาดกระเด็นไปทั่ว ยิ่งไปกว่านั้นคือสัตว์วิวัฒนาการก็เริ่มที่จะเขมือบมันเข้าไป ทุกคนในศูนย์พักฟื้นที่อยู่ภายใต้การนำของไป๋อี้ได้ออกมาข้างนอกและเห็นฉากที้น่าเศร้าสลดนี้
“หัวหน้าไป๋อี้!” คนของศูนย์พักฟื้นทุกคนมองไปทางไป๋อี้
ไป๋อี้มองไปทางสัตว์วิวัฒนาการมากมายพร้อมทั้งกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ไม่ว่าสัตว์วิวัฒนาการพวกนี้จะมีเหตุผลอะไรที่มาโจมตีที่นี่ จากโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ เมืองใหม่ไครสต์เชิร์ชที่เพิ่งจะก่อตั้งได้ปีกว่าก็ได้พังทลายลงไปแล้ว นี่เป็นเมืองที่เหล่ามนุษย์วิวัฒนาการสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของทุกคน มันเป็นเครื่องหมายของความหวังของเหล่ามนุษย์วิวัฒนาการ แต่แล้วความหวังนี้กลับทลายตายไปในเร็ววัน
“พวกเราออกไปจากที่นี่!” อย่างไรก็ตามไป๋อี้ทำการตัดสินใจในทันที เขาจะย้ายทุกคนออกไปข้างนอก
เมืองใหม่ไครสต์เชิร์ชในตอนนี้กลายเป็นเครื่องบดเนื้อโดยสมบูรณ์ มนุษย์วิวัฒนาการมากมายไม่หยุดที่จะต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่ภายในเมือง พื้นในเมืองนองไปด้วยเลือด ไป๋อี้วิเคราะห์สถานการณ์แล้วว่าการอยู่ในเมืองต่อนั้นไม่มีประโยชน์อะไร ท้ายที่สุดแล้วโครงสร้างของเมืองก็ไม่ได้มีคูเมืองป้องกันเหมือนอย่างเมืองสมัยโบราณ
ในตอนนี้ใจกลางเมืองยังเป็นสถานที่วิจัยเล็ก ๆ ของจีฮั่วชิงอีกด้วย จีฮั่วชิงถูกทำให้ตื่นจากภวังค์จากการต่อสู้ที่ดุเดือดภายนอก เขาเปิดประตูและมองออกไปข้างนอกด้วยความประหลาดใจ มันเกิดอะไรขึ้น? จีฮั่วชิงไม่ทันได้สังเกตเห็นเลือดของสัตว์วิวัฒนาการที่ถูกเข่นฆ่าไหลเข้ามาในสถาบันวิจัย และไหลลงไปยังพืชชนิดพิเศษต้นนั้น
หนิงเสวี่ยที่อยู่ชั้นใต้ดินกำลังเก็บชุดวิจัยและมองไปยังพืชที่มีชีพจรเต้นและหายใจได้ราวกับมนุษย์
เธอคือผู้ช่วยของจีฮั่วชิง และตอนนี้เธอทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว