“เยว่เอ๋อร์ ยากนักที่ยื่นมือเข้าไปในจวนอ๋องได้ เราก็เคยพยายามกันแล้วมิใช่หรือ?” ใต้เท้ากู้ถอนหายใจ
กู้เฉินมองหน้าบิดาและพี่สาว พลันยิ้มออกมา “พวกท่านอย่าเพิ่งหนักใจ ยังมีข้านะขอรับ เมื่อวานซื่อจื่อชวนข้าไปร่ำสุราในจวนของเขาอยู่เลย ให้ข้าไปดูก่อนดีหรือไม่?”
“ก็ดีนะ ไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างในยังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่?”
“พี่หญิง ท่านเคยเห็นในจวนอ๋องหรือ?”
“เอ่อ ข้าเคยเข้าไปคราหนึ่งตอนงานเลี้ยงบุปผาอย่างไรเล่า? เ้าลืมแล้วหรือ?” กู้เยว่ฉีรีบเอ่ยกลบเกลื่อน นางเคยไปงานเลี้ยงนั้นก็จริง แต่ครานั้นนางเอาแต่สนใจความหรูหราของจวนอ๋อง หาได้ใส่ใจคนในจวนอ๋องไม่ มารู้จักคนในนั้นจริงๆ ก็ตอนที่นางฝันร้าย
“พี่หญิง ข้าว่าก่อนเข้าไปคงต้องวางแผนเสียหน่อย ท่านบอกข้าว่าหลิงอ๋องซื่อจื่อชอบไปเหลารส์ หากข้าไปเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นก็น่าจะได้พบเขา”
กู้เยว่ฉีเห็นด้วย “พบแน่นอน เขาไปที่นั่นแทบจะวันเว้นวันด้วยซ้ำ ถ้าเ้าเข้าไปจวนอ๋องได้ ก็จะได้ดูลาดเลามาก่อน”
กู้เฉินขมวดคิ้ว “นี่ท่านสืบเื่ของซื่อจื่อมาละเอียดถึงเพียงนี้เชียว”
“รู้เขารู้เขา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ท่านปู่สอนเอาไว้”
“ขอรับๆ ข้ารู้แล้ว พี่หญิงทำสิ่งใดล้วนรอบคอบรัดกุม ข้าจะจำเอาไว้”
“เ้าทำให้แเีหน่อยก็แล้วกัน วันนี้ซื่อจื่อไม่ได้ไปเหลานั่น เ้าทำทีนัดสหายไปวันนี้ แล้วก็แสร้งชวนพวกเขามาอีกในวันพรุ่งนี้ จึงจะได้ไม่ดูจงใจจนเกินไป”
“ขอรับ พี่หญิง”
“ให้เสี่ยวเฉินเข้าไปในจวนอ๋องสักครั้งสองครั้ง แล้วข้าค่อยเข้าไปจึงจะดูไม่จงใจมากนักเ้าค่ะ ท่านพ่อ”
“อืม ยามนี้หวังเฟยกำลังเฟ้นหาคู่หมั้นให้กับซื่อจื่อ หากว่าเ้าเข้าไปอย่างโจ่งแจ้งเกรงว่าหลายสกุลจะจับตามองเรา”
กู้เยว่ฉีลุกขึ้นยืน เดินมาหยุดที่หน้าต่าง “คราวก่อน คุณหนูตงกับคุณหนูลี้ก็ถูกเชิญเข้าไปดื่มน้ำชาในจวนอ๋อง ในเมื่อยังไม่มีการตัดสินใจเลือกหวังเฟยน้อย ไม่ว่าสตรีคนใดย่างเท้าเข้าประตูจวนอ๋องไปก็ต้องถูกจับตามองทั้งนั้นเ้าค่ะ”
“ลูกพ่อ หากว่าเ้าได้เป็ซื่อจื่อเฟย สกุลกู้ก็จะได้รับการเกรงใจจากขุนนางและราษฎรทั้งหรงเฉิน เ้าเองก็รอคอยโอกาสนี้มิใช่หรือ?”
กู้เยว่ฉีถอนหายใจ บิดาของนางยังคงหวังจะนับญาติกับสกุลหลิง แต่นางผู้เห็นหายนะอยู่ตรงหน้า ไม่รู้จะทำให้บิดาเปลี่ยนใจได้อย่างไร?
“ท่านพ่อ ข้าว่าพวกเราอย่าเพิ่งงับเหยื่อกันเลยดีกว่าเ้าค่ะ ค่อยๆ คิดอ่านกันไปก่อน”
ใต้เท้ากู้ถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าเหตุใดบุตรสาวที่ตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะแต่งให้กับอ๋องน้อยหลิง จู่ๆ จึงได้เกิดลังเลขึ้นมา?
“เ้าวางแผนมาร่วมสองปี กว่าจะตัดคู่แข่งไปได้ตั้งหลายคน เหตุใดยามนี้ถึงไม่มั่นใจเสียเล่า?”
กู้เยว่ฉียิ้มเศร้า สีหน้ากระอักกระอ่วน “ท่านพ่อ ให้เวลาข้าสักหน่อยเถิด ขอข้าคิดให้ถี่ถ้วนอีกทีข้าเคยแต่ขุดหลุมพรางดักผู้อื่น บัดนี้มีคนมาขุดหลุมดักข้าบ้าง ข้าย่อมไม่สบายใจเป็ธรรมดา”
“เยว่เอ๋อร์ บางทีเื่ซื่อจื่อ เ้าอาจจะคิดมากเกินไป” กู้เจินพยายามหาทางหว่านล้อมบุตรสาว เขาเห็นว่าหากหลิงเจาเหว่ยร่วมมือ โอกาสที่บุตรสาวจะได้รับเลือกเป็หวังเฟยน้อยก็จะยิ่งง่ายเข้า ในฐานะพ่อตาของหลิงอ๋องซื่อจื่อ เขาย่อมมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่
กู้เยว่ฉีรู้ว่าบิดาของนางหวังสิ่งใด? แต่เดิมนางเองก็หวังเช่นนั้น
“ขอให้เป็เช่นนั้นจริงเถิดเ้าค่ะ”
กู้เฉินกับกู้เยว่ฉีสองพี่น้องนั่งรถม้าออกจากจวนมาด้วยกัน พอส่งน้องชายลงที่ถนนการค้าที่ตั้งของเหลารส์แล้ว กู้เยว่ฉีก็นั่งรถม้าเลยไปยังท่าเรือ เมืองหรงเฉินเป็เมืองท่าสำคัญตามแนวชายฝั่งทิศเหนือของแคว้นเหลียน เพราะมีท่าเรือน้ำลึกเหมาะแก่การเข้าจอดของเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ทำให้การค้าของเมืองหรงเฉินคึกคัก หลิงอ๋องมีรายได้จากการเก็บภาษีการค้ามหาศาล แต่ละปีนำส่งเงินแก่ราชสำนักจนเป็ที่พอพระราชหฤทัยของฮ่องเต้
ในห้วงสองสามปีที่ผ่านมา สกุลกู้นำโดยกู้อี้เทียนได้ก้าวขึ้นมาเป็หนึ่งในสิบของพ่อค้าใหญ่ที่มีเรือสำเภาใหญ่หลายสิบลำ และมีเรือสำเภาขนาดกลางที่ล่องตามแม่น้ำเพื่อทำการค้าในแคว้นเหลียนอีกจำนวนมาก น้อยคนจะรู้ว่าเื้ัของกู้อี้เทียนผู้นี้มีหญิงสาวอย่างกู้เยว่ฉีอยู่
กู้เยว่ฉีนั่งหลับตาพิงหลังกับผนังรถม้า นึกภาวนาให้น้องชายทำสำเร็จ หากว่านางสืบรู้สาเหตุที่หลิงอ๋องซื่อจื่ออยากให้นางเกี่ยวพันกับเขา นางจะได้ป้องกันเหตุร้ายได้ทัน นางอยากจะลบแค้นระหว่างตนกับเหยาอัน
“คุณหนู วันนี้ไม่แวะดูเครื่องประดับหรือเ้าคะ?”
หญิงสาวลืมตาขึ้น รถม้าของนางกำลังจะผ่านร้านเครื่องประดับใหญ่ที่โด่งดังที่สุดของเมือง กู้เยว่ฉีส่ายหน้า ั้แ่ผ่านฝันร้ายคืนนั้น นางก็หมดสิ้นความยินดียินร้ายกับสิ่งของที่ตนอยู่
“ไม่ต้องจอด เลยไปท่าเรือก่อนเถอะ” นางสั่งแล้วหลับตาลงอีกครั้ง
กระทั่งรถม้าจอดลงหน้าอู่ต่อเรือสกุลกู้ นางค่อยลืมตาขึ้นแล้วเดินลงจากรถม้า กู้อี้เทียน ท่านอารองของนางกำลังง่วนกับการตรวจเรือที่เพิ่งต่อขึ้นใหม่ พอหันไปเห็นหลานสาวก็ยิ้มกว้าง
“เยว่เอ๋อร์ เ้าสบายดีแล้วหรือ?”
ดวงตาของกู้เยว่ฉีแดงระเรื่อ ในฝันร้ายของนางนั้น ท่านอาอี้เทียนคือคนที่ถูกปะาเคียงคู่กันกับบิดา หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เพราะเกรงท่านอาจะใ “เ้าค่ะ ข้าดีขึ้นมากแล้ว ได้ยินว่าท่านอาก็วุ่นวายออกตามหาข้าอยู่ทั้งคืน ข้าต้องขออภัยด้วยนะเ้าคะ”
กู้อี้เทียนตบเบาๆ ที่ต้นแขนหลานสาว “เป็ไรไปเล่า หลานสาวผู้เข้มแข็งของข้าหายไปไหน? เยว่เอ๋อร์ เ้าไม่กลัวฟ้าไม่เกรงดิน ข้ามั่นใจอยู่แล้วว่าเ้าจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัย”
“เ้าค่ะ ข้าปลอดภัยดี”
“อาสะใภ้ของเ้าเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ข้าฟังหมดแล้ว น่าเสียดายที่ข้าเป็หวัดเสียก่อน วันที่สองก็เลยไม่ได้ตามหาเ้าต่อ ซ้ำยังไม่ได้ไปเยี่ยมตอนที่เ้ากลับมาด้วย”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกเ้าค่ะ ที่ท่านอาไม่สบายก็เป็เพราะข้า เป็ข้าเองต่างหากที่ต้องขออภัยท่าน ข้าก็แค่หลับไปนานสักหน่อย ดีที่ได้นักบวชหญิงคอยดูแลจึงได้กลับมาอย่างปลอดภัย”
กู้อี้เทียนหัวเราะเสียงดัง “พอแล้วๆ เราสองคนไม่ควรจะมาพูดเื่หดหู่ใจเช่นนี้ มาเถอะ เ้ามาดูเรือลำใหม่ของเรา ใกล้จะต่อเสร็จแล้ว”
กู้เยว่ฉีมองดูเรือสำเภาสำหรับขนสินค้าที่ท่านอาของนางดูแลควบคุมการต่อเองด้วยความชื่นชม ช่างฝีมือกำลังประกอบไม้ที่ทาเคลือบกันน้ำอย่างขะมักเขม้น “ฝีมือของท่านอาเป็หนึ่งในหรงเฉินอยู่แล้ว ข้ามั่นใจเ้าค่ะ”
“วันนี้เ้ามาเพราะมีเื่ใช่หรือไม่?” กู้อี้เทียนเอ่ยเบาๆ เขาดูจากสายตาของหลานสาวก็พอจะรู้ว่านางคล้ายมีเื่ไม่สบายใจ
“เ้าค่ะ ข้ามีเื่มาปรึกษาท่านอา”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปคุยกันในห้องส่วนตัวกันเถอะ” กู้อี้เทียนเดินนำหน้าหลานสาวไปยังอาคารไม้ด้านหน้าอู่ต่อเรือ
เส้นทางความรุ่งเรืองของสกุลกู้เริ่มขึ้นตอนกู้เยว่ฉีอายุสิบสี่ ครานั้นบิดาเป็เพียงขุนนางเล็กๆ ส่วนท่านอารองก็เป็นายช่างใหญ่ของอู่ต่อเรือ กู้เยว่ฉีในวัยเด็กถูกส่งไปร่ำเรียนตำรากับท่านปู่ที่หมู่บ้านเชิงเขาเฟยหลงติดชายทะเลในเขตแคว้นจินอยู่ห้าปีก็กลับมาพร้อมด้วยทองหนึ่งหีบและแผนในการสร้างสกุลกู้ให้ยิ่งใหญ่
“สิ่งนี้ท่านปู่สั่งให้ข้านำมามอบให้ท่านพ่อกับท่านอาเ้าค่ะ”
กู้เยว่ฉีรู้รอบเื่ตำราการค้า การทำบัญชี และการคำนวณลมทะเล นางเป็ผู้คอยช่วยเหลือท่านพ่อและท่านอาให้ก้าวยืนในกิจการงานของแต่ละคนอย่างมั่นคง
********
ไรเตอร์แนะนำ....นิยายป้ายแดง the best seller จากเว็บเมบค่ะ
