วันนี้สามารถกล่าวได้ว่าเป็วันที่คึกคักครึกครื้นที่สุดที่เคยมีมาของตระกูลเซียว
เช้าตรู่ทางเข้าของตระกูลเซียวล้วนออเต็มไปด้วยผู้คนตระกูลที่ทรงอิทธิพลทั้งหลายแหล่ในเมืองเมฆาล่องล้วนมาอยู่ในที่นี้ ยิ่งกว่านั้นที่มาถึงล้วนเป็ชนชั้นผู้นำของตระกูล แม้จะมีคนเป็จำนวนมากไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงดัง พวกมันล้วนกระซิบกระซาบต่อกันด้วยเสียงที่เบาที่สุดด้วยเกรงว่าจะเป็การรบกวนแเื่ผู้ทรงเกียรติจากพรรคตระกูลเซียว
“ข้าได้ยินมานานแล้วว่าผู้ก่อตั้งตระกูลเซียวมาจากพรรคตระกูลเซียวทั้งหมดล้วนเป็เื่จริง”
“ตระกูลเซียวจะพุ่งทะยานขึ้นสูงกว่าเดิมพวกเราต้องรักษาความสัมพันธ์กับพวกมันให้ดีจากนี้ไป”
“ยังดีที่เราไม่เคยขัดแย้งกับตระกูลเซียวไม่อย่างนั้น ข้าคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ”
“เฒ่ามู่ ท่านก็มารึ?”
“โฮ่ ใครก็รีบร้อนมาก่อนข้าจะไม่มาได้อย่างไร พวกมันมาเพื่อสานสัมพันธ์แต่ข้ามาเพียงเพื่อกันไว้ก่อนเท่านั้นเกิดเ้าเด็กพรรคเซียวนั่นไล่เลียงขึ้นมาว่ามีตระกูลใหญ่ตระกูลไหนในเมืองเมฆาล่องไม่ได้มาที่นี่เพื่อต้อนรับแล้วพบว่ามีเพียงตระกูลมู่ของข้าจะทำอย่างไร? หากพวกมันคาดโทษขึ้นมาเช่นนั้นทั้งตระกูลของข้าคงทนทานรับไม่ได้”
ประตูทางเข้าตระกูลเซียวยังคงปิดทุกผู้คนที่รออยู่ภายนอกล้วนรอคอยอย่างระมัดระวัง ไม่มีผู้ใดกล้าเดินไปไหน
พวกมันรอคอยจนกระทั่งเวลาเก้าโมงเช้า
ก่อนฟ้าสางเวทีได้ถูกจัดตั้งขึ้นที่พื้นราบเรียบกลางลานตึกตระกูลเซี่ยว รวมทั้งเก้าอี้ โต๊ะและเครื่องมือต่างๆวางไว้รอบด้าน เวลาแปดโมงเช้าเสียงออกคำสั่งเรียกตัวสมาชิกทั้งหมดในตระกูลเพื่อมาประชุมกันล้วนดังไปทั่ว ทันใดสมาชิกทั้งหมดของตระกูลเซียวล้วนรวมตัวกันที่จุดรวมพล เพียงไม่ถึงสิบห้านาทีทุกผู้คนในตระกูล ผู้เยาว์และาุโ ต่างประจำที่ของตน ไม่ขาดไปแม้แต่คนเดียว
วันนี้เป็วันที่สำคัญของตระกูลเซียวพวกมันต่างทราบกระจ่างแก่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนตื่นเต้นยินดีและเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังกระทั่งคนที่มีพร์ปานกลางล้วนมีความหวังว่าจะได้รับการคัดเลือกจากพรรคเช่นกัน
เีเ่เป็คนสุดท้ายที่มาถึง เมื่อชายหนุ่มเดินจับจูงมือนำเซี่ยชิงเยว่มาโดยฝีเท้าไม่ช้าไม่เร็วชายหนุ่มกลับกลายเป็จุดสนใจในทันที …แน่นอนนี่ไม่ใช่พวกมันสนใจในตัวเีเ่เท่านั้นที่จริงคงไม่มีใครอยากสนใจมองเีเ่เป็ครั้งที่สองที่น่าสนใจคือเซี่ยชิงเยว่ที่ข้างกายมันต่างหาก!
หญิงสาวมีท่าทางเรียบร้อยสง่างามประกอบด้วยสีหน้าแววตาที่สามารถสร้างความงมงายไม่เพียงแค่เมืองแห่งหนึ่งทว่าสามารถสร้างความงมงายให้ทั่วหล้าผู้คนที่พบเห็นล้วนมีท่าทางประดุจได้เห็นเทพธิดาแห่งสายน้ำล่องลอยเข้ามาหาพวกมันอย่างช้าๆนี่เป็ความจริงอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับเหล่าบุรุษรุ่นเยาว์ทั้งหลายพวกมันล้วนยืนตะลึงงัน หัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งบางคนถึงกับมีน้ำลายไหลย้อยออกจากมุมปาก
กลับกันกับเีเ่ที่ยืนข้างกายนาง…สีหน้าท่าทางซีดเซียวเปลือกตาหนักอึ้ง แววตาเลื่อนลอยไร้ประกาย ฝีเท้าอ่อนแรงมันก้าวเดินไม่ถึงสิบก้าวล้วนต้องหาวออกมาถึงสามครั้งคราดูคล้ายผู้คนที่หมกมุ่นกับเื่บนเตียงจนเกินพอดีที่้าการพักผ่อนหลับนอนบ้าง
…เอ๋? หมกมุ่นเื่บนเตียงจนเกินพอดี…
เมื่อคิดถึงตอนนี้และมองเห็นสองสามีภรรยากุมมือกันและกัน ผู้คนสองสามคนล้วนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันร่างกายสั่นสะท้าน สองตาทอประกายเคียดแค้นพร้อมทั้งไฟริษยาที่ลุกโชนเมื่อคิดว่าสตรีงดงามปานนางฟ้าเทพธิดาที่พวกมันล้วนเฝ้าฝันถึงต้องถูกกดอยู่ภายใต้ร่างของเ้าเศษสวะที่พวกมันล้วนดูถูกดูแคลนพวกมันล้วนแทบกระอักเืด้วยความริษยาอาฆาต
ท่าทางครึ่งหลับครึ่งตื่นและอ่อนระโหยโรยแรงของเีเ่มิได้เป็การเสแสร้งแสดงขึ้นที่แน่นอนคือล้วนมิได้เกิดจากการเสพสมจนเกินพอดี คงจะเป็เื่ประหลาดอย่างที่สุดหากเขาจะยังมีชีวิตชีวาอยู่เมื่อต้องตื่นนอนตอนตีสามเพื่อฝังเข็มให้แก่เซี่ยชิงเยว่สร้างความเหน็ดเหนื่อยแก่ชายหนุ่มจนแทบตาย ทั้งยังต้องตื่นนอนตอนตีสามในอีกวันถัดมาติดต่อกันสำหรับสองมือที่ยึดกุมกันและกันนั้น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความ้าของเซี่ยชิงเยว่กลับกัน เมื่อพวกเขาเดินมาด้วยกัน เีเ่พลันยึดกุมมือนางท่ามกลางสายตาของผู้คนเมื่อเซี่ยชิงเยว่มิอาจดึงมือออกอย่างไร้มารยาท รวมทั้งนางเริ่มเกิดความคุ้นชินต่อการที่เีเ่กุมมือนางสองสามวันมานี้นางจึงทำได้แต่ปล่อยไป
“ทุกอย่างในตระกูลเซียวล้วนเยี่ยมยอดยกเว้นแต่ว่าพวกเรากลับมีขยะที่ไม่จำเป็และไม่น่าดูอยู่ชิ้นหนึ่ง!”
เมื่อเีเ่เดินผ่านเหล่าผู้เยาว์ทั้งหลายเสียงดูิ่ที่ดังพอให้ได้ยินพลันลอยมาจากทางด้านข้าง เีเ่ค่อยๆเลิกคิ้วขึ้นสูงและพบว่านั่นคือหลานชายของผู้าุโที่สามเซียวเจ๋อ เรียกว่าเซียวเฉิงจือสองตาเขม้นมองไปเบื้องหน้า เสียงพ่นลมออกจากจมูกพร้อมยกยิ้มอย่างเย้ยหยันที่มุมปากบนใบหน้าแสดงออกถึงความอิจฉาริษยาที่พยายามข่มกลั้นอย่างถึงที่สุด
ชายหนุ่มกล่าวถ้อยคำเ่าั้ต่อคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าทว่าแม้แต่คนปัญญาอ่อนล้วนล่วงรู้ได้ว่ามันหมายถึงเีเ่ ทันใดนั้นเสียงหัวเราะดังมาจากทุกทิศทางรอบตัวศิษย์รุ่นเยาว์ทุกคนต่างจับจ้องเีเ่ด้วยสีหน้าแววตาเยาะเย้ยถากถาง
“พี่เฉิงจือ ท่านพูดกับข้าอย่างนั้นหรือ?”เีเ่หยุดเท้าลงเมื่อเอ่ยปากถามเซียวเฉิงจือด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาบนใบหน้า
“อ้อ น้องเีเ่ เ้าเข้าใจผิดแล้วข้าเพิ่งพูดกับเศษสวะชิ้นหนึ่งไปเมื่อครู่ สำหรับน้องเีเ่ที่ถามมิใช่ว่าเ้าคิดว่าเ้าเป็เศษสวะชิ้นนั้นหรอกหรือ?” เซียวเฉิงจือหมุนตัวมาพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มสายตาจ้องจับไปยังใบหน้างดงามขาวเนียนราวหิมะของเซียชิงเยว่แววตากระตือรือร้นจนยากที่จะปกปิดสะท้อนออกมาวูบหนึ่ง
“อ้อ! เป็เช่นนี้นี่เอง!”เีเ่ผงกศีรษะอย่างนึกขึ้นได้ ชายหนุ่มดึงมือเซี่ยชิงเยว่มาข้างกาย“ดูท่าว่าเขาไม่ได้พูดถึงข้า ชิงเยว่ภรรยาข้า รีบไปที่ที่นั่งของเรากันเถอะ…จุ๊ๆพอข้าเห็นคางคกริกินเนื้อห่านฟ้าข้ายินยอมเป็เศษสวะที่โอบกอดห่านฟ้าเข้านอนยังดีเสียกว่า…ชิงเยว่ภรรยาข้าท่านว่าอย่างไร?”
“เ้า…เ้าพูดอะไร!!”เซียวเฉิงจือหันหลังกลับมาในทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็มืดทะมื่น
“หืม”เีเ่หยุดยั้งลงและมองไปที่เซียวเฉิงจืออย่างประหลาดใจ “พี่เฉิงจือ เป็อะไรไป? ข้ากำลังพูดถึงคางคกเหตุใดท่านจึงมีท่าทางเช่นนั้น? อย่าบอกนะว่าท่านพี่เฉิงจือมีความสัมพันธ์เป็พิเศษกับคางคกที่ข้าพูดถึง?”
“เ้า!”ริมฝีปากที่สั่นระริกของเซียวเฉิงจือแสดงออกถึงความโกรธแค้นอย่างที่สุดทว่ามันไม่อาจนึกคำพูดโต้ตอบได้
“ชิงเยว่ภรรยาข้า พวกเรารีบไปกันเถอะคางคกมักขบกัดผู้คนเวลาโกรธแค้น หากเราถูกมันกัดขึ้นมา มิใช่ต้องอับอายจนตายหรอกรึ?”เีเ่พูดไปก็ดึงมือเซี่ยชิงเยว่จากไปจนไกล
หนวดบนใบหน้าของเซียวเฉิงจือกระตุกเมื่อชายหนุ่มขุ่นแค้นแทบกระอักเื
“ลูกเช่อ ชิงเยว่ ทางด้านนี้”
ท่ามกลางผู้คนเีเ่สังเกตเห็นเซียวเล่ยที่ร้องเรียกพวกตนได้อย่างรวดเร็วข้างกายเซียวเล่ยยืนไว้ด้วยเซียวหลิงซีชายหนุ่มและเซี่ยชิงเยว่เดินเข้าไปสมทบอย่างรวดเร็ว
หลังจากเซี่ยชิงเยว่ได้รับการฝังเข็มจากเีเ่ไม่เพียงแค่สภาพร่างกาย แม้แต่ใบหน้าของนางล้วนเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงผิวพรรณของนางกลายเป็ละเอียดอ่อนอมชมพูเปล่งประกาย อย่างไรก็ดีความเปลี่ยนแปลงนี้ในสายตาของเซียวเล่ยกลับหมายความถึงสิ่งอื่นเมื่อเห็นเีเ่แสดงออกถึงท่าทางไร้เรี่ยวแรง เซียวเล่ยลดเสียงลงพร้อมพูดกลั้วหัวเราะ “ลูกเช่อเ้ายังเยาว์วัย ยังไม่เติบโตเต็มตัว ร่างกายยังสามารถเติบโตได้อีกเกี่ยวกับเื่ระหว่างบุรุษสตรี เ้าควรพยายามควบคุมตนเองให้มากมิเช่นนั้นจะส่งผลร้ายต่อร่างกายของเ้าได้”
“เอ๋?” เีเ่จับจ้องไปยังเซียวเล่ย เมื่อได้สติเขาเพียงสามารถผงกศีรษะอย่างเขินอาย “นี่…ผู้หลานทราบแล้ว ต่อไปนี้ผู้หลานจะพยายามควบคุม…ควบคุม…โอ๊ย!”
ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความเ็ปมือเล็กๆ ที่ชายหนุ่มกุมเอาไว้พลันจิกเล็บลงบนมือของเขาอย่างไร้ปรานีเซี่ยชิงเยว่หันหน้าหนีไปอีกทาง ทว่าท่านสามารถมองเห็นรอยแต้มสีชมพูจางๆแผ่ขยายจนทั่วใบหน้าของนาง
…เอ๊ะๆๆ??? นางถึงกับหน้าแดงด้วย….
เีเ่กำลังจะอธิบายตนเองแต่กลับต้องเบ้หน้าด้วยความเ็ปอีกครั้ง…ครั้งนี้คือมือน้อยๆของเซียวหลิงซีบิดลงมาที่แขนของเขาอย่างดุดัน
“อาหญิงเล็ก ท่านหยิกข้าทำไม?”เีเ่กล่าวพร้อมมองไปที่เซียวหลิงซี สีหน้าดุจดังคนถูกให้ร้ายโดยไร้ความผิด
“ฮึ่มมมม!”เซียวหลิงซีบุ้ยหน้าพร้อมเมินมองไปทางอื่น ไม่สนใจชายหนุ่มเพราะความโกรธเคือง
“นายน้อยเซียวมาถึง!!”
ตอนนั้นเองเสียงะโแจ่มชัดดังออกมาจากเบื้องหน้าของฝูงชนผู้คนทั้งหลายล้วนสงบปากคำในทันทีเมื่อสายตาของพวกมันล้วนจับจ้องไปยังทิศทางต้นเสียงด้วย้ายลโฉมความสง่างามของสมาชิกพรรคตระกูลเซียว ไม่นานหลังจากนั้นชายหนุ่มผู้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอันหรูหราเดินผ่านฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางภาคภูมิผยองเซียวม่อซานตามติดมาเื้ัไม่ห่างกายเซียวหยุนไห่เดินนำเบื้องหน้าเพื่อนำทาง สีหน้าท่าทางไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเต็มไปด้วยความเคารพนอบน้อมเช่นเดิม
ภายใต้การนำทางของเซียวหยุนไห่เซียวกวงหยุนเดินขึ้นสู่เวทียกพื้นแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ประธานตรงกึ่งกลางเวทีชายหนุ่มกวาดสายตามองไปยังสมาชิกตระกูลเซียวอย่างหยิ่งผยองดุจดังจักรพรรดิทอดตาลงมองไพร่ฟ้า จากนั้นครู่หนึ่ง ชายหนุ่มผงกศีรษะต่อเซียวหยุนไห่เป็สัญญาณการเริ่มการคัดเลือก
“นี่คือคนจากพรรคตระกูลเซียว? ไม่ต้องพูดถึงด้านอื่น เพียงรูปร่างหน้าตาของมันก็ไม่มีความน่าดูอันใดมิใช่ว่ายีนส์ของพรรคตระกูลเซียวผู้ยิ่งใหญ่สมควรไร้ผู้เปรียบเทียบหรอกหรือ?…เอ๊ะ? คงมิใช่ว่าเขาถูกรับมาเลี้ยงหรอกนะ ใช่มั้ย?” เีเ่พึมพำอย่างแ่เบา
“เซียวกวงหยุนร้อยคนล้วนไม่อาจเทียบได้กับเช่อน้อยเพียงคนเดียว!”เซียวหลิงซีตอบคำ เมื่อนางหลุดปากออกไป นางพลันคิดได้ว่านางกำลังโกรธเคืองชายหนุ่มนางพลันเปล่งเสียงฮึ่มออกมาอีกครั้งและเบือนหน้าหนีเีเ่อีกรอบ
“ลูกเช่อ ลูกซี ห้ามพูดไร้สาระ” เซียวเล่ยพูดเสียงเบา
“ขอรับ” เีเ่ตอบคำพร้อมหุบปากลง
“ทุกคนในตระกูลล้วนอยู่ในที่นี้ใช่หรือไม่?” เซียวกวงหยุนเอ่ยปากช้าๆ ด้วยดวงตาหรี่ปรือ สุ้มเสียงเบื่อหน่ายเกียจคร้าน ทว่า สองตาของกลอกไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อมองหาเทพธิดาที่มันเห็นเมื่อวานนี้รวมถึงเด็กสาวที่เซียวยู่หลงกล่าวว่าไม่ด้อยกว่าเซี่ยชิงเยว่เท่าใด
“ได้รับการยืนยันแล้วทุกคนล้วนอยู่ที่นี่” เซียวหยุนไห่พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ดีมาก!” เซียวกวงหยุนผงกศีรษะสายตาเปลี่ยนเป็จ้องจับไปที่ประตู “คนเ่าั้มาทำอะไรที่หน้าประตู?”
“ขอรายงานพวกมันเป็คนจากเหล่าตระกูลใหญ่ในเมืองเมฆาล่องพวกมันล้วนมาที่นี่ั้แ่เช้าเพื่อชมความสง่างามของนายน้อยเซียว”เซียวหยุนไห่ตอบคำถามด้วยท่าทางกึ่งนั่งกึ่งยืนจากเก้าอี้ของตน
“อืม เช่นนี้เอง”เซียวกวงหยุนรับคำ พร้อมทั้งโบกมือคราหนึ่ง “ในเมื่อพวกมันล้วนเป็แขกเราไม่ควรให้พวกมันยืนรออยู่ด้านนอกเช่นนี้ ให้พวกมันเข้ามาให้คนนอกได้ร่วมเป็พยานเื่ในวันนี้ก็ไม่เลว ไม่อย่างนั้นอาจมีการครหาได้ว่าข้าไม่ยุติธรรม”
เซียวหยุนไห่ประจบประแจงในทันที“นายน้อยเซียวสมกับเป็ทายาทของท่านผู้นำพรรคท่านอายุยังน้อยกลับมีจิตใจกว้างขวางถึงเพียงนี้ถึงกับทำให้ข้าต้องหน้าแดงด้วยความละอายใจ…เซียวเต๋อ เชิญแเื่เข้ามาเร็ว”
ประตูใหญ่ถูกเปิดออกเหล่าผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองเมฆาล่องทั้งหลายต่างเดินเรียงรายเข้ามาภายในทุกผู้คนล้วนประพฤติเรียบร้อยๆไม่มีคนใดไม่นำของขวัญล้ำค่ามาด้วย ภายในกลุ่มคนเีเ่ยังสามารถมองเห็นเซี่ยหงอี้ บิดาของเซี่ยชิงเยว่
“ดีมาก เริ่มงานได้”เซียวกวงหยุนยืดตัวตรงบนม้านั่งสู่ท่าปกติและพูดว่า “ข้าคือเซียวกวงหยุนจากพรรคตระกูลเซียว เกี่ยวกับพรรคตระกูลเซียวอันแสนยิ่งใหญ่พวกเ้าล้วนกระจ่างแก่ใจ ในจักรวรรดิวายุครามนี้ไม่มีเื่ใดที่พรรคของข้าจัดการไม่ได้ พวกเ้าสมควรภาคภูมิใจแล้วเพราะแม้ว่าพวกเ้าจะอ่อนแออยู่บ้าง หากยังนับว่าเป็กิ่งก้านของตระกูลเราบรรพชนตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่องเป็ทายาทผู้าุโพรรคเราก็จริงทว่ามันกลับเป็บุตรที่เกิดจากสตรีรับใช้ ศักดิ์ฐานะอันต่ำต้อยล้วนไม่ต้องพูดถึงระดับวรยุทธ์ของมันเองก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เปรียบประดุจขยะชิ้นหนึ่งไม่คู่ควรอยู่ในพรรคตระกูลเซียว บรรพชนของเ้าจึงถูกขับไล่มายังที่นี้นี่คือรากเหง้าของตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่อง”
คำพูดที่รุนแรงของเซียวกวงหยุนมิได้เก็บซ่อนความเหยียดหยามอันใดต่อทั้งตระกูลเซียวและบรรพชนของพวกมันสมาชิกตระกูลเซียวจำนวนหนึ่งถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวดทว่าไม่มีใครกล้าก่อความวุ่นวาย