ขณะภูธเรศขับรถไปส่งครอบครัวตะวันวาดกลับที่พัก.. ชายหนุ่มอาสาขับไปส่งพ่อแม่เธอที่พัทยาพรุ่งนี้แต่ทั้งตะวันวาดและมารดาของเธอปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถคัดค้านอะไรได้
“ตะวันจะลาออกจากที่ทำงานเมื่อไหร่” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเบา ๆ ขณะที่ตะวันวาดและครอบครัวปลีกตัวออกจากรถเพื่อเดินกลับเข้าที่พัก
สาวน้อยมีสีหน้าอ้ำอึ้ง.. เธอหันไปมองพ่อกับแม่พร้อมกล่าวบอกให้พวกเขาเข้าที่พักไปก่อน
“เมื่อวานตะวันทำงานวันสุดท้ายค่ะ” หญิงสาวหันกลับมาตอบพี่ชาย
ภูธเรศพยักหน้ารับรู้
“แค่อยู่ให้ห่างจากไอ้.. พี่ก็สบายใจแล้ว..” ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะชะงักค้างที่ชื่อ “อันธกานต์” แต่ก็เป็นอันรู้กันระหว่างเขาและตะวันวาด
หญิงสาวไม่เอ่ยอะไร เธอหลบสายตาภูธเรศ ฝืนยิ้มขึ้นเบาบาง ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่งตะวันวาดก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“พี่ภู.. โอเคนะคะ” ใบหน้าหวานมีความกังวลเล็กน้อย
ภูธเรศยิ้มตอบเธอ.. รอยยิ้มที่ฝืนเต็มที
“ไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอก.. ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ย น้ำเสียงดูเต็มไปด้วยความว่างเปล่าจนหญิงสาวอดเป็นห่วงไม่ได้ ทว่าตะวันวาดเองก็ยังเอาตัวเองไม่รอด เธอคิดไม่ออกว่าจะช่วยภูธเรศให้ดีขึ้นได้อย่างไรเช่นกัน
ร่างบางถอนหายใจ
“ตะวันกลับไปพักผ่อนเถอะ” ภูธเรศเอ่ย พยักพเยิดหน้าให้คนตัวเล็กว่ากลับเข้าที่พัก
“ไว้เจอกันนะคะ” หญิงสาวเอ่ย ยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย
ภูธเรศพยักหน้าให้เธอ..
ชายหนุ่มออกรถทันทีที่แผ่นหลังบางหายลับเข้าไปในที่พัก..
สองวันต่อมา.. ตึกเอราวัณ
หญิงสาวผมแดงในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนที่เธอมักจะใส่ประจำยืนชงกาแฟอย่างเหม่อลอยภายในห้องสำนักงานที่ว่างเปล่า สาวน้อยคู่ใจของเธอได้ลาออกไปเรียบร้อยแล้วทำให้เวลานี้เหลือเพียงเพตราที่อยู่ในออฟฟิค เฝ้ารอให้ชายหนุ่มร่างสูงปรากฏตัวขึ้นเพื่อที่จะได้คุยงานต่อ..
ขณะที่เพตรากำลังนึกถึงใบสมัครงานของพนักงานใหม่ที่จะมาแทนตะวันวาด โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าหลังกางเกงยีนของเธอก็สั่นขึ้น
ครื่ดดด ครื่ดดด
“สวัสดีค่ะ” สาวเจ้ากล่าวตอบน้ำเสียงสดใสกว่าอารมณ์ในปัจจุบัน
“สวัสดีค่ะคุณเพตรา ดิฉันพิมนารา เลขาของคุณอันธกานต์จากจัสมินแอนด์กาล่านะคะ คุณธันฝากให้ฉันโทรมาแจ้งให้คุณเพตราทราบว่าวันนี้คุณธันน่าจะเข้าไปที่โรงแรมไม่ได้ พอดีว่าที่ร้านอาหารมีต้อนรับลูกค้า VIP ด่วน เลยจะนัดคุยงานผ่านวิดิโอคอลช่วงเย็นแทนได้ไหมคะ? ” เสียงเล็กเอ่ยรวดเดียวจบเสร็จสรรพกะทัดรัด ทำให้เพตราเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด
“อ้อ.. อย่างนั้นเหรอคะ” หญิงสาวตอบใช้เวลาประมวลความคิด
“จริง ๆ ทางนี้ไม่มีอะไรเร่งรีบ เดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องอื่นไปก่อน ฝากบอกคุณธันว่าไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ”
คนในสายตอบรับอย่างดี
“อีกเรื่องค่ะ คุณธันบอกว่าระหว่างอาทิตย์นี้น่าจะยุ่งเรื่องงานที่ร้านอาหาร จะให้คุณตะวันวาดมาช่วยงานคุณธันกับฉันที่นี่ค่ะ”
เพตรามีสีหน้าประหลาดใจและนิ่งเงียบไป.. อันธกานต์ดูเหมือนยังไม่ทราบเรื่องที่ตะวันวาดลาออก แม้เธอจะกำชับสาวน้อยให้บอกกับเจ้านายแล้วก็ตาม เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยบอกเรื่องราวให้พิมนาราฟังอย่างรวบรัดตัดตอน และกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้..
ร้านอาหารจัสมินแอนด์กาล่า สาขาหลัก
พิมนาราตอบรับคนในสายพร้อมกับจดบันทึกการสนทนาระหว่างเธอและเพตราลงในสมุดโน๊ตอย่างคล่องแคล่ว เมื่อบทสนทนาจบลง หญิงสาวจึงลุกขึ้นจากโซฟาสีแดงสดที่นั่งอยู่ เดินกลับไปยังห้องรับรองใหญ่ของร้านอาหาร
ภายในห้องรับรอง อันธกานต์กำลังคุยกับลูกค้าคนสำคัญที่กำลังจะมาร่วมลงทุนและสร้างสินค้าร่วมแบรนด์กับทางร้านอาหาร.. การพูดคุยการค้าดำเนินไปอีกหนึ่งชั่วโมงกว่า ก่อนชายหนุ่มจะจับมือและบอกลาคู่ค้า พร้อมกับเดินไปส่งเขาจนถึงทางออกของร้านอาหาร
“ส่งแค่นี้ก็ได้ค่ะ ดีใจที่ได้คุยกับนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล เปิดกว้างรับไอเดียใหม่ ๆ แบบคุณ” หญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหัวหน้าทีมของฝ่ายคู่ค้าเอ่ยบอก กรีดรอยยิ้มกว้างด้วยริมฝีปากที่แดงฉ่ำของเธอ มือเรียวยกขึ้นสัมผัสมือของอันธกานต์ก่อนจะเขย่ามือของทั้งคู่
“ผมก็ยินดีมากครับที่ได้รับความสนใจจากแบรนด์อาหารออแกนิคใหญ่ขนาดนี้” ร่างสูงยิ้มตอบ กวาดมือเป็นเชิงให้เกียรติอีกฝ่ายขณะที่เดินออกจากร้าน
พิมนารายืนมองพวกเขาจนลับสายตาไป ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้านายของเธอ
อันธกานต์ยิ้มให้เธอเช่นกัน
หญิงสาวรายงานการพูดคุยกับเพตราให้เจ้านายของเธอฟัง.. อันธกานต์ไม่เอ่ยอะไรจนกระทั่งเธอตบท้ายด้วยเรื่องของตะวันวาด
“ถ้าคุณธันต้องการผู้ช่วยเพิ่ม คุณเพตราบอกว่าเธอสามารถมาช่วยที่นี่ได้ทันที แต่ว่าคุณตะวันวาดไม่สามารถทำงานได้แล้วค่ะ”
นัยน์ตาคมตวัดสบตาเลขาของเขา บอกให้เธอรู้ว่าเขาต้องการทราบเหตุผลโดยไม่ต้องเอ่ยถาม
“คุณตะวันวาดลาออกแล้วค่ะ”
“ลาออก? ”
“ค่ะ”
“....”
นัยน์ตาคมยังสบตากับเลขาของเขาอยู่ ห้วงความคิดถูกตัดขาดช่วงไป ภาพใบหน้าหวานของบุคคลที่ถูกกล่าวถึงซ้อนทับขึ้นมาแทนที่
อันธกานต์สูดลมหายใจเข้าลึก พยักหน้าตอบรับการรายงานของเธอ ก่อนจะละสายตาจากพิมนารา ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากริมฝีปาก..
เลขาสาวยืนนิ่งไปหลายชั่วลมหายใจเพื่อรอฟังคำสั่ง แต่ดูเหมือนเจ้านายของเธอไม่มีอะไรจะพูดเพิ่มเติม
“เอ่อ.. คุณธันจะให้ฉันโทรไปบอกคุณเพตราให้ตามมาที่นี่..”
“ไม่ต้องครับ” เสียงทุ้มตอบทันควัน ทำให้เลขาชะงักไปเล็กน้อย
พิมนาราพยักหน้าหงึกหงักลอบมองชายหนุ่มที่ยังคงใบหน้านิ่งเรียบ หญิงสาวก้มลงมองสมุดบันทึกของเธอก่อนจะไล่อ่านตารางงานให้เจ้านายของเธอฟังอีกรอบ
“.. และตอนเย็น 1 ทุ่มงานเน็ตเวิร์คกิ้งของคณะกรรมการบริหารหลายบริษัทในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่โรงแรมไหมไทยค่ะ”
เมื่อเธอพูดจบ อันธกานต์เพียงผงกศีรษะเพียงครั้งเดียวเป็นการตอบรับ
“คุณธันจะฟังตารางคร่าว ๆ ของวันพุธกับศุกร์ด้วยไหมคะ” พิมนาราเอ่ยถามต่อ
“เอาแค่ของวันนี้ก่อนก็พอครับ ยังไงเดี๋ยวรบกวนคุณพิมเตือนผมอีกทีวันพรุ่งนี้ แล้วก็ sync (เชื่อมต่อ) ทุกอย่างเข้ากับ google calendar (ปฏิทินกูเกิ้ล) ของผมด้วยนะครับ”
“จัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ” เลขาสาวตอบอย่างภูมิใจที่เธอจัดการทุกอย่างล่วงหน้าอย่างเรียบร้อย
“ขอบคุณครับ” เขาเอ่ยบอก
พิมนาราเดินจากไป.. อันธกานต์กวาดสายตามองไปรอบห้องรับรองแขกภายในร้านอาหารสุดหรูของเขา.. ร่างสูงถอนหายใจอีกครั้งก่อนและเดินตามเลขาของเขาออกไป..
ช่วงกลางวัน.. บ้านสินธพ
ทันทีตะวันวาดปรากฏตัวขึ้นหน้าบ้านไม้หลังสีเขียว ผลที่ตามมาก็คือความร่าเริงและดีใจจนออกนอกหน้าของสาวน้อยวาเลนไทน์ เด็กน้อยที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วันวิ่งปรู๊ดออกมารับตะวันวาด เธอยิ้มแก้มแทบปริเมื่อเห็นว่าพี่ซันนี่ของเธอซื้อทั้งสมุดภาพระบายสีและไอศกรีมรสช็อกโกแลตที่เธอชอบมาให้อีกหนึ่งกล่องใหญ่ ตะวันวาดทักทายสินธพและอัญญาอย่างไม่เป็นทางการ หญิงสาวไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองคนมากนัก เนื่องจากวาเลนไทน์ชวนคุยดึงความสนใจของเธอแทบตลอดเวลา
“แด๊ดดี๊บอกว่าพี่บูหลานไปเที่ยวไกล ๆ เลิฟดีใจมากเลย” เด็กน้อยเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ขณะที่ตักไอศกรีมทานจนเลอะไปทั่วบริเวณทั้งแก้ม
ตะวันวาดหันไปสบตากับสินธพที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล และหันกลับไปมองวาเลนไทน์ที่ตอนนี้เปลี่ยนหัวข้อเรื่องพูดอีกครั้ง
“หม่ามี๊ไม่ชอบสีม่วง” นิ้วเล็กยกมือขึ้นแตะริมฝีปากทำท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสีเหลืองมาไว้ในมือ
เป็นครั้งแรกที่ตะวันวาดได้ยินวาเลนไทน์เอ่ยถึงแม่ของตัวเอง..
“วาเลนไทน์.. โกรธพี่บุหลันมั้ย” ตะวันวาดถามอย่างระมัดระวัง.. เธอยังไม่ลืมเรื่องที่พี่สาวตัวเองเป็นต้นเหตุให้เด็กน้อยต้องเข้าโรงพยาบาลและเกือบเอาชีวิตไม่รอด..
นัยน์ตาสีเขียวบนเทาตวัดมองหญิงสาว
“โกรธอะไรเหรอ? ” คำถามของเด็กน้อยทำให้ตะวันวาดอึ้งไป
หญิงสาวหันไปมองสินธพที่ตอนนี้ลอบส่ายศีรษะเป็นเชิงบอกไม่ให้เธอเอ่ยถึงเรื่องนั้น
วาเลนไทน์หันไประบายสีบนสมุดภาพของตัวเอง
“ดอกไม้ต้องสีส้ม ใบไม้สีเขียว” เสียงเล็กพึมพำ.. สำเนียงภาษาไทยของวาเลนไทน์ชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตะวันวาดค่อย ๆ ใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากเด็กน้อย ก่อนจะขยับตัวออกมาไปหาสินธพ