ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 179 สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว จุติราชันย์เนตรซ้อน!

            สองปีผันผ่านดุจสายลม

            ในเวลานี้เหล่าอัจฉริยะทั่วหล้าผุดขึ้นราวหน่อไม้หลังฝนพรำ บุปผานานาพันธุ์ผลิบานสะท้านสะเทือนวิถีนับหมื่น

            ในหมู่ศิษย์รุ่นเยาว์อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดย่อมเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากมู่ฮ่าวแห่งตระกูลมู่

             

            พรสวรรค์ของเขาพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดทะลวงเข้าสู่ระดับเทพสวรรค์เมื่อปีก่อน!

            ทั้งยังได้ประมือกับพญาคุนเผิงทอง ณ แดนใต้นี่คือสมรภูมิที่ผู้คนทั่วหล้าต่างรอคอย!

            ศึกนั้นดึงดูดเหล่าผู้ฝึกตนและสิ่งมีชีวิตบรรพกาลนับไม่ถ้วนให้มาเฝ้าชมประลองกันจนฟ้ามืดดินถล่ม ขุนเขาแม่น้ำต่างพังทลาย

            ต่อสู้กันนับร้อยกระบวนท่ากว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ ในที่สุดพญาคุนเผิงน้อยก็ปราชัยไปอย่างน่าเสียดายจำต้องกลับคืนสู่แดนใต้ มุ่งมั่นจะเข้าสู่ด่านฝึกตนของเผ่าคุนเผิงหากไม่บรรลุเซียนจักไม่ออกจากด่านเด็ดขาด!

            และก็ด้วยศึกนี้เองที่เป็นการวางรากฐานชื่อเสียงอันไร้เทียมทานของมู่ฮ่าวในหมู่รุ่นเยาว์โดยสมบูรณ์!

            นอกจากนี้ยังมีศิษย์เอกของตระกูลมู่อีกหลายคนที่ท่องไปทั่วแคว้นตงฮวง

            มู่เยว่เหยาธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าเยี่ยนรุ่นหนึ่งพลังบ่มเพาะของนางก็ทะยานสู่ระดับเทพสวรรค์แล้วเช่นกัน กายเทพจันทราเติบใหญ่ก่อเกิดปรากฏการณ์พิสดารแห่งยุคบรรพกาลหลายเหตุการณ์เพียงพอที่จะสยบทั่วทั้งแคว้นตงฮวง

            ยังมีมู่เฉินและมู่หลางที่สร้างชื่อเสียงของตนเองขึ้นมาได้

            มู่เฉินผู้นั้นควบคุมเพลิงวิถีอันแข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้าหลายชนิดเชี่ยวชาญในวิถีแห่งเพลิงอย่างยิ่ง จนได้รับการขนานนามจากเหล่าผู้ฝึกตนว่าเทพเพลิงสวรรค์!

            ส่วนชื่อเสียงของมู่หลางนั้นกลับออกจะแปลกประหลาดไปสักหน่อยจนถูกผู้คนเอาไปค่อนแขะกันว่า เขาเป็นศิษย์เอกผู้หัวแข็งที่สุดของตระกูลมู่

            สาเหตุเกิดจากที่มู่หลางเที่ยวโอ้อวดไปทั่วแคว้นตงฮวงจนไปล่วงเกินตระกูลโบราณแห่งจงโจวเข้าโดยไม่รู้ตัวคู่ต่อสู้ก็เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มีชื่อเสียงแห่งจงโจวและถือครองอาวุธกึ่งศักดิ์สิทธิ์

            ผู้คนทั่วหล้าเฝ้ารอศึกนั้นอย่างใจจดจ่อผู้ฝึกตนมากมายหลั่งไหลมาชมแต่ศิษย์เอกของตระกูลมู่กลับเดิมพันกับอัจฉริยะแห่งจงโจวว่าจะใช้ศีรษะรับอาวุธของอีกฝ่าย!

            อัจฉริยะจากจงโจวก็ไม่เชื่อจึงตอบรับข้อตกลง!

            แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับทำให้ผู้คนทั่วหล้าต้องตะลึง มู่หลางสวมหมวกสานสีแดงโลหิตแล้วใช้ศีรษะรับอาวุธกึ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นโดยไร้แม้รอยขีดข่วน

            ทำให้อัจฉริยะแห่งจงโจวผู้นั้นต้องอับอายขายขี้หน้าชื่อเสียงศิษย์เอกหัวแข็งที่สุดของตระกูลมู่จึงถือกำเนิดขึ้น!

            กลายเป็นเรื่องขบขันที่ถูกเล่าขานไปทั่วหล้า

            และในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ห้าแคว้นก็เริ่มที่จะระส่ำระสายขึ้นมาสองในสามแห่งราชวงศ์นักฆ่าจากยุคโบราณปรากฏกายอีกครั้งซึ่งคือแดนมนุษย์และแดนโลกันตร์!

            พวกมันใช้การฆ่าฟันเพื่อพิสูจน์วิถีวิชาเทพพรางตาและวิชาศักดิ์สิทธิ์แห่งการสังหารนั้นยากจะรับมือ!

            กล่าวกันว่าทั่วหล้าฆ่าใครก็ได้!

            เมื่อไม่นานมานี้ปรมาจารย์กึ่งเซียนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใหญ่แห่งหนึ่งในแคว้นตงฮวงก็ถูกตรึงตายบนหน้าผา พลังปราณเหือดแห้งสร้างความตื่นตระหนกแก่เหล่าผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วน

            ไหนจะอดีตจักรพรรดิแห่งจงโจวผู้เคยเสียสละราชบัลลังก์ไปสองรุ่นและกึ่งเซียนแห่งราชวงศ์บรรพกาลก็ถูกนักฆ่าเหล่านั้นตัดศีรษะ และถลกหนังมนุษย์ออกมาไว้ดูต่างหน้า

            ชั่วขณะหนึ่งห้าดินแดนทั่วหล้าจึงเต็มไปด้วยความหวาดผวา

            หลายๆสำนักใหญ่จึงส่งผู้แข็งแกร่งสูงสุดออกตามหาที่ซ่อนของแดนมนุษย์และแดนโลกันตร์

            ……

            ทะเลไร้สิ้นสุด เกาะเทพหลักแห่งตระกูลมู่

            ตูม!!!

            ฟากฟ้าสะเทือนปรากฏการณ์อันน่าทึ่งพลันบังเกิด แสงเทพนับหมื่นจั้งทาบทาลงมาลำนำวิถีมัวซัวพันผูกอยู่เหนือเกาะ ราวกับแดนเซียนล่องลอย งามเหนือจริง!

            แม้ผู้นำตระกูลมู่เสินฉวนยังถูกรบกวนเห็นได้ชัดว่าตระกูลมู่กำลังจะมีผู้ครองกายพิเศษถือกำเนิด

            ต่อมาเขาก็หายวับไปแล้วไปปรากฏกายบนเกาะสายเก้า

            คราวนี้ ผู้ที่ถือกำเนิดคือทารกเพศชาย

            ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยพลังแห่งวิถีอันเข้มข้นทั่วทั้งร่างเปล่งแสง ตรงหว่างคิ้วมีเส้นสีทองเข้มพลันคล้ายผนึกพลังศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ไว้

            “เนตรซ้อนแต่กำเนิด!”

            “ลักษณ์แห่งจอมราชันย์!”

            เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลมู่ต่างตกตะลึงและดีใจจนเนื้อเต้น!

            เมื่อเปิดเนตรซ้อนแล้ววิถีแห่งสวรรค์ก็จะปรากฏ มีคุณสมบัติไร้ผู้ใดเทียมทาน อัจฉริยะแห่งเนตรซ้อนเช่นนี้มีในยุคบรรพกาลเท่านั้นที่จะมีผู้ถือกำเนิดเพียงไม่กี่คน

            ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาล้วนกลายเป็นบุคคลยิ่งใหญ่เทียบเท่าผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตกาล

            “ท่านผู้นำตระกูล!”

            “ตระกูลมู่ของเรามีจอมราชันย์ถือกำเนิดอีกแล้ว!”

            มู่ชิงหยุนผู้อาวุโสสูงสุดตื่นเต้นอย่างยิ่ง ยากจะเก็บซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้า

            “อืม ดีมาก”

            “เด็กคนนี้จงชื่อมู่อี้!”

            มู่เสินฉวนแย้มยิ้มอ่อนโยนมอบตราประทับตระกูลให้โดยไม่ลังเล

            มันจักต้องนำพาโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ของตระกูลมู่มาสู่ร่างของเด็กผู้นี้

            บิดาบังเกิดเกล้าของเด็กผู้นี้เป็นสมาชิกในสายเก้าแห่งตระกูลมู่เมื่อได้ยินว่าท่านผู้นำตระกูลประทานชื่อให้ด้วยตนเอง ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งน้อมรับด้วยความยินดี!

            จากนั้นผู้คนจากสายเก้าทั้งหมดต่างก็ได้รับการยกย่อง

            ต่อมามู่เสินฉวนก็หายวับไปจากเกาะแห่งนั้นมายังตำหนักอันเงียบสงบที่เหยาซีอาศัยอยู่

            หลังจากได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาสองปีความห่างเหินระหว่างคนทั้งสองก็จางหายไป

            ถึงแม้การกระทำจะมิได้ก้าวหน้าไปอย่างชัดเจนแต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว

            นอกจากนี้สมาชิกในตระกูลมู่ส่วนใหญ่ก็ทราบถึงฐานะของเหยาซีแล้ว

            พวกเขาให้ความเคารพต่อนางเป็นอย่างมากไม่ว่าจะไปที่ใดก็จะถูกเรียกว่าฮูหยิน

            ช่วงแรกเหยาซีก็ยังเขินอายกับคำเรียกขานนี้อยู่บ้างจึงไม่กล้าตอบสนอง แต่พอนานวันเข้าก็ค่อยๆ คุ้นชิน

            “ท่านมาแล้ว” ใบหน้างามพิสุทธิ์ของเหยาซีเผยรอยยิ้มนำมือหยกขาวเรียววางลงบนหน้าท้องที่นูนออกมา

            หลังจากบ่มเพาะมาเป็นเวลาสองปีพลังชีวิตของกายาวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิดก็ยิ่งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

            คาดว่าอีกครึ่งปีก็จะถือกำเนิดแล้ว

            “อืมเมื่อครู่สายเก้าได้ให้กำเนิดเด็กที่มีเนตรซ้อนแต่กำเนิด” มู่เสินฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “ราชันย์เนตรซ้อน?”

            เหยาซีเผยอริมฝีปากด้วยความตกตะลึง

            เห็นได้ชัดว่าไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้เท่าไรนัก

            ต่อมา มู่เสินฉวนก็หยุดสายตาไว้บนร่างของนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวแช่มช้า

            “ก่อนหน้านี้ข้าเคยคิดว่าจะพาเจ้าออกจากแดนใต้เพื่อคลอดบุตร”

            “เหตุผลแรกคือในตงฮวงมีเขตต้องห้ามทั้งเจ็ดและมีเหล่าจอมยุทธ์ร้ายกาจอยู่ เกรงว่าจะไม่ดีนัก”

            “เหตุผลที่สองคือตระกูลมู่ของเราก็ตั้งรกรากอยู่ในแดนใต้ หากพลังฟ้าดินถูกดูดซับจนหมดจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของตระกูล”

            “เจ้าเห็นเป็นอย่างไร”

            เหยาซีได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเหมือนคิดอะไรบางอย่างไปด้วย

            “ย่อมไม่มีปัญหา”

            “เจ้าคิดไว้แล้วว่าจะไปที่ใด”

            “สุดแดนเหนือดีไหม…”

            ดวงตาลึกล้ำของมู่เสินฉวนมองไปยังที่ไกลแสนไกลแล้วกล่าวอย่างช้าๆ ว่า “ที่นั่นหนาวเหน็บพื้นที่กว้างใหญ่แต่ผู้คนเบาบาง”

            “มีสำนักใหญ่ๆไม่เยอะและมีเพียงสองตระกูลโบราณที่ขยายอำนาจอยู่ทางนั้น”

            “หากเกิดความขัดแย้งใดๆ ก็ไม่น่ากลัว”

            “ได้เจ้าค่ะ” เหยาซีพยักหน้า

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน