(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 135 สมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทิศอุดร

            ขณะที่ทางหย่าเฟยได้เริ่มดำเนินการเพื่อที่จะช่วยเหลือหวงเยี่ยด้วยวิธีการของตนเอง


            ในทางกลับกัน ทางตระกูลจินหรือตัวของจินไห่ผู้เป็นผู้นำตระกูลก็ไม่อยู่นิ่งเฉย


            ใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้นั้นเคร่งขรึมจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน เมื่อทราบว่าโครงการซุสไม่อาจกำจัดไอ้เด็กเวรหวงเยี่ยได้ตามที่คาดหวัง ความขุ่นเคืองภายในไม่ได้ลดลง แต่ยิ่งทวีคูณจนแทบเผาไหม้เหตุผลทั้งหมด


            เขายืนอยู่ภายในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยโลหะสีเงินเข้ม แววตานั้นฝงความเด็ดขาดอันไร้ปรานี


            “เมื่อวิธีตรงไปตรงมาใช้ไม่ได้..”


            “งั้นต้องใช้กฎระเบียบเป็นดาบ”


            เขาหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาอย่างไม่ลังเล ใช้เส้นสายของตนเอง ส่งเรื่องนี้เข้าไปยังสมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทวีปเหนือโดยตรง โดยอาศัยการสนับสนุนจากเทพสงครามหลายคนซึ่งมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตระกูลของเขา


            ต้องกล่าวก่อนว่าสมาพันธ์นักล่ามังกรไม่ใช่องค์กรธรรมดา พวกเขาเป็นโครงสร้างอำนาจที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งทวีปทั้งห้าของอารยธรรมเผ่าพันธุ์มนุษย์ สาขาของมันกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ เมืองรอง และฐานป้องกันชายแดน ครอบคลุมทั่วทุกอาณาเขตที่มนุษย์เหยียบยืน


            ทว่าท่ามกลางสาขานับไม่ถ้วน สมาพันธ์นักล่ามังกรสาขาหลักกลับมีเพียงห้าแห่งเท่านั้นที่ถือเป็นศูนย์กลางแท้จริงของอารยธรรม พวกมันตั้งอยู่ภายในทวีปทางเหนือ ทวีปทางใต้ ทวีปตะวันออก ทวีปตะวันตก และทวีปศูนย์กลาง เสมือนเสาหลักห้าต้นที่ค้ำจุนท้องฟ้าของมนุษยชาติ


            ในบรรดานั้น สมาพันธ์นักล่ามังกรสาขาหลักแห่งทวีปเหนือได้รับสมญานามว่า “มังกรแห่งทิศอุดร” สะท้อนถึงความแข็งแกร่งอันทรงอำนาจ


            ภายในนั้นมีเทพสงครามประจำการอยู่กว่าสามสิบคน แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือที่ผ่านศึกใหญ่ไม่รู้กี่ครั้ง นอกจากนี้ยังมีราชันย์สงครามอีกนับร้อย ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของแนวป้องกันมนุษย์


            พวกเขาเป็นดั่งเสาหลักของอารยธรรมมนุษย์ ไม่ใช่เพียงผู้ต่อกรกับเผ่าพันธุ์มังกรเท่านั้น หากยังมีสถานะในการพิพากษาความชั่วร้าย

    ไม่ว่าจะมาจากมังกรหรือมนุษย์ด้วยกันเอง อำนาจของพวกเขาเป็นทั้งโล่และคมดาบ


            เมื่อเรื่องของหวงเยี่ยถูกส่งเข้าสู่ที่ประชุมภายในมังกรแห่งทิศอุดร


            บรรยากาศในห้องประชุมจึงตึงเครียดอย่างยิ่ง โต๊ะยาวสีดำสะท้อนเงาของผู้มีอำนาจหลายสิบชีวิตที่นั่งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เทพสงครามผู้เป็นผู้สนับสนุนของจินไห่เป็นผู้เปิดประเด็น เสียงของเขาดังชัดเจนกลางห้องประชุม


            “การกระทำของหวงเยี่ยผู้นี้ ถือว่าเป็นภัยต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันเอง”


            “เขาได้สังหารนักล่ามังกรร่วมเผ่าพันธุ์ในทางที่มิชอบ!”


            คำกล่าวนั้นถูกโยนลงกลางวงอย่างหนักหน่วง ราวกับก้อนหินที่กระแทกผิวน้ำจนเกิดคลื่นกระเพื่อมไปทั่ว ทว่าไม่ใช่ทุกคนจะเห็นพ้อง บรรดาเทพสงครามอีกหลายคนต่างขมวดคิ้ว ก่อนหนึ่งในนั้นจะกล่าวตอบอย่างไม่รีบร้อน


            “ภายนอกกำแพงเมืองมนุษย์น่ะ สถานการณ์เช่นนั้นไม่มีกฎระเบียบหรือข้อบัญญัติใดๆด้วยซ้ำ!”


            “สนามรบนอกเขตป้องกันไม่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน”


            “หากเป็นเช่นนั้น.. หวงเยี่ยซื่อจื่อคนนี้ก็ไม่ต้องถูกตัดสินโทษความผิดอะไร”


            คำพูดดังกล่าวทำให้บรรยากาศภายในห้องประชุมแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน


            ฝ่ายหนึ่งยืนกรานว่าการกระทำดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อระเบียบ


            อีกฝ่ายมองว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นนอกเขตอำนาจกฎหมาย จึงไม่อาจตัดสินด้วยกรอบเดียวกัน


            เสียงโต้แย้งดังขึ้นสลับกันอย่างต่อเนื่อง เหล่าเทพสงครามต่างหยิบยกหลักเกณฑ์ ข้อบังคับ และตัวอย่างจากอดีตมาสนับสนุนจุดยืนของตน การประชุมกินเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงโดยไร้ข้อสรุป เสียงสนทนาหนักแน่นปะทะกันราวกับคมดาบกระทบกันกลางอากาศ


            สุดท้ายเทพสงครามที่นั่งอยู่หัวโต๊ะจึงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ


            เสียงทั้งห้องค่อยๆดับลง เหลือเพียงความเงียบที่กดดันราวกับก่อนพายุหิมะ


            “ในเมื่อสถานที่เกิดเหตุอยู่นอกกำแพงเมือง และไม่มีข้อบัญญัติชัดเจนกำหนดความผิดในกรณีเช่นนั้น เขาจะไม่ถูกพิพากษาประหารชีวิต!”


            คำประกาศนั้นทำให้บางคนผ่อนคลายลง ทว่าอีกหลายคนยังคงนิ่งเฉย รอถ้อยคำถัดไป


            “อย่างไรก็ตาม.. การกระทำดังกล่าวได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของนักล่ามังกร เพื่อรักษาระเบียบและความมั่นคง จึงมีมติให้ควบคุมตัวเด็กคนนี้ไว้ภายใต้การดูแลของสมาพันธ์ และสถานที่ควบคุมตัวคือคุกมังกรโลหิต ถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 10 ปีด้วยกัน!”


            “ปิดการประชุม!”


            คำตัดสินสุดท้ายถูกบันทึกลงในระบบทันที


            เมื่อผลลัพธ์ของการประชุมถูกส่งไปยังจินไห่ ใบหน้าของเขาก็คลี่ออกเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม


            เสียงหัวเราะดังลั่นออกมาจากลำคออย่างไม่ปิดบัง


            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”


            “ถึงจะไม่อาจสังหารไอ้เด็กเวรนี้ได้ แต่มันคงต้องเน่าตายอยู่ภายในคุกมังกรโลหิตเป็นแน่!”


            ดวงตาของเขาเปล่งประกายพึงพอใจราวกับได้เห็นศัตรูถูกโยนลงหลุมลึกที่ไม่มีวันปีนขึ้นมาได้


            เขาหันไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาที่รอคำสั่งอยู่ด้านข้าง


            “เพราะงั้นให้สมาพันธ์นักล่ามังกรเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเทพอสูรเร็วเข้า รีบไปนำไอ้เด็กเวรนั้นเข้าคุกซะ!”


            คำสั่งถูกเปล่งออกมาอย่างเฉียบขาดและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเลยก็ว่าได้


            ...


            หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปหลายวัน


            กระแสข่าวเกี่ยวกับคำตัดสินของสมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทิศอุดรได้แพร่สะพัดไปทั่วมหาวิทยาลัยเทพอสูรอย่างรวดเร็ว


            จากเสียงกระซิบในหอพัก สู่การสนทนาเคร่งเครียดในห้องประชุมคณาจารย์


            และในที่สุดก็กลายเป็นแรงกดดันที่แผ่คลุมทั้งสถาบันดุจหมอกหนาทึบยามรุ่งสาง


            ไม่มีผู้ใดกล่าวออกมาตรงๆว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นอยุติธรรมเพียงใด แต่ทุกสายตาล้วนสะท้อนคำถามเดียวกัน


            เหตุใดเด็กหนุ่มผู้เพิ่งฟื้นจากบาดแผลถึงต้องถูกผลักเข้าสู่สถานที่ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้น


            ในที่สุด ทางสมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทิศอุดรก็ได้ส่งกองกำลังมายังมหาวิทยาลัยเทพอสูรโดยตรง เสียงเครื่องยนต์ลอยต่ำดังครางอยู่เหนือท้องฟ้า เงายานพาหนะสีเข้มทอดยาวลงบนลานกลางมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน


            “อะไรกัน เจ้าชายน้อยถูกจับ?!”


            “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมสมาพันธ์สาขาหลักถึงได้ส่งคนมาจับกุมเขากันละ?”


            “ดูนั่นสิ! ท่านผู้อำนวยการ ท่านหลงอิน รวมถึงเหล่าคณบดีต่างออกมากันทั้งหมด นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นกันแน่!”


            เหล่านักเรียนที่มุงดูอยู่ห่างๆต่างกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศเงียบงันราวกับก่อนเกิดพายุใหญ่


            ในขณะนั้น หวงเยี่ยยืนอยู่เคียงข้างผู้เป็นอาจารย์อย่างหวูเหยียนจี


            ผู้อำนวยการหย่าเฟย หลงอิน รวมถึงคณบดีคนอื่นๆที่มายืนประจันหน้ากับตัวแทนสมาพันธ์โดยตรง


            ชายหนุ่มไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนก ต่อให้มหาวิทยาลัยเทพอสูรจะยืนกรานเพียงใด ก็ไม่อาจล้มล้างคำสั่งของศูนย์กลางอำนาจได้ในทันที

    หวูเหยียนจีเอื้อมมือไปตบไหล่ลูกศิษย์ของตน แฝงความห่วงใยที่ไม่ต้องเอ่ยเป็นคำยาวเหยียด


            “ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะศิษย์รัก”


            “เจ้าจะไม่ได้ติดอยู่ในคุกมังกรโลหิตเป็นเวลา 10 ปีแน่ๆ”


            “ท่านผู้อำนวยการได้ใช้เส้นสายของตนเองดำเนินการไปแล้ว”


            “เต็มที่ก็แค่หนึ่งเดือน.. หรือเพียงไม่กี่วันก็เป็นได้ เพราะงั้นอดทนหน่อยนะศิษย์รัก!”


            คำพูดของชายวัยกลางคนฟังดูมั่นใจ ทว่าเสียงที่สั่นเล็กน้อยกลับเผยความวิตกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ


            หวูเหยียนจีหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กคนนี้ หวงเยี่ยเพิ่งฟื้นคืนจากอาการบาดเจ็บ ร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แต่กลับต้องถูกจินไห่ใช้เส้นสายของตน กดดันผ่านอำนาจของเทพสงครามจนผลสรุปเอนเอียงไปในทิศทางเช่นนี้


            หย่าเฟยยืนอยู่ด้านข้าง นางไม่ได้กล่าวปลอบโยนเพิ่มเติม เพียงแต่ความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ภายในนั้นหนักแน่นเกินกว่าจะสั่นคลอนง่ายๆ


            ส่วนหลงอินก็กำหมัดแน่นไปด้วยความโกรธ เล็บแทบจิกเข้าสู่ฝ่ามือของตนเอง


            “ถ้ามันกล้าทำอะไรเกินขอบเขต.. ข้าจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่!”


            คำพูดของนางแฝงกลิ่นอายของราชันย์ที่กำลังคุกรุ่น


            ทว่าตัวของหวงเยี่ยกลับเผยรอยยิ้มเล็กๆ ท่าทางดูผ่อนคลายเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด


            “คุกมังกรโลหิตเหรอ?”


            “สถานที่คุมขังนักล่ามังกรที่ทำผิดร้ายแรงจนต้องได้รับโทษทัณฑ์ตลอดชีวิต!”


            “ภายในสถานที่แห่งนั้นแทบจะไม่มีกฎเกณฑ์และจะทำอะไรก็ได้”


            “แต่สำหรับข้าแล้ว.. มันอาจเป็นเรื่องที่ดีกว่าก็ได้นะ?”


            คำตอบนั้นทำให้หวูเหยียนจีถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่จะส่ายหัวออกมาอย่างจนปัญญา


            จนกระทั่งระบบกลืนกินมังกรเอ่ยขึ้นมาอย่างอดกลั้นความตื่นเต้นไม่อยู่


            【นี่ท่านจะไปสังหารเหล่าอาชญากรทั้งหมดภายในคุกมังกรโลหิตหรือยังไงคะ?】


            【ถ้าสังหารพวกมันหมดได้ ท่านจะต้องได้รับแต้มวิญญาณที่มากมายมหาศาลแน่ๆ】


            【เหมือนไปเที่ยวอะไรประมาณนั่นอะ】


            เสียงใสของระบบทำให้มุมปากของหวงเยี่ยแสยะขึ้นเล็กน้อย


            เพราะทั้งสองมีความคิดตรงกันโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม


            ตอนแรกหวงเยี่ยยังไม่รู้เลยว่าจะไปหาแต้มวิญญาณที่มากมายเพื่อพัฒนาตนเองจากที่ใด โลกภายนอกกำแพงเมืองเต็มไปด้วยอันตราย แต่ไม่ได้ง่ายดายพอจะไล่ล่าโดยไม่ถูกจับตามอง ทว่าคุกมังกรโลหิตนั้นแตกต่างออกไป


            สถานที่ที่แทบไร้กฎเกณฑ์ สถานที่ที่ผู้กระทำผิดร้ายแรงถูกโยนเข้าไปโดยไม่มีใครสนใจ สถานที่ที่ความแข็งแกร่งคือกฎเพียงหนึ่งเดียว


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185