ผมกับน้อง ๆ เดินตรงไปยังหาดทรายสีขาวสะอาดตา ก้าวแรกที่เท้าสัมผัสทราย ก็รับรู้ได้ทันทีว่ามันละเอียดนุ่มกว่าที่คิดไว้มาก ยิ่งเมื่อมองไปไกล ๆ ก็เห็นน้ำทะเลใสเป็นประกาย เล่นกับแสงแดดจนแทบสะท้อนตา
ไม่นานนัก น้อง ๆ ก็เริ่มวิ่งลงไปที่ริมหาด หัวเราะกันอย่างร่าเริง พวกเขาถอดเสื้อที่คลุมไว้ก่อนหน้าออกแล้วฝากไว้ที่ผม เผยให้เห็นชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ที่เตรียมมาโดยเฉพาะ ร่างในชุดสดใสนั้น ขับผิวพรรณให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น จนผมเผลอหยุดมองตามไปโดยไม่รู้ตัว
บางคนวิ่งลงไปแกล้งตีน้ำเล่น บางคนยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกับพื้นหลังเป็นทะเลกว้างใหญ่ ภาพเหล่านี้ดูจะคุ้มค่ากับการเดินทางมาตั้งแต่เช้าเสียจริง ๆ
ส่วนผมเลือกที่จะเอนตัวลงบนเก้าอี้ชายหาดใต้ร่มหลากสี ปล่อยให้สายลมทะเลพัดผ่านมาอย่างสบาย ๆ ข้าง ๆ มีกุ้งเผา ปลาหมึกย่าง และเบียร์เย็น ๆ วางเรียงอยู่เป็นเพื่อน การได้นอนทอดกายชมวิวทะเลแบบนี้…ก็ถือว่าเป็นความสุขอีกแบบที่ห่างจากความวุ่นวาย
ผมใส่แว่นกันแดดแล้วเอนหัวพิงพนัก พลางเหลือบสายตามองไปยังน้อง ๆ ที่กำลังวิ่งเล่นและโพสท่าถ่ายรูปอยู่ตรงริมหาดพร้อมกับรอยยิ้มสดใส และเสียงหัวเราะที่เบาบาง
หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เห็นเกลเดินกลับมาเพียงลำพัง เธอก้าวเท้าเหยียบทรายมาอย่าง เย้ายวน ผมสั้นระดับบ่า และ ผิวขาวนวลที่ออกสีเหลืองเล็กน้อยของเธอ ดึงดูดสายตา ให้มองอย่างไม่อาจละเลยได้
เธออยู่ใน ชุดบิกินีสีขาวทั้งตัว หน้าอกขนาดเท่ากำปั้น ถูกปิดบังด้วยบราสามเหลี่ยม แบบผูกคอ
ส่วนท่อนล่างเป็นบิกินีสีขาวเรียบ แต่มีผ้าคลุมโปร่งแสงสีขาวผูกไว้ที่ด้านข้างลำตัว ซึ่ง เน้นให้เห็นสัดส่วน และชุดว่ายน้ำด้านในอย่างชัดเจน
เกลส่งยิ้มให้ผมตั้งแต่ไกล ๆ แล้วเดินมาหยุดที่เก้าอี้ริมหาดข้าง ๆ ผม เธอนั่งลงพร้อมไขว้ขาแล้วชวนผมว่า "พี่ไม่ลงไปน้ำด้วยกันเหรอคะ มันสนุกนะ" ท่าทางของเธอดู ยั่วยวน
ผมยิ้มตอบเบา ๆ พร้อมสำรวจร่างกายของเธอผ่านแว่นกันแดดสีดำ "ไม่ล่ะ พี่ขอนั่งพักสบาย ๆ อยู่ตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวอีกสักพักค่อยไปเรียกเพื่อน ๆ ให้ขึ้นมา เราจะได้ไปเที่ยวที่อื่นต่อ"
"ค่ะ" เธอพูดแล้วหยุด ก่อนจะเสริมว่า "หนูเห็นนะว่าพี่มอง" เธอโน้มตัวเข้ามาชิด แล้วกระซิบว่า "หนูแซ่บนะ ไม่สนใจลองหน่อยเหรอคะ... คืนนี้เป็นไงคะ..." เธอ เลื่อนมือมาปลดแว่นผมออก ทำให้เราสบตากัน
ผมยิ้มพร้อมใส่แว่นกลับเข้าที่ แล้วเอ่ยว่า "เอาไว้จบทริปนี้ก่อน เดี๋ยวพี่พิสูจน์เอง"
เธอหายใจออกยาว ๆ ก่อนจะยิ้ม แล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบขวดน้ำ และบอกว่า "ตกลงค่ะ" จากนั้นไม่รอช้า เธอก็วิ่งกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อน
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงพวกเราก็เดินทางต่อ แต่เห็นทีว่าคงเก็บสถานที่เที่ยวไม่หมดภายในวันนี้แน่นอน เพราะต้องเสียเวลาขับรถเยอะ พวกเราจึงตัดสินใจเลือกไปแค่ จุดที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่อยากไปเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นาน เราก็มาถึงหาดตายาย ผมกับน้อง ๆ สนุกกับการถ่ายรูปที่นั่น อยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะย้ายไปเที่ยวต่อที่ หาดแสม แล้วไปปิดท้ายที่ หาดนวล จากนั้นก็ มุ่งหน้ากลับไปที่ท่าเรือหน้าบ้าน
เที่ยวแค่สี่หาดก็ทำให้เราทั้งหกคนอ่อนล้าแทบแย่ โดยเฉพาะกลุ่มสาว ๆ ที่ดูจะพลังงานหมดเกลี้ยง เมษากับเฟย ที่ปกติช่างพูดตอนนี้ก็เงียบไปถนัดตาแทบไม่ส่งเสียง ผิวขาวผ่องของพวกเธอ ถูกแดดทำร้ายไปไม่น้อยถึงแม้จะทาครีมกันแดดมาแล้วก็ตาม แต่ก็ช่วยได้ไม่มากนัก
เวลาตอนนี้คือบ่ายสามโมงครึ่ง พวกเราต้องรอเรือที่จะมารับในอีกครึ่งชั่วโมง
ในขณะที่เมษาเริ่มรู้สึกเบื่อและหิว ระหว่างรอเธอจึงชวนเพื่อน ๆ ไปหาของกิน ทำให้ผมกับปันปันที่หมดแรง ไม่เหลือพลังเดินต่อต้องนั่งรออยู่กับที่
สำหรับช่วงเย็นพวกเรายังมีแผนต่อ คือการไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินพัทยา ก่อนจะปิดท้าย ด้วยการไปทานอาหารทะเลริมหาด
ขณะที่เมษากับเพื่อน ๆ เดินหายลับไปปันปันที่ยังนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความอ่อนล้า
“พี่คะ…วันนี้เหนื่อยจังเลย ตอนเย็นจะไปต่อไหวไหมเนี้ย”
ผมหันไปมอง เธอเอนตัวพิงเก้าอี้พลางถอนหายใจเบา ๆ
“เรากลับไปพักผ่อนก่อน ตอนนี้เพิ่งบ่ายครึ่ง พี่ว่าเราคงจะถึงโรงแรมประมาณห้าโมงเย็น ” ผมตอบพลางยิ้มบาง ๆ “สักหนึ่งทุ่มค่อยออกมาอีกทีก็ยังทัน พักซักสองชั่วโมง แต่ถ้าไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที”
เธอก้มมองไปที่ขาของตัวเอง พลางยืดออกไปด้านหน้าเหมือนจะคลายความเมื่อย มือเล็ก ๆ ก็บีบ ๆ นวดไปตามน่อง
“วันนี้เดินทั้งวัน ปวดขามากเลย…” เธอบ่นเสียงเบา แววตายังจับจ้องอยู่ที่ปลายเท้า
ผมมองท่าทางนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะหยอกเล่นว่า “พี่นวดให้ไหมล่ะ”
ปันปันหันขวับมาทันที ดวงตาเป็นประกายพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เธอเอนตัวเข้ามาใกล้ผมอย่างน่ารัก ก่อนจะถามเสียงอ้อน ๆ “จริงเหรอ...”
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งแล้วสบตาผม พลางเสริมต่อด้วยน้ำเสียงเจือขี้เล่น
“นวดแบบเมื่อวานได้ไหมล่ะคะ” เสียงหัวเราะใส ๆ ของเธอตามมา ทำเอาผมได้แต่ยิ้มรับอย่างจนใจ
ผมยิ้มตามท่าทางน่ารักของเธอ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“ถ้ามีโอกาส...เดี๋ยวพี่นวดให้นะ”
ปันปันชะงักไปนิด ใบหน้าแดงระเรื่อเหมือนกลั้นยิ้มไม่อยู่ เธอหันมามองผมเขิน ๆ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “พี่สัญญาแล้วนะ...”
“ครับ...” ผมตอบลากเสียงยาวอย่างแกล้งหยอก
“วันนี้หนูแอบกอดพี่ตั้งหลายครั้งแน่ะ” เธอพูดพลางทำหน้าทะเล้น แต่ก็รีบแก้ต่อ “เอาจริง ๆ ก็ไม่เชิงแอบหรอกนะ...ก็ทางมันน่ากลัวนี่นา” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาเหม่อมองออกไปยังทะเลกว้างที่แสงแดดยามบ่ายส่องสะท้อนระยิบระยับ “ไม่รู้ว่าพี่กล้าขับได้ยังไง...”
ผมกับปันปันนั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ ทั้งเรื่องเล็กน้อยระหว่างเที่ยวและเรื่องไร้สาระที่ทำให้เราหัวเราะเบา ๆ จนกระทั่งเมษาและเพื่อน ๆ เดินกลับมา
พร้อมของกินในมือ และเสียงหัวเราะ
“นี่ๆ ซื้อเผื่อพี่กับปันปันด้วยนะ” เมษายกถุงอาหารขึ้นโชว์ ราวกับกลัวผมกับปันปันจะน้อยใจที่ไม่ยอมลุกไปเอง
ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ “ดีมาก กำลังหิวพอดี”
หลังจากนั้นราวหนึ่งชั่วโมง
รถของพวกเราก็มาจอดที่โรงแรม ทุกคนดูเหนื่อยล้าจนแทบจะลากขาเดิน บรรยากาศเงียบสงบ ราวกับวิญญาณถูกทิ้งไว้ที่ชายหาดเรียบร้อยแล้ว พอเข้าห้องพัก แต่ละคนก็ไม่รอช้า แยกย้ายกันเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระความเหน็ดเหนื่อยออกจากร่างกายทันที
ขณะที่ผมกำลังจะถอดเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงเรียกของเมษา ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูออก ก็เห็นเมษายืนอยู่ตรงหน้าในสภาพกอดเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวแน่น
เธอเอ่ยเสียงเรียบ “หนูขออาบน้ำที่ห้องพี่ก่อนได้ไหม...”
ผมมองเมษาอยู่สักพัก เห็นท่าทีเหนื่อยอ่อนของเธอแล้วก็ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหลีกทางให้
“มาสิ…เดี๋ยวพี่อาบทีหลังก็ได้”
เมษาเดินเข้าห้องด้วยท่าทีไหล่ตก แววตาเหนื่อยล้าแต่ยังมีประกายขอบคุณในนั้น ผมปิดประตูตามหลังเธอ
เมษาเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่รอช้า ก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกต่อหน้าต่อตาผม ทำให้ผมต้องชะงักไปชั่วขณะ แม้ว่าจะเคยเห็นเรือนร่างของเธอมาก่อนแล้วก็ตาม
ผมเอ่ยขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงแอบขำ “เมษา…ไม่ปิดประตูเหรอ”
เมษาไม่ได้เอ่ยปากตอบในทันที เธอถอดเสื้อผ้าออกจนเปลือยเปล่า แล้วค่อยหันมาตอบ อย่างไม่เขินอายเรือนร่าง รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนในหน้า "หนูจะแช่น้ำในอ่าง ส่วนพี่ก็ใช้ฝักบัวไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา"
ผมหลุดยิ้มออกมาเบา ๆ ก่อนจะเริ่มถอดเสื้อผ้าของตัวเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความสุข