เทพ​ยุทธ​สะท้านโลกา

    ตอนที่​ 88 พื้นที่ล่าสัตว์​

    ตอนที่​ 88 พื้นที่ล่าสัตว์​ซูเวยและสหายทั้งสี่รีบกลับเมืองหมอกดำระหว่าง​ทางเห็นชาวบ้านหลายคนที่ออกไปล่าสัตว์และหาผลไม้​ ทุกคนต่างรีบวิ่งกลับเข้าเมืองด้วยอาการ​สั่นเทา​และหวาดกลัว​เขาขมวดคิ้ว​และคิดว่า "นอกเมืองไม่ปลอดภัย​ ในเมืองอีกไม่นานก็จะอันตราย​"ในเมืองมีผู้คนมากมาย...ศิษย์ส่วนใหญ่​ของกลุ่มย่อยเล็กๆที่มาเมืองนี้ แต่ละคนมีสีหน้าหวาดผวา​และหนาวสั่น​ด้านนอกเมืองมีกลุ่มของลัทธิจันทรา​จำนวนมากปรากฏ​ตัวและปิดกั้น​เส้นทางพื้นที่ระยะทางโดยรอบเมืองกว่าหนึ่งพันไมล์​นี้กลายเป็น​พื้นที่​ล่าสัตว์​ขนาดใหญ่นายพรานเป็นกลุ่มลัทธิจันทราเหยื่อเป็นพวกเขาชั่วครู่​หนึ่งซูเวยนึกบางอย่างได้ตะโกนเสียงดังก้องว่า "ลัทธิจันทราปิดล้อมพวกเราทุกทิศทาง​และทำให้พื้นที่บริเวณ​นี้กลายเป็น​พื้นที่ล่าสัตว์​ขนาดใหญ่""พวกเจ้ายอมได้หรือไม่!"สาวกของสำนักฝ่ายธรรมะทั้งหลาย​ที่โดนล้างสมองโดยคนในสำนักได้ยินประโยค​นี้เกิดการพูดคุย​และตะโกน​เสียงดังพวกเขาไม่มีทางยอมได้เด็ดขาด"พวกเจ้าสามารถ​ทำอะไรได้มากกว่านั้น""แทนที่จะนั่งรอให้พวกมันมาฆ่าพวกเรา""ข้ามีความเห็น​และอยากเสนอแนะ""หนึ่งคือออกนอกเมืองเพื่อต่อสู้​กับพวกมัน""สองคือเปลี่ยนพื้นที่บริเวณ​นอกเมืองกลายเป็น​อาณาเขต​ล่าสัตว์​ของพวกเรา"ซูเวยตะโกนและแสดงความเห็นชัดเจน​เขาสามารถ​คาดหวังตัวตนอัจฉริยะ​รุ่นเยาว์ของแต่ละสำนักได้ แม้ว่าพวกเขาแสดงอาการหวาดกลัว​ แต่ความสามารถ​ในตัวพวกเขาไม่ธรรมดา​เพียงแค่ขาดความกล้าและความเชื่อมั่นในตัวเองเมื่อพบเจอ​ศัตรู​หากไม่เช่นนั้น​คงไม่มีทาง​ถูกคนอื่น​ยกย่อง​ว่าเป็นเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์​กันได้ง่ายๆพวกเขาไม่เคยต่อสู้​ที่มีชีวิต​และความตายเป็นเดิมพัน ทำให้เส้นทางศิลปะการต่อสู้​เติบโต​ช้าและบางคนก็หยุดก้าวหน้า​ไปเลยแม้ว่าลัทธิจันทราจะน่ากลัวและร้ายกาจแต่ถ้าอัจฉริยะ​เหล่านี้​สามารถ​ดึงความกล้าและความสามารถ​ในตัวที่แฝงออกมาได้ผลลัพธก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง...อย่างไร​ก็ตามนี้คือความจริงพวกเขามีสิทธิ์ตายและหายไปได้เช่นกันแต่แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาเป็นเหยื่อถูกฆ่าตายอย่างง่ายดาย​โดยไม่ดิ้นรน​เขาเลือกกระตุ้นให้เกิดความกล้าหาญ​และพลังฮึดขึ้นต่อสู้เพื่อโอกาส​รอดชีวิต​ขึ้นมา​"กำจัดลัทธิจันทราและขับไล่กลับไป"เมื่อได้ยินประโยค​นี้และพวกเขาเปิดปาก​ตะโกน​ดังก้องและตอบรับคำพูดเขา..."ดี!" เขาพึงพอใจ​และยินดีอย่างมากจากนั้น​ศิษย์หลายร้อยคนรวมตัวกันและมีการพูดคุย​กันมากมาย​หัวข้อคือจับกลุ่มและร่วมมือ​กันไปกำจัดยกเว้นคนของสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงสำนักหงส์ขาว, สำนักพยัคฆ์คำราม, สำนักกิเลนไฟ, สำนักราชสีห์ทองคำ, กลุ่มพันธมิตรดาบปราบมาร... ในบรรดาพวกเขาทั้งหลาย​มองสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียง​และโด่งดัง​ระดับไม่ธรรมดา​สำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียง​เหล่านี้ไม่สามารถ​สั่งได้ นอกจากทำตามหรือติดตามพวกเขา​เกือบทุกคนหันไปมองทิศทาง​เดียวกันสำนักราชสีห์ทองคำที่ยิ่งใหญ่ศีรษะ​พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น​ในตัวสำนักราชสีห์​ทองคำนี้มากแค่​ไหนทีละคนสายตาจ้องมอง​ศิษย์อัจฉริยะ​จากสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียง​และสื่อความหมายหากติดตามสาวกอัจฉริยะ​ของสำนักใหญ่พวกเขา​ก็มีโอกาส​รอดตายเพิ่มมากขึ้นความกล้าและความมั่นใจยิ่งสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นทุกคนมองมาทางตัวเองและอัจฉริยะจากสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียง​หลายคนก็รู้สึกดีมากและมีความสุข​ในใจบ่งบอกว่าอัจฉริยะจากสำนักใหญ่​ที่มีชื่อเสียง​อย่างพวกเขาได้รับการยกย่องมากมาย​แค่ไหนเชียนจางแห่งราชสีห์ทองคำเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและมองไปทางกลุ่มพันธมิตรดาบปราบมารโดยเฉพาะ​อย่างยิ่งมองดู​ซูเวยปรากฏ​เด่นชัดมากในดวงตาของเชียนจาง"เนื่องจาก​ทุกคนตัดสินใจเลือก​ต่อสู้​กับกลุ่มลัทธิจันทรา​แล้วพวกเราตกลงจะร่วมมือ​กับพวกเจ้า" สำนักราชสีห์ทองคำที่มีสาวกเยอะมากที่สุดออกเดินทางเพื่อเตรียมพร้อม​รับมือ​และเตรียมเผชิญหน้า​ซูเวยไม่ใส่ใจและสนใจกับการกระทำของสำนักราชสีห์ทองคำที่พาสาวกหลายคนไปเขาหันหน้ามามองสหายทั้งสี่แล้วกล่าวว่า "ดูเหมือน​ว่าเราต้องออกนอกเมืองอีกครั้ง... มาเตรียมตัว​กันเถอะ"ศิษย์​ชายแห่งกลุ่มพันธมิตร​ดาบปราบมารมีใบหน้าขมขื่นอย่างช่วยไม่ได้​พวกเขาเพิ่งกลับเข้าเมืองจากการต่อสู้​กับสาวกพรรคโลหิตแดงและต้องต่อสู้​อีกครั้ง​มีเพียงแม่นางน้อยอี้เซียวที่เต็มไปด้วยความสุข​และดูมีชีวิตชีวา​เมื่อต้องออกไปนอกเมืองเพื่อต่อสู้​กับกลุ่มของลัทธิจันทราเธอดีใจจนเนื้อเต้นเหมือนกับจะโบยบินเขาจ้องมอง​เห็นการแสดงออก​ของแม่นางตัวน้อยและหัวเราะอย่างมีความสุข​ในใจ

    คล้ายกับเรื่องเทพ​ยุทธ​สะท้านโลกา ที่คุณอ่าน