หลังจากจบการประลองแข่งขันการหลอมสร้าง ฉงไช่ได้พาหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า กลับไปพักผ่อนภายในอาคารที่พักส่วนตัว ที่ทางสถาบันอัคคีหมอกได้จัดเตรียมไว้ให้เป็นกรณีพิเศษ
ในขณะเดินเข้าไปภายในอาคารที่พักส่วนตัว เฟิงเค่อได้กล่าวถาม “พวกเราจะได้รับตำแหน่งอาจารย์กันตอนไหนขอรับท่านอาจารย์ฉงไช่”
“สถาบันของเราจะประกาศเรื่องตำแหน่งของพวกท่านในวันพรุ่งนี้ขอรับ” ฉงไช่กล่าวตอบ
“พวกข้าเข้าใจแล้วขอรับ ขอบคุณท่านอาจารย์ฉงไช่ที่ช่วยเป็นธุระเรื่องของพวกข้าขอรับ” เฟิงเป้ากล่าว
“นับเป็นโชคดีของข้าที่ได้ดูแลต้อนรับพวกท่านขอรับ ขอเชิญพวกท่านทั้งสามพักผ่อนกันตามอัธยาศัย หากพวกท่านทั้งสามมีสิ่งใดต้องการ พวกท่านสามารถบอกกับเหล่านักเรียนของสถาบันที่มาทำหน้าที่ดูแลพวกท่านได้เลยขอรับ” ฉงไช่กล่าว จากนั้นเขาได้เดินออกไปจากอาคารที่พักส่วนตัวของทั้งสามคน
เวลาผ่านไปห้านาที นักเรียนของสถาบันอัคคีหมอกสองคนได้เข้ามาภายในอาคารที่พักของหวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า
“สวัสดีขอรับท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติทั้งสามท่าน ข้ามีชื่อว่าซิ่นเฉิง ส่วนอีกคนมีชื่อว่าซือโฮ่ว พวกข้าทั้งสองเป็นนักเรียนของสถาบันที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มาดูแลพวกท่านขอรับ” ซิ่นเฉิงกล่าว
“เชิญพวกท่านทั้งสองทำตัวกันตามสบาย ว่าแต่อาจารย์ผู้ทรงเกียรติทั้งสาม หมายความว่าข้าเองก็ได้เป็นอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของสถาบันด้วยงั้นหรือ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
“ใช่แล้วขอรับท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติเฟิงเหว่ย ตอนนี้ทุกคนภายในสถาบันทราบเรื่องของพวกท่านกันหมดแล้วขอรับ อีกสักครู่ก็คงจะมีเหล่าอาจารย์และนักเรียนบางส่วนนำของขวัญมาร่วมแสดงความยินดีกับพวกท่านขอรับ” ซือโฮ่วกล่าว
หลังจากคิดเรื่องบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งหวังเหว่ยได้กล่าวออกมาว่า เช่นนั้นข้าก็มีเวลาว่างหนึ่งวัน “ซือโฮ่วท่านพาข้าออกไปนอกสถาบันได้หรือไม่ ?” ข้าอยากจะไปสถานที่แห่งหนึ่ง
“ได้ขอรับท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติเฟิงเหว่ย ท่านอยากจะไปที่ใดขอรับ” ซือโฮ่วกล่าว
“ข้ากับพวกท่านอายุห่างกันไม่มากนัก พวกเราพูดกันอย่างเป็นกันเองดีกว่า ข้าจะเรียกท่านทั้งสองว่าซือโฮ่ว ซิ่นเฉิง ส่วนพวกท่านเรียกข้าว่าเฟิงเหว่ย”
“คือ... เรื่องนี้” ซือโฮ่วและซิ่นเฉิงกล่าวอย่างลังเล
หวังเหว่ยเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้กล่าว “เช่นนั้นพวกเราก็คุยกันแบบเป็นกันเอง เฉพาะเวลาไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เช่นในตอนนี้ตกลงหรือไม่ ?”
“ตกลงเฟิงเหว่ย” ซือโฮ่ว ซิ่นเฉิง กล่าวพร้อมกัน
“ซือโฮ่วหอคอยแห่งผู้สร้างอยู่ไกลจากสถาบันแห่งนี้หรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
“หอคอยแห่งผู้สร้างอยู่ไม่ไกลจากสถาบันมากนักเดินไปสามสิบนาทีก็ถึง หรือว่า! เจ้ามีระดับเลเวลถึง21แล้ว”
“ใช่แล้ว ข้าพึ่งมีระดับเลเวลถึง21 เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าช่วยพาข้าไปทดสอบเลื่อนระดับคลาสอาชีพได้หรือไม่ ?”
ซือโฮ่ว ซิ่นเฉิง ได้ตกตะลึงไปในทันทีหลังจากได้ยินหวังเหว่ยกล่าว
“เฟิงเหว่ยเจ้าอายุเพียงเท่านี้ก็มีระดับเลเวลถึง21แล้ว อีกทั้งความสามารถในด้านการหลอมสร้างของเจ้าก็สามารถเทียบชั้นกับปรมจารย์หลอมสร้างระดับแนวหน้าของเมืองนี้ได้แล้ว พวกข้านับถือเจ้ายิ่งนัก” ซิ่นเฉิงกล่าว
“ข้าเพียงแค่บังเอิญโชคดีได้พบเจอกับท่านอาจารย์น่ะ ข้าถึงได้มีวันนี้”
“เป็นเช่นนี้เอง พวกข้าทั้งสองเป็นเพียงนักเรียนที่ทำงานให้กับสถาบัน เพื่อแลกกับการไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน พวกข้าคงไม่มีหวังที่จะก้าวหน้าได้เช่นเจ้าหรือคนอื่นๆ” ซิ่นเฉิง กล่าวเบาๆ
หวังเหว่ยได้พินิจมองทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง “ซือโฮ่ว ซิ่นเฉิง ข้าสามารถสอนทักษะการต่อสู้บางอย่างให้กับพวกเจ้าได้ แต่ก็ต้องรอให้ข้ามีเวลาว่างก่อนนะ”
“จริงหรือ! ขอบคุณเจ้ามากเฟิงเหว่ย” ซือโฮ่ว ซิ่นเฉิงกล่าวพร้อมกันด้วยความซาบซึ้ง
“เอาล่ะ นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ซือโฮ่วเจ้าช่วยพาข้าไปที่หอคอยแห่งผู้สร้างที”
“เข้าใจแล้ว เจ้าตามข้ามาเลยเฟิงเหว่ย” ซือโฮ่วกล่าว
หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยและซือโฮ่วได้เดินทางไปยังหอคอยแห่งผู้สร้างในทันที ส่วนเฟิงเค่อกับเฟิงเป้าได้พักผ่อนอยู่ภายในที่พัก โดยมีซิ่นเฉิงคอยดูแลจัดการเรื่องการต้อนรับเหล่าอาจารย์และนักเรียนบางส่วนที่แวะเวียนนำของขวัญมามอบให้เพื่อหาโอกาสทำความรู้จักกับทั้งสามคน
เวลาผ่านไปสามสิบนาที
“พวกเรามาถึงหอคอยแห่งผู้สร้างแล้ว” ซือโฮ่วกล่าว ขณะยืนมองประตูทางเข้าหอคอยแห่งผู้สร้าง
“เช่นนั้นพวกเราเข้าไปกันเลย” หวังเหว่ยที่ได้ปรับระดับเลเวลของเขาเป็นระดับเลเวล21แล้ว ได้เดินนำเข้าไปภายในหอคอยแห่งผู้สร้าง
ภายในหอคอยถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ด้วยต้นไม้ขนาดเล็กนานาพรรณที่เหล่าภูติชื่นชอบ
ในขณะที่หวังเหว่ยเดินไปถึงกลางห้องโถง ได้มีเผ่าพันธุ์ภูตที่มีปีกปรากฎตัวออกมากลางอากาศทางด้านหน้าของเขา ซึ่งเผ่าพันธุ์ภูติส่วนใหญ่มีขนาดความสูงไม่เกิน10เซนติเมตร
วิ้ง วิ้ง
“ยินดีที่ได้พบพวกท่านทั้งสอง พวกท่านมาทำอะไรหรือ ?” ภูติกล่าวถาม
“ข้ามาสอบเลื่อนระดับคลาสอาชีพขอรับ” หวังเหว่ยกล่าว
ภูตได้ใช้ทักษะตรวจสอบที่เรียนรู้กันเฉพาะเหล่าภูตที่ทำหน้าที่ภายในหอคอยแห่งผู้สร้างตรวจสอบระดับเลเวลของหวังเหว่ย แต่เนื่องจากทักษะผนึกพลังของหวังเหว่ยมีระดับที่สูงมาก ทำให้ทักษะตรวจสอบของภูตไม่สามารถตรวจสอบระดับเลเวลที่แท้จริงของหวังเหว่ยได้ “ท่านมีระดับเลเวล21 ถือว่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ท่านต้องการที่จะสอบคลาสอาชีพสายไหนหรือ ?” ภูตกล่าวถามหวังเหว่ย
“ข้าต้องการสอบคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรขอรับ” หวังเหว่ยกล่าวตอบ
“เงื่อนไขการเลื่อนระดับคลาสอาชีพ ท่านจะต้องผ่านการทดสอบสองอย่างของพวกเราเหล่าภูตที่ดูแลหอคอยแห่งผู้สร้าง ท่านพร้อมที่จะเริ่มการทดสอบแรกเลยหรือไม่ ?” ภูติกล่าวถามหวังเหว่ย
“ข้าพร้อมขอรับ ท่านเริ่มการทดสอบได้เลย”
“เช่นนั้นข้าจะเริ่มการทดสอบแรกเลย ท่านมีความถนัดทางด้านใดบ้าง ?”
“ข้าถนัดทางด้านหลอมสร้างอุปกรณ์ขอรับ”
“โอ้! สมแล้วที่ท่านอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์ เช่นนั้นข้าจะให้ท่านหลอมศาสตราวุธประเภทหอกระดับธรรมดาขึ้นต่อหน้าข้า ท่านสะดวกหรือไม่ ?”
“ไม่มีปัญหาขอรับท่านภูต ข้าเริ่มเลยได้หรือไม่ขอรับ”
“แน่นอน ท่านสามารถเริ่มสร้างได้เลย” ภูตกล่าว
หวังเหว่ยได้นั่งลงบนพื้นและเริ่มใช้ทักษะการหลอมสร้างของเขาหลอมสร้างอุปกรณ์ศาสตราวุธประเภทหอกในทันที
เวลาผ่านไปสิบนาที
วูม วูม
ศาสตราวุธประเภทหอกระดับพิเศษได้ถูกสร้างเสร็จเรียบร้อย ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ที่อยู่ภายในหอคอยแห่งผู้สร้างรวมถึงเหล่าภูติทุกตน
“นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เห็นการหลอมสร้างที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้” เหล่าภูตกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง
“นี่คือทักษะหลอมสร้างในตำนาน ที่ข้าได้เรียนรู้ทักษะนี้มาจากทะเลสาบอันไกลโพ้นทางตะวันออกขอรับ”
“โอ้ !” ผู้คนภายในห้องรวมถึงเหล่าภูติทุกตนอุทาน
หวังเหว่ยได้ยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับทุกคนรวมถึงเหล่าภูต จากนั้นเขาได้กล่าวว่า “ข้าทดสอบภารกิจแรกผ่านหรือไม่ขอรับท่านภูต”
ภูตพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย “แน่นอน ท่านทดสอบผ่าน”
ในขณะนั้นเองได้มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวถามหวังเหว่ยว่า “ข้าขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่ขอรับคุณชาย ?”
หวังเหว่ยได้หันหน้าไปมองชายวัยกลางคนผู้นั้น “ข้าชื่อเฟิงเหว่ยขอรับ”
“คุณชายเฟิงเหว่ย ข้าชื่อเหยียนชุนไว้มีโอกาสเราค่อยพบกันใหม่ขอรับคุณชาย” ชายวัยกลางคนได้ยิ้มให้กับหวังเหว่ย จากนั้นเขาได้เดินออกไปจากหอคอยแห่งผู้สร้างหลัง
เมื่อเห็นดังนั้นหวังเหว่ยจึงได้หันหน้ากลับมาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ข้าขอเริ่มการทดสอบที่สองเลยได้หรือไม่ขอรับท่านภูต ?”
“ได้แน่นอน เชิญท่านตามข้ามา ข้าจะพาท่านไปยังห้องฝึกฝนการต่อสู้”
“ขอให้ท่านโชคดีเฟิงเหว่ย” ซือโฮ่วกล่าวให้กำลังใจหวังเหว่ย
หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับ จากนั้นได้เดินตามภูตไปยังห้องห้องฝึกฝนการต่อสู้ เมื่อมาถึงที่หน้าห้องฝึกฝนการต่อสู้ ภูตได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า “คุณชายเฟิงเหว่ย เชิญท่านเข้าไปภายในประตูได้เลย”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” หวังเหว่ยได้เดินเข้าไปภายในประตูทันทีหลังจากกล่าวจบ
แอ๊ดดด
เสียงประตูปิดลงอย่างช้าๆ ได้ดังขึ้นหลังจากหวังเหว่ยเดินเข้าไปภายในห้อง
“ยินดีต้อนรับผู้มาทดสอบ ข้าคือเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณแห่งผู้สร้างที่รับหน้าที่ทดสอบท่าน ขอเชิญท่านวางมือตรงแท่นด้านหน้าเพื่อตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของท่าน”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หวังเหว่ยได้วางมือลงตรงกลางแท่นขณะกล่าว
วิ้ง วิ้ง
ข้อมูลส่วนตัวของหวังเหว่ยได้เข้าไปภายในห้วงความคิดของเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณแห่งผู้สร้าง จากนั้นเขาได้อุทานออกมา
“หา! นี่ท่านคือ ท่านผู้ถูกเลือกอย่างนั้นหรือ !?”
“ขอรับ ข้าถูกท่านผู้สร้างที่เป็นร่างหลักของท่าน ส่งข้ามายังยุคสมัยนี้”
“นี่! แล้วข้าควรทำเช่นไรดี ข้าควรจะทดสอบท่านหรือไม่ ?” เศษเสี้ยวของจิตวิญญาณแห่งผู้สร้างกล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความลังเล
“ในอดีตข้าเคยผ่านการทดสอบเหล่านี้มาหมดแล้ว แต่ข้าก็ไม่ควรที่จะเอาเปรียบผู้อื่น ท่านทดสอบข้าตามปกติได้เลยขอรับ”
“อืม... ท่านอยากให้ข้าลงบันทึกชื่อของท่านว่าอะไร ท่านผู้ถูกเลือก”
“เฟิงเหว่ยขอรับ”
“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นเรามาเริ่มการทดสอบกันเลย”
ครื่นนนน
บันไดสูงหนึ่งร้อยขั้น ได้ปรากฎขึ้นมาจากพื้นดินทางด้านหน้าของหวังเหว่ยหลังจากเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณแห่งผู้สร้างกล่าวจบ
“ท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่านี่คือบันไดแห่งจิตวิญญาณ ท่านจะต้องก้าวเดินขึ้นบันไดให้ถึงขั้นที่21 ท่านถึงจะผ่านการทดสอบในครั้งนี้”
“ขอรับ” หวังเหว่ยได้ก้าวเดินขึ้นบันไดก้าวแรกทันทีหลังจากกล่าวจบ
ในทันทีที่หวังเหว่ยเหยียบลงบนพื้นบันไดขั้นแรกร่างกายของเขาได้รู้สึกหนักอึ้งขึ้นเล็กน้อย เขาได้หลับตาลงเพื่อทำสมาธิปรับสมดุลพลังปราณอสูร เวลาผ่านไปครู่หนึ่งหวังเหว่ยได้ลืมตาขึ้นและเริ่มก้าวเดินก้าวต่อไป และก้าวต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้ทุกย่างก้าวจะยิ่งหนักอึ้งมากขึ้น แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย จนมาถึงขั้นที่20 สติของหวังเหว่ยก็ได้พร่าเลือน
วูบ
เมื่อได้สติอีกครั้ง หวังเหว่ยได้มาปรากฎตัวอยู่กลางลานต่อสู้แห่งหนึ่ง
“นี่คือลานจำลองการต่อสู้ที่สร้างขึ้นจากจิตสำนึกของบันไดแห่งจิตวิญญาณ การทดสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว ขอให้ท่านโชคดี”
หลังจากเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณแห่งผู้สร้างกล่าวจบ ได้มีสัตว์อสูรเสือปฐพีระดับเลเวล21 ตนหนึ่งปรากฎตัวออกมา หวังเหว่ยได้พุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็วและใช้ฝ่ามือที่รวบรวมพลังปราณอสูรเอาไว้ฟาดเข้าที่จุดตายของสัตว์อสูรเสือปฐพี
ผัวะ
สัตว์อสูรเสือปฐพีได้จางหายไปในทันทีหลังจากถูกหวังเหว่ยโจมตีจุดตาย จากนั้นไม่นานได้มีสัตว์อสูรหมีทมิฬระดับเลเวล21 จำนวนสองตน ปรากฎตัวออกมา สัตว์อสูรทั้งสองได้แยกกันวิ่งเข้าโจมตีหวังเหว่ยสองทิศทางพร้อมกัน หวังเหว่ยเห็นดังนั้นจึงได้ใช้ทักษะหมัดพิฆาตอสูร โจมตีไปยังจุดอ่อนของสัตว์อสูรทั้งสองอย่างรุนแรงและแม่นยำ
ตูม! ตูม!
สัตว์อสูรหมีทมิฬได้จางหายไปในทันทีหลังจากถูกโจมตีอย่างรุุนแรง จากนั้นไม่นานได้มีราชาอสูรกระรอกสายฟ้าระดับเลเวล21 จำนวนสี่ตน ปรากฎตัวออกมาและได้พุ่งเข้าโจมตีหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว
ฟิ้ว ฟิ้ว
หวังเหว่ยได้หลบเลี่ยงการจู่โจมของทั้งสี่และได้ทำการโจมตีสวนกลับเหล่าราชาอสูรกระรอกสายฟ้าทีละตนอย่างง่ายดาย
ผัวะ ผัวะ ผัวะ
หลังจากราชาอสูรกระรอกสายฟ้าจางหายไปครบทั้งสี่ตัว สติของหวังเหว่ยก็ได้พร่าเลือนอีกครั้ง
เมื่อรู้สึกตัวหวังเหว่ยได้กลับมายืนอยู่หน้าบันไดแห่งจิตวิญญาณในขั้นที่20เช่นเดิม จากนั้นเขาได้ก้าวเดินขึ้นบันไดก้าวที่21ในทันที
ตึง
ได้มีเสียงดังขึ้นมาจากบันไดแห่งจิตวิญญาณ
“ขอแสดงความยินดีด้วยท่านผ่านการทดสอบแล้ว ข้าจะนำท่านออกจากห้องทดสอบ ไว้พบกันใหม่ท่านผู้ถูกเลือก”
วูบ
“ท่านใช้เวลาในการทดสอบน้อยมากคุณชายเฟิงเหว่ย ข้านั้นทำงานอยู่ที่นี่มานานนับสิบปี มีท่านเป็นคนแรกที่ผ่านการทดสอบที่สองด้วยเวลาเพียงสิบนาที !”
ผู้คนภายในหอคอยรวมถึงซือโฮ่วได้หันมามองหวังเหว่ยด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินภูตกล่าวเช่นนั้น
“ข้าเพียงแค่โชคดีขอรับท่านภูต” หวังเหว่ยกล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
เหล่าภูตได้พากันจับจ้องไปยังหวังเหว่ยด้วยดวงตาเป็นประกาย รวมถึงภูตที่ทำหน้าที่ดูแลการทดสอบของหวังเหว่ยก็ได้จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่งเช่นกัน
จากนั้นภูตที่ดูแลการทดสอบของหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า “ท่านผ่านการทดสอบแล้ว ข้าจะพาท่านไปยังห้องแสงศักดิ์สิทธิ์ประจำหอคอย”
หลังจากมาถึงยังหน้าห้องแสงศักดิ์สิทธิ์ หวังเหว่ยได้เดินเข้าไปภายในห้อง จากนั้นแสงศักดิ์สิทธิ์ภายในห้องได้สว่างวาบขึ้น
วูบ วาบ
ผ่านไปห้านาที หวังเหว่ยได้เดินออกมาจากห้อง ภูตที่ทำหน้าที่ดูแลหวังเหว่ยได้ประทับตราลงบนแขนของหวังเหว่ย
“ท่านเปลี่ยนคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นสูงเสร็จสมบูรณ์แล้ว เมื่อท่านมีระดับเลเวล41 ขึ้นไป ท่านสามารถกลับมาเปลี่ยนคลาสอาชีพในขั้นต่อไปได้ทุกเวลา” ภูตกล่าวกับหวังเหว่ยอย่างเป็นมิตร
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากขอรับท่านภูต”
“ยินดีด้วยเฟิงเหว่ย เจ้านี่ไม่ธรรมดาเลยทดสอบเปลี่ยนคลาสอาชีพเพียงครั้งเดียวก็ผ่านแล้ว” ซือโฮ่วกล่าว
“ฮ่าๆ ข้าเพียงแค่ดวงดีเท่านั้น” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พวกเราจะกลับไปที่สถาบันอัคคีหมอกเลยหรือไม่ ?”
“อืม... เจ้ากลับไปที่สถาบันอัคคีหมอกก่อนข้าเลยซื่อโฮ่ว ข้าอยากเดินสำรวจภายในเมืองอีกสักเล็กน้อยก่อนจะกลับไป”
“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าจะกลับไปก่อน” หลังจากกล่าวจบซือโฮ่วได้เดินกลับสถาบันอัคคีหมอกในทันที ทางด้านหวังเหว่ยเมื่อเห็นซือโฮ่วกลับไปแล้ว เขาได้เดินสำรวจดูร้านค้าแผงลอยต่างๆภายในเมืองต่อ