ถนนสายหลัก ถูกประดับด้วยธงของแต่ละสถาบันที่พริ้วไหวตามแรงลมสีสันสดใสของธงเหล่านี้ตัดกับท้องฟ้าสีคราม สร้างความรู้สึกถึงการแข่งขันที่ดุเดือดและศักดิ์ศรีของแต่ละสถาบัน
ภายในพื้นที่ของสถานศึกษากลาง ขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้หลายพันคนสะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมงานที่ประณีต ภายในสนามล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ยักษ์
ผู้ชมในส่วนที่สงวนไว้สำหรับราชวงศ์และแขกกิตติมศักดิ์นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ระดับสูงสุดโซนนั้นประดับด้วยผ้าสีทองและอัญมณีแวววาวแขกเหล่านี้เป็นตัวแทนของตระกูลใหญ่และสมาคมหลักที่มีบทบาทสำคัญในอาณานิคมในทุกสายตาจับจ้องไปยังสนามประลองด้วยความคาดหวังและตื่นเต้น
เสียงประกาศดังขึ้น ทั่วทั้งสนามผู้ประกาศในชุดคลุมสีเงินก้าวขึ้นเวทีกลาง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวาน
“วันนี้คือวันที่ทุกคนรอคอย!การแข่งขันสุดยอดสถาบันแห่งปี ซึ่งจะพิสูจน์ว่าใครคืออัจฉริยะที่แท้จริงและใครจะเป็นผู้ที่นำพาศักดิ์ศรีของสถาบันกลับไป!”
เสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วสนามกลุ่มตัวแทนนักศึกษาจากทั้งห้าสถาบันเริ่มเดินเข้าสู่พื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้พวกเขาสีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความจริงจังและความมุ่งมั่นสายตาหลายคู่มองหาคู่แข่งที่พวกเขาเล็งไว้ โดยเฉพาะอัจฉริยะอันดับต้นๆที่เป็นที่จับตามอง
เหล่าตัวแทนราชวงศ์ นั่งอยู่ในโซนที่โดดเด่นที่สุดองค์หญิงอิงอิงและเหล่าองค์ชายมองลงไปยังสนามประลองพลางกระซิบคุยกันถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในศึกครั้งนี้
แสงพลังงานสาดส่องสนามประลองราวกับเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่
ในขณะที่เสียงกลองดังก้องกังวานไปทั่วผู้คนทุกคนต่างรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นในทุกวินาที วันนี้จะเป็นวันที่ทุกคนจดจำไปอีกนานแสนนาน
เสียงกลองและแตรดังก้องกังวานทั่วสนามประลองประกาศถึงการเริ่มต้นที่ใกล้เข้ามา ประตูทางเข้าสนาม เปิดออกพร้อมกันทั้งสี่ด้านนักศึกษาจากฝั่งเหนือ ใต้ ออก และตก เป็นตัวแทนฝั่งละ 20 คนเดินเข้าสู่สนามอย่างสง่างาม ขบวนตัวแทนแต่ละสถาบันแต่งกายในเครื่องแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และเกียรติยศของตน
ตัวแทนของนอร์ทเทิร์น มาในชุดประจำสถาบันสีเงินส่องประกายมีตรารูปโล่ติดที่เสื้อ
ฝั่งใต้ ตัวแทนของเซาท์เทิร์น มาในเสื้อคลุมสีเขียวมรกตพร้อมสัญลักษณ์อัญมณี ซึ่งเด่นชัดในศาสตร์แห่งชีวิต
ในขณะเดียวกัน ตัวแทนของอีสเทิร์น ก็เดินทางมาในเครื่องแบบสีแดงเข้มพร้อมกับสัญลักษณ์ดอกไม้
และ ฝั่งตะวันตกนักศึกษาจากเวสเทิร์น ปรากฏตัวพร้อมเสื้อคลุมสีฟ้ามีสัญลักษณ์รูปนกติดอยู่ที่เสื้อ
นักศึกษาจากแต่ละสถาบันต่างเดินอย่างมั่นใจแต่ละคนล้วนเป็นหัวกะทิของสถานศึกษา มวลพลังขั้นที่ 3 ระดับสูง แสงสีเขียวเข้มสะท้อนผ่านออร่าอันทรงพลังรอบตัวสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชมในอัฒจันทร์
“ดูสิพวกเขาเปล่งพลังได้ถึงขั้นนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย!”
“พวกเขาคืออนาคตของอาณานิคมโดยแท้!”
เสียงกระซิบชมเชยจากผู้ชมดังก้องในอัฒจันทร์แต่แล้ว...เสียงเหล่านั้นพลันสงบลงทันที เมื่อ ประตูทางเข้าสนามฝั่งสถานศึกษากลาง เปิดออก
ตัวแทนจากสถานศึกษากลางเพียง 10 คน เดินออกมาด้วยชุดคลุมสีขาว มีสัญลักษณ์หอคอยประดับที่หน้าอกแม้จำนวนน้อยกว่าทุกสถาบัน แต่แต่ละคนกลับปลดปล่อยออร่าแห่งพลังที่เหนือกว่า เป็นพลังระดับ4อย่างสมบูรณ์ ร่างของพวกเขาเปล่งแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆตามลักษณะพลังของตน
เสียงลมหายใจของผู้ชมกลายเป็นความเงียบงันมีเพียงเสียงก้าวเดินของตัวแทนทั้งสิบที่ดังก้องในความเงียบ
“ระดับสี่? ทั้งหมดเลยหรือ?”
“นี่มันเหลือเชื่อเกินไป! สถานศึกษากลางทำได้อย่างไร?”
รองผู้อำนวยการของสถานศึกษากลาง ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ระดับสูงหันไปมองอาจารย์จวินซึ่งนั่งเคียงข้างกันพร้อมรอยยิ้มที่ยากจะปิดบัง
“พวกเขาคือผลผลิตของการฝึกฝนและทรัพยากรที่ดีที่สุดจากสถานศึกษากลางเราไม่ต้องการจำนวน แต่ต้องการคุณภาพ”
อาจารย์จวินยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายๆแต่สายตาภายใต้แว่นนั้นทอประกายเฉียบคม
ในสนาม ตัวแทนจากสถานศึกษากลางทั้งสิบเดินเข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนดไว้ด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน สายตาของตัวแทนจากสถาบันอื่นจับจ้องไปที่พวกเขาบ้างแสดงความชื่นชม บ้างแสดงความไม่พอใจ
ชายหนุ่มร่างกำยำจากฝั่งใต้ที่ยืนอยู่ตรงข้ามพึมพำเสียงต่ำ
“ระดับสี่ทั้งหมดหรือ? ฮึ แต่ยังไงตำแหน่งอันดับหนึ่งต้องเป็นของข้า!”
ในขณะที่บรรยากาศเริ่มร้อนแรงขึ้น เสียงกลองและแตรที่กำลังจะจบพิธีเปิดการแข่งขันต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงประกาศดังก้องทั่วสนามประลอง
“ขอประกาศเพิ่มเติม การแข่งขันสุดยอดสถาบันในครั้งนี้สถานแสงสว่างและพระวิหารแสงอาทิตย์ได้ส่งสุดยอดเยาวชนเข้าร่วมด้วยทั้งหมด 5คน!”
เสียงซุบซิบจากผู้ชมในสนามดังขึ้นทันทีความตกตะลึงและตื่นเต้นปรากฏในสายตาของทุกคน
“สถานแสงสว่าง? พวกเขาไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันแบบนี้มาก่อน!”
“พระวิหารแสงอาทิตย์... นี่มันไม่ใช่แค่การแข่งขันธรรมดาแล้ว!”
ประตูด้านข้างสนามซึ่งไม่ได้ถูกใช้งานในพิธีเปิดถูกเปิดออกอย่างช้าๆเผยให้เห็น เยาวชน 5 คน ที่เดินออกมาพร้อมกันทุกคนแต่งกายในชุดคลุมสีเทาอ่อนที่ตกแต่งด้วยลวดลายสีทองบางเบา แต่เปี่ยมไปด้วยความสง่างาม
ชายหนุ่มสามคน ก้าวเดินอย่างมั่นคงรัศมีพลังระดับ 4 ถูกปลดปล่อยออกมาจนสามารถสัมผัสได้จากระยะไกล หญิงสาวสองคน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงสง่าผมยาวสลวยเปล่งประกายแสงอ่อนจาง และอีกคนเป็นหญิงสาวตัวเล็กใบหน้าคมคายแฝงความมุ่งมั่น
ออร่าของพวกเขาไม่ได้เพียงแค่ทรงพลังแต่ยังสงบนิ่งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวราวกับคนที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดและมีจิตใจที่มั่นคง เสียงรอบสนามค่อยๆเงียบลง กลายเป็นความเงียบงันอันน่าประหลาด
ตัวแทนทั้งห้าเดินเข้าสู่สนาม ด้วยก้าวอันมั่นคง ก่อนจะหยุดยืนรวมกันตรงจุดที่กำหนดไว้รัศมีพลังที่แผ่ออกมาจากพวกเขาเปรียบเสมือนการประกาศตนเองอย่างชัดเจน
“ระดับสี่ทั้งหมดอีกแล้วหรือ?”