บุคคลที่ก้าวออกมาจากเกสมิติ คือชายร่างเล็กวัยกลางคนในชุดคลุมยาวสีดำดวงตาของเขาคมกริบ
เปล่งประกายเจิดจ้า พลังอันน่าเกรงขามแผ่กระจายออกมาจนผืนดินสั่นสะเทือน
“ข้าได้รับคำสั่งด่วนจากท่านรองผู้อำนวยการให้มารับตัวเจ้าไปส่งที่เกสมิติหลักของสถานศึกษาเวสเทิร์นของเจ้า!”
นาฟมองชายคนดั่งกล่าวเห็นถึงพลังการเดินทางด้านมิติที่สูงส่งจึงรีบทำความเคารพ และติดตามไปทันที
ยามที่เยื้องกายออกมาก็พบกับ
ครูใหญ่แห่งแผนกการสรรค์สร้างและเป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาเวสเทิร์น—หนึ่งในยอดฝีมือของอาณานิคม—ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
“ไปกันเถอะ!”
ครูใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เรื่องที่เกิดขึ้น…ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า”
นาฟมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า และก้าวเข้าไปในเกสมิติโดยไม่ลังเล
บรรยากาศภายในสนามแข่งขันยังคงคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันจากเหล่ายอดฝีมือที่เฝ้าจับตามองท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่าผู้ชม เสียงหนึ่งกลับดังก้องขึ้นกลางลานประลอง
“นาฟเป็นถึงพลเมืองกิตติมศักดิ์ของฝั่งตะวันตกถือเป็นตำแหน่งราชการชั้นสูง ควรให้เกียรติเขา”
เสียงทรงอำนาจนั้นเป็นของรองผู้อำนวยการแห่งสถานศึกษาเวสเทิร์นหรือที่เหล่านักศึกษาเรียกขานว่า "ครูใหญ่"
สายตาแหลมคมของเขากวาดมองไปยังเหล่ากรรมการก่อนจะกล่าวต่ออย่างมั่นคง
“และที่เขามาช้าก็เพราะมีเหตุผลในความจำเป็นบางอย่าง”
คำพูดของครูใหญ่เปรียบดั่งสายฟ้าที่ผ่ากลางเวทีผู้ชมหลายคนต่างหันไปกระซิบกระซาบกันทันทีพวกเขาเองก็เห็นว่าสภาพของนาฟเต็มไปด้วยคราบเลือด ราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้มาแต่จะให้เชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งเผชิญกับอะไรบางอย่างจนถึงขั้นทำให้เขามาแข่งขันสาย—มันก็ยังเป็นปริศนา
เหล่ากรรมการจากสถานศึกษากลางบางคนเริ่มขมวดคิ้วแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเอ่ยปากโต้แย้งเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากอัฒจันทร์ของแขกกิตติมศักดิ์
“กฎย่อมต้องเป็น......กฎ!”
เสียงนี้หนักแน่น ทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความเด็ดขาด
เป็นเสียงของรองผู้อำนวยการสถานศึกษากลาง!
เขาก้าวออกมาจากที่นั่งของตนสายตาคมกริบกวาดมองไปยังครูใหญ่แห่งเวสเทิร์นอย่างเยือกเย็น
“สถานศึกษากลางเป็นสถานที่สูงค่าเปรียบเสมือนศูนย์กลางของอาณานิคม การแข่งขันนี้เป็นเวทีแห่งศักดิ์ศรีและมาตรฐานเราไม่สามารถให้ใครละเมิดกฎได้เพียงเพราะมี ‘เหตุจำเป็นบางอย่าง!’”
คำพูดของเขาส่งผลให้สนามตกอยู่ในความเงียบงันความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายพุ่งสูงขึ้นทันที
หนึ่งฝ่ายคือตัวแทนของฝั่งตะวันตกที่ อีกฝ่ายคือตัวแทนของสถานศึกษากลางที่เคร่งครัดในกฎระเบียบ
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมสนามแข่งขันสายตาของสองยอดฝีมือในอดีตแห่งอาณานิคมประสานกันกลางอากาศ
ครูใหญ่แห่งสถานศึกษาเวสเทิร์นยืนสงบนิ่งแววตาเฉียบคมของเขามีร่องรอยของรอยยิ้มบางเบา แต่มันไม่ได้แสดงถึงความอ่อนโยนกลับเป็นรอยยิ้มของผู้ที่กำลังครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
ขณะที่รองผู้อำนวยการแห่งสถานศึกษากลางดวงตาฉายแววเยือกเย็น แฝงไปด้วยความเฉียบขาดและอำนาจที่ไม่ยอมอ่อนข้อ
ทั้งสองมิใช่แค่บุคคลที่มีอำนาจสูงส่งแต่ยังเป็นสุดยอดฝีมือของอาณานิคม!
พวกเขาเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาผ่านศึกใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน
เป็นทั้งพี่น้องร่วมรบ—และเป็นคู่รักคู่แค้นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์
ในอดีต ครูใหญ่แห่งเวสเทิร์นเป็นอัจฉริยะผู้หยิ่งทะนงผู้ใช้พลังการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระราวภูตพรายในขณะที่รองผู้อำนวยการสถานศึกษากลาง เป็นอัจฉริยะผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์และมีพลังสายควบคุมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคเดียวกัน
แม้จะเคยร่วมมือกันในสนามรบ แต่ ในเวทีแห่งการแข่งขันและศักดิ์ศรีพวกเขาคือคู่ต่อสู้ที่ไม่มีใครยอมใคร
"ปิโต้...เจ้าก็ยังเหมือนเดิม..."
ครูใหญ่แห่งเวสเทิร์นเอ่ยเบาๆ
“ยังคงยึดติดกับกฎเกณฑ์จนแข็งกระด้าง!”
“และเจ้าก็ยังเหมือนเดิม…..เฟยหยาง”
รองผู้อำนวยการสถานศึกษากลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ชอบใช้ข้ออ้างของ‘เหตุผลพิเศษ’ เพื่อแหกกฎ!”
บรรยากาศรอบสนามหนักอึ้ง แม้พวกเขาจะไม่ได้ปลดปล่อยพลังออกมาแม้แต่น้อยแต่เหล่าผู้ชมก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล
นี่ไม่ใช่แค่การปะทะกันของสองฝ่ายแต่เป็น ศึกแห่งอุดมการณ์ที่สั่งสมมาเนิ่นนาน
และ...ศึกนั้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง!
บรรยากาศที่ร้อนระอุเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกขณะแรงกดดันจากสายตาของสองยอดฝีมือยังคงประสานกันกลางอากาศ คล้ายกับว่าหากมีใครเคลื่อนไหวเพียงเสี้ยววินาทีการปะทะกันระหว่างสุดยอดฝีมือทั้งสองอาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ
แต่ทันใดนั้นเอง—
“ขอผู้อาวุโสทั้งสองท่านโปรดใจเย็นสักหน่อย”
เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางอัฒจันทร์
ผู้คนหันขวับไปยังต้นเสียง ณที่นั่งกิตติมศักดิ์ องค์ชายสามแห่งราชวงศ์ลุกขึ้นจากที่นั่ง ดวงตาแน่วแน่แม้ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง
ก่อนหน้านี้อิงอิงสบตากับพี่ชายของตนไว้แล้ว
เธอรู้ดีว่าพี่ชายของตนเคารพนาฟมากเพียงใดเพราะในสงครามใหญ่ครั้งนั้น หากไม่มีนาฟ องค์ชายสามอาจไม่มีชีวิตรอดกลับมา
เมื่อสิ้นคำกล่าวขององค์ชายสาม ทั้งครูใหญ่แห่งเวสเทิร์นและรองผู้อำนวยการสถานศึกษากลางต่างค่อยๆลดสายตากลับมามององค์ชายสาม
จากนั้นพวกเขาก็ลดศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการให้ความเคารพ
“องค์ชายสาม”
รองผู้อำนวยการสถานศึกษากลางกล่าวเสียงเรียบ
“ข้าไม่อาจละเลยกฎของสถานศึกษากลางได้”