ความปั่นป่วนม้วนตลบทุกสรรพสิ่งรอบกายเจี้ยนหลิน (剑林) ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงพร้อมกับแรงกระแทกที่ทำให้เขารู้สึกราวกับร่างจะแหลกสลาย สติสัมปชัญญะเลือนรางไปชั่วขณะ หูอื้ออึงไปด้วยเสียงหวีดหวิวของบางสิ่งที่ไม่อาจระบุได้ กลิ่นดินชื้นและไอเย็นเฉียบปะทะผิวกายจนสะท้านเมื่อเปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆ ปรือเปิด สิ่งแรกที่เจี้ยนหลินสัมผัสได้คือความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่างจางๆ รอบตัว ภาพเบื้องหน้ายังคงพร่าเลือนอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่างคือเครื่องยืนยันว่าเขายังคงมีชีวิต"อึก..." เขาส่งเสียงครางในลำคอ พยายามยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวคือความสับสนอลหม่าน ‘ที่นี่...ที่ใดกัน? หรือว่าข้าตกตายไปแล้วจริงๆ? สวรรค์ของคนดีช่างหนาวเหน็บและอ้างว้างถึงเพียงนี้เชียวรึ?’ ก่อนที่เขาจะสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นทิ้งไป "ขาวน้อย" (小白) ที่ซุกอยู่ในอกเสื้อของเขาส่งเสียง "คิกๆ" แผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ โผล่หัวเล็กๆ ออกมาสำรวจด้วยดวงตากลมโตที่ยังคงมีแววตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ การมีอยู่ของสหายตัวน้อยทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นบ้างเจี้ยนหลินกวาดตามองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว และแล้วหัวใจของเขาก็พลันกระตุกวูบ ที่นี่...ไม่ใช่สุสานกระบี่ไร้นาม (无名剑冢) อีกต่อไปแล้ว!เบื้องหน้าของเขาคือทัศนียภาพอันแปลกตาอย่างสิ้นเชิง ที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเบื้องบนดูราวกับจะอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม มีสีครามเข้มและโปร่งใสอย่างน่าประหลาด เมฆบางส่วนลอยต่ำคลอเคลียยอด "หญ้าขนแกะเมฆา" (云绒草 ) ที่มีปุยสีขาวนุ่มราวขนแกะ ปกคลุมพื้นดินเป็นหย่อมๆ พลิ้วไหวไปตามกระแสลมเย็นเฉียบ กลุ่ม "บุปผาเหมันต์นิรันดร์" (永冬花 ) หลากสีสันที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ชูช่ออย่างทรหดท่ามกลางความเบาบางของอากาศ กลีบดอกของมันคล้ายทำจากผลึกน้ำแข็งบางเบา สะท้อนแสงเป็นประกาย ไกลออกไป ปรากฏทิวเขาสูงตระหง่านที่ยอดปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับจับตา ความงดงามตระการตานั้นแฝงไว้ด้วยความอ้างว้างเปลี่ยวเหงา และความรู้สึก "แปลกแยก" อย่างบอกไม่ถูก‘ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง! ศิษย์ตำหนักในคนอื่นๆ!’ ความคิดนั้นแล่นปราดเข้ามาในหัว เจี้ยนหลินรีบลุกพรวดขึ้นยืน มองซ้ายมองขวาอย่างร้อนรน แต่กลับไม่พบร่องรอยของผู้ใด มีเพียงความเงียบสงัดของที่ราบสูงแห่งนี้เท่านั้นที่ตอบรับ ‘หรือว่า...ค่ายกลเคลื่อนย้าย (传送阵法) นั่น...มันส่งพวกเรามาคนละทิศคนละทาง!’ ความกังวลระลอกใหญ่ถาโถมเข้าใส่จิตใจของเด็กหนุ่ม เขากำหมัดแน่น พยายามข่มความหวาดหวั่นที่เริ่มก่อตัวเขาสำรวจอาการบาดเจ็บของตนเองอย่างรวดเร็ว มีรอยฟกช้ำและแผลถลอกเล็กน้อยจากการเคลื่อนย้ายที่รุนแรง แต่โดยรวมแล้วไม่นับว่าสาหัส พลังปราณ (灵气) ในร่างกายยังคงไหลเวียนได้อย่างมั่นคง แม้จะรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้าง "ขาวน้อย" เองก็ดูจะปลอดภัยดี มันใช้หัวเล็กๆ ถูไถกับฝ่ามือของเขาเบาๆ ราวกับจะปลอบโยน'ข้าต้องตั้งสติ' เจี้ยนหลินบอกกับตนเอง 'ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิงมีพลังสูงกว่าข้ามาก นางย่อมต้องหาทางเอาตัวรอดได้ ส่วนศิษย์ตำหนักในคนอื่นๆ...ก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะปลอดภัย ดินแดนแห่งนี้แม้จะดูสงบ แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ ต้องรีบหาที่ปลอดภัยและประเมินสถานการณ์ก่อน' แม้จะพยายามคิดในแง่ดี แต่ความกังวลในแววตาของเขาก็มิอาจปิดบังได้มิดเด็กหนุ่มสูดลมหายใจเอาอากาศที่เย็นและเบาบางเข้าเต็มปอด พยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่นี้ เขาเริ่มใช้ "การหยั่งรู้ถึงพฤกษา" (草木之触 ) แผ่ขยายออกไปรอบกายอย่างระมัดระวัง พลังธาตุพฤกษา (草木之力) ของเขาสั่นพ้องตอบรับกับพืชพรรณบนที่ราบสูงแห่งนี้อย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกที่ "บริสุทธิ์" และ "เปี่ยมด้วยพลังชีวิต" ในแบบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเขาเลือกที่จะเคลื่อนตัวไปยังทิศทางที่มีกลุ่มโขดหินขนาดใหญ่และ "สนเมฆาโบราณ" (古云松) สองสามต้นที่ยืนต้นอย่างโดดเดี่ยว ลำต้นบิดเกลียวท้าทายกาลเวลา เพื่อใช้เป็นที่กำบังชั่วคราวจากลมที่เริ่มจะพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทาง เขาพบกับพืชสมุนไพรที่ไม่รู้จักชื่อหลายชนิด ใบของพวกมันมีลักษณะอวบหนาและมีขนสีเงินปกคลุม บางชนิดก็มีดอกสีม่วงเข้มคล้าย "ดอกเหมยอัคคี" (火梅花) แต่กลับแผ่ไอเย็นจางๆ หรือดอกสีเหลืองทองคล้าย "หญ้าฝรั่นภูเขา" (雪山藏红花 ) ซ่อนอยู่ตามซอกหิน เขาจดจำลักษณะของพวกมันไว้ในใจตามสัญชาตญาณของผู้ที่คุ้นเคยกับตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาบรรพกาล" (太古草木秘谱)ขณะที่กำลังจะนั่งลงพักผ่อนใต้เงาของโขดหินนั้นเอง "ขาวน้อย" ที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขาก็พลันส่งเสียง "คิกๆๆ!" ออกมาอย่างร้อนรน มันกระโดดลงจากไหล่ของเขา แล้ววิ่งนำไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดลงแล้วหันกลับมามองเจี้ยนหลิน ดวงตากลมโตของมันจ้องเขม็งไปยังจุดๆ หนึ่งบนพื้นหญ้าขนแกะเมฆาที่อยู่ไม่ไกลนักเจี้ยนหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินตามไปดู และแล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก!บนผืนหญ้าขนแกะเมฆาสีขาวนุ่มนั้น ปรากฏ "รอยเลือด" สีแดงคล้ำจางๆ หยดหนึ่งเกาะอยู่บนปุยหญ้าที่บอบช้ำ! แม้จะจางมากและเกือบจะถูกสายลมพัดพาให้เลือนหายไปแล้ว แต่สำหรับผู้ที่มีสายตาเฉียบคมเช่นเจี้ยนหลิน เขามองเห็นมันได้อย่างชัดเจน! ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเขาก้มลงพิจารณาอย่างละเอียด เขาก็พบกับ "เศษผ้า" ชิ้นเล็กๆ สีฟ้าอ่อนที่ดูคุ้นตา...มันเป็นสีเดียวกับอาภรณ์ของศิษย์ตำหนักในแห่งสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์! ไอพลังจางๆ ที่แทบจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น แต่ยังคงหลงเหลือความคุ้นเคยบางอย่างติดอยู่กับเศษผ้านั้น...มันคล้ายกับกลิ่นอายพลังธาตุลมอันเป็นเอกลักษณ์ของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง!‘ศิษย์พี่หญิง!’ หัวใจของเจี้ยนหลินเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง รอยเลือดและเศษผ้านี้...มันจะต้องเป็นของนางอย่างแน่นอน! ความเป็นห่วงในตัวนางพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด ‘นางได้รับบาดเจ็บงั้นรึ? หรือว่า...’ เขาไม่กล้าคิดต่อไป"ขาวน้อย" ส่งเสียง "คิก!" อีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งนำไปยังทิศทางที่รอยเลือดนั้นทอดต่อไป ท่าทางของมันดูร้อนรนและกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัดเจี้ยนหลินไม่ลังเลแม้แต่น้อย! แม้จะรู้ว่าเบื้องหน้าอาจมีอันตรายที่คาดไม่ถึงรออยู่ แต่ความเป็นห่วงในตัวศิษย์พี่หญิงนั้นมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งใด สองมือของเขากำแน่น พลังธาตุพฤกษาเริ่มโคจรอย่างรวดเร็ว เตรียมพร้อมที่จะ "ก่อรูปกระบี่ไม้" (凝形木剑) ขึ้นได้ทุกขณะหากเผชิญหน้ากับอันตราย พลังปราณขั้นหลอมรวมลมปราณระดับเก้าถูกกระตุ้นขึ้นจนถึงขีดสุด ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าติดตาม "ขาวน้อย" และร่องรอยอันแสนเลือนรางนั้นไปทันที แสงตะวันเริ่มจะทอแสงแรงกล้าขึ้น ความหนาวเย็นของยามเช้าค่อยๆ จางหาย แต่ความกังวลในใจของเด็กหนุ่มกลับยิ่งเพิ่มทวีคูณ...เบื้องหน้าคือดินแดนอันกว้างใหญ่และไม่คุ้นเคย และผู้ที่เขาเป็นห่วงที่สุดก็อาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย!
(จบตอนที่ 155)