การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 55 พระเอกจะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี

    บทที่ 55 พระเอกจะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี

     

    เหลิ่งเทียนหาวรู้ว่าคนที่ใจกล้าล้วนต้องการทำการใหญ่

     

    ถึงแม้คนคนนี้จะไม่แสดงตัว แต่วิธีการพูดเอาหน้าแบบนี้ก็บ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดา

     

    ใครก็ตามที่พูดว่ามีข่าววงในเกี่ยวกับเงินมูลค่าสองพันล้านมาบอก ก็คงมีแต่คนอยากขับไล่เขาออกไปให้พ้นเท่านั้น

     

    แม้ในใจจะคิดว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แต่ก็ยังต้องดูให้มั่นใจก่อนว่าเขาเป็นสิบแปดมงกุฎจริง ๆ ถึงจะสามารถกลับมารับประทานอาหารมื้อนี้อย่างสบายใจ

     

    เหลิ่งเทียนหาวหัวเราะ “พูดอวดอ้างซะใหญ่โตถึงขนาดนี้เลยเหรอ? หึ หึ ท่าทางเราคงพบกับคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างเข้าแล้ว? เฉิงเหวิน ไปดูหน้าเขาด้วยกันไหม?”

     

    ลู่เฉิงเหวินคิดในใจ

     

    ‘จะเสแสร้งอะไรกันนักหนา! ตอนนี้ทำท่าทีหยิ่งผยองอย่างกับมีไพ่ดี ๆ ในมือไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพอคุณชายใหญ่เข้ามาจัดการแป๊บเดียว คุณคงต้องยกลูกสาวกับธุรกิจที่บ้านทั้งหมดให้เขาแล้ว!’

     

    ‘ในที่สุดหลงอ้าวเทียนก็เริ่มลงมือแล้ว! ตื่นเต้นจัง! เหมือนตอนนี้บททุกอย่างกำลังกลับสู่สภาวะปกติ’

     

    ‘นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลูกสาวของคุณจะทำหน้าที่ปลดเสื้อเปลื้องผ้าให้กับเขา ส่วนคุณก็ทำหน้าที่กราบไหว้และเทิดทูนบูชาเขา หลังจากที่ตระกูลเหลิ่งได้พบกับเขาแล้ว ทุกอย่างก็แทบไม่มีเหลือ อำนาจของคุณชายหลงจากประเทศเป่ยเริ่มต้นจากตระกูลเหลิ่งของพวกคุณนี่แหละ’

     

    เหลิ่งชิงชิวมองลู่เฉิงเหวิน

     

    เธอไม่พอใจมาก

     

    อีตาบ้าคนนี้คิดอะไรฟุ้งซ่านอีกแล้ว!

     

    ฉันมันไร้ค่าถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันต้องไปเปลื้องผ้าให้กับบอดีการ์ดที่ตัวเองสั่งไล่ออกเนี่ยนะ?

     

    พ่อของฉันเป็นถึงตำนาน มีบุคคลยิ่งใหญ่ระดับไหนที่ไม่เคยพบบ้าง? เขาเป็นแค่บอดีการ์ดคนหนึ่งเท่านั้น เขาจะถึงกับทำให้พ่อของฉันต้องสยบยอมอย่างราบคาบเลยงั้นเหรอ? ทั้งจะยังยกฉันประเคนให้กับเขาอีก?

     

    ในเวลานี้เหลิ่งชิงชิวเองก็โกรธมากเช่นกัน

     

    ดี! ฉันจะดูซิว่าความจริงแล้วเขาร้ายกาจมากแค่ไหน ถึงได้ทำให้คุณกลัวถึงขนาดนี้

     

    ลู่เฉิงเหวินกับเหลิ่งชิงชิวต่างคิดกันไปคนละอย่าง ชายหนุ่มพูด “อืม ได้ยินมาว่าคนสกุลหลงคนนี้ไม่ธรรมดา ผมควรออกไปทำความรู้จักด้วยจริง ๆ นั่นแหละครับ แต่ในเมื่อคุณอามีแขกสำคัญ ผมขอตัวกลับก่อน แล้วค่อยคุยกันวันหลังนะครับ ว่าแต่ประตูหลังไปทางไหนครับ?”

     

    “อ้าว!” เหลิ่งเทียนหาวเรียกชายหนุ่มให้อยู่ต่อ “หลานต่างหากที่เป็นแขกคนสำคัญ! เขาไม่สำคัญอะไรหรอก! คงจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมากกว่า เจอหน้าก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”

     

    ภายในบ้านมีสถานการณ์เช่นนี้ แต่ข้างนอกกลับเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง

     

    ในเวลานี้หลงอ้าวเทียนอาบน้ำล้างตัวจนสะอาด และเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อยแล้ว

     

    เขายืนอยู่หน้าคฤหาสน์ของตระกูลเหลิ่ง

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงยืนนิ่งอยู่ที่มุมมืดริมกำแพง เธอโค้งตัวรายงาน “คุณชายน้อย ทางนั้นจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ”

     

    “ดี”

     

    หลงอ้าวเทียนขมวดคิ้วแน่น

     

    เจี่ยงซือหานที่ไร้พิษสงยังคิดที่จะติดตามลู่เฉิงเหวินอยู่อีก

     

    ฮึ! ผู้หญิงที่ปิดตัวเองอยู่ในโลกคับแคบนี่ช่างงี่เง่าซะเหลือเกิน เธอคงจะคิดว่าคนมีเงินเป็นหนทางอันกว้างใหญ่ของตัวเองสินะ

     

    ยังไงซะเจี่ยงซือหานก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากนัก ทว่าผู้หญิงที่ต้องจัดการให้อยู่หมัดคือเหลิ่งชิงชิว สวีเสวี่ยเจียว กับเฉินเมิ่งอวิ๋นต่างหาก

     

    ดูเหมือนว่าสวีเสวี่ยเจียวค่อนข้างจะตึงมือ เฉินเมิ่งอวิ๋นยังไม่ได้ปูทางไว้ก่อน ส่วนตระกูลเหลิ่งกำลังอยู่ในช่วงสั่นคลอน ระบบการเงินภายในตระกูลเหลิ่งกำลังมีปัญหาอย่างหนัก ตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะที่จะบุกเข้าไปสร้างเกียรติและศักดิ์ศรีของเขา

     

    “เสวี่ยหนิง เธอต้องรู้จักเรียนรู้บ้าง เบิกตาโต ๆ ของเธอดูให้ชัดเจน นี่คือก้าวแรกที่ฉันจะรวบอำนาจในเมืองเสวี่ย ตระกูลเหลิ่งจะต้องตกเป็นของฉัน!”

     

    “เสวี่ยหนิงจะถือนายน้อยเป็นแบบอย่าง และจะคอยสังเกตอย่างละเอียด เพื่อความก้าวหน้าของตนในอนาคตค่ะ”

     

    “ดีมาก!”

     

    หลงอ้าวเทียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

     

    แม้ทหารคนสนิทคนนี้จะค่อนข้างโง่เขลาไปสักหน่อย แต่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถอย่างหาตัวจับได้ยาก ในร่างกายของเธอได้รับสืบทอดพลังแปลกประหลาดมา

     

    หากให้เวลาอย่างพอเพียง ผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นสุดยอดแห่งยอดฝีมือที่ไร้ผู้ใดเทียบเคียงได้ อีกทั้งในการทำงานร่วมกันระหว่างเธอกับตน เธอก็จะได้เห็นจิตใจอันกว้างขวางและความฉลาดปราดเปรื่องของนายน้อยของเธอด้วย!

     

    หุ่นและรูปร่างของเขาก็สุดยอดเช่นกัน

     

    วันนี้เขาจะต้องทำให้เธอรู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงเป็นราชาทหารรับจ้าง เพราะเหตุใดทหารเก่ง ๆ จำนวนมากมายในเขตชายแดนถึงได้ยอมสยบต่อเขา

     

    ขณะนี้เอง ประตูใหญ่ถูกเปิดออก คนที่มีท่าทีคล้ายกับพ่อบ้านยิ้มพลางเดินออกมา “คุณหลงใช่ไหมครับ? นายท่านเชิญให้เข้าพบได้แล้วครับ”

     

    เมื่อมาถึงห้องรับแขก ชายหนุ่มก็เห็นเหลิ่งเทียนหาวนั่งรออยู่ที่โซฟาก่อนแล้ว

     

    ทว่าชายวัยกลางคนไม่ได้แสดงท่าทีเกรงใจ เขานั่งเป็นประธานใหญ่ภายในห้องรับแขก และมองไปที่หลงอ้าวเทียน “คุณหลงใช่ไหม? เชิญนั่งสิ”

     

    “ขอบคุณครับ”

     

    หลงอ้าวเทียนนั่งไขว้ห้างอย่างงดงาม

     

    ท่าทางที่ชายหนุ่มแสดงออกมาดูธรรมดา และการแต่งตัวก็ไม่มีอะไรโดดเด่น

     

    แต่ในฐานะที่เป็นพระเอกจะต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี

     

    ต่อให้ใส่เสื้อผ้าขาด ๆ ที่มีรอยเย็บปะอยู่เต็มไปหมด แต่เมื่อนั่งอยู่ตรงนั้นก็ยังคงต้องมีเกียรติยศศักดิ์ศรี มีความมั่นใจในตัวเอง มีความหยิ่งทระนง และความเป็นตัวของตัวเอง

     

    เหลิ่งเทียนหาวพูด “คุณบอกว่ามีธุรกิจมูลค่าสองพันล้าน? พูดตามตรงนะ ผมเหลิ่งเทียนหาวเคยเจอคนที่ชอบพูดจาโอ้อวดมาเยอะแล้ว แต่ผมยังไม่เคยเจอคุณ ผมให้เวลาคุณสามสิบวินาที ภายในสามสิบวินาทีนี้ หากคุณบอกเรื่องที่เป็นประโยชน์ไม่ได้ ผมก็จำเป็นต้องส่งแขกกลับแล้ว”

     

    “ฮ่า ๆ ๆ!” หลงอ้าวเทียนเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง

     

    “เกรงว่าคุณเหลิ่งคงยังไม่รู้ ตระกูลเหลิ่งในตอนนี้อยู่ในภาวะวิกฤตแล้วนะครับ”

     

    “งั้นเหรอ?” เหลิ่งเทียนหาวพูด “เวลามีค่านะคุณหลง ผมไม่รู้สึกตกใจกับคำพูดแบบนี้หรอก”

     

    หลงอ้าวเทียนคิดในใจ ยังทำท่าทางอวดเก่งอยู่สินะ ฉันจะดูซิว่าจะอวดเก่งไปได้สักเท่าไหร่

     

    เดี๋ยวพอฉันพูดความลับนี้ออกไป รับรองได้ว่าคุณต้องกลัวจนฉี่ราดแน่นอน!