ณ นิกายเทวะ ดวงดาราเทวะ
“ท่านอาจารย์ เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับ”
ชายหนุ่มชุดขาวศิษย์สายตรงลำดับที่1 กล่าวถามด้วยสีหน้าใ เมื่อมองดูจะเห็นเหงื่อไหลหลั่งทั้งตัวจนเปียกชุ่ม
ศิษย์ลำดับที่1 มีนามว่า เฉิงฉาน มีอายุ 3000ปี มีพลังปราณครึ่งก้าวดวงดาราระดับ10 อีกเพียงก้าวเดียว ก็จะเข้าสู่ปราณดวงดาราเริ่มต้นมันนับว่าเป็อัจฉริยะ ที่มีพร์ล้ำเลิส ติดอันดับ 1 ใน 20รุ่นเยาว์ที่มีอายุน้อยกว่า 10000ปี ที่จะเข้าสู่ปราณดวงดาราเริ่มต้น
ผู้เป็อาจารย์ได้แต่ส่ายหน้าถึงแม้จะมีสภาพไม่ต่างกัน แต่ก็ยังดูดีกว่าศิษย์มากนัก เป็เพราะมีพลังปราณอันแข็งแกร่งสมาธิจิตใจสงบนิ่ง อยู่เหนือความกลัว และความกดดัน จนกระทั่งวันนี้ ที่มันยังสำนึกตนได้ว่ามันยังคงเป็มนุษย์ผู้หนึ่ง
ผู้เป็อาจารย์มีนามว่า เฉินฝูไห่ เป็จ้าวนิกายเทวะมีอายุราว 50000ปี มีพลังปราณครึ่งก้าวจักรวาลระดับ 10 เป็ 1 ในสิบสุดยอดฝีมือขั้นสูงสุด ในหมู่ดวงดาราระดับสูงทั้ง 10ดวง และปกครองดวงดาราเทวะทั้งดวง ดังนั้นจึงสามารถพูดได้ว่าฝีมือมันไร้เทียมทาน
ยามนี้เหล่าผู้าุโศิษย์ในนิกาย ผู้คนรอบนอกต่างปั่นป่วนวุ่นวายกันยกใหญ่ ราวกับจะเกิดภัยพิบัติร้ายแรงพูดปากต่อปากลุกลามรวดเร็วปานพายุโหมกระหน่ำยิ่งพูดยิ่งแต่งเติมเื่ราวยิ่งร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ณ นิกายอัคคีมรณะ ดวงดาราผลาญ
ภายในสำนักเหล่าผู้าุโต่างมีสีหน้าใและพากันมาเข้าพบเ้านิกาย นับเป็เหตุการณ์ที่ยากจะพบพาน นับั้แ่มีการสู้รบเมื่อครั้งแรกเริ่มก่อตั้งนิกายเมื่อ3000000 ปีก่อน ที่ผู้าุโมาแสดงตัวกันครบทุกคน
ในห้องโถงอันกว้างใหญ่มีความสูงราว 1000 เมตร กว้างกว่า 5000000 ตารางเมตร บรรจุคนได้นับล้าน
“ผู้าุโทุกท่าน โปรดใจเย็นก่อน”
เสียงอันเข้มแข็งทรงพลังกลับกลบเสียงถกเถียงต่างๆ จนหมดสิ้น
เมื่อได้ยินเสียงนี้เหล่าผู้าุโระดับสูงหลายร้อยคนต่างสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทรุดตัวลงนั่งเป็ระเบียบเรียบร้อยบนเก้าอี้ที่วางอยู่โดยรอบเป็ครึ่งวงกลมภายในห้องโถงแห่งนี้
“คลื่นพลังที่เกิดขึ้น ข้าไม่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเป็เพราะเหตุใดกันแน่”
เ้านิกายกวาดสายตามองดูโดยรอบ
“แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ ไม่ได้มีการใช้อาวุธวิเศษฝืนเปิดมิติหรือมีผู้ใดบรรลุพลังข้ามขั้นเข้าสู่ระดับ ปราณจักรวาลเริ่มต้น”
“ดังนั้นทุกท่านโปรดวางใจได้ ดวงดาราผลาญของพวกเรายังมั่นคง แข็งแกร่ง อย่างแน่นอน”
“ทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว การที่จะบรรลุพลังข้ามขั้นปราณจักรวาลเริ่มต้น แทบเป็ไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้พลังจากภายนอกมาช่วยผลักดัน”
เสียงของเ้านิกายยังคงดังต่อไป
“มีพียงบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งนิกายเท่านั้นที่ไปถึงระดับปราณจักรวาลเริ่มต้น ได้โดยบังเอิญ นิกายอัคคีมรณะจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา หลังจากนั้นในหมู่ดวงดาราระดับสูงทั้ง 10 ดวงไม่ว่าจะพยายามทุ่มเททรัพยากรกันมากมายเพียงใด ก็ได้แต่เพียงฝันกลางวันไปเท่านั้น”
“....เฮ้อ”เสียงเ้านิกายถอดถอนใจ
เ้านิกายพลันนึกไปถึงความฝันความพยายามที่ผ่านมาของมัน ที่จะบรรลุพลังข้ามขั้นให้ได้ แต่ก็ล้มเหลวทุกคราวไปอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น ที่มันััถึงพลังปราณจักรวาลเริ่มต้นแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร วิธีไหน ก็ไม่ได้ผล นับเป็ความเศร้าใจประการหนึ่งนับแต่ที่มันก้าวขึ้นเป็จ้าวนิกาย
“ท่านจ้าวนิกาย ถ้าเช่นนั้นมันจะเป็ลางบอกเหตุสิ่งใดหรือไม่ขอรับ” าุโผู้หนึ่งเอ่ยถาม
ดวงตาจ้าวนิกายอัคคีมรณะพลันรวมศูนย์ออกจากห้วงคำนึง มันนับว่าเป็ผู้มีพลังอำนาจสูงสุด เทียบเคียงได้กับเฉินฝูไห่ จ้าวนิกายเทวะ มีนามว่า เสิ่นไห่เทียน มีอายุราว65000ปี มีพลังปราณครึ่งก้าวจักรวาล ระดับ 10 เป็ 1 ในสิบสุดยอดฝีมือขั้นสูงสุดในหมู่ดวงดาราระดับสูงทั้ง 10 ดวง เช่นกัน
“อืม...ตามบันทึกของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเคยบันทึกไว้ว่า เมื่อ 3000000ปีก่อน ที่ท่านจะบรรลุพลังข้ามขั้น เข้าสู่ระดับปราณจักรวาลเริ่มต้นได้เกิดคลื่นพลังงานถาโถมเข้ามาจากจักรวาลอันไกลโพ้น ไม่ทราบจุดเริ่มต้นแน่ชัดแต่ผลที่ตามมาคือ การกำเนิดยอดยุทธ์ระดับปราณจักรวาลเริ่มต้นจำนวน 10 คนซึ่งบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง ก็เป็ 1 ในจำนวนนั้นด้วย”
เหล่าผู้าุโได้แต่พยักหน้าเท่านั้นจ้าวนิกายเห็นดังนั้นจึงกล่าวเสียงดังกังวาน
“ติดต่อสายลับทุกคนสังเกตุความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ส่งข่าวกลับมาทันที ไม่ว่าข่าวนั้นจะเล็กหรือใหญ่จะเป็จริงหรือไม่”
“รับคำสั่ง” มีเสียงตอบรับจากที่ใดไม่ทราบ
หลังจากนั้นก็ได้มีการถกเถียงปัญหาต่างๆภายในนิกาย ทั้งการรับศิษย์ใหม่ การเลื่อนระดับศิษย์นอก ศิษย์ใน และศิษย์หลักแต่ไม่นับรวมถึงศิษย์สายตรง ที่ขึ้นตรงต่อเหล่าปรมจารย์ทั้งหลาย เพราะศิษย์สายตรงมีสิทธิพิเศษมากมาย แม้กระทั่งเหล่าผู้าุโก็แบ่งออกเป็หลายระดับตามพลังปราณสูงสุดคือปรมจารย์ รองลงมาคือผู้าุโหลักและจากนั้นก็จะเป็ผู้าุโตามแผนกต่างๆ
“เอาหล่ะ...หลังจากนี้ขอให้ผู้าุโทุกท่านโปรดเข้มงวดกวดขันเหล่าศิษย์ทุกคน ปิดด่านบ่มเพาะพลังและคัดเลือกศิษย์ที่ผ่านเกณฑ์ 200คน ที่จะเข้าสู่ มิติอุกาบาตที่จะเปิดในอีก 20 ปีข้างหน้าไว้ด้วย”
ในที่สุดก็ยุติการถกเถียงปัญหาต่างๆ
ณ นิกายเหมันต์ ดวงดาราเหมันต์
ดวงดาราแห่งนี้มีศิษย์หญิงมากเป็9 ใน 10 ส่วน ศิษย์ชายมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทั้งนี้เพราะหาศิษย์ชายที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ได้ยาก ซึ่งจำต้องมีพื้นฐานที่เหมาะสมจึงจะฝึกวิชาธาตุเหมันต์ได้ และชั้นบรรยากาศอันหนาวเย็นของดวงดาราก็เหมาะกับผู้หญิงมากกว่า
ภายในห้องปรุงโอสถมีสตรีสาวและศิษย์หญิง 3 คน ทั้งสามมีหน้าตาหมดจดงดงามปานเทพธิดาดุจดั่งพระเ้าสร้างสรรค์ขึ้น ผิวกายขาวผุดผ่องเป็ประกาย ยามเคลื่อนไหวนุ่มนวลชวนให้หลงไหลเรือนกายดั่งปฏิมากรรมล้ำค่า ปกปิดด้วยชุดใยไหมหิมะเหมันต์ ซึ่งเป็สัตว์วิเศษที่มีปราณเซียนขั้นสูงระดับ 8 แข็งแกร่งทนทาน ต้านทานพลังภายนอกทุกประการแค่เพียงชุดที่สวมใส่ก็ประเมินค่ามิได้แล้ว
ทั้ง 3 คนเป็ศิษย์สายตรงย่อมบ่งบอกฐานะได้เป็อย่างดี 1 ในนั้นเอ่ยคำ
“ท่านอาจารย์ คลื่นพลังที่เกิดขึ้นกระจายออกมาจากส่วนลึกสุดของห้วงจักรวาล ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดเคยไปถึงมาก่อน ใช่หรือไม่เ้าค่ะ”
ท่านอาจารย์ที่กล่าวถึงคือสตรีสาวผู้สูงศักดิ์ ซึ่งเป็จ้าวนิกายเหมันต์ ปกครองดวงดาราเหมันต์ มีนามว่า มู่เซียนเซียน มีอายุราว 40000ปี มีพลังปราณครึ่งก้าวจักรวาล ระดับ10 เป็ 1 ในสิบสุดยอดฝีมือขั้นสูงสุด ในหมู่ดวงดาราระดับสูงทั้ง 10 ดวงทั้งที่อายุน้อยกว่า แต่มีพลังปราณที่ไม่ด้อยกว่าอีก 9 คนแม้แต่น้อย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่หน้าเตาปรุงยาปราณเทวะขั้นสูง
มู่เซียนเซียนจัดเป็โฉมงามแห่งยุค ไร้คู่เปรียบ สมบูรณ์พร้อมในทุกด้านยามนั้นจึงเอ่ยคำพูดที่แ่พริ้วดุจมายาฝัน ที่แม้แต่บุรุษเหล็กใดที่ได้ยิน ยังต้องหลอมละลายในทันที
“พวกเ้าล้วนทราบดี ถึงคำพยากรณ์ จากดวงดาราลิขิตพยากรณ์ ที่เปิดเผยความลับบางส่วนของจักรวาลที่หลับไหลนอกจักรวาลนั้นยังคงมีเอกภพที่กว้างใหญ่ ไร้ทื่สิ้นสุด”
“ทั้งที่อยู่ห่างไกลกลับส่งแรงกดดันมากถึงเพียงนี้ ช่างน่ากลัวจริงๆ” ศิษย์ผู้หนึ่งกล่าว
สตรีสาวเงยหน้าขึ้นจากเตาปรุงยาปราณเทวะขั้นสูงเมื่อเพ่งพิศวงหน้า นับเป็ความงามล่มเมืองทีเดียว นางไม่แม้แต่จะชายตามองศิษย์หญิงอายุเยาว์ทั้ง3 คน กลับก้มมองฝ่ามือขาวราวหยกเหมันต์สลัก ซึ่งขณะนี้มีเปลวเพลิงสีทองลุกโชนอยู่เป็ขั้นตอนสุดท้ายในการปรุงยาที่ใช้ เพลิงพลังจิต ถ้าสังเกตุดูกลางเปลวไฟสีทองจะเห็นกลุ่มควันหมุนวนรวดเร็วปานพายุ และหดตัวบีบอัดเล็กลงอย่างต่อเนื่อง
“หมู่ดาวระดับสูงทั้ง 10ดวง ต่างรู้ภึงคำพยากรณ์นี้ และมีความพยายามร่วมกันมาอย่างยาวนานเพื่อที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด”
น้ำเสียงหวานระรื่นหูยังกล่าวต่อไปจนในที่สุด
“อืม...ไม่เลวทีเดียวนับว่าความพยายามไม่สูญเปล่า” มู่เซียนเซียน ดวงตาเป็ประกายแสงมีสีหน้าพึงพอใจ มองดูเม็ดยาสีทองที่ลอยอยู่บนฝ่ามือหยก
ศิษย์หญิงทั้ง3 คนเห็นดังนั้น ก็มีสีหน้าปิติยินดียิ่ง 1 ในนั้นรีบเอ่ยคำ
“ยินดีด้วยเ้าค่ะท่านอาจารย์ เต๋าแห่งการปรุงยาของท่านก้าวไปอีกขั้นแล้ว”
“วันนี้อาจารย์อารมณ์ดียิ่ง พวกเ้าตัดสินใจกันเองเถอะว่าเม็ดยานี้จะเป็ของผู้ใด”
ทันใดนั้นเม็ดยาสีทองที่มีลวดลายอักขระโบราณ โบยบินออกจากฝ่ามือหยก ล่องลอยอยู่ในอากาศ โดยมีพลังปราณห่อหุ้มป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดกับเม็ดยา
ศิษย์หญิงทั้ง3 คน ใช้แซ่เดียวกันทั้งหมดหรือจะกล่าวว่าทั้งดวงดาราเหมันต์ต่างใช้แซ่เดียวกันก็ได้ คนแรกมีนาม มู่หลิงหลิง มีอายุ 2500ปี มีพลังปราณครึ่งก้าวดวงดาราระดับ 10 เท่ากับ เฉิงฉาน แห่งดวงดาราเทวะ คนที่สองมีนามมู่เฟยเฟย มีอายุ 2000ปี มีพลังปราณเทวะขั้นสูงระดับ 7 คนที่สามมีนาม มู่ชิงชิง มีอายุ 1800ปี มีพลังปราณเทวะขั้นกลาง ระดับ 9
ศิษย์หญิงทั้ง3 คน ดวงตาเป็ประกายปราถนาเร่าร้อน จิตใจหวั่นไหวเหลือบมองกันไปมา ต่างตัดสินใจไม่ได้ว่ายาเม็ดควรจะเป็ของผู้ใดดี
ณ นิกายเนตร์ดวงดาราลิขิตพยากรณ์
ในตำหนัก์ยามนี้มีผู้เฒ่าผมขาวผู้หนึ่ง กำลังนั่งขัดสมาธิลอยตัวอยู่กลางอากาศ ผมยาวขาวโพลนทั้งศีรษะขนคิ้วทั้ง 2 ข้าง ยาวหลายเมตร กวัดแกว่งไปมาราวัท่องทยานนั่งล้อมรอบด้วยชายชราสูงวัยนับสิบคนส่วนตรงกลางตำหนัก์มีวงแหวนอักขระโบราณหมุนวนเป็วงกลมหลายวง พุ่งฉวัดเฉวียนไปมาเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต บางครั้งคราวเคลื่อนที่มาซ้อนทับกัน แต่พอจะรวมกันเป็วงกลมวงเดียวมันกลับแตกกระจายออกไปซะก่อน ไม่อาจจะหลอมรวมกันได้
ตูม...
ตูม...
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว
จำเป็ต้องกางม่านพลังป้องกันเอาไว้มิเช่นนั้นแรงะเิจะก่อให้เกิดหายนะขึ้นได้
หลังจากผ่านไป2 ชั่วยาม เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังคงเกิดขึ้นเช่นเดิม วนเวียนไม่รู้จบ ผู้เฒ่าผมขาวพลันลืมตาขึ้นเผยแววตาประหลาดใจจนเหลือเชื่อ
ตูม...
ตูม...
ผู้เฒ่าผมขาวเฝ้ามองการปะทะกันอยู่นาน
จนเวลาผ่านไป อย่างไม่ยินยอมดวงตาพลันส่องแสงสีขาวสว่างไสว พุ่งออกไปชนวงแหวนทุกวงหลอมรวมพร้อมกัน
เปรี้ยง...เปรี้ยง....
เสียงดังกัมปนาทบังคับวงแหวนหมุนวนรวดเร็วยิ่งขึ้น ก่อเกิดเส้นแสงสีทองจากวงแหวนทุกวงพุ่งมารวมกันเป็เส้นเดียวและทะลวงผ่านออกไปนอกดวงดารา ลับหายไปในห้วงมิติอันไกลโพ้น
ณ...มุมหนึ่งในห้วงจักรวาล
เส้นแสงสีทองฝ่าทะลวงมิติออกมาพุ่งผ่านยังร่างๆ หนึ่ง ที่นั่งหลับตา ขัดสมาธิล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันมืดมิด ไม่มีบนหรือล่างไม่มีทิศทาง ลอยเคว้งคว้าง เวิ้งว้าง ผ่านกาลเวลากี่หมื่นกี่พันปีไม่รู้ได้
ร่างมืดทมึนนั้นหงายฝ่ามือชึ้นช้าๆและดีดลูกประคำออกไปหนึ่งเม็ด พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วแสง ลูกประคำพลัน ลับหายพลันปรากฏ ผลุบๆ โผล่ๆ ในมิติ ย่นระยะทาง ห่างออกไปจนลับตา
ณ ตำหนัก์จังหวะที่เส้นแสงสีขาวพุ่งชนวงแหวนที่กำลังปะทะกัน จะก่อเกิดภาพนิมิตรเลือนลางชั่วขนะเผยให้เห็นความลับ์บางส่วน
ผู้เฒ่าผมขาวเพ่งมองจนตาแทบปะทุ สีหน้าสับสนแปลกประหลาด คาดไม่ถึง หัวใจเต้นกระหน่ำราวรัวกลองเข้าสู่พวังเคลิบเคล้มลืมตนเนิ่นนาน กว่าจะสงบจิตใจลงได้
ผ่านไปนานผู้เฒ่าผมขาวจึงกล่าว
“จัดกำลังตรวจสอบดวงดาราทุกดวงั้แ่ดวงดาราระดับสูง จนถึงดวงดาราระดับล่าง นำผลึกเผยลิขิตติดตัวไปด้วย เมื่อพบเจอแจ้งเหตุกลับนิกายโดยทันทีต้องปกปิดเป็ความลับขั้นสูงสุด หากผู้ใดแพร่งพรายออกไป จะลงโทษสถาณหนัก อย่างไรก็ต้องหาให้เจอก่อนผู้อื่นให้จงได้”
ฉับพลันได้ยินเสียงขานรับดังกระหึ่มไปทั้งตำหนัก์
ผู้เฒ่าผมขาวมีนามโจ้เทียนหวัง เป็จ้าวนิกายเนตร์ มีอายุราว 80000ปีมีพลังปราณครึ่งก้าวจักรวาล ระดับ 10 ถึงแม้มันจะมีระดับพลังเทียบเท่ากับจ้าวนิกายอื่นๆ แต่ทว่ายังมีข้อได้เปรียบอีกอย่างคือนิกายของมัน 1 ใน 9 สิ่งของวิเศษ ระดับห้วงจักรวาล ซึ่งก็คือ คัมภีร์มหาโอสถพยากรณ์ นั่นเอง
ทุกนิกายน้อยใหญ่ หรือทุกดวงดารา ถ้าหาก้าเม็ดยาระดับสูงจะต้องมาขอร้องนิกายของมันให้ปรุงให้ แต่ยังดีที่ โจ้เทียนหวังเป็คนที่มีคุณธรรมน่านับถือ เป็ที่เลื่องลือ
ดังนั้น นิกายเนตร์ นับวันยิ่งใหญ่โต มั่นคง แข็งแกร่งเหล่าลูกศิษย์ไม่ว่าจะไปที่ใด ล้วนได้รับความเคารพยำเกรงจนบางครั้งอาจจะเพาะเป็ความเย่อหยิ่ง โอหัง
เหตุการณ์คลื่นพลังดวงดาราระดับกลาง ดวงดาราระดับต่ำ และดวงดาราระดับล่างสุดนับรวมแล้วหลายพันดวงดาราต่างกระทบและรับรู้กันทั้งหมด