บทที่ 8 ถูกลู่จวินลากเข้าไปในไร่ข้าวโพด
หลังจากเกิดใหม่ สิ่งที่เธอคิดไม่ใช่การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอีกต่อไป ยุค 70 ยุค 80 มีโอกาสมามายมายืนอยู่ตรงหน้า
เธอ้าสร้างธุรกิจ ้าร่ำรวย ้าเห็นครอบครัวเสิ่นและลู่จวินตกต่ำลงไปทีละขั้น
ตู้คังขมวดคิ้ว “แบบนี้ไม่ค่อยดีมั้ง? ในป่าไม่ใช่เื่ล้อเล่น ถ้าเข้าป่าไปจริงๆ ฉันกลัวว่าจะเกิดเื่ เราอย่าไปเลยดีกว่า”
เซี่ยเยว่เหมยก็ลังเล “ใช่! ถ้าเกิดเื่ขึ้นมาจริงๆ มันจะแย่เอานะแล้วเราก็ไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์ในป่า เราลองถามคนอื่นดูก่อนไหม?”
เสิ่นตัวอวี๋พยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก แต่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าต้องขึ้นเขาไปดู
เธอยังพอรู้เื่บนเขานี้อยู่บ้าง เคยเข้าไปในป่าหลายครั้ง อีกอย่าง เธอแค่อยากลองเสี่ยงโชคที่ชายป่า
หลังจากกินข้าวเสร็จ เธอก็เดินเล่นในหมู่บ้าน อากาศในป่าสดชื่นมาก บริเวณเชิงเขามีหมอกปกคลุม หลังจากเห็นความศิวิไลซ์ของศตวรรษที่ 21 มาแล้ว ที่นี่กลับทำให้เธอรูสึกสบายใจมากกว่า
“ตัวอวี๋ ฉันหาเธอตั้งนาน วันนี้ทำไมเธอไม่ไปทำงานล่ะ? เสียงของลู่จวินดังขึ้น ทำให้เสิ่นตัวอวี๋ใ เหมือนผีมาหลอกหลอน!
“ไม่ใช่เื่ของนาย” เสิ่นตัวอวี๋พูดสี่คำนี้ออกมาอย่างชัดเจน
ลู่จวินขมวดคิ้ว มองเสิ่นตัวอวี๋เขารู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนเธอมักจะก้มหน้า โดนรังแกก็ไม่เคยเถียง ทำไมไม่กี่เดือนที่ไม่ได้เจอ ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?
“ตัวอวี๋ ฉันก็เห็นแก่ที่เราเป็คนบ้านเดียวกัน ตั้งใจเดินมาจากหมู่บ้านหมู่บ้านอู่หลี่ถุน เธอเห็นแก่ที่เราเป็คนบ้านเดียวกัน ไม่น่าจะทำแบบนี้เลยนะ?” ลู่จวินเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ
เสิ่นตัวอวี๋รีบถอยหลัง “อย่าเข้ามานะ ฉันจะร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”
ลู่จวินหัวเราะเยาะก่อนจะคว้าตัวเธอไว้ “ตัวอวี๋ ฉันรู้ว่าเธอชอบฉัน เวลาผู้หญิงพูดว่าไม่ ก็คือใช่ เราสองคนมาคบกันเถอะ! ฉัน...”
บ้าเอ๊ย เสิ่นตัวอวี๋ไม่คิดว่าลู่จวินจะเป็คนแบบนี้ เธอพยายามดิ้นรน แต่ลู่จวินกลับลากเธอไปที่ไร่ข้าวโพด
“เพี๊ยะ...” เธอโดนตบหน้า ลู่จวินหัวเราะเยาะในความมืด “ฉันให้เกียรติแกมามากพอแล้ว รอให้แกเป็ผู้หญิงของฉันก่อน เดี๋ยวฉันจะสั่งสอนให้หลาบจำเอง!”
ชาติที่แล้วไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าทำไมลู่จวินถึงเปลี่ยนไปแบบนี้?
เสิ่นตัวอวี๋ร้องขอความช่วยเหลือพลางถูกลู่จวินลากเข้าไปในไร่ข้าวโพด ทันใดนั้นก็มีเงาดำพุ่งเข้ามา จับลู่จวินต่อสู้กัน
ชายคนนั้นเหวี่ยงหมัดในความมืด ต่อยลู่จวินไม่ยั้ง
ลู่จวินสู้ไม่ได้เลยร้องโอดโอย “โอ๊ย เจ็บ! ปล่อยผมไปเถอะ! ผม... ผม... ผมสำนึกผิดแล้ว...”
แต่ชายคนนั้นก็ยังคงต่อยเขาอีกหลายหมัด เสิ่นตัวอวี๋รีบเข้าไปกอดชายคนนั้นไว้ “ไม่ต้องต่อยแล้ว พอได้แล้ว ถ้าเขาตาย นายจะเดือดร้อนเอาได้นะ”
ชายคนนั้นชะงัก หันมามองเสิ่นตัวอวี๋ แล้วถีบขาของลู่จวินอย่างแรง
“คราวหน้ายังกล้ามาอีก ฉันจะทำให้แกกลายเป็คนพิการเลย!”
ลู่จวินกุมท้อง เดินกะเผลกๆ กลับไปที่หมู่บ้านของตัวเอง
กู้เหลียนจึงมองเสิ่นตัวอวี๋ด้วยความไม่พอใจ “เขาทำกับเธอแบบนั้น เธอยังจะปล่อยเขาไปอีกเหรอ?”
เสิ่นตัวอวี๋ร้องไห้ออกมา กอดกู้เหลียนร้องไห้โฮเธอใมากจริงๆ
เธอไม่อยากกลับไปเป็เหมือนชาติที่แล้ว ไม่อยากถูกไอ้สารเลวนั่นแตะต้อง ไม่อยากถูกควักไต ตอนที่เขาควักไตเธอ สีหน้าของเขาก็เหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด
เมื่อนึกถึงภาพนั้น เธอก็กลัวจนตัวสั่น
กู้เหลียนตัวแข็งทื่อไปหมด มองหญิงสาวในอ้อมแขนก็รู้สึกเ็ปในใจ ดูเหมือนเขาจะทนเห็นเธอร้องไห้ไม่ได้?
แค่สามวัน เป็ไปได้ยังไง?
เสิ่นตัวอวี๋ร้องไห้อยู่นาน จนกระทั่งเห็นว่าเสื้อของกู้เหลียนเปื้อนน้ำตาและน้ำมูก เธอก็เงยหน้าขึ้นมา “ขอ... ขอโทษ เดี๋ยวฉันจะซักให้”
“ไม่ต้อง…กลับบ้านเถอะ” กู้เหลียนหันหลังเดินกลับบ้าน เสิ่นตัวอวี๋เดินตามหลังเขาไป ไม่พูดอะไร
เมื่อกลับถึงบ้าน เสิ่นตัวอวี๋กล่าวขอบคุณ แล้วรีบเข้าห้อง วันนี้ลู่จวินแปลกไปจริงๆ ดูเหมือนเธอต้องหาอาวุธไว้ป้องกันตัวแล้ว
วันรุ่งขึ้น เสิ่นตัวอวี๋ไปทำงานตามปกติ เปิดประตูออกมาก็เห็นดวงตาสีดำสนิทของกู้เหลียน เขามองเธอสองสามครั้ง แล้วก็หลบสายตา
เสิ่นตัวอวี๋เพิ่งออกจากบ้าน ก็เห็นคนมากมายกำลังซุบซิบนินทาเธอ
“เมื่อคืนได้ข่าวว่าเข้าไปในไร่ข้าวโพดกับผู้ชาย มีคนเห็น”
“หลายคนในหมู่บ้านเห็น พวกคนหนุ่มสาวในเมืองนี่ทำอะไนไม่อายฟ้าอายดินเลยจริงๆ”
“หน้าไม่อาย...”
“ยังสู้คนบ้านนอกอย่างเราไม่ได้เลย!”
ตู้คังมองเสิ่นตัวอวี๋ ทำท่าจะพูด สุดท้ายก็หันหลังเดินจากไป
เซี่ยเยว่เหมยมองเธออย่างกังวล “ไม่รู้ใครปล่อยข่าวในหมู่บ้าน บอกว่าเห็นเธอเข้าไปไร่ข้าวโพดเมื่อคืน เธอ... เธอไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
เสิ่นตัวอวี๋พยักหน้า ใครกันที่้าทำลายชื่อเสียงของเธอ? ผู้หญิงในยุคนี้รักษาชื่อเสียงของตัวเองมาก ถ้าชื่อเสียงไม่ดี ก็จะหาสามีดีๆ ไม่ได้
แต่เสิ่นตัวอวี๋หน้าด้านแล้ว ใครจะพูดอะไรเธอก็ไม่สน อีกอย่าง เื่นี้ก็ไม่มีหลักฐาน
แต่ใครเป็คนปล่อยข่าวลือ เธอต้องหาให้เจอ
ทันใดนั้นก็มีเพื่อนคนอื่นๆ เดินเข้ามา จ้าวเหวิน ลูกสมุนของเฉินเชี่ยนเชี่ยน หัวเราะเยาะ “ขายหน้าขายตาจริงๆ เพิ่งมาได้ไม่กี่วัน ก็ไปมั่วกับผู้ชายในไร่ข้าวโพด หน้าด้านที่สุด!”
เสิ่นตัวอวี๋มองเธออย่างเ็า กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็ได้ยินเสียงของกู้เหลียน “เมื่อคืนฉันพาเธอไปไร่ข้าวโพดเอง เธอหิว ฉันเลยเด็ดข้าวโพดให้เธอกินสองฝัก”
คำพูดของกู้เหลียนไม่ดังไม่เบา ทว่าทุกคนได้ยินชัดเจน จ้าวเหวินมองกู้เหลียน “นายโกหก เมื่อคืนฉันเห็นนายกับเธอ...”
เสิ่นตัวอวี๋มองจ้าวเหวินอย่างเ็า
“ที่แท้เธอก็เป็คนปล่อยข่าวลือ! จ้าวเหวิน พวกเราเป็เพื่อนกัน เธอจงใจพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?
หรือว่าอยากจะช่วยเฉินเชี่ยนเชี่ยนทำร้ายฉัน?”
จ้าวเหวินมองสายตาเ็าของเสิ่นตัวอวี๋ก็กลัวจนตัวสั่น พูดอะไรไม่ออก หัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจ “เอาล่ะ ไปทำงานกันเถอะ เธอเพิ่งมาถึงหมู่บ้านเรา อย่าพูดอะไรมั่วๆ ทำลายชื่อเสียงของเธอ”
เมื่อเสิ่นตัวอวี๋ไปถึงกองพลผลิต วันนี้เสิ่นตัวอวี๋กับเซี่ยเยว่เหมยถูกแบ่งให้อยู่กลุ่มเดียวกัน จ้าวเหวินกับผู้หญิงอีกคนอยู่กลุ่มเดียวกัน
เสิ่นตัวอวี๋ยังคงเกี่ยวข้าวต่อไป ่นี้เป็่เก็บเกี่ยว ทุกคนในนาต่างก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าว ถ้าไม่เกี่ยวข้าว ก็จะไม่ได้คะแนนงาน
ถ้าไม่มีคะแนนงาน ปีหน้าก็จะไม่มีข้าวให้กิน ดังนั้นเสิ่นตัวอวี๋กับเซี่ยเยว่เหมยจึงทำงานอย่างรวดเร็ว
แต่พอถึงเวลาบันทึกคะแนนงาน เฉาซู่เฟินกลับให้พวกเธอแค่ 2 คะแนน
เสิ่นตัวอวี๋รู้สึกหดหู่ เธอไปทำอะไรให้เฉาซู่เฟินไม่พอใจ? เฉาซู่เฟินมองเธอด้วยความรังเกียจ
“ไม่คิดเลยนะว่าจะร้ายกาจขนาดนี้ ทำร้ายคนอื่นจนเป็แบบนั้น คิดว่าคนหมู่บ้านหอู่หลี่ถุนรังแกง่ายหรือไง?
เพิ่งมาถึงก็ไปมั่วกับผู้ชายในไร่ข้าวโพด น่ารังเกียจจริงๆ”
พูดจบก็ถือสมุดบันทึกคะแนนงานเดินจากไป เฉินเชี่ยนเชี่ยนยิ้มเยาะ
“เสิ่นตัวอวี๋ ดูซิว่าต่อไปเธอจะอยู่ในูเาต้าเหลียงได้ยังไง ใครใช้ให้เธอทำร้ายลู่จวินแบบนั้น?”