"เถ้าแก่เนี้ย ท่านทำบ้าอะไรของท่านเนี่ย" หลี่หมิงร้องโวยวาย เขาไม่อยากต่อยตีกับผู้หญิงถ้าไม่จำเป็น เถ้าแก่เนี้ยวิ่งไล่ตีชายหนุ่มจนเหนื่อยหอบ ก็ไม่อาจตีถูกเนื้อหนังของขอทานผู้นี้ได้ สาวใช้เห็นนายตนวิ่งไล่จนหมดแรงจึงเข้าไปประคองนั่ง
เฉี่ยวหยูอี้เห็นมารดาโกรธจนแทบเป็นลมล้มพับ ก็ยังไล่ขอทานออกจากร้านไม่ได้ จึงด่าทอด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน
"เจ้าขอทาน รังแกกันเกินไปแล้ว เจ้าต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับร้านของข้าใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ทำสำเร็จแล้ว ลองหันไปดูร้านรวงตอนนี้สิ เสียดายพังยับเยินสมใจเจ้าแล้วใช่ไหม ที่พังร้านเว่ยฟาได้ น่าแค้นใจนัก ที่ข้าไม่มีวรยุทธจะปกป้องร้านค้าของตระกูลได้ " หยูอี้พูดได้เพียงเท่านี้ นางเอาปาดน้ำตาทรุดกายลงไปนั่งร้องไห้
ถึงแม้นางจะไม่รู้วรยุทธแต่ก็ดูออกว่าชายผู้นี้มีฝีมือร้ายกาจ แม่ของนางไล่ตีอยู่ค่อนวัน ยังไม่อาจตีโดนแม้แต่ชายเสื้อ นางคับแค้นสิ้นหนทางจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรม
อาเช่อมองขอทานหนุ่มด้วยใจเจ็บแค้น นางเองก็มองออกว่าชายตรงหน้าเป็นวรยุทธ อีกทั้งยังปักใจเชื่อว่าเขาเป็นคนของเถ้าแก่จาง คู่อริของร้านเสื้อเว่ยฟา
"คนไร้ยางอาย รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ คิดว่าตัวเองเก่งกาจเป็นยอดยุทธ์อย่างนั้นเหรอ" แล้ววิ่งไปหน้าร้าน "ช่วยด้วยเจ้าค้าา..มีนักเลงมาป่วนทำลายร้านของคุณหนูหยูอี้" นางตะโกนร้อง ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านหลายสิบคน ที่มุงดูอยู่หน้าร้านเว่ยฟาเนิ่นนานแล้ว หลังจากได้เสียงเถ้าแก่เนี้ยแหกปากด่าไล่ตีขอทาน จนอึกทึกครึกโครมจากหัวซอยไปถึงท้ายซอย
"มีใครหน้าไหน! กล้ารังแกน้องหยูอี้ของข้า" เสียงตวาดดั่งฟ้าร้อง พร้อมร่างบึกบึนสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์หนวดเครารกครึ้ม แต่งกายคล้ายมือปราบเดินอาดๆนำหน้าลูกน้องที่ตามหลังมาด้วยอีก 4 คน แหวกฝูงชนฝ่าเข้ามาท่าทางอวดเบ่งวางกล้ามยิ่งนัก พวกชาวบ้านหวาดกลัวต่างถอยห่าง เมื่อเห็นยู่เชียนหนานหัวหน้ามือปราบเดินเข้ามา
ครั้นยู่เชียนหนานเห็นหยูอี้นั่งร้องไห้ มันตกใจรีบถลาเข้าไปปลอบประโลมใจจนชนอาเช่อตัวปลิว หลี่หมิงเห็นสาวใช้ถูกชนจนร่างลอยคว้างจะกระแทกลงกับพื้น เขาเห็นแก่ความมีน้ำใจของหญิงสาวคราพบหน้า จึงถลันเข้าไปรับร่างของนางไว้
อาเช่อถูกโอบกอดหันมามองหน้าขอทานหนุ่ม ก็ตกใจรีบผลักร่างเขาออกห่าง พลันหน้าแดงเข้มไม่กล้าสบสายตา ได้แต่ก้มหน้าผงกศีรษะขอบใจเขา
ยู่เชียนหนานเห็นนางในดวงใจร้องไห้ เลยฉวยโอกาสโอบกอดโดยไม่ใส่ใจสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมา
"น้องหยูอี้เป็นอะไรไป ใครกล้ารังแกเจ้าบอกพี่มา เดี๋ยวพี่จะจัดการสั่งสอนมันให้เองนะจ๊ะ" พูดพลางมือไม้ของมัน ก็ปัดป่ายไปทั่วร่างกายของหญิงสาว หยูอี้ตกใจจนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทิ่มพยายามดิ้นรนจากอ้อมแขนหยาบหนา ด้วยรังเกียจท่าทางหยาบคายของมือปราบจอมเจ้าชู้
เถ้าแก่เนี้ยเห็นดังนั้นคลั่งแค้นจนตาแดงฉาน รีบเข้ามาแกะแขนช่วยเหลือบุตรสาว แต่มีหรือยู่เชียนหนานจอมโสมมจะคลายมือ จากร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่มันปราถนามานานปี
เมื่อได้โอกาสมีหรือจะปล่อยผ่าน มันใช้ร่างหนาเบียดบังร่างเถ้าแก่เนี้ยไม่ให้เข้ามาใกล้ ในขณะที่กายเนื้อที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมัดกล้าม ก็บดเบียดสาวน้อยจนแทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว หยูอี้พยายามอย่างยิ่งแต่ไม่อาจต้านแรงช้างสารของชายชั่วช้าผู้นี้ ได้แต่หลั่งน้ำตาพรั่งพรูไม่อาจช่วยเหลือตัวเอง
อาเช่อเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปจะช่วยหยูอี้ แต่ถูกลูกน้องของยู่เชียนหนานขัดขวางไม่อาจเข้าถึงตัว พวกมันทั้ง 4 ยืนเรียงหน้ากระดานบดบังจนแน่นหน้าร้าน จนชาวบ้านที่อออยู่หลายสิบคนไม่อาจเห็นว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น ได้ยินแต่เสียงปลอบประโลมของยู่เชียนหนาน เสียงด่าทอราวกับคนบ้าของเถ้าแก่เนี้ยและเสียงสะอื้นไห้ของบุตรสาวของนาง
เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่คนทั้งหลายจะเดาเหตุการณ์ได้อย่างกระจ่างชัด ว่ายู่เชียนหนานหัวหน้ามือปราบกำลังลวนลามหยูอี้อยู่เป็นแน่ แต่ไม่มีผู้ใดหาญกล้าจะเข้าไปขัดขวางห้ามปราม ด้วยเกรงกลัวอำนาจของคนพาลที่จะต้องหาทางแก้แค้น ใส่ร้ายยัดคดีให้ตนและญาติพี่น้องให้เดือดร้อนในภายหน้าเป็นแน่
หลี่หมิงเห็นคนของทางการหยาบช้าเช่นนี้อดรนทนต่อไปไม่ได้ จึงขยับกายเข้าไปคว้ามือของชายโฉดบีบจนด้วยกำลังจนกระดูกแตก ยู่เชียนหนานเจ็บปวดร้องโอดโอยรีบปล่อยมือจากหยูอี้ มันแหงนหน้ามองผู้ที่ทำร้ายมันเห็นเป็นขอทานสกปรก "มาหักแขนข้าง คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม" มันคำรามสายตาอาฆาตแค้น
หลี่หมิงกระชากร่างมันออกห่างสาวน้อย แล้วใช้เท้าซ้ายถีบเปรี้ยงจนร่างหัวหน้ามือปราบปลิวออกจากร้าน ไปกระแทกกำแพงอิฐอีกฝั่งจนพังทลายลง เสียงดัง"โครม" ทำให้ทุกคนแตกตื่นหันไปมองเงาร่างสูงใหญ่ที่ลอยผ่านทุกคนไปเมื่อครู่ มือปราบคนหนึ่งตกใจรีบวิ่งไปช่วยหัวหน้า ส่วนที่เหลือกรูกันเข้ามาจับตัวขอทานคนก่อเหตุ
คนแรกชักดาบฟาดฟันสะพายแล่ง หลี่หมิงสืบเท้าขึ้นหน้าหนึ่งก้าวยกท่อนแขนซ้ายปัดท่อนแขนขวาฝ่ายตรงข้ามออกห่าง ทิ่มหมัดลุ่นเข้าหน้ามันตรงๆจนปากแตกฟันหักหงายหลังล้มตึง (ดับชวาลา) มือปราบอีกสองคนเห็นดังนั้นส่งสัญญาณโจมตี คนหนึ่งตวัดดาบฟันที่เอว ส่วนอีกคนเล็งแทงเข้าที่หน้าอก ล้วนลงมือพร้อมเพรียงเล็งไปที่เป้าหมายใหญ่ของขอทาน
หลี่หมิงเห็นดาบหนึ่งแทงมาที่หน้าอกจึงใช้ท่อนแขนขวาปัดตัวดาบให้พ้นกาย อีกดาบหนึ่งกวาดเข้าที่เอว เขาสืบเท้าซ้ายเข้าประชิดทิ้งท่อนแขนซ้ายลง กันข้อมือขวาของมือปราบจนดาบชะงักค้าง แล้วยกข้อศอกประเคนใส่กลางศีรษะที่ค้อมต่ำของศัตรู จนหัวแตกเลือดอาบหน้าหมดสตินอนคว่ำอยู่กับพื้น (สับหัวมัจฉา)