โคโรนาซอมบี้

    บทที่ 20

    วันเวลาผ่านไปอีกหลายวัน ซึ่งในเวลาเที่ยงคืนของวันนี้จะเป็นวันที่ 15 ของเหตุการณ์ ‘โลกที่เปลี่ยนแปลง’ ทางรัฐบาลของแต่ละประเทศตอนนี้กลับไม่เหลืออยู่แล้ว คนที่มีอำนาจก็ต่างสร้างค่ายของตัวเองขึ้นมาครองความเป็นใหญ่ต่อไป บางค่ายมีประชาชนมากถึงนับแสนคน และปัญหาของพวกเขาส่วนใหญ่ในตอนนี้คืออาหารขาดแคลน แม้จะมีการเพาะปลูก แต่ดินบางส่วนก็ไม่เหมาะสมกับการปลูกพวกมัน ณ ค่ายแห่งหนึ่งที่ประชาชนหลบภัยอยู่นับแสนคน“พวกเราจะทำอย่างไรดี อาหารของเราใกล้จะหมดลงแล้ว ถ้านับวันนี้ก็น่าจะเพียงพอต่อทุกๆคนได้อีกเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น..” หัวหน้าค่ายแถบนอกเมืองกล่าว ถึงเมื่อก่อนเขาจะเป็นผู้มีอำนาจทางการทหาร กองกำลังที่เขานั้นดูแลอยู่มีอยู่หลายกองพัน ตอนนี้กลับเหลือไม่กี่กองพัน และยังมีปัญหาเกี่ยวกับปากท้องของผู้คนอีก“ท่านนายพลครับ ผมขอเสนอให้ลดการกินลงเหลือ 2 มื้อต่อวันสำหรับทุกคน อย่างนั้นเรายังชะลอได้อีก 15 วันจากเดิม 10 วัน แล้วในระหว่างนี้เราก็ต้องหามาตรการในการหาอาหาร และเร่งการผลิตมากขึ้นครับ..” ทหารคนหนึ่งกล่าวออกมาเสนอ“ทำอย่างนั้นก็ได้อยู่หรอกครับท่านนายพล แต่เราต้องใช้กองกำลังของพวกเราที่มีเหลืออยู่ทวงคืนที่ดินส่วนหนึ่งกลับมา เพื่อใช้ในการเพาะปลูก การหาอาหารเพิ่มทหารของเราก็ต้องออกไปเผชิญกับพวกซอมบี้พวกนั้น เป็นการสูญเสียกำลังพลที่ไม่จำเป็นเลยครับ แม้จะได้อาหารมาเพิ่มแต่มันก็ไม่เพียงพอกับคนจำนวนมากเช่นนี้ และการป้องกันค่ายของเราก็จะลดลงไปอีกหลายขั้น.. ผมเห็นว่าเราต้องพึ่งการเพาะปลูกจึงจะเหมาะสมที่สุดในตอนนี้ครับ..” เหล่าทหารยศต่างๆก็เสนองานของตัวเองต่อท่านนายพล ไม่ว่าแผนไหนๆมันก็ฟังดูดีกันทั้งนั้น รัฐบาลเองก็ติดต่อไม่ได้แล้ว พวกเขานั้นจำเป็นต้องพึ่งตัวเองแล้วในตอนนี้ นายพลทำท่าคิดหนักก่อนจะสั่งการสำรวจเบื้องต้นด้วยเฮลิคอปเตอร์ทางอากาศทันที ตอนนี้พวกเขาต้องการข้อมูลเพื่อที่จะได้ใช้แผนที่เหมาะสม ในระหว่างนี้ก็ทำการลดอาหารของทุกคนลงไปก่อน เหล่าทหารก็ทำตามรับสั่งในทันที เฮลิคอปเตอร์สตาร์เครื่อง และบินขึ้นไปสู่ฟากฟ้า แต่ทันใดนั้นเอง ฝูงนกสีขาวก็บินเข้าจู่โจมเฮลิคอปเตอร์ในทันที แม้พวกมันจะตายไปหลายตัว แต่พวกมันก็มีมากพอที่จะทำให้กระจกหน้าแตก จนคนขับเสียการควบคุมไป เครื่องฮอล์ค่อยพุ่งตกลงอย่างช้าๆมาทางกลุ่มประชาชนที่ตั้งแคมป์ด้านเหนือของค่าย“เจ้านกพวกนั้นมันโจมตีเครื่องของเราทำไมกัน..” นายพลกล่าวพร้อมกับมองภาพความเสียหายครั้งใหญ่ด้วยความเจ็บใจ เครื่องฮอล์นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะผลิต และหาซื้อได้อีกแล้ว ตอนนี้มันก็เหลือเพียงแค่ 4 ลำเท่านั้น ถ้านับเครื่องที่ตกไปเมื่อสักครู่ก็เหลือเพียง 3 ลำ แต่ด้วยคำถามของนายพลนั้นมันก็ทำให้ภาพทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นไปอีก ฝูงนกเริ่มเข้าโจมตีประชาชนคนธรรมดาเข้าให้แล้ว มันเป็นภาพที่โหดร้ายเกินกว่าใครจะจินตนาการได้ ภาพของมนุษย์กำลังถูกรุมจิกกินเนื้อสดๆไป“นกพวกนั้นมันติดเชื้ออย่างนั้นเหรอ.. ทุกคนรีบหลบเข้าไปภายในอาคารเร็วเข้า..” ท่านนายพลตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง จากนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหลบภายในบ้านหลังหนึ่ง เขามองดูภาพหายนะของผู้คน ทหารหลายนายที่ออกไปปกป้องประชาชนอย่างหาญกล้าก็ถูกรุมกินตายไปหลายราย ตอนนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลย นอกเสียจากมองดูการตาย และจากไปของประชาชน ความสิ้นหวังของพวกเขายังไม่หมดลงไป เมื่อเสียงของซอมบี้ดังขึ้นมาเป็นการเตือนถึงการเข้าจู่โจมของพวกมัน แน่นอนว่าพวกเขาต่างก็สู้จนตัวตาย ซอมบี้นับพันถูกพวกเขากำจัดลง เมื่อสงครามครั้งนี้สิ้นสุดลง ทหารที่เหลือเพียงหยิบมือก็ยิ่งเหลือน้อยเข้าไปอีก ตอนนี้เหลือเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยนายเข้าไปแล้ว ประชาชนนับแสนตอนนี้เหลือเพียงหลักพัน สภาพของแต่ละคนที่รอดมาได้ก็ย่ำแย่ไม่ต่างกันเท่าไรนัก“อย่าว่าแต่เพาะปลูกเลย ตอนนี้การจะช่วยเหลือพวกเขายังเป็นไปได้ยากเลย ..” นายพลกล่าวออกมาอย่างสิ้นหวังเพียงแค่เจ้านกพวกนั้น พวกเขาก็จะตายกันหมดแล้ว ยังมีซอมบี้เข้าผสมโรงอีก เขาได้แต่นั่งกุมขมับด้วยความเครียดเท่านั้น... กลับมาทางที่กลุ่มแสนสุขหลังจากที่พวกเขาทำความเข้าใจกันและกันได้แล้ว มันก็ผ่านมาหลายวันเช่นกัน ตอนนี้พวกเขาต่อเติมกำแพงด้วยเหล็กที่ตีเป็นแผ่นๆ แน่นอนว่ามันถูกดัดแปลงมาจากซากรถยนต์ที่จอดอยู่ที่นี่ ทุกคนทำงานกันอย่างมีความสุข โจที่กำลังวางลวดหนามบนรั้วกำแพงอย่างน้อยๆก็น่าจะพอกัน และถ่วงเวลาพวกซอมบี้ได้ไม่มากก็น้อย“โจ.. มาทางนี้หน่อย!!...” เสียงของเมย์กล่าวขึ้นมาอย่างเสียงดัง ในตอนนี้พวกเขามีการแบ่งงานเฝ้าระวังกัน 24 ชั่วโมง เนื่องด้วยงานที่พวกเขาจะต้องทำมันทั้งเสียงดัง และกลิ่นกายกลิ่นเหงื่อของมนุษย์ก็ออกมาเยอะจากการทำงาน ทำให้ต้องมีเวรเฝ้ายามในตอนกลางวันจากที่สูงด้วย และตอนนี้มันเป็นเวรเฝ้าของเมย์ และดูเหมือนว่าปัญหากำลังมา โจที่แม้จะสงสัยว่ามันเรื่องอะไร แต่การที่เมย์ตะโกนลงมาจากดาดฟ้าเพื่อเรียกให้เขาขึ้นไปนั้น มันต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างแน่นอน โจรีบวิ่งขึ้นไปข้างบนในทันที เพื่อดูว่าอะไรเกิดขึ้น“ที่รัก.. เกิดอะไรขึ้น!!...” โจเอ่ยกล่าวกับเมย์ตามปกติ หลังจากวันนั้นโจและเมย์ก็ได้เปิดตัวในฐานะคนรักให้กับทุกคนได้รับรู้ แน่นอนว่าโฟร์เองก็ยอมแพ้เธอ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีคนมาดามใจแล้วเหมือนกัน“เมย์เจออะไรบางอย่าง โจรีบมาดูเร็วเข้า.. ดูเหมือนว่าจะมีการโจมตีของเหล่าซอมบี้ ทางทิศนั้นน่าจะเป็นค่ายอพยพนะ..” เมย์ที่เห็นว่าโจมาแล้วก็รีบยื่นกล้องส่องทางไกลให้กับเขาในทันที โจที่ได้ยินอย่างนั้นจากสีหน้าเล่นๆของเขาก็เปลี่ยนไปมาก เขารีบหยิบแล้วส่องไปทางนั้นทันที“หื้อ.. นก!! นกอย่างนั้นเหรอ.. แย่ละ สัตว์เริ่มกลายพันธุ์แล้ว พวกเขาไม่มีทางต่อสู้กับพวกนั้นได้แน่ๆ ..” โจดูการโจมตีของมันอยู่สักพักหนึ่งเขาก็เริ่มประหลาดใจขึ้นมา เขามองมันอย่างพิจารณาก่อนจะสบถออกมา เพราะเขาไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายขนาดนี้“พวกมันมีซอมบี้สั่งการ.. บ้าเอ้ย เราต้องรีบจัดการเสริมการป้องกันของเราให้ดีกว่านี้แล้ว..” โจกล่าวพร้อมกับเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่ชั้นสี่ของตึก B และมันไม่จำเป็นต้องเฝ้าดูอะไรในตอนนี้ เพราะเรื่องที่จะคุยมันเร่งด่วนกว่าหลายเท่า ทุกๆคนแม้จะสงสัยอยู่ แต่ก็มารวมตัวกันตามที่โจได้เอ่ยบอก เมื่อทุกคนมาถึงโจก็เริ่มเอ่ยอย่างไม่รอช้า“ผมมีเรื่องจะแจ้งให้กับทุกคนทราบว่า.. ในตอนนี้เหล่าสัตว์ที่อยู่บนโลกนั้น เริ่มที่จะกลายพันธุ์ หรือก็คือพวกมันเป็นสัตว์ซอมบี้ไปแล้ว .. พวกที่อันตรายมากที่สุดคงจะเป็นพวกสัตว์ปีกที่บินได้ กำแพงของเราไม่ได้ช่วยอะไรเลย.. พี่นพ พอจะสร้างปืนไฟได้ไหมครับ.. พวกนี้เราคงฟันหรือยิงมันไม่โดน ดังนั้นย่างสดๆเลยน่าจะดีที่สุด..” โจกล่าวถาม แน่นอนว่านพก็ตอบกลับว่ามันสบายมาก แต่มันก็ยังขาดเชื้อเพลิงที่เป็นตัวตั้งต้นของไฟ ถ้าจะเอามาใช้ทั้งหมดมันก็ได้ แต่พวกเขาจะไม่มีน้ำมันเหลืออยู่อีกเลย พวกเขาคุยปรึกษากันอีกเล็กน้อย ข้อสรุปของพวกเขาก็คือจะต้องไปขนรถบรรทุกน้ำมันมาเป็นของตัวเองสักคันหนึ่ง เมย์เองก็บอกว่าเคยเห็นมันจอดอยู่จากการดูกล้องส่องทางไกล ห่างออกไปประมาณ 4-5 กิโลเมตร ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของแผนการที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งเพื่อชิงรถบรรทุกน้ำมัน เรื่องสุดท้ายที่โจต้องการบอกนั้นก็คือ“การออกไปข้างนอกในครั้งนี้ เราจะต้องทำมันให้เร็วที่สุด เราไม่อยากปะทะกับซอมบี้จำนวนมากๆ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ก็คือ.. ซอมบี้สั่งการ..” โจกล่าว..