Professor in Another world

    บทที่1 วิลเลียม สโนว์การ์ด

    ตึก! ตึก! ตึก!เสียงย่ำเท้าที่คล้ายเร่งร้อนดังตามทางเดินไม้ พร้อมกับร่างเล็กๆกำลังวิ่งผ่านคนรับใช้มากมายด้วยความชำนาญ“นายน้อยอย่าวิ่งแบบนั้นสิขอรับ! เดี๋ยวก็หกล้มหรอก!” คนรับใช้คนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความเอือมระอาแต่มีหรือที่ผมจะสนใจ...ผมวิ่งโร่ไปเรื่อยๆ ลัดเลาะห้องหับไม่น้อย จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูไม้บานหนึ่ง ท่าทางเก่าแก่โบราณมาก เผลอๆจะแก่กว่าอายุของคนทั้งปราสาทรวมกันซะอีกผมเปิดประตูเข้าไปด้านใน ก่อนที่กลิ่นอันคุ้นเคยจะตีขึ้นมาถึงจมูกผมกลิ่นของกระดาษผมสูดอากาศด้วยความสบายใจ จากนั้นก็หยิบเอาเก้าอี้มาวางไว้ด้านล่างชั้นหนังสือ แล้วจึงค่อยๆปีนขึ้นไปเลือกหนังสือที่วางอยู่ด้านบนอย่างขะมักเขม้นนับตั้งแต่วันที่ผมถือกำเนิดขึ้นมาในโลกอันแปลกตานี่ ผมก็มีอายุได้สิบปีแล้วผมพึมพำกับตัวเองในใจ ขณะที่ค่อยๆเลือกหนังสือด้วยความระมัดระวัง หนังสือพวกนี้บางเล่มเก่ามาก หากหยิบไม่ดีก็อาจขาดหรือเสียหายได้เลยทีเดียวหลังจากที่ตระหนักได้ว่าตัวเองได้มาเกิดใหม่ ผมก็ไม่ใช่ทิวาอีกต่อไป ชื่อใหม่ของผมคือ วิลเลียม สโนว์การ์ด บุตรชายของลอร์ดสโนว์การ์ด เจ้าผู้ครองแดนเหนือผู้ยิ่งใหญ่‘วิลเลียม...ชื่อโหลจริงๆ’ ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มเดิมออกมา จากนั้นจึงเดินอาดๆไปนั่งบนโต๊ะ พร้อมกับเปิดอ่านหน้าที่ค้างไว้ด้วยความสนใจ‘ว่าด้วยประวัติศาสตร์ของเอเรียออนและดินแดนข้างเคียง’ในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์มาก่อน ผมจึงสนใจเรื่องพวกนี้มาก อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ผมมีอะไรทำฆ่าเวลาก่อนที่มื้อเช้าจะมาถึงล่ะนะตามที่หนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้บันทึกเอาไว้ ประเทศที่ผมอาศัยอยู่คือประเทศเอเรียออน ดินแดนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทวีปตะวันตกและตะวันออกเอเรียออนมีรูปร่างคล้ายกับโดนัทที่ถูกคนกินไว้ครึ่งหนึ่งแล้ววางหงายไว้บนจาน พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็นแปดอาณาเขตปกครองใหญ่ แต่จะเขตมีลอร์ดผู้ปกครองเป็นของตัวเอง เหนือลอร์ดมีพระราชาหนึ่งองค์ ทำหน้าที่เป็นประมุขและปกครองออกคำสั่งลอร์ดทั้งหลายอีกทีดินแดนที่ผมอาศัยอยู่นี่คือสโนว์การ์ด แดนเหนือสุดของอาณาจักรเอเรียออน ปกครองโดยลอร์ดเออร์วิน สโนว์การ์ด วีรบุรุษสงครามซึ่งได้ชื่อว่าโล่แห่งแดนเหนือ ผู้เป็นพ่อของผมนั่นเองสโนว์การ์ดมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก อาจเป็นรองแค่เขตเมืองหลวงซึ่งปกครองโดยราชาเท่านั้น น่าเสียดายที่พื้นที่ส่วนใหญ่กลับเพาะปลูกไม่ค่อยได้ นอกจากนี้ทางตอนเหนือยังมีสัตว์ป่าหลุดเข้ามาอาละวาดบ่อยๆ ทำให้ที่แห่งนี้ไม่ค่อยเจริญรุ่งเรืองอย่างที่ควรนักเขตที่อยู่ตะวันตกสุดคือโกลเด้นฟอร์ด ปกครองโดยลอร์ดตระกูลโกลเด้นฟอร์ด ธงประจำตระกูลเป็นรูปปราสาทสีทองบนผ้าขาว โกลเด้นฟอร์ดได้ชื่อว่าเป็นแดนนักรบ และเป็นที่ตั้งของสถาบันอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักร สถาบันคิงส์การ์ดถัดมาคือแบล็คมูน ตระกูลลอร์ดผู้ปกครองคือ ตระกูลเมาท์แบตเทิร์น หนึ่งในตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักร ธงประจำตระกูลคือพระจันทร์สีดำ ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงสภาพความเป็นอยู่เท่าไหร่นัก แต่น่าจะคล้ายคลึงกับโกลเด้นฟอร์ดอยู่หลายส่วนต่อจากแบล็คมูนก็คุชเมียร์ ที่นี่ไม่มีอะไรมาก ตระกูลคุชเมียร์เป็นผู้ปกครอง สัญลักษณ์คือหอกไขว้ เนื่องจากพื้นที่เป็นทุ่งราบ คุชเมียร์จึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ม้าที่ดีที่สุดของอาณาจักรเราพูดถึงตรงนี้ก็เหนื่อยแล้วแฮะถัดจากคุชเมียร์ก็มิดแลนด์และคราวนิ่ง มิดแลนด์ได้ชื่อว่าเป็นแดนใจกลางสมชื่อ พื้นที่มีแต่ภูเขา ลอร์ดที่ปกครองคือตระกูลมิสตี้ ธงตระกูลเป็นรูปพระอาทิตย์ที่ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากภูเขาสองลูก...เหมือนภาพที่ผมชอบวาดตอนเป็นเด็กเลย...ส่วนคราวนิ่งคือแดนลูกไล่ของเมืองหลวง สัญลักษณ์ตระกูลคือดาบไขว้ใต้ดอกลิลลี่ลอร์ดผู้ปกครองที่นี่คือลอร์ดตระกูลคราวนิ่ง มีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์มากกว่าลอร์ดคนอื่น ทุกครั้งที่มีศึกสงคราม คราวนิ่งจะส่งทัพมามากที่สุด บางครั้งลอร์ดคราวนิ่งอาจมาบัญชาการด้วยตัวเองด้วยซ้ำและอีกที่ โนวาร์พอร์ต ดินแดนในปกครองของตระกูลโนวาร์ หากไม่นับเมืองหลวงแล้ว โนวาร์พอร์ตคือดินแดนที่มั่งคั่งมากที่สุดในเจ็ดเขต ด้วยการค้าทางเรือกับอาณาจักรอื่นๆ รวมทั้งยังมีกองเรือรบที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรด้วยสุดท้าย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักร เขตคิงครอส ที่ตั้งของเมืองหลวงเอเรียออน เป็นที่อยู่ของราชวงศ์เอเรียออน รวมทั้งราชาผู้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้ ราชาทิวเดอร์ ออกุสตุส เอเรียออนเรียกสั้นๆว่าราชาทิวเดอร์ก็พอ กว่าจะเรียกชื่อครบต้นกลางปลายคนคงหลับกันหมดแล้วแหละ“มาอยู่นี่เองเจ้าตัวแสบ”เสียงอันอ่อนโยนเจืออารมณ์ขุ่นเคืองดังขึ้นที่ด้านหลังวิลเลียม ไม่ทันไรเขาก็โดนยกขึ้นจากโต๊ะอ่านหนังสือจนตัวลอยแล้ว “ท่านแม่” วิลเลียมกล่าวด้วยท่าทางคล้ายกับหมาหงอยก่อนจะมองย้อนกลับไปยังสตรีผู้อุ้มตนเอาไว้ในอ้อมอกใช่แล้ว คนๆนี้คือแม่ผู้ให้กำเนิดของเขา มาเรีย สโนว์การ์ด ผู้เป็นภรรยาของเออร์วิน บิดาของเขานั่นเองมาเรียนั้นถือว่าเป็นสตรีที่งดงามมากที่สุดเท่าที่วิลเลี่ยมเคยเห็นมาทั้งสองชาติก็ว่าได้ ผมของเธอเป็นสีบลอนด์ทองอร่าม ใบหน้าเรียวได้รูปดุจเทพธิดา ไม่ว่าใครเห็นต่างก็รู้สึกตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอกันทั้งนั้นมาเรียก้มมองดูลูกชายพร้อมทั้งทำหน้าดุไปด้วย เธอกล่าว “ไก่ยังไม่ขันลูกก็มาหมกอยู่ในห้องหนังสืออีกแล้ว เดี๋ยวสายตาเสียหรอก จริงๆเลยเด็กคนนี้”วิลเลียมมองดูแม่ของตนตาปริบๆ อันที่จริงใบหน้าของเขานั้นคล้ายกับมาเรียถึงเจ็ดส่วน เพียงแต่สีผมขาวโพลนราวหิมะนั้นเขาได้มาจากผู้เป็นพ่อ อีกทั้งยังมีลักษณะบางอย่างที่คล้ายกับเออร์วิน ทำให้ใครต่อใครที่ได้มองต่างก็สามารถบอกได้ทันทีเลยว่าเขาเป็นบุตรของเออร์วินและมาเรีย‘สมแล้วที่เป็นท่านแม่ของเรา ไม่ว่าจะทำอะไรก็งามไปซะหมด...ไม่รู้ว่าไปตกลงปลงใจกับตาเฒ่าบาบาเรียนนั่นได้ยังไง...เฮ้อ’เขาคิดในใจ เผลอไปครู่เดียวทั้งคู่ก็มาถึงห้องทานอาหารของปราสาทแล้วกลางห้องเป็นโต๊ะอาหารยาวพาดวางไว้ บนโต๊ะมีอาหารเพียงไม่กี่ชนิด แต่ก็พอเหมือนอาหารของชนชั้นสูงได้กล้อมแกล้มอยู่บ้างที่หัวโต๊ะ ปรากฏร่างกำยำของชายชาตรีคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วยท่าทางน่าเกรงขามใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม ผมยาวสีขาวราวหิมะ ข้างแก้มมีรอยบากลากไปไม่ยาวนัก หากมองดูดีๆแล้ว ใบหน้าของเขาก็ดูหล่อเหลาไม่น้อยจริงๆคนผู้นี้คือลอร์ดเออร์วิน ลอร์ดผู้ปกครองเขตสโนว์การ์ดทั้งหมด พ่อของวิลเลียมนั่นเอง“มาแล้วรึ?” เออร์วินหลับตากล่าว นี่เป็นนิสัยส่วนตัวของเขาที่แม้แต่มาเรียหรือวิลเลียมต่างชินกันหมดแล้ว‘ทั้งปราสาทเค้ารู้กันหมดแล้วว่าตานี่ชอบทำเก๊กไปงั้นแหละ’ วิลเลียมหัวร่อในใจ เขารีบปรับเปลี่ยนสีหน้าพร้อมกับยกยิ้มขึ้นมา “อรุณสวัสดิ์ครับท่านพ่อ”เออร์วินพยักหน้ารับ คนรับใช้ภายในบ้านจึงเดินมาจัดเรียงจานและแก้วน้ำให้พวกเขาอย่างเป็นระเบียบ ไม่ช้า มื้อเช้าของวันก็ได้เริ่มขึ้นวิลเลียมทอดตามองอาหารตรงหน้า ส่วนใหญ่ก็มีแต่พายไม่ก็สตูว์เนื้อ รวมทั้งผักอีกไม่กี่ชนิด เอาเข้าจริงแล้วเผลอๆร้านเสต็กหรูๆบางร้านสมัยชาติก่อนเขายังจะเสิร์ฟของน่ากินกว่านี้เลยแต่ก็ช่วยไม่ได้ นี่มันโลกยุคกลางนี่นะ...อีกอย่าง โชคดีที่พ่อครัวของตระกูลเรามีฝีมือไม่น้อย ทั้งพายและสตูว์เนื้อจึงถูกปากวิลเลียมชนิดที่ต้องขอเพิ่มอยู่บ่อยๆเหมือนกัน“จะว่าไปแล้ววิลเลียม ปีนี้เจ้าสิบขวบแล้วสินะ?” จู่ๆเออร์วินก็หยุดทานข้าว เขาหันมาถามวิลเลียมด้วยสีหน้าจริงจัง“ขอรับท่านพ่อ” วิลเลียมพยักหน้าหงึกๆ เขาไม่แน่ใจว่าเออร์วินจะถามเรื่องนี้ไปทำไมกัน“เช่นนั้นก็ดี ปกติเด็กทั่วไปอายุสิบสอบก็ถือว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนลูก พ่อถือว่าเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน” เออร์วินกล่าวพลางเช็ดปากไปด้วย“หมายความว่าไงเหรอขอรับ?” วิลเลียมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ“ในฐานะที่เจ้าเป็นของลอร์ดผู้ปกครองแคว้น วัยเด็กของเจ้านั้นสั้นกว่าเด็กทั่วไปมาก หลังจากนี้เจ้าจะต้องติดตามข้าไปดูงานตามท้องที่ด้านนอกปราสาท นอกจากนี้ข้ายังเตรียมครูสอนหนังสือไว้ให้เจ้าแล้วด้วย”“มาเรียสอนหนังสือจนเจ้าอ่านออกเขียนได้ก่อนวัยก็นับเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเทียบกับลูกขุนนางทั้งหลายแล้วพรสวรรค์ของเจ้านั้นยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยังไงก็ต้องเร่งฝึกฝนไว้จะดีกว่า”เรียนเพิ่ม? ติดตามพ่อไปทำงานเพื่อคอยดูวิธีการบริหารบ้านเมือง? โอเค๊ ของแบบนี้จิ๊บๆ ระดับเราไม่น่ามีปัญหาอะไรอยู่แล้ว“อีกอย่าง”“จะเป็นผู้ครองแคว้นได้ไม่สามารถมีแค่สมองอย่างเดียว พละกำลังและความสามารถในการสู้รบก็เป็นสิ่งจำเป็น”เคร้ง…เสียงอะไรสักอย่างตกกระทบจาน...อ้อใช่...เสียงช้อนในมือวิลเลียมนั่นเองอย่าบอกนะ...เออร์วินลืมตาขึ้นมา ใบหน้าของเขาดูจริงจังกว่าครั้งไหนๆ “หลังจากเรียนหนังสือเสร็จแล้ว เจ้าต้องฝึกฝนวิชาการต่อสู้ด้วย!”“เพื่อให้ทักษะของเจ้าพัฒนาอย่างรวดเร็ว ข้าจึงเตรียมหลักสูตรการฝึกเข้มข้นเอาไว้ให้แล้ว  ฮ่าฮ่าฮ่า!”เสียงหัวเราะของเออร์วินดังก้องไปทั่วทั้งปราสาท หากฟังให้ดีก็ยังสัมผัสได้ถึงอารมณ์สุขสมอยู่หลายส่วน“ไม่เอาหรอก! เรื่องฝึกดาบอะไรข้าไม่เคยเกี่ยง แต่จะให้ข้าฝึกดาบกับท่านเนี่ยนะ?! ท่านคิดจะฆ่าลูกในไส้รึไงกัน?!”วิลเลียมตะโกนออกมา เขาแทบจะผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้หากไม่ได้มาเรียรั้งเอาไว้เสียก่อนเออร์วินแค่นเสียงคราหนึ่ง น้อยครั้งนักที่เขาจะยิ้มแบบนี้ “ใครบอกว่าข้าจะเป็นคนฝึกดาบให้เจ้า? ในปราสาทนี่ยังมีคนเก่งวิชาดาบกว่าข้าอยู่อีกคนนะ”อะไรนะ?วิลเลียมร้องเอ๊ะในใจ เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าเรื่องนี้ดูแปลกพิกลจริงสิ เออร์วินได้ฉายาจากคนทั่วทั้งอาณาจักรว่าโล่แห่งแดนเหนือนี่ แสดงว่าเขาไม่น่าจะเชี่ยวชาญการใช้อาวุธโจมตีอะไรเทือกนั้นมากนักสินะถ้ามีโล่ก็ต้องมีดาบ...หากเออร์วินเป็นโล่แห่งแดนเหนือ...ใครกันจะได้รับฉายาดาบแห่งแดนเหนือคู่กับเขา?เมื่อคิดถึงตรงนี้ วิลเลียมพลันขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องที่เขาคิด หากแต่เพราะเขาสัมผัสได้ถึงไอความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาจากด้านข้างเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย....นึกออกแล้ว....มาเรีย สโนว์การ์ด นามสกุลเดิมของเธอคือไลท์นิ่งซอร์ด ตระกูลขุนศึกที่รบเคียงคู่ตระกูลสโนว์การ์ดมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อร่างสร้างอาณาจักร...อย่าบอกนะว่าสองคนนี้พบรักกันท่ามกลางสนามรบ?สีหน้าของวิลเลียมเหยเกไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อมาเรียนทานอาหารเสร็จ จากนั้นเธอก็คว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่น แล้วจึงลากเจ้าตัวออกจากห้องทานอาหารด้วยสีหน้าเปี่ยมความสุข

    “มาเถอะวิลเลียม แม่รอวันนี้มานานแล้ว!”