รุ่งเช้าของวันใหม่ท้องฟ้าเหนือป่าทางเหนือของเมืองอวี้หลินโปร่งใส พระอาทิตย์อาบยอดไม้ไผ่ให้กลายเป็สีทองอ่อน ฮวาเสียนตื่นขึ้นจากห้วงฝันพลางขยับตัวเบา ๆ
ร่างของหลิงจวินยังคงนั่งพิงผนังถ้ำหลับอยู่ในท่าที่ปกป้องนางมือข้างหนึ่งยังจับดาบแน่นแม้ในยามหลับตา
ฮวาเสียนจ้องมองเขาเงียบ ๆ ดวงตาคู่นั้นที่เ็าในตอนแรกกลับอบอุ่นเหลือเกินเมื่อเขามองเธอด้วยสายตาที่ไม่เคยมีใครมอบให้
"คนเ็าผู้นี้กลับเป็คนที่กอดข้าด้วยความอ่อนโยนที่สุด"
นางยื่นมือออกไปแตะที่ข้างแก้มของเขาเบา ๆ ไม่ทันไรหลิงจวินก็ลืมตาขึ้นดวงตาคมคู่นั้นสบตานางเข้าอย่างจัง
“แอบมองข้าหรือ” เขากล่าวเสียงทุ้มเสียงนั้นไม่ดุดันแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยซ่อนอยู่ลึก ๆ
“เปล่าเสียหน่อย ข้าแค่” ฮวาเสียนหน้าแดงเล็กน้อยรีบเบือนหน้าหนีแต่เขากลับคว้ามือของเธอไว้
“ไม่ต้องเบือนหน้า” เขาโน้มเข้ามาใกล้
“เ้าทำให้ข้าเริ่มเคยชินกับการมีเ้าอยู่ใกล้เสียแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจฮวาเสียนเต้นรัวเหมือนกลองศึกนางหลบสายตาเขาไม่ได้เลย
“แล้วหากวันหนึ่งข้าต้องจากท่านไปล่ะ”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่จริงจัง
“ข้าจะตามหาเ้าแม้ต้องข้ามพันลี้แม้เ้าจะอยู่ในวังหลวงบนเขาสูงหรือแม้แต่ใต้หลุมศพข้าก็จะตามไป”
คำพูดนั้นกระแทกหัวใจของนางอย่างจัง
นางเงยหน้าขึ้นพลันความรู้สึกบางอย่างก็แล่นวาบในอก
“ข้า” เสียงของนางสั่น
“ข้ากลัวว่าจะรักท่านมากเกินไปจนไม่อาจหวนคืนตัวตนของข้าได้อีก”
หลิงจวินยิ้มจาง ๆ พลางเอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมของนางเบา ๆ
“เ้าจะเป็ใครไม่สำคัญอีกต่อไป”
“เพราะเ้าเป็ของข้านับจากที่เ้าตัดสินใจเดินมาข้างข้าในป่าแห่งนี้”
หลังมื้อเช้าท่ามกลางลำธารใสฮวาเสียนกับหลิงจวินออกเดินทางต่อโดยจุดหมายถัดไปคือวัดโบราณเทียนหนานซึ่งหลิงจวินเคยได้ยินว่ามีพระเฒ่าผู้หนึ่งสามารถปลุกความทรงจำที่ถูกปิดผนึกด้วยเวทยาได้
ระหว่างทางผ่านสวนป่าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าสีขาวแซมม่วงกลิ่นหอมบาง ๆ ลอยมาตามลมทันใดนั้นฮวาเสียนหยุดกึก
"กลิ่นนี้"
ดวงตาของนางเบิกกว้างความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นฉับพลันเด็กหญิงในชุดสีขาวถือดอกไม้นี้ไว้แน่นขณะชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวว่า
“เ้าจะจำข้าได้เพียงได้กลิ่นดอกนี้”
ฮวาเสียนทรุดตัวลงทันทีมือกุมหัวแน่นร่างสั่นเทา
หลิงจวินรีบประคองนางไว้ในอ้อมแขน “เสียนเอ๋อร์! เ้ารู้สึกอย่างไร”
“ข้า ข้าเห็นหน้าเขาอีกครั้ง”
ความจริงเริ่มเคลื่อนไหวความทรงจำเริ่มตื่น และโชคชะตากำลังพานางย้อนกลับไปหาบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนทุกอย่างระหว่างเธอกับเขา
รุ่งอรุณข้ามผ่านฟ้าใหม่แสงทองสาดผ่าม่านหมอกบางเบาทั้งคู่ค่อย ๆ ออกจากถ้ำสวมเสื้อคลุมผ้าเบาสำหรับการเดินทางนอกกำบัง
ดวงตาของฮวาเสียนยังคงแดงคล้ำเล็กน้อยจากคืนที่ผ่านมาแต่ในนั้นกลับสะท้อนความอบอุ่นความมั่นใจบางอย่างใหม่ในหัวใจ ขณะที่เดินท่ามกลางสวนป่าที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ลับ ๆ ฮวาเสียนมองดอกไม้ป่าสีหวานนั้นอย่างกังวล
“ท่านหลิงข้าไม่แน่ใจว่าข้าอยากรู้ความจริงจริงหรือไม่”
สายลมเย็นพัดพากลิ่นดอกมาอีกครั้ง ราวกับเรียกนางกลับไปยังฝันเก่า
“ไม่ว่าเ้าจะเลือกทางใดข้าจะเคียงข้างเ้า”
หลิงจวินจับมือเธอนิ่งไม่มีการบังคับแค่คำรับรองมั่นคงที่ทำให้นางได้นั่งพักใจผ่านสวนป่าจนถึงสายน้ำเล็กด้านข้าง
เต็มไปด้วยดอกไม้กลางธารโล่งส่งความหอมละมุนของกลิ่นที่คุ้นเคย ฮวาเสียนเอื้อมมือัักลีบร่วงเบา ๆ
"ข้าจำได้แล้ว" เสียงของนางแ่เบาใบหน้าเหยเกหัวใจเต้นรัวหลิงจวินขมวดคิ้วดูเป็ห่วง
“เสียนเอ๋อร์” เขากระซิบชื่ออย่างเบามือ
เมื่อมือเธอลูบกลีบดอกนั้นความทรงจำฉายชัดขึ้นในหัว ภาพฉับพลันโผล่ขึ้นอย่างชัดราวพริบตา
เด็กหญิงชุดขาวในศาลาวังลับแห่งหนึ่ง เด็กชายสองคนมีเสื้อผ้าพระราชครูบาหนึ่งในนั้นคือนักบุญหน้ากากเงิน อีกคนหนึ่งองค์ชายสี่ที่มีประกายเย็นในดวงตา
“เ้าสัญญากับข้าแล้วจะไม่ลืมข้าไป”
เสียงนั้นก้องชัดกลางอากาศที่ผ่านมา เสียงนั้นคือเสียงของชายในวัยเด็กและอาจคือคนนั้นที่เคยรักเธอจริง ๆ ฮวาเสียนทรุดลง ศีรษะหมุนมือเล็กสั่นคว้าหลิงจวินแน่น
“ข้า”
คำเดียวลอยหายความทรงจำที่จับต้องไม่ได้ กำลังพรากนางไปหลายชั่วพริบตา
“ข้าไม่อยากให้นางเจ็บ”
เสียงของหลิงจวินเล็ดลอดออกดวงตาสั่นคลอนที่รอยแผลก่อนหน้านั้นส่งเจ็บในอก แต่เขายังประคับประคองนางไว้แนบอก
“ข้าจะไม่ปล่อยมือจากเ้าถึงแม้เ้าอาจไม่ใช่คนเดิม”
เขาใช้ผ้าคลุมพันศีรษะนางและโอบแขนรอบเอวให้ฮวาเสียนรู้ว่าไม่ว่าอดีตคืออะไรและเขายังอยู่ที่นี่
หลังหยุดพักกลางทางทั้งคู่เดินต่อในความเงียบที่มีความหมาย ลมหายใจไหวผ่านกลางใบไม้สูง
เส้นทางยามเช้าช่างสดใสต่างจากอารมณ์ในหัวใจที่ยังเครียดแต่ระหว่างทางหลิงจวินหยุดเดินหันมาเบื้องหน้า เมื่อเห็นดอกไม้ขนาดเล็กอีกกลุ่ม
“เสียนเอ๋อร์” เขาเรียกเบานุ่ม
“ข้าอยากให้เ้าลองดมอีกครั้ง”
ฮวาเสียนสบตาเขาอย่างลังเลแต่เมื่อดอกไม้ถูกแทรกไว้ใต้มือกลิ่นนั้นพาเธอกลับความทรงจำบางเสี้ยวแต่เขาหยุดทันทีเมื่อเห็นนางสั่น
“เ้าปลอดภัยมั้ย” เขาเคลื่อนตัวกอดหลังเธอจากด้านข้างและบอกเสียงแ่เบา
"ไม่ว่าอดีตเ้าจะคืนกลับมาหรือไม่ข้ายังรักเ้าราวกับวันที่พบกันแรก"
เมื่อเย็นลงพวกเขามาถึงปากทางเข้าสำหรับเดินขึ้นเขาด้านหน้าพบชาวบ้านท่ามกลางหน้าผาโบราณ
“วัดเทียนหนานอยู่ข้างบนนั้น” ท่านผู้เฒ่าหัวเราะเบา ๆ
“พระชราที่นี่สามารถคืนสู่ความทรงจำที่ถูกลืม”
สายตาของฮวาเสียนเต็มไปด้วยความหวังและความกังวลแต่เมื่อเขาเห็นสายตาของหลิงจวินไม่เปลี่ยนไปเลยความกล้าหาญ ความมั่นใจและความรักที่ไม่สั่นคลอน
พระอาทิตย์ตกลับความมืดแต่ภายในหัวใจของทั้งสองมีดวงไฟน้อย ๆ ของความรักยังคงลุกโชนไม่ว่าอดีตที่แท้จริงจะคืออะไรพรุ่งนี้คือวันที่ความจริงจะถูกเปิดเผยแต่คืนนี้หลิงจวินยังคงโอบกอดฮวาเสียน ใต้ฟ้าเดียวกัน ใต้จันทร์ดวงเดียว ในหัวใจที่พร้อมจะเผชิญทุกสิ่งเพื่อนางผู้เป็ที่รัก