ณ ท้องพระโรงในพระราชวังของบลูสกาย าาเอ็กซ์ตัส และราชินีเฮนเรียตต้านั้นกำลังเลี้ยงต้อนรับไอช่าและเหล่าจอมเวทที่ติดตามมาด้วย ซึ่งอาหารที่เลี้ยงต้อนรับล้วนแล้วแต่เป็อาหารที่ทำมาจากเนื้อหมู นกกระทา ปลาจาระเม็ดกับปลาตะเพียน ทานพร้อมกับข้าวสวยซึ่งหาได้ยากยิ่งในทวีปนี้
เนื้อสัตว์และข้าวพวกนี้ถือเป็ของหรูของอาณาจักรบลูสกาย เพราะประชาชนทั่วไปแทบจะไม่มีโอกาสรับประทาน เนื่องจากสัตว์พวกนี้ไม่ใช่สัตว์ท้องถิ่น มีการนำเข้าจากทวีปิอันห่างไกล และมีการเพาะเลี้ยงกันในเฉพาะชนชั้นปกครองเท่านั้น และบลูสกายจะใช้เนื้อและข้าวนี้เลี้ยงแขกบ้านแขกเมือง เพื่อแสดงถึงความร่ำรวยของอาณาจักรตน
แต่ทว่าผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม พวกจอมเวทนั้นส่วนใหญ่มาจากทวีปแอตลาส ทวีปที่อยู่ใกล้กับทวีปิ และมีพรมแดนบางส่วนติดกัน ดังนั้นสิ่งที่พวกเขารับประทานจึงไม่ต่างอะไรจากอาหารพื้นบ้าน พวกเขาอยากรับประทานขนมปังกับซุป เนื้อแกะ เนิ้อวัว หรืออาหารทะเลที่หาได้เฉพาะจากบลูสกายมากกว่า เช่น ปลาซาร์ดีน กุ้งล็อบสเตอร์ หรืออาหารทะเลสุดหรูของทวีปไกอาอย่างปูจักรพรรดิ
สิ่งที่บลูสกายภูมิใจนำเสนอว่าเป็อาหารหรู กลับกลายเป็อาหารธรรมดาของทวีปแอตลาส ทำเอาาาเอ็กซ์ตัสกล่าวว่ามื้อเย็นจะเลี้ยงต้อนรับด้วยอาหารพื้นบ้านแบบบลูสกายเพื่อชดเชย
ทุกๆคนนั้นรับประทานอาหารกันอย่างสนุกสนาน แลนซ์เองก็รู้สึกคุ้นเคยเพราะนี่คืออาหารที่เขารับประทานอยู่บ่อยๆ ทำเอาเขารู้สึกเหมือนได้กลับบ้านที่คิดถึงอีกครั้งหนึ่ง
หลังการรับประทานอาหารจบลง าาเอ็กซ์ตัสซึ่งนั่งที่หัวโต๊ะร่วมกับราชินีจึงเริ่มกล่าวถึงเื่ที่กลุ่มของไอช่า นำตัวโจรลักพาตัวซึ่งเป็ขุนนางในบลูสกายมาส่งให้เขาถึงที่
“จากการสอบปากคำพยานทั้งหมด และคำสารภาพของอ๋องอ้วนตั้ง พบว่าท่านเคาท์ของเรามีความผิดจริง ลำบากทางศาสนจักรต้องช่วยเหลือปราบปรามขุนนางชั่วของเราแทน เราต้องขออภัยอย่างยิ่ง ที่ทำให้พวกท่านต้องลำบาก”
ไม่เป็ไรเพคะ การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เป็งานของเรา“ ไอช่ากล่าว “หวังว่าเด็กๆที่จากบ้านเมืองของตนมาจะได้กลับบ้านกันทุกคน”
“แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่พวกท่านทำมันก็เกินกว่าเหตุ” าาเอ็กซ์ตัสกล่าวย้ำ “ขุนนางของบลูสกายถือเป็ตัวแทนพระาา ใครทำร้ายขุนนาง ก็เท่ากับทำร้ายข้าและอาณาจักร ศาสนจักรทำแบบนี้เท่ากับประกาศาต่ออาณาจักรเรามิใช่หรือ”
“ถ้าอย่างนั้นหากขุนนางทำชั่ว ก็มิเท่ากับาาทำชั่วหรือไงกัน ถ้าใช้ตรรกะนั้น” แลนซ์ซึ่งกำลังกินปลาจาระเม็ดนึ่งกล่าวเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะวางช้อนส้อมลง “เพราะขุนนางคือตัวแทนพระาา”
“เ้ากล้าดียังไง” ราชินีเฮนเรียตต้ากล่าวเสียงเดือด “หากมิเห็นว่าเ้าเป็คนของศาสนจักร ข้าจะสั่งกักขังเ้าเสียเดี๋ยวนี้เลย”
ไอช่ากำลังจะกล่าวขอโทษแทนแลนซ์ แต่ทว่าแลนซ์ยกมือห้าม ก่อนที่เขาจะพูดต่อ
“ผมไม่ใช่คนของศาสนจักร ผมแค่เดินทางมาด้วยกัน และการทำร้ายขุนนางทั้งสองก็เป็ฝีมือผมเอง ศาสนจักรแค่รับหน้าที่พาเด็กๆมาที่เมืองเท่านั้น”
“งั้นหรอกหรือ” าาเอ็กซ์ตัสกล่าว “อาร์คบิชอปไอช่า ที่เ้าเด็กคนนี้กล่าวมาจริงหรือไม่”
“ก็จริงน่ะสิ” แลนซ์กล่าวแทนไอช่า “คนทำผิดยอมรับง่ายๆแบบนี้แล้ว ยังจะถามหาอะไรอีกล่ะ ท่านาา”
“ไอ้เด็กเวรนี่มันหาที่ตายเสียจริง” เอ็กซ์ตัสกล่าวด้วยความโมโห เขาหลุดมาดาาผู้สุขุมทันที “แกคิดว่าแกเป็ใคร มาพูดกับข้าเยี่ยงนี้ ข้าสามารถสั่งกุดหัวเ้าได้ทันที และเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ฝ่าา เขาทำคุณงามความชอบ ช่วยกำจัดหายนะสีดำที่ป่าบริเวณเมืองบลูฟิชเพคะ” ไอช่ารีบกล่าวทันที “ท่านได้โปรดให้อภัยกับความชอบครั้งนี้ด้วยเถอะ ถือว่าข้าขอร้อง”
าาเอ็กซ์ตัสสะดุด เมื่อได้ยินว่าแลนซ์กำจัดหายนะสีดำได้ เขาจึงเริ่มใจเย็นลง จังหวะนี้ไอช่าอธิบายต่อทันที
“อย่างน้อยคุณงามความดีครั้งนี้ ก็ให้หักล้างกับเื่ที่เขาล่วงเกินพระองค์ได้หรือไม่เพคะ หากพระองค์ทรงรับปาก หม่อมฉันจะขอบพระคุณอย่างมาก และหม่อมฉันยินดีจะช่วยเหลือพระองค์สืบหาสาเหตุที่พิธีอัญเชิญผู้กล้าล้มเหลว และจะทำทุกทางเพื่อให้อัญเชิญผู้กล้าได้อีกครั้ง”
“ข้าจะละเว้นโทษตายให้” ราชินีเฮนเรียตต้ากล่าว “แต่โทษเป็ยังอยู่ นับจากนี้เ้าจะต้องถูกจองจำเป็เวลาสิบปี ถูกลดสถาณะลงเป็ทาส ทำงานทุกอย่างที่ราชวงศ์บลูสกายสั่ง หลังเสร็จงานแล้ว ข้าจะให้ทหารนำเ้าไปคุมขัง”
“สิบปีเลยหรือเพคะ” ไอช่ากล่าว “หม่อมฉันขอประกันตัวเด็กคนนี้ได้หรือไม่ เด็กคนนี้มีค่าเกินกว่าจะถูกจองจำขนาดนั้นค่ะ”
“อาร์คบิชอป ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าทำไมท่านถึงอยากช่วยเด็กคนนี้” ราชินีกล่าว “ไม่มีเหตุอันใดที่ท่านต้องเสี่ยงเป็ศัตรูกับเราเลยนี่”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ” ไอช่ากล่าวพลางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่เธอจะกล่าว “แลนซ์น่ะ บางทีเขาอาจจะเป็--”
“--สิบปีก็สิบปี” แลนซ์กล่าวก้องกลบเสียงของไอช่าจนมิด “คนอย่างผมกล้าทำกล้ารับ แต่ผมมีเื่จะขอร้องอะไรสักอย่างหนึ่ง”
“ว่ามาสิ” าากล่าว “เห็นแก่เ้าที่ดูตรงไปตรงมา ข้าจะทำให้”
“โทษที่ทำร้ายขุนนางของบลูสกาย ผมจะรับแทนทั้งหมด ศาสนจักรไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมอยากให้ท่านรับปากเื่นี้”
“แน่นอน ข้ารับปาก” าากล่าว “ถึงแม้ในความเป็จริงข้าไม่คิดจะลงโทษคนของศาสนจักรเลยก็ตามทีล่ะนะ”
“ผมอิ่มแล้ว” แลนซ์กล่าวก่อนจะลุกขึ้น เขาโยนป้ายฐานะทองแดงคืนให้กับไอช่าทันที “พร้อมรับโทษแล้วล่ะ”
ทหารสองนายใส่กุญแจมือซึ่งผนึกพลังเวทของแลนซ์เอาไว้ ก่อนที่จะพาตัวแลนซ์ไปยังคุกใต้ดินของอาณาจักร ไอช่ามองตามด้วยสายตาเป็ห่วงตลอดจนลับประตูไป เธอกำป้ายฐานะของแลนซ์เอาไว้แน่น
“คงไม่ลืมที่สัญญานะ” าาเอ็กซ์ตัสกล่าว “อาร์คบิชอป ท่านจงทำทุกวิถีทางเพื่อให้บลูสกายเราอัญเชิญผู้กล้าให้ได้ หากทำไม่ได้ ข้าก็ไม่อาจรับปากได้ว่าไอ้เด็กที่ท่านห่วง จะมีชีวิตอยู่ไหม”
…………………….
ประตูลูกกรงด้านหน้าสุดติดกับบันใดถูกเปิดออก ก่อนที่แลนซ์จะถูกโยนเข้าไป แน่นอนว่าก่อนที่แลนซ์จะถูกโยนเข้าคุกเขาถูกตรวจค้นตัวจนทั่ว ทหารเฝ้ายามขโมยเหรียญของเขาไปจนหมด พลางยิ้มเยาะใส่อย่างร้ายกาจ
แต่ทว่าแลนซ์ไม่ได้สนใจอะไร เขาใช้เวทหยั่งรู้ตรวจสอบว่ามีใครอยู่ในคุกมั้ย เขา้าเจอกับแอนนา เพราะถ้าแอนนาถูกคุมขัง เธอก็ต้องอยู่ในคุกใต้พระราชวังอย่างแน่นอน
พลังเวทเล็กๆจากร่างบางของเด็กหญิงอายุสิบสองคนหนึ่งอยู่ในห้องขังในสุด ห่างจากแลนซ์ไปสิบห้องขัง หัวใจของแลนซ์พองโต เขารู้ว่าคนๆนั้นคือแอนนา เขาอยากจะช่วยเธอออกไปใจจะขาด แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากอะไร เพราะแอนนาในตอนนี้ไม่รู้จักเขาอย่างแน่นอน
“สวัสดี มีใครอยู่ไหม” แลนซ์ะโข้ามทักไป เขาหวังว่าแอนนาซึ่งอยู่ถัดไปจะตอบกลับมา
แลนซ์ได้ยินเสียงสะอื้นไห้เล็กๆจากแอนนาซึ่งไกลออกไป เขาเข้าใจว่าเธอคงกำลังเสียขวัญและกลัวอยู่ แอนนาในสมัยเด็กนั้นเป็คนอ่อนแอและไม่มั่นใจในตนเอง บางทีเธออาจไม่มีกะจิตกะใจมาสนใจเขาเสียด้วยซ้ำ
“ผู้หญิงที่ร้องไห้ตรงนั้นน่ะ ถ้าได้ยินตอบฉันหน่อย” แลนซ์กล่าว “ฉันล่ะอยากรู้จริงๆว่าเธอทำผิดอะไรถึงโดนขังเหมือนฉัน”
แอนนายังคงร้องไห้ต่อไป เธอไม่ตอบเขา แลนซ์กัดฟันแน่น เขาใช้แรงของตัวเองกระชากจนกุญแจมือขาด ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพังห้องขังข้างๆ และพังห้องขังต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงห้องขังของแอนนา
เด็กสาวผมดำยาวในชุดนักโทษสีขาวเงยหน้าขึ้นมามองแลนซ์ ดวงตาสีชมพูของเธอสั่นเครือ แลนซ์นั่งลงข้างๆเธอทันที
“เอ่อ...ไม่เป็ไรแล้วนะคุณหนู ผมอยู่นี่แล้ว”
แลนซ์ซึ่งคิดว่าแอนนาจำเขาไม่ได้ กล่าวปลอบใจเธอพลางส่งยิ้มให้ แอนนาปล่อยโฮก่อนจะสวมกอดเขาทันทื แลนซ์ลูบหัวเธออย่างแ่เบา ก่อนจะสวมกอดกลับ
“ทำไมมาช้าจังเลยคะคุณ” แอนนากล่าวปนเสียงสะอื้น “ฉันรอคุณมาตลอดค่ะแลนซ์ ฉันกลัวเหลือเกินว่าคุณจะไม่มา กลัวว่าคุณจะลืมฉัน”
“แอนนา...เธอจำฉันได้หรือ” แลนซ์เอ่ยถามด้วยความใ เขาเข้าใจมาตลอดว่ามีเพียงเขาที่ย้อนเวลามา
“จะไม่ให้คุณไปไหนอีกแล้ว” แอนนากล่าว “หากคุณจะไปจากฉันอีก ก็ฆ่าฉันซะเถอะค่ะแลนซ์”
แอนนากอดเขาแน่นกว่าเก่า น้ำมูกและน้ำตาเปื้อนเสื้อเขาไปหมด แต่ทว่าแลนซ์ไม่รังเกียจใดๆ เขารู้สึกเสียใจที่ตอนนั้นคิดจะทิ้งเธอ ทั้งๆที่แอนนาไม่ผิด ถึงทั้งอาณาจักรบลูสกายจะเกลียดเขา แต่อย่างน้อยแอนนาก็เป็เพียงคนเดียวที่รักเขาจริง
เขาลืมไปได้อย่างไร ว่าในโลกนี้ยังมีคนที่รักเขาอยู่ เขาเกือบจะทอดทิ้งคนสำคัญของเขาไปเสียแล้ว
“แอนนา...เราไปจากนี่กันเถอะ ไปเริ่มต้นใหม่กัน ในที่ๆห่างไกลจากบลูสกาย หรือห่างไกลจากทวีปไกอา ในที่ๆเราสองคนจะอยู่กันอย่างเท่าเทียม ไม่มีฐานะหรือชนชั้นมาขวางกั้นอีก”
“ที่ไหนก็ได้ที่มีคุณอยู่ค่ะ” แอนนากล่าวพลางเช็ดน้ำตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองแลนซ์ “ขอแค่คุณสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันไปแบบนั้นอีกแล้ว ไม่เอาแบบนั้นแล้วนะคะ”
“ดีจริงๆที่ตัดสินใจมาหาเธอ” แลนซ์กล่าว “มันทำให้ฉันได้รู้ว่าโลกใบนี้ยังมีคนที่ฉันต้องดูแลอยู่”
“ได้ผลใช่มั้ยล่ะ” แอนนากล่าวพลางส่งเสียงหัวเราะเล็กๆ “ฉันคิดไว้แล้วล่ะ ว่าถ้าทำแบบนี้ คุณจะต้องเป็ฝ่ายมาหาฉันเอง”
“อืม มันได้ผล” แลนซ์กล่าว “ฉันปล่อยเธอตายไม่ได้หรอก ไม่ว่ายังไงก็ตาม”
ทั้งสองลุกขึ้นยืน ก่อนที่แลนซ์จะใช้แรงของตนเปิดประตูลูกกรงออกไป แน่นอนว่าเขาใช้เวทรักษาซ่อมแซมห้องขังที่เขาพังคืนกลับสภาพเดิมด้วย
“ออกทางนี้แล้วกันนะ” แลนซ์กล่าวก่อนจะเคาะผนังหินเพื่อหาช่องทางลับของอาณาจักร มันคือช่องทางที่ราชวงส์เอาไว้ใช้หลบหนี ซึ่งช่องทางลับนี้ถูกซ่อนในห้องขังสุดท้ายตรงกันข้ามกับห้องที่ใช้ขังแอนนา แน่นอนว่าห้องขังนั้นไม่เคยถูกใช้งานเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แลนซ์ส่ายหัวด้วยความระอาเพราะเขาจำรหัสการเคาะไม่ได้ แอนนาเองก็จำไม่ได้เช่นกันเพราะมันนานมากจนเธอลืมไปแล้ว สุดท้ายแลนซ์จึงเสริมแรงของตนห้าพันเท่า ทลายกำแพงห้องขัง แล้วซ่อมแซมมันเหมือนเดิมก่อนจะหลบหนีออกไป
ทั้งสองมาโผล่ที่สุสานปลอมซึ่งปนกับสุสานจริงในป่าช้าแห่งหนึ่ง แสงแดดยามเที่ยงนั้นส่องประกายจนแอนนาเอามือบังตาตน เนื่องจากเธออยู่ในที่มืดมาทั้งวัน
“พวกเราเป็อิสระแล้วสินะ” แอนนากล่าวก่อนจะหยิบป้ายทองคำขาวของเธอออกมา เธอโยนมันลงไปที่สุสานเทียม เพื่อแสดงว่าเธอสละฐานะเ้าหญิงแล้ว
“ใช่ พวกเราเป็อิสระ” แลนซ์กล่าว “ไปเริ่มต้นใหม่กันเถอะ ในที่ๆบลูสกายตามไปไม่ถึง”
“อดใจรอไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ” แอนนากล่าวพลางส่งยิ้มตอบรับคำอีกฝ่าย
แลนซ์อุ้มแอนนาในท่าเ้าหญิง พร้อมใช้บาเรียลมคุ้มครองร่างของเธอเอาไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะบินไปที่นี่ด้วยความเร็วเหนือเสียง