เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเวลา 06:00 นาฬิกา
นากามูระ ยูตะ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนเอื้อมมือปิดเสียงนาฬิกาที่ดังไม่หยุด เขานอนมองเพดานห้องเช่าขนาดเล็กอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมแรงใจสำหรับการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่
เช้าวันจันทร์...
สำหรับหลายคน มันคือวันที่น่าเบื่อที่สุดของสัปดาห์
สำหรับยูตะ มันก็เป็เพียงอีกหนึ่งวันที่ต้องไปทำงาน
ชายวัยสี่สิบปีลุกจากเตียง เดินไปเปิดม่าน แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาภายในห้อง อพาร์ตเมนต์ของเขาไม่ได้กว้างขวาง แต่สะอาดและเป็ระเบียบ ทุกอย่างถูกจัดวางไว้ที่เดิมเสมอ
เขาใช้ชีวิตคนเดียวมาหลายปีแล้ว
หลังหย่าร้างเมื่อเกือบสิบปีก่อน ยูตะไม่เคยคิดเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ เขาเลือกทุ่มเวลาให้กับงาน และแวะไปเยี่ยมแม่ที่จังหวัดไซตามะทุกเดือน
ชีวิตของเขาเรียบง่ายเสียจนแทบไม่มีอะไรให้เล่าต่อ
หลังอาบน้ำ แต่งตัว และจัดกระเป๋าเรียบร้อย โทรศัพท์มือถือก็สั่นเบา ๆ
ข้อความจากแม่ส่งมาตามเวลาเดิม
"อากาศเริ่มเย็นแล้ว อย่าลืมพกเสื้อคลุมนะ"
ยูตะยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบกลับ
"ครับแม่ วันนี้คงเลิกดึก เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วจะโทรหานะ"
เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า โดยไม่รู้เลยว่า ข้อความนี้จะเป็บทสนทนาปกติครั้งสุดท้ายจากโลกเดิม
...
สถานีรถไฟแน่นขนัดเหมือนทุกวัน
ผู้คนในชุดสูทเดินสวนกันแทบไม่ขาดสาย บางคนถือกาแฟ บางคนก้มหน้าอ่านข่าวจากโทรศัพท์
ยูตะเป็คนที่ไม่ชอบเบียดกับคนอื่น เขาจึงยืนเงียบ ๆ อยู่มุมหนึ่งของขบวนรถไฟ รอจนถึงสถานีปลายทาง
สี่สิบนาทีต่อมา เขาก็มาถึงสำนักงานใหญ่ของ Mirai Holdings
อาคารกระจกสูงยี่สิบห้าชั้นสะท้อนแสงแดดยามเช้าอย่างสวยงาม
บริษัทแห่งนี้ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีและโลจิสติกส์ มีพนักงานเกือบหนึ่งพันคน และถือเป็หนึ่งในบริษัทที่มั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว
"อรุณสวัสดิ์ครับ รุ่นพี่!"
เสียงสดใสดังขึ้นจากด้านหลัง
ทานากะ เคน พนักงานฝ่ายจัดซื้อวัยสามสิบต้น ๆ รีบเดินเข้ามาพร้อมกาแฟกระป๋องสองกระป๋อง
"ของพี่"
"ซื้อมาอีกแล้วเหรอ"
"ก็กาแฟร้านนี้ลดราคา"
เคนหัวเราะ
"ถือว่าผมติดหนี้บุญคุณก็แล้วกัน"
ยูตะถอนหายใจ
"ฉันไม่ได้ช่วยอะไรขนาดนั้น"
"ช่วยสิครับ"
เคนตอบทันที
"ถ้าไม่ได้พี่ช่วยตรวจเอกสาร ผมโดนหัวหน้าดุทุกเดือนแน่"
ยูตะยิ้มอย่างเขิน ๆ
เขาไม่ใช่คนเก่ง
แต่เขาเป็คนละเอียด
เอกสารทุกแผ่นที่ผ่านมือเขาจะถูกตรวจซ้ำอย่างน้อยสามรอบ
หลายคนมองว่าเสียเวลา
แต่ตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมา เขาแทบไม่เคยทำงานผิดพลาดเลย
ทั้งสองเดินเข้าอาคารพร้อมกัน
ระหว่างทางก็พบหญิงสาวคนหนึ่งกำลังถือแฟ้มเอกสารจำนวนมาก
"อ๊ะ!"
แฟ้มหล่นกระจายเต็มพื้น
ยูตะรีบเดินเข้าไปช่วยเก็บทันที
"ขอบคุณค่ะ คุณนากามูระ"
หญิงสาวโค้งศีรษะ
เธอคือ ซาโต้ มิซากิ พนักงานฝ่ายบัญชีวัยยี่สิบแปดปี
เคนหัวเราะเบา ๆ
"พี่นี่ใจดีเหมือนเดิมเลยนะ"
ยูตะยิ้ม
"ก็แค่ช่วยเท่าที่ช่วยได้"
ไม่มีใครรู้เลยว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา การกระทำเล็ก ๆ แบบนี้จะกลายเป็สิ่งที่ทำให้ผู้คนเริ่มเชื่อใจเขา
...
เวลา 08:55 นาฬิกา
พนักงานระดับหัวหน้าและตัวแทนแต่ละแผนกเข้าประชุมประจำสัปดาห์
ยูตะนั่งอยู่ด้านหลังห้องประชุม พร้อมโน้ตบุ๊กและเอกสารกองหนึ่ง
ผู้จัดการซาซากิยืนอยู่หน้าห้อง
"วันนี้เราจะเริ่มจากสรุปผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมา..."
การประชุมดำเนินไปตามปกติ
เสียงพิมพ์คีย์บอร์ด
เสียงพลิกเอกสาร
เสียงปากกาขีดลงบนกระดาษ
ทุกอย่างเหมือนเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา
จนกระทั่ง...
ครืนนนน...
พื้นห้องสั่นเบา ๆ
หลายคนเงยหน้าขึ้น
"แผ่นดินไหวหรือ"
ใครบางคนพึมพำ
แรงสั่นะเืกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ทุกคนจึงคิดว่าเป็เื่ปกติ
แต่ทันใดนั้น...
ไฟทั้งอาคารก็ดับลง
เสียงอุทานดังขึ้นทั่วห้อง
ก่อนที่ไฟฉุกเฉินจะติดขึ้นแทน
"ระบบสำรองทำงานแล้ว"
ใครบางคนพูด
ซาซากิกำลังจะพูดต่อ
แต่แล้ว...
กระจกทุกบานในห้องก็สว่างขึ้นพร้อมกัน
ไม่ใช่แสงจากภายนอก
แต่เป็แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมทั่วทั้งอาคาร
สว่างเสียจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดตา
ยูตะรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไป
ร่างกายเบาราวกับตกจากที่สูง
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากทุกทิศทาง
แล้วทุกอย่างก็หายไปในความว่างเปล่า...
...
"อึก..."
ยูตะลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ
ศีรษะของเขาปวดหนึบ ราวกับเพิ่งลงจากเครื่องเล่นที่หมุนหลายรอบ เขายันตัวลุกขึ้นจากพื้นห้องประชุม เก้าอี้หลายตัวล้มระเนระนาด เอกสารสีขาวปลิวเกลื่อนราวกับพายุพัดผ่าน
เสียงครางดังมาจากรอบด้าน
"ทุกคนเป็ยังไงบ้าง!"
ผู้จัดการซาซากิเป็คนแรกที่ลุกขึ้น แม้หน้าผากจะมีเืไหลเป็ทาง
"คนที่ไม่าเ็ ช่วยดูคนข้าง ๆ ก่อน!"
คำสั่งนั้นทำให้หลายคนเริ่มตั้งสติได้
ยูตะรีบหันซ้ายขวา
"เคน!"
"ผม...อยู่ตรงนี้ครับ"
เคนดันโต๊ะออกจากตัวแล้วลุกขึ้น สีหน้าซีดแต่ไม่ได้รับาเ็หนัก
ยูตะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จากนั้นเสียงกรีดร้องจากนอกห้องประชุมก็ดังขึ้น
"ข้างนอก...!"
"พระเ้า..."
ทุกคนรีบวิ่งไปยังหน้าต่าง
ภาพที่เห็นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
เมืองโตเกียว...
หายไปแล้ว
แทนที่ถนนและตึกระฟ้า กลับกลายเป็ทุ่งหญ้าสีเขียวสุดลูกหูลูกตา ป่าดิบขนาดมหึมา และเทือกเขาสูงที่ไม่เคยมีอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
เหนือท้องฟ้า มีดวงอาทิตย์สองดวงส่องแสงเคียงกัน
ไม่มีใครพูดอะไร
บางคนถึงกับทรุดลงกับพื้น
"นี่...มันเื่อะไรกัน..."
...
ความโกลาหลลามไปทั้งอาคาร
เสียงไซเรนฉุกเฉินดังต่อเนื่อง
พนักงานจากทุกชั้นเริ่มลงมารวมกันที่ล็อบบี้ตามแผนอพยพ
ฝ่ายบุคคลเริ่มตรวจสอบรายชื่อ
ฝ่ายพยาบาลเปิดห้องปฐมพยาบาลชั่วคราว
ฝ่ายรักษาความปลอดภัยตรวจสอบทุกทางเข้าออก
ยูตะช่วยเคลื่อนย้ายคนเจ็บ ทั้งที่มือยังสั่นไม่หยุด
เขาไม่ใช่คนกล้า
หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก
แต่ยิ่งเห็นคนที่าเ็ เขาก็ยิ่งบอกตัวเองว่า
"อย่างน้อย...ช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็ยังดี"
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
รายงานเบื้องต้นถูกส่งมาที่ล็อบบี้
พนักงานทั้งหมด 968 คน
ผู้รอดชีวิต 961 คน
เสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างการเคลื่อนย้ายของอาคาร 4 คน
าเ็สาหัส 3 คน
บรรยากาศเงียบงัน
เมื่อเช้า ทุกคนยังเดินเข้าบริษัทพร้อมกัน
แต่ตอนนี้...
มีคนที่ไม่มีวันกลับบ้านแล้ว
ซาซากิก้มศีรษะ
"เราจะไว้อาลัยให้พวกเขา"
"แต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องหาทางอยู่รอด"
"เพราะตอนนี้..."
เขาหันไปมองโลกภายนอก
"ไม่มีใครมาช่วยเรา"
คำพูดนั้นเหมือนค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจทุกคน
...
ฝ่ายไอทีรีบตรวจสอบระบบสื่อสาร
ผลลัพธ์คือ
ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ไม่มีดาวเทียม
GPS ใช้งานไม่ได้
แม้แต่นาฬิกาในโทรศัพท์หลายเครื่องก็หยุดอยู่ที่เวลา 09:03 นาฬิกา
ยูตะลองโทรหาแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผลลัพธ์เหมือนเดิม
ไม่มีสัญญาณ
เขากำโทรศัพท์แน่น ก่อนเก็บมันลงกระเป๋าอย่างเงียบ ๆ
...
่บ่าย
ฝ่ายอาคารรายงานว่า
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองยังทำงานได้
ระบบน้ำยังใช้ได้
ลิฟต์ใช้งานได้บางส่วน
แต่เชื้อเพลิงมีไม่มาก
หากใช้ไฟฟ้าตามปกติ จะอยู่ได้ไม่เกินสิบวัน
ฝ่ายจัดซื้อก็รายงานเช่นกัน
อาหารทั้งหมด หากแบ่งอย่างประหยัด จะอยู่ได้ประมาณสองสัปดาห์
น้ำดื่มประมาณยี่สิบวัน
หลังจากนั้น...
พวกเขาต้องหาเอง
ไม่มีใครพูดออกมา
แต่ทุกคนเข้าใจตรงกัน
ถ้ายังอยู่แต่ในอาคาร
สุดท้ายก็ต้องอดตาย
ซาซากิจึงประกาศตั้ง "ศูนย์บัญชาการฉุกเฉิน"
สำนักงานใหญ่ทั้งหลังถูกแบ่งหน้าที่ใหม่
ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ดูแลการป้องกัน
ฝ่ายพยาบาล ดูแลผู้าเ็
ฝ่ายจัดซื้อและคลังสินค้า ดูแลเสบียง
ฝ่ายบุคคล ตรวจสอบกำลังคน
ฝ่ายไอทีรวบรวมข้อมูลทั้งหมด
แม้จะหลุดมายังโลกที่ไม่รู้จัก
แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขามี ก็คือ "องค์กร"
...
ตกเย็น
ยูตะกับเคนยืนมองพระอาทิตย์ตกจากชั้นสิบสาม
แต่ครั้งนี้...
มีพระอาทิตย์สองดวงค่อย ๆ ลับขอบฟ้าพร้อมกัน
"พี่..."
เคนเอ่ยขึ้นเบา ๆ
"คิดว่าเราจะกลับบ้านได้ไหม"
ยูตะนิ่งไปนาน
ก่อนตอบด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ
"...ไม่รู้"
"แต่ถ้ายังไม่ยอมแพ้"
"ก็คงมีโอกาส"
เคนหัวเราะเบา ๆ
"พี่นี่...ปลอบคนไม่เก่งเลยนะ"
"ขอโทษ"
"แต่ฟังแล้วสบายใจกว่าโกหก"
ทั้งสองหัวเราะออกมา แม้เสียงหัวเราะนั้นจะเต็มไปด้วยความกังวล
...
ในคืนแรกของโลกใบใหม่
เวรยามถูกจัดขึ้นตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ไฟในอาคารถูกปิดเกือบทั้งหมดเพื่อประหยัดพลังงาน
นอกกระจก มีเพียงความมืดของป่าที่เงียบสงัด
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า...
ภายในป่าแห่งนั้น
ดวงตาสีเหลืองหลายคู่ กำลังจ้องมองอาคารสูงที่ส่องแสงอยู่กลางทุ่งหญ้า
ราวกับผู้ล่าที่เพิ่งพบเหยื่อแปลกหน้า