น้ำเสียงซูเหลียนเยวี่ยเจือแววสั่นเครือ“ที่จริงแล้วฉัน...ยังบริสุทธิ์...”
สวีหยางอี้ตะลึงไปเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้าลง “อืม”
เธอเป็ผู้หญิงที่ภายนอกแกล้งทำเป็แข็งแกร่ง ไม่ยอมเปิดใจให้ใครง่ายๆแต่ที่ผ่านมาทั้งหมด มันก็เป็เพียงการเสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น
“พรึบ...พรึบ...พรึบ...” เสื้อผ้าท่อนบนถูกถอดออกจนหมดแต่เธอกลับไม่ได้สวมอะไรไว้ข้างในเลย
สวย...สวยเหลือเกิน หรือบางทีเธออาจจะใช้คำสวยได้สิ้นเปลืองเกินไปด้วยซ้ำ
รูปร่างรูปตัว S ที่สมบูรณ์แบบกับเอวบางดังกิ่งหลิวไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่น้อยหากในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้คนรู้สึกว่าผอมแห้งจนเห็นถึงกระดูกหรือสะดุดมือยามลูบไล้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาช่วยขับให้ซูเหลียนเยวี่ยในยามนี้ราวกับเทพธิดาแห่งจันทราก็ไม่ปาน
“นี่เป็ค่ามัดจำของฉัน...คุณพอใจหรือเปล่า...”
เธอหลับตาลง เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นหยาดน้ำตาที่หางตา
เธอเองก็มีความเคารพตัวเองอยู่เหมือนกัน
สวีหยางอี้กวาดตามองผ่านๆ “คุณจะใช้เงินก็ได้”
“สำหรับคุณแล้วเงินเป็เื่ยากงั้นเหรอ”ซูเหลียนเยวี่ยปล่อยให้แสงจันทร์สาดกระทบร่างพลางยิ้มขมเฝื่อน “ฉันไม่มีหินิญญาไม่ใช่นักฝึกตน แบ่งหุ้นอะไรให้คุณไม่ได้ด้วย...”
“บางที...ผู้หญิงสำหรับคุณแล้วก็อาจจะไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรแต่ว่านี่เป็สิ่งมีค่าที่สุดที่ฉันจะให้ได้แล้ว...”
“คุณ...ชอบหรือเปล่า”
สวีหยางอี้จุดบุหรี่ขึ้นสูบ “เื่ที่คุณต้องทำ คงไม่ง่ายเลยสินะ”
“ไม่นะ ง่ายมาก แต่ฉันขอร้องใครไม่ได้เท่านั้นเอง”ซูเหลียนเยวี่ยแหงนหน้าขึ้นมองฝ้าเพดาน น้ำเสียงสั่นเครือ“คุณรู้ไหมว่า...เมืองซานสุ่ยเป็เมืองยากจนข้นแค้นปีศาจในเมืองนี้ก็เป็ปีศาจในขั้นเลี่ยนชี่ขั้นต้นกันทั้งนั้นหรืออย่างมากที่สุดก็แค่ขั้นกลาง และในทำนองเดียวกันนักล่าปีศาจที่มาที่นี่ส่วนมากก็เป็นักฝึกตนขั้นต้นขั้นกลางกันทั้งนั้น...ไม่เคยมี...ไม่เคยมีมือวางอันดับหนึ่ง...หรือแม้แต่อันดับที่หนึ่งของเมืองมาที่นี่...”
“ปีศาจพวกนี้...เจียมเนื้อเจียมตัวมากพวกมันไม่อยากก่อเื่อะไรขึ้นมาหรอกมันแค่อยากจะใช้ชีวิตอยู่อย่างดีต่อไปเท่านั้น..คุณเองก็เห็นเ้าตะขาบในสนามกีฬานั่นแล้ว...เป็แค่ป้าคนหนึ่งที่มาจ่ายตลาด...พวกเธอจะมีปัญญาไปดึงดูดพวกนักฝึกตนขั้นสูงให้มาไล่ล่าได้ยังไงส่วนฉัน...” เธอหลับตาลง เปลือกตาของเธอสั่นระริกเล็กน้อยปล่อยให้ร่างกายเปลือยเปล่าไร้ซึ่งสิ่งบดบังใดๆ“คุณไม่รู้หรอกว่าวงการการฝึกตนมองนักฝึกตนที่ถูกเขี่ยทิ้งต่ำต้อยแค่ไหน...ควบคุมอย่างเข้มงวดแค่ไหน...ฉันไม่อาจเข้าไปใกล้ชิดนักฝึกตนที่อยู่นอกขอบเขตวิชาชีพได้เลย...ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการออกจากเมืองซานสุ่ยนี้ไป....และฉันต้องทำงานนี้...”
เธอชะงักไปเล็กน้อย “ห้าสิบปี...”
เธอลืมตาขึ้นจ้องสวีหยางอี้ไม่ละสายตา“คุณเป็มือวางอันดับหนึ่งคนแรกที่ฉันได้เจอ”
“เพราะฉะนั้น ผมคือสมบัติล้ำค่างั้นเหรอ” สวีหยางอี้โยนเสื้อผ้าทิ้ง“มาต่อ”
ซูเหลียนเยวี่ยไม่ได้รับเอาไว้
เสื้อผ้าตัวนั้นตกลงบนร่างของเธอก่อนจะลื่นไถลลงไป
“ฉัน้าตามหาน้องสาวฉัน” เบ้าตาเธอแดงก่ำ “เพราะคุณแม่ถูกปีศาจฆ่าตายคุณพ่อก็หย่าขาดไปนานแล้ว คุณแม่ถึงต้องเลี้ยงดูพวกเราสองคนมาอย่างยากลำบากแต่หลังจากที่น้องสาวฉันเข้าไปในเทียนเต้าเธอก็หายสาบสูญไป”
“เธอชื่อซูซิงเหยา ขอแค่คุณช่วยฉันตามหาเธอจนเจอ ฉันก็จะเป็ของคุณ”
“ไม่ว่าคุณจะเล่นยังไงผมก็ยอมทั้งนั้น”
สวีหยางอี้เผยอปากขึ้นเล็กน้อย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้มองเธออย่างจริงจัง
อีกฝ่ายเองก็ตอบสนองเขาด้วยสายตาจริงจังแบบเดียวกัน
“ค่ามัดจำของคุณยังไม่พอ” เนิ่นนาน สวีหยางอี้ถึงได้เอ่ยขึ้นเสียงแ่หวิว“ถ้าผู้หญิงที่ไหนมาแก้ผ้าหล่อนจ้อนต่อหน้าผม ผมก็ช่วยเธอตามหาคนไปหมดคุณคิดว่าผมเป็คนยังไง”
“ฉันรู้” สายตาซูเลียนเยวี่ยว่างเปล่าทว่าในชั่วพริบตาก็กลับมีประกายไฟลุกโชนขึ้นอย่างแรงกล้า“ฉันยังรู้อีกว่า...อีกครึ่งเดือนคุณต้องกลับเทียนเต้าไปร่วมพิธีจบการศึกษา...และฉันยังรู้มากไปกว่านั้นอีกว่าหลังจากนั้นคุณยังจะไปที่อื่นๆ อีกมากมายที่ฉันไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้”
สวีหยางอี้พยักหน้ากำลังจะพูดอะไรแต่ในชั่ววินาทีต่อมาคำพูดทั้งหมดของเขาก็พลันต้องหยุดชะงักลง
สายตาเขาราวกับผนึกรวมอยู่ในกำมือของซูเหลียนเยวี่ยเพราะในมือของเธอถือขนนกไว้เส้นหนึ่ง
ขนนกสีดำขอบทอง ตรงส่วนปลายของมันถักทอลวดลายเป็รูปดวงตาสีทอง
“ฤดูใบไม้ร่วงเมื่อสิบปีก่อน...”น้ำเสียงของซูเหลียนเยวี่ยเจือแววรวดร้าวอย่างบอกไม่ถูกแววตาเธอเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด “เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย...ตอนนี้เหลือแค่ขนนกสีดำเส้นนี้เส้นเดียว”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงความเ็ปที่หัวไหล่อย่างหนักหน่วงก็พลันไหลบ่าเข้ามาแต่หญิงสาวก็ยังกัดฟันทนไว้ไม่ส่งเสียงร้องออกมา
สวีหยางอี้จับไหล่เธอไว้จนสุดแรง เรี่ยวแรงมหาศาลนั้นราวว่าจะบีบกระดูกหัวไหล่เธอให้แตกละเอียดเสียให้ได้ทว่า...
เธอก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะสะบัดมันออก!
ราวกระต่ายขาวเจอจอมพยัคฆ์ เพียงแค่เห็นรังสีของจอมพยัคฆ์ก็ทำให้เธอไม่กล้าขยับเขยื้อนส่งเดชแม้แต่น้อย!
ช่างไร้เดียงสาเกินไปแล้ว...ตอนนี้แค่จะหลับตาลง เธอก็ยังไม่กล้าด้วยซ้ำ
คนๆนี้ไม่ใช่คนที่แค่อาศัยความสะสวยก็จะสามารถหลอกล่อได้...ก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือไง...พวกมือวางอันดับหนึ่งก็ย่อมต้องมีจุดที่เหนือว่าคนอื่นกันทั้งนั้น
แววตาของสวีหยางอี้มีประกายไฟลุกโชน
มันคือเปลวไฟจากขุมนรก ในยามปกติแล้วมันซุกซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้นทว่าทันทีที่ปลดปล่อยออกมา กลับชวนให้คนตื่นสะพรึงได้ถึงขีดสุด!
“ถ้าคุณหลอกผม...”น้ำเสียงสวีหยางอี้เย็นเยียบเสียราวไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ “ผมจะทำให้คุณอยู่ไม่สู้ตาย”
ทุกอย่างพลันเงียบงัน...หากก็ยังแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บแทบจะศูนย์องศา
“เป็ความจริงทุกคำ ไม่มีอะไรปิดบังแม้แต่น้อย”ซูเหลียนเยวี่ยเสียงสั่นเครือแหบพร่า “ถ้าคุณค้นิญญาได้ล่ะก็ จะค้นดูก็ได้”
เธอว่าจบประโยคนี้ก็หลับตาลง
เธอไม่อยากฟังการตัดสินของเขา
ช่วยหรือไม่ช่วย
ก่อนหน้านี้เธอมั่นใจในตัวเองมากทีเดียวจนกระทั่งได้เจอกับนักฝึกตนตัวเป็ๆ มือวางอันดับหนึ่งตัวจริงความมั่นใจนี้ถึงได้สลายหายไปเป็ผุยผง ชนิดที่ว่าแค่ััก็แตกสลายไม่มีชิ้นดี
ความหวังสุดท้ายของเธออยู่ในขนนกในมือนี้แล้วหลังจากรวบรวมข้อมูลอย่างเต็มกำลังมาตลอดสิบกว่าวันนี้สุดท้ายความพยายามที่เธอทุ่มเทไปทั้งหมดก็จะไม่สูญเปล่าแล้ว
เธอแทบอยากจะร้องไห้อยู่ในใจให้กับความบังเอิญนี้
สวีหยางอี้มองหญิงสาวสะสวยเปลือยครึ่งท่อนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบชั่วขณะนั้น หัวใจเขาสงบนิ่งราบเรียบ แต่แล้วก็เต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาอีก
เป็ “มัน...”
ต้องเป็มันแน่ๆ!
เขาตามหามือสังหารมาตลอดสิบสามปี! ปีศาจที่ทำให้เขาไม่อาจลืมเทพแห่งความตายได้ลงตนนั้น! ต้องเป็มันแน่!
เป็ขนนกแบบนี้แหละเหมือนกันไม่มีผิด...เขาถึงขนาดได้กลิ่นคาวเืคละคลุ้งในค่ำคืนเมื่อสิบสามปีก่อนนั้น!
มันถึงกับกล้าปรากฏตัวออกมา...เมื่อสิบสามปีก่อนมันทำให้เขาต้องตกอยู่ในฝันร้ายแต่หลังจากที่มันผลักเขาเข้าสู่ประตูบานนั้นแล้ว ห้าปีก่อนมันกลับทำให้อีกหนึ่งครอบครัวต้องแตกเป็เสี่ยงๆ อีกครั้ง!
ฆ่า!
อย่าให้เหลือ!
ความกระหายอยากสังหารในใจเขาไม่เคยแน่วแน่ขนาดนี้มาก่อน
หนี้แค้นของตน กับหนี้มหาศาลที่ยังคงอยู่และมันต้องแบกรับไว้เขาจะต้องทวงคืนกลับมาด้วยตัวเอง
ความเงียบงันเนิ่นนานผ่านไปในที่สุดซูเหลียนเยวี่ยก็ได้ยินเสียงราวกับเสียงจากธรรมชาติดังขึ้น
“ผมรับ”
เธอเบิกตาโพลง ก่อนจะมองสวีหยางอี้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่ได้เป็เพราะคุณ” ั์ตาสวีหยางอี้แดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยคล้ายว่ากำลังจ้องเธอตาเขม็งแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกับไม่ได้จ้องเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น“และจะไม่มีครั้งต่อไปด้วย ทำลายตัวเองเพื่อแลกความเห็นใจ มันไร้ค่าเกินไปและคุณเองก็รับผิดชอบไม่ไหวหรอก”
“เส้นทางของนักฝึกตน มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด”
“ในเมื่อคุณออกไปแล้ว ก็ใช้ชีวิตสงบอย่างมนุษย์ธรรมดาไปตลอดเถอะ”
เพียงได้ยินสามประโยคนี้ น้ำตาของซูเหลียนเยวี่ยก็พลันไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ร่างที่ฝืนเกร็งไว้ดังคันธนูค่อยๆโก่งโค้งลงแล้วส่งเสียงร้องไห้แสนเบาหวิวอยู่ในลำคอราวสัตว์ถูกขัง
“ฮือๆ...” หลายวินาทีต่อมาก็เหมือนกับาแที่อยู่ในใจมาตลอดหลายปีถูกฉีกทึ้งออก เธอแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องคำราม“อ๊า!!!!!”
ตั้งกี่ปีมาแล้ว...ในที่สุด ในที่สุดก็มีคนรับแล้ว มีคนกล้ารับแล้ว...
น้องสาวที่พลัดพรากกันไปนานหลายปีของตน ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่านะและไปอยู่เสียที่ไหนแต่ไม่ว่ายังไง...นี่ก็เป็ครั้งแรกที่ความหม่นหมองในชีวิตของเธอมีประกายความหวังขึ้นมา
แม้หยาดน้ำตาเธอจะไหลอาบข้างแก้ม แต่เธอก็ไม่คิดจะเช็ดมันออก
ความเ็ปนี้มันยาวนานเหลือเกิน นานจนเธอคิดว่าตัวเองลืมไปแล้วเสียอีกคิดไม่ถึงว่าอยู่ๆ มันจะะเิออกมาภายในชั่วพริบตา ทั้งยังรุนแรงขนาดนี้ด้วย
ตัวเธอในตอนนี้งดงามราวนางฟ้าตก์ราวดอกกล้วยไม้กลางหุบเขาต้องแสงจันทร์และในที่สุดตอนนี้เธอก็เปล่งประกายความสว่างไสวทั้งหมดที่เธอมีแล้ว
สวีหยางอี้เพียงมองเธอเงียบๆ เท่านั้น ไม่ได้ขัดจังหวะเธอเขาเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้เป็อย่างดีมันก็เหมือนกับตัวเขาตอนเพิ่งถึงเทียนเต้าใหม่ๆ
กี่ค่ำคืนที่ต้องฝันถึง่เวลานองเืนั้นจากร้องไห้อย่างเ็ปจนไปถึงกรีดร้อง มาถึงตอนนี้เขาไม่ร้องไห้ไม่ยิ้มแย้มแต่เขากลับมีความรู้สึกอยากสังหารที่อัดแน่นในใจ
“ใส่เถอะ” หลายนาทีต่อมา เสียงร้องไห้เบาๆ ของซูเหลียนเยวี่ยถึงได้หยุดลงสวีหยางอี้มองเสื้อผ้าที่กองอยู่กรอมเท้าของเธอแล้วเอ่ยขึ้น
คิดไม่ถึงว่าซูเหลียนเยวี่ยกลับเผยรอยยิ้มเจือเสน่ห์ชวนหลงใหล ก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามา ั์ตาฉายแววแน่วแน่เด็ดเดี่ยว
บางที...ให้เขาทั้งแบบนี้ก็ไม่เลว...
อย่างน้อย...ตอนนี้ ชั่วขณะนี้ วินาทีนี้ เธอก็ไม่คิดเสียใจ
เธอวางก้อนหินในใจลงแล้ว ตอนนี้เธอก็แค่อยากให้ตัวเองได้เป็อิสระและผ่อนคลายอย่างเต็มที่
“คุณ...จะไม่มาเอาค่ามัดจำคุณไปเหรอ”ซูเหลียนเยวี่ยจับมือเขาขึ้นมาแล้วค่อยๆทาบมันลงบนหน้าอกอวบอิ่มของตัวเองช้าๆอย่างไม่ลังเลใบหน้าเธอแดงระเรื่อขึ้นเป็ครั้งแรกแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ “คำไหว้วานของฉัน...ยากนะ...”
สวีหยางอี้นิ่งอึ้งแล้วมองพินิจมองเธอดีๆ อยู่หลายวินาที ก่อนจะยิ้มออกมา“ค่ามัดจำของผมก็แพงมากเหมือนกัน”
เขาอุ้มเธอเดินเข้าไปในห้องนอนอย่างไม่คิดลังเล “ลืมบอกไปผมเองก็บริสุทธิ์เหมือนกัน อย่าโทษผมล่ะ ไปโทษเทียนเต้าโน่น”
…………………………………………
รัตติกาลล่วงเลยไป
หากเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ
คืนที่ผ่านมานี้ทั้งรวดเร็วและเชื่องช้าตอนที่ซูเหลียนเยวี่ยตื่นขึ้นมาสวีหยางอี้ก็ออกไปซื้ออาหารเช้าแล้วและแน่นอนว่าเขาซื้อเคเอฟซีโดยใช้บริการส่งอาหารจากเหม่ยถวนเดลิเวอร์รี่[1]
พอซูเหลียนเยวี่ยขยับเอวก็รู้สึกเ็ปมาก
คิดอยู่แล้วว่าร่างกายของนักฝึกตนจะดีขนาดนี้...แต่ดีเกินไปก็ไม่ใช่เื่ดี...
ดวงตาสวีหยางอี้มองอีกฝ่ายด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะเข้าไปพยุงเธอลุกขึ้นจากนั้นก็ส่งโคล่าให้เธอแก้วหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
“ไม่ต้องมารับผิดชอบฉัน” ซูเหลียนเยวี่ยเอ่ยเรียบๆ“ฉันก็ไม่ได้้าให้คุณมารับผิดชอบฉัน”
“นี่เป็ค่าตอบแทน” เธอรับแก้วโคล่ามา สีหน้าสงบราบเรียบ “เมื่อคืนนี้ฉัน้า คุณก็้า คุณรับค่ามัดจำที่คุณควรจะได้ไปและค่ามัดจำก้อนนี้ฉันก็เต็มใจจะจ่าย ฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับคุณมีก็แค่ความซาบซึ้งเท่านั้น คุณเองก็ไม่ได้รักฉันก็แค่ถือโอกาสช่วยด้วยความเห็นใจและสงสาร มันก็ง่ายๆ แค่นี้เอง”
สวีหยางอี้มองเธออยู่หลายวินาทีก่อนจะคลี่ยิ้ม “ผมนึกว่าผู้หญิงหลังจากเสียความบริสุทธิ์ครั้งแรกจะพูดเื่รักๆใคร่ๆ เสียอีก”
“พวกเราก็โตๆ กันแล้ว เื่ความรักมันไกลตัวเกินไป...”ซูเหลียนเยวี่ยถอนหายใจ “รู้จัก คุ้นเคย รู้ใจไม่เหมือนพวกเราที่ขึ้นเตียงก่อนค่อยมาพูดเื่ความรัก ฉันเองก็ไม่ชอบแบบนี้ แต่ว่า...”
เธอหยักยกริมฝีปากขึ้น “ฉันก็ไม่ได้รังเกียจความรู้สึกแบบนี้หรอกนะเอ่อ...ฉันหมายถึงความรู้สึกบนเตียงนี้น่ะ”
สวีหยางอี้เงียบไป ผ่านไปเนิ่นนานถึงได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเคร่งขรึม“ต่อไปถ้ามีเื่อะไรก็โทรหาผมได้ ผมจะช่วยคุณหนึ่งเื่ ถ้ามันอยู่ในขอบเขตที่ผมทำได้และไม่ขัดกับหลักการทำงานของผม”
“คำไหนคำนั้น?”ซูเหลียนเยวี่ยไม่ได้มีท่าทีผิดหวังนัก เธอเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “ฉันจำเอาไว้แล้วนะ ว่าแต่คุณรับปากว่าจะช่วยเื่หนึ่งก็ต้องมีข้อจำกัดมากมายขนาดนี้ด้วยใจแคบจริง”
“รอให้คุณดีขึ้นแล้วผมจะไป” สวีหยางอี้เปิดโทรทัศน์“ไม่ว่าต่อไปเราจะเป็ยังไง แต่อย่างน้อยผมก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ฟันแล้วทิ้ง”
--------------------------------------------------------------------------------
[1] เหม่ยถวนเดลิเวอร์รี่ (美团外卖) เป็ ธุรกิจส่งอาหารแบบเดลิเวอร์รี่ของจีน