“ อย่างน้อยแกก็น่าจะเดินให้ไกลกว่านี้หน่อย ให้ตายสิ ”
เฉินห่าวแนบแผ่นหลังไปกับผนังทางเดินอีกเพียง 1 ก้าวจะเข้าสู่เส้นทางใหม่ ทว่ามีมอนสเตอร์เลเวล 140 รอเขาอยู่ภายในเส้นทางจึงยังไม่กล้าออกไป เขาจะรอจนกว่ามันจะเดินหายไปเองตามที่เฟยหลงบอก
ซึ่งเขาแอบบ่นให้เฟยหลงเพราะว่าเส้นทางที่มันเคยเดินสำรวจจบลงแล้ว ต่อจากนี้ไปจะเป็นการพึ่งพาตนเองทั้งหมด เขาไม่รู้เลยว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มอนสเตอร์แถวๆนั้นมีลักษณะแบบไหน ทุกอย่างล้วนใหม่ทั้งหมดสำหรับเขา
เฉินห่าวกลับไม่ได้กลัวภายในใจของเขารู้สึกตื่นเต้นเพียงเท่านั้นเพราะจะได้ผจญภัยในสถานที่ที่ไม่รู้จักสักที
“ หวังว่าจะเจอไอ้ห้องควบคุมที่ว่าด้วยนะ ”
เท้าขวาก้าวเข้าไปในทางเดินใหม่หลังจากที่มอนสเตอร์หายไปแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะได้ออกวิ่งเฉินห่าวเลือกที่จะชักเท้ากลับมาเพราะตอนนี้ภายในหัวของเขามีการแจ้งเตือนดังจนเขาเองยังตกใจ
[ แจ้งเตือน ท่านทำภารกิจตามหาสมาชิกให้ได้ 5,000 สำเร็จ ของรางวัล 100,000 คะแนน ]
[ แจ้งเตือน ตามที่ระบบได้ตกลงกับโฮสต์เอาไว้ว่าจะไม่มีภารกิจเร่งด่วนเกี่ยวกับการหาสมาชิกเข้าร้าน ทางระบบจึงมอบทางเลือกภารกิจให้แก่ท่าน นับต่อจากนี้เป็นต้นไปท่านจะได้พบกับแผงภารกิจที่สามารถเลือกทำได้ ]
“ แล้วภารกิจที่ต้องวิ่งวันละ 20 กิโลเมตรยังอยู่หรือเปล่า ”
[ ยังอยู่ค่ะ ]
เฉินห่าวเอามือกุมหน้าผากด้วยความหดหู่ ภารกิจประจำวันที่ต้องวิ่ง 20 กิโลเมตรถูกสร้างมาเพื่อช่วยลดระยะเวลาการอัพเลเวลให้กับฟิตเนส
ภารกิจนี้บังคับให้เขาทำทุกๆวัน แม้บทลงโทษจะเป็นแค่การหักคะแนนเขากลับคิดว่าการนำคะแนนส่วนนี้ไปใช้สร้างอุปกรณ์ภายในร้านให้ประโยชน์กว่า เขาจึงต้องวิ่งวันละ 20 กิโลเมตรโดยไม่สนใจเลยว่าช่วงเวลานั้นเขาอยู่ที่ไหน
ตลอดระยะเวลาที่เขาออกห่างจากลูกสาวเขาไม่ลืมเจียดเวลามาวิ่งให้ครบ 20 กิโลเมตรเป็นประจำ ต่อให้เขาจะอยู่ในซากโบราณสถานแห่งนี้ก็ตาม เฉินห่าวยังคงยอมสละเวลามาวิ่ง แม้ระยะทางวิ่งจะไกลถึง 20 กิโลเมตร ระบบกลับไม่ได้ห้ามให้เขาวิ่งวนอยู่ที่เดิม เขาจึงใช้พื้นที่ห้องที่เจอแวะวิ่งทุกวัน
“ แล้วแผงภารกิจที่ว่าเปิดดูยังไง ”
[ เพียงแค่โฮสต์เข้าสู่หน้าต่างสถานะจะพบเข้ากับฟังก์ชันภารกิจ เมื่อกดเข้าไปโฮสต์จะเจอเข้ากับภารกิจมากมายที่มีให้เลือกตั้งแต่ ภารกิจ 1 วัน ภารกิจ 1 อาทิตย์ ภารกิจ 1 เดือนหรือภารกิจ 1 ปี โดยระบบจะนำเหตุการณ์รอบตัวของโฮสต์มาสร้างภารกิจค่ะ ]
เฉินห่าวเปิดเข้าไปดูหน้าต่างภารกิจ ปรากฎว่ามีภารกิจทั้งยากและง่ายสลับกัน ยกตัวอย่างเช่น ภารกิจระยะเวลา 1 วัน เขาจะต้องสังหารมอนสเตอร์เลเวล 140 ให้ได้สักตัว หรือภารกิจชี้แนะฮันเตอร์จำนวน 50 คนให้ได้ในเวลา 1 วันหรือ ส่วนภารกิจที่ต้องใช้เวลา 1 อาทิตย์และ 1 เดือนนั้นล้วนแล้วเป็นภารกิจที่มีแพทเทิร์นใกล้เคียงกันกับ 1 วัน
“ ภารกิจล่า ภารกิจค้าขาย ภารกิจเก็บเกี่ยว ภารกิจช่วยเหลือ หลักๆจะเป็น 4 อย่างนี้สินะ ”
เฉินห่าวมองดูภารกิจต่างๆ มันไม่ได้มีเพียงแค่ 1 หรือ 2 ภารกิจให้ทำ ภายใน 1 วันเขาสามารถรับภารกิจทุกอย่างที่ปรากฎขึ้นมาได้ทั้งหมด
หมายความว่าเขาสามารถเร่งการอัพเลเวลร้านไปที่เลเวล 3 ได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเขาจะไม่ได้รับบทลงโทษหากไม่เลือกภารกิจใดเลย บทลงโทษจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขารับภารกิจแล้วเท่านั้น
หากเขาไม่ต้องการเข้าสู่บทลงโทษแค่ไม่จำเป็นต้องทำภารกิจ ทว่าการที่เขาไม่ทำภารกิจจะส่งผลต่อเลเวลร้าน
เมื่อเห็นว่ามีตัวช่วยในการอัพเลเวลร้านมาแล้วเฉินห่าวจึงเลือกดูภารกิจประจำวันที่พอจะทำได้ ก่อนที่เขาจะเลือกภารกิจเอาชีวิตรอดในซากโบราณสถานให้ได้ในเวลา 1 วันและภารกิจทำลายกับดัก 1 อัน จากนั้นจึงวิ่งต่อ
“ ถ้าแพ้ไม่ได้แค่ส่งเข้าสู่พื้นที่บทลงโทษสินะ ยังหักคะแนนอีก กะเอาให้ตายเลยสินะเนี่ยระบบ ว่าแต่เฟยหลงมันไปหาลูกค้ามาจากที่ไหนเยอะแยะเนี่ย ”
---------------------------------------------------------------
“ ทีมสำรวจ A กลับมาแล้วครับคุณชาย ”
ใบหน้าของทุกคนหันมองไปยังพ่อบ้านสลับกับมองดูทีม A จากตระกูลหานที่ส่งออกไปตรวจสอบเส้นทางก่อนจะกลับมารายงานกลุ่มหลัก
“ คุณชาย นี่คือแผนที่ที่ได้จากการสำรวจ ”
ภาพสแกนโครงสร้างทางเดินและห้องส่งให้กับคุณชายหาน ไม่นานทีม B ก็กลับมาพร้อมข้อมูลลักษณะเดียวกัน
คุณชายหานจึงนำข้อมูลนี้แชร์กับผู้อาวุโสตระกูลเจียงที่อยู่ใกล้ๆกันหลังจากที่พวกเขาทั้งสองตระกูลทำข้อตกลงช่วยกันในการเดินทาง
การที่ส่งทีมสำรวจออกไปรอบๆเพื่อตรวจสอบแต่ละเส้นทางทำให้พวกเขาสามารถสร้างแผนที่ได้เรื่อยๆ แม้จะทำให้การเดินทางช้าลงมาก มันกลับเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยเพราะส่งหน่วยสำรวจออกไปก่อน
นอกจากจะหลีกเลี่ยงกับดักได้แล้ว พวกเขายังสามารถหลีกเลี่ยงการพบเจอมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า 150 ได้อีกด้วย
“ คุณชายหานนำเลย ”
ผู้อาวุโสตระกูลเจียงพยักหน้ารับหลังจากเห็นแผนที่จนรู้ว่าพวกเขาจะต้องเดินทางไปทิศใด
หลังจากที่ตระกูลหานให้คนนำทางไปกลุ่มสำรวจที่มีคนตระกูลเจียงและตระกูลหานก็เริ่มเดินเกาะกลุ่มกันไปตามเส้นทาง
เมื่อมาถึงกับดักพวกเขาเพียงแค่ให้อาชีพนักสำรวจเข้ามาปลดกับแล้วเดินทางต่อ
การปลดกับดักมีทั้งผลเสียและผลประโยชน์ ผลเสียข้อใหญ่สุดคือการถูกไล่ตามจากกลุ่มที่พยายามจะเข้ามาแย่งสมบัติ พวกเขาจึงไม่ต่างจากเครื่องตัดหญ้าที่กำลังถางป่าให้คนอื่นเดิน
แต่มองในอีกมุมหนึ่งการทำลายกับดักไปเรื่อยๆจะทำให้พวกเขาหลบหนีได้ง่ายยิ่งขึ้น หากเจออันตรายสามารถใช้เส้นทางเดิมวิ่งกลับออกมาโดยไม่ต้องรอปลดกับดัก
ทันใดนั้นพวกเขาก็มาถึงห้องที่มีทางแยกแตกออกไป 20 เส้นทาง คุณชายหานยังไม่ส่งทีมสำรวจของเขาออกไปเพราะต้องการสำรวจห้องแห่งนี้ก่อน
“ คุณชาย จากการสำรวจก่อนหน้านี้เราพบว่ามีร่องรอยการเข้ามาของฮันเตอร์ไม่ทราบจำนวน ”
“ มีอะไรหายไป ”
“ ทุกอย่างในห้องนี้คงถูกเก็บไปหมดแล้ว เราไม่รู้ว่ามันมีอะไรบ้าง แต่จากร่องรอยคร่าวๆที่เราเห็น มุมห้องด้านซ้ายน่าจะเคยมีกล่องบางอย่างวางเอาไว้ เราเห็นแค่ร่องรอยของก้นกล่อง ทางขวามือมีร่องรอยดึงสมุนไพรออกมาจากรอยต่อของแผ่นหิน ผมคาดว่าสมุนไพรที่เกิดในห้องนี้คงเก็บไปแล้วเช่นกัน ”
“ บัดซบ ระแวงเกินไปก็ทำให้เสียประโยชน์สินะ แล้วคนที่เข้ามาก่อนหน้าไปทางไหน ”
“ เราไม่พบร่องรอยของเขาเลยครับ นอกจากร่องรอยการเก็บเกี่ยวแล้ว ไม่เจอรอยเท้าหรือพลังงานที่ถูกทิ้งเอาไว้เลย ”
ขุมอำนาจจากเขต X ไม่มีทางทำเช่นนี้ได้แน่ แม้แต่พวกเขาเองยังยากจะปกปิดไอพลัง หมายความว่าผู้ที่เข้ามาในห้องก่อนหน้านี้จะต้องมีเลเวลที่สูงมาก สิ่งที่น่ากังวลคือจำนวน พวกเขาไม่รู้เลยว่ากลุ่มที่เข้ามายกเค้าสมบัติในห้องนี้มีกันกี่คนและเป็นคนที่อันตรายหรือเปล่า
ผู้อาวุโสตระกูลหานเห็นว่าพวกเขาช้าแล้วจึงเร่งสร้างทีมสำรวจเพิ่มอีกจากนั้นจึงส่งพวกเขาเข้าสู่ทางแยกที่เชื่อมต่อกับห้องแห่งนี้
ในระหว่างรอทีมสำรวจนักวิเคราะห์ก็เริ่มเก็บภาพตัวอย่างจากผนังที่มีเรื่องราวมากมาย เรื่องเล่าภายในซากโบราณสถานส่วนใหญ่จะอธิบายเกี่ยวกับความสำเร็จของเผ่าพันธุ์ที่สร้างมันขึ้นมา พวกเขาจะบอกเล่าเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ที่เคยทำ ภายใต้เรื่องเล่าเหล่านั้นมักซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ พวกเขาจึงต้องแกะรอยหาความลับที่ซ่อนเอาไว้ในซากโบราณสถานแห่งนี้ก่อนจะมีใครหยิบมันออกไปก่อน
“ ฉันวิเคราะห์เสร็จแล้วค่ะ ”
ข้อมูลจากอาชีพนักวิเคราะห์ส่งให้กับผู้อาวุโสตระกูลหานและผู้อาวุโสตระกูลเจียงก่อนที่พวกเขาจะพบเข้ากับเรื่องราวการสังหารมอนสเตอร์ประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
รูปร่างของมันคล้ายกับอีกาแต่มีขนสีม่วงเข้ม บริเวณเท้ากลับเหมือนอินทรีย์ มีร่างกายสูงราวกับตึก 10 ชั้น มันกลับถูกเผ่าพันธุ์ที่ร่างกายคล้ายมนุษย์ปิดล้อมก่อนจะสังหาร
โดยสิ่งที่ดึงดูดพวกเขามากที่สุดคืออาวุธชิ้นหนึ่งที่ถูกเน้นให้มันมีแสงส่องสว่างออกมาจากรูปภาพ พวกเขาไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร รู้แค่ว่าอาวุธชิ้นนี้ถูกทำให้โดดเด่นภายในภาพ
“ น่าจะเป็นชิ้นที่ 2 แล้วนะ ”
ห้องขนาดใหญ่ก่อนหน้านี้มีภาพวาดเขียนเอาไว้ พวกเขาเห็นไอเทมประหลาดไม่รู้ว่ามันคืออะไรถูกเน้นให้ดูโดดเด่น เพียงแต่ว่าไอเทมชิ้นนั้นลักษณะต่างกันกับชิ้นที่อยู่ในห้อง ทว่าพวกเขากลับสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าไอเทมจะปลดปล่อยพลังอะไรออกมาเพราะในรูปแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ลอยอยู่เหนือผู้คนคือโลหะทรงกระบอก ต่างจากชิ้นแรกที่เป็นโลหะทรงกลมไม่มีอะไรโดดเด่นเลย เหล่าผู้อาวุโสจึงคิดว่ามันอาจจะเป็นหนึ่งในไอเทมที่พวกเขาอาจจะได้ครอบครองถ้าหากสำรวจที่นี่ให้ดี
ขณะที่กำลังเฝ้ารอทีมสำรวจกลับมานี้เอง ผู้อาวุโสตระกูลเจียงกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความรวดเร็ว เขาจึงมองไปยังทางเดินฝั่งขวามือก่อนจะพบเข้ากับงูตัวสีขาวมีขนาดเกือบจะเต็มทางเดินพุ่งออกมา
แรงกดดันที่พรั่งพรูออกมาจากร่างของงูทำให้รู้ว่าเป็นเพียงเลเวล 140 หนึ่งในผู้อาวุโสจากตระกูลเจียงจึงขยับเข้าไปปิดทางเดินก่อนจะตวัดดาบออกไปหนึ่งที ร่างของสิ่งมีชีวิตสุดแสนจะน่ากลัวสำหรับสมาชิกหลายคนที่ยังเลเวลไม่ถึง 100 ก็ถูกสังหารลงในพริบตา
“ ตรวจสอบร่างของมันเร็วเข้า ”
ทีมเก็บกู้ตระกูลเจียงรีบเข้าไปตรวจสอบศพก่อนจะวิ่งกลับออกมาพร้อมผลึกมานาและไอเทม 1 อย่าง
ผู้นำตระกูลเจียงจึงมองดูไอเทมชิ้นนั้น มันเป็นการ์ดที่มีรูปแขนขวาลอยอยู่ด้านใน คำอธิบายใต้การ์ดบอกให้รู้ว่าไอเทมชิ้นนี้เป็นอวัยวะเทียมที่ใช้ติดตั้งเข้ากับผู้ที่แขนขวาขาด โดยที่มันไม่สนใจเลยว่าแขนจะขาดหายไปถึงหัวไหล่หรือไม่ เพราะการ์ดจะปรับแต่งตัวเองเพื่อต่อจากส่วนที่ขาดของผู้ใช้
สิ่งที่ทำให้ผู้อาวุโสตระกูลเจียงสนใจจนยิ้มออกมาคือไอเทมชิ้นนี้มีเลเวล เพียงแต่มันเป็นไอเทมที่สามารถเติบโตได้ตามผู้ใช้งาน
แขนเทียมเลเวล 140 สามารถอัพเลเวลด้วยการเติมผลึกมานาเข้าไปให้ เมื่อเลเวลของมันเท่ากับผู้ใช้แขนจะพัฒนาโดยอ้างอิงจากเลเวลคนๆนั้น
---------------------------------------------------------------
“ เฮ่ยๆ นี่แกไม่เห็นหรือไงว่าข้างหน้าเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ แล้วยังจะพาฉันเดินเข้าไปหาพวกมันอีกเหรอ อย่าคิดว่าฉันจะยอมไปกับแกนะโว๊ย ”
เฉินห่าวที่กำลังนอนกระดิกเท้าบนหลังมอนสเตอร์เลเวล 140 ตัวหนึ่งค่อยๆลุกขึ้นนั่งหลังจากสัมผัสได้ว่าด้านหน้าเต็มไปด้วยมอนสเตอร์เลเวล 120 ไปจนถึง 130 แม้จะเลเวลน้อยกว่ามอนสเตอร์หมีที่เขาขี่หลังเขากลับต้องลงจากหลังของมันก่อน
ตำแหน่งที่เขานั่งคือจุดอ่อนที่มันไม่สามารถโจมตีเข้ามาได้ เขาจึงไม่ต่างจากสติกเกอร์ที่แปะไว้แผ่นหลังนักกล้ามที่ไม่สามารถยื่นมือมาถึงกลางหลังของตนเองได้ ซึ่งสิ่งที่มอนสเตอร์ที่เขานั่งคิดทำคือการพาเขาไปให้มอนสเตอร์ตัวอื่นๆโจมตีแทนมันที่โจมตีเขาไม่ได้
ทันทีที่กระโดดออกมาแล้วเฉินห่าวก็หามอนสเตอร์ตัวใหม่นั่งทันที แม้จะหายากแต่การขี่มอนสเตอร์ที่มีจุดอ่อนบริเวณหลังคือวิธีที่ทำให้เขาปลอดภัยมากที่สุดในการเดินทาง
“ ไปเลยไอ้เจ้าควายดำ ครั้งนี้ฉันเลือกแก ”
มอ!
มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายควายร้องเสียงดังเมื่อรู้ว่ามีบางอย่างอยู่บนหลังแล้วกำลังใช้มือทิ่มหลังของมันจนรู้สึกเจ็บปวด แม้จะเลเวลน้อยกว่าสิ่งที่อยู่บนหลังกลับสร้างความเจ็บปวดให้มันได้เรื่อยๆจนต้องออกวิ่งไปตามเส้นทางที่เขาชี้มือไป