ฟางเฉิน
ในทวีปเมฆาซึ่งเป็นหนึ่งในทวีปที่อ่อนแอที่สุด ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุ 14 ปี คนหนึ่ง อาศัยอยู่ในอานาจักรฉางลั่ว ชายหนุ่มคนนี้เป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีพ่อแม่ มีเพียงแค่ชายชราคนหนึ่งที่คอยดูแลและน้องสาวหนึ่งคน บ้านของชายหนุ่มคนนี้เป็นเพียงกระท่อมเก่าๆที่อยู่ใกล้กับป่าพงไพรซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์อสูรหลายครั้งที่สัตว์อสูรมักจะออกมาโจมตีครอบครัวของชายหนุ่มแต่ชายชราก็มักจะเป็นคนจัดการสังหารสัตว์อสูรเหล่านั้น แต่ในวันนี้อยู่ ๆชายชราก็เริ่มอ่อนแอลงจนเริ่มจะไม่มีพลังในการต่อกรกับสัตว์สัตว์อสูรได้แล้วชายหนุ่มนามว่าฟางเฉินนั้นถึงจะอายุ 14 ปี แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถเปิดจุดชีพจรได้เลยสักจุดเลย ในขั้นเปิดชีพจร จำเป็นต้องเปิดชีพจรให้ได้ 9 จุด ได้แค่บริเวณ ขมับ คอ หู หัวใจ ข้อศอก ข้อมือ ขาหนีบ หัวเข่า ข้อเท้า ถ้าเปิดจุดชีพจรเหล่านี้ได้ครบก็จะสามารถฝึกฝนและดูดซับลมปราณได้ในทันที“ทำไมกัน ทำไมข้าถึงเปิดจุดชีพจรไม่ได้ ทำไมข้าถึงเป็นได้เพียงขยะเช่นนี้” ฟางเฉินนั่งอยู่บนก้อนหินก่อนใหญ่หน้าบ้านของตัวเองและกล่าวด้วยความเจ็บแค้น“ท่านปู่ ทำไมท่านพี่ถึงไม่สามารถเปิดจุดชีพรได้ละ” ในบ้านพักฟางอี้ได้หันไปถามชายชราที่นอนอยู่บนเตียงด้วยน้ำเสียงกังวล“ชีพจรของเฉินเอ๋อนั้นไม่เหมือนใครและจำเป็นต้องใช้วิธีพิเศษในการเปิดจุดชีพจร ไม่อย่างงั้นเขาก็ไม่มีทางเปิดชีพจรได้ชั่วชีวิต” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง“แล้ววิธีพิเศษมันคืออะไร” ฟางอี้ยังกล่าวถามต่อแต่ชายชรากลับเงียบและหลับตาไม่ได้กล่าวอะไรอีกแต่ในตอนนั้นเองขณะที่ฟางเฉินกำลังมองท้องฟ้าอยู่ ทันใดนั้นได้มีแสงสีแดงฉานพุ่งผ่านท้องฟ้าและกำลังตกลงมายังบริเวณที่พวกฟางเฉินอยู่ และในตอนนั้นเองฟางเฉินก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา“ข้าขยับไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่อยากตาย ข้ายังไม่ได้พบหน้าพ่อแม่ของข้าเลย” ฟางเฉินคำรามอยู่ในใจ“ท่านพี่ทำอะไรอยู่ทำไมท่านถึงไม่รีบเข้ามาในบ้าน” ฟางอี้ที่มองออกมาจากหน้าต่างกล่าวขึ้นมาเมื่อเห็นฟางเฉินยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิม“หืมเกิดอะไรขึ้น” ชายชราที่นอนอยู่สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจึงลุกขึ้นมาและมองไปทางฟางเฉิน และทันใดนั้นเองชายชราก็เห็นลำแสงสีแดงพึ่งตรงมาหาฟางเฉินด้วยความเร็วสูง“เฉินเอ๋อ ระวัง!!!!!!!!!!” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“ท่านพี่!!!!!!!!” ฟางอี้เองก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กันและต้องการจะพุ่งออกไปช่วยเหลือฟางเฉิน“บัดซบ!!!!!!!” ฟางเฉินสบถออกมาด้วยน้ำสิ้นหวังเพียงแต่เมื่อแสงสีแดงนั้นตกลงมายังร่างของฟางเฉินลำแสงสีแดงก็หายไป ไม่เกิดการระเบิด ไม่เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด ไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งสิ้น ฟางเฉินที่หลับตาคิดว่าตัวเองนั้นตายแล้วก็ลืมตาขึ้นจากนั้นก็เริ่มขยับตัวและสำรวจตนเอง“เฉินเอ๋อเจ้าเป็นอะไรหรือไม่” ชายชราพุ่งเข้ามาหาฟางเฉินโดยไม่สนอาการบาดเจ็บของตัวเองและกล่าวขึ้นด้วยใบหน้ากังวล“ข้าไม่เป็นอะไร แต่เมื่อสักครู่นั่นมันอะไรกัน” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าขาดซีด“ฮื่อๆ ท่านพี่ ข้าคิดว่าท่านจะตายเสียแล้ว” ฟางอี้วิ่งเข้ามาหาฟางเฉินด้วยสีหน้าหวากกลัวและกอดฟางเฉินเอาไว้แน่น ฟางอี้เป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปี ซึ่งถือว่านางยังเด็กอยู่มาก“อย่าร้องสิเด็กดี ข้าไม่เป็นอะไร” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มในชีวิตของฟางเฉินนอกจากการออกตามหาพ่อแม่ของตนแล้วเป้าหมายอีกอย่างคือปกป้องฟางอี้และชายชรา“เฉินเอ๋อตรงหน้าผากของเจ้า!!!!” ชายชรากล่าวพร้อมกับชี้ไปยังหน้าผากของฟางเฉิน“หืม ตรงหน้าผากของข้ามีอะไรงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าว“ตรงนั้นมีสัญลักษณ์รูปเพลิงอยู่ด้วย” ฟางอี้กล่าวฟางเฉินนำมือไปสัมผัสตรงหน้าผากของตนและในตอนนั้นเองที่สัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงก็ปลดปล่อยความร้อนออกมา“ร้อน!!!!!!” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกชายชราและฟางอี้แปลกใจ ถึงจะเพียงแวบเดียวแต่ทั้งคู่ก็เห็นสัญลักษณ์นั่นเปล่งแสงออกมา“เฉินเอ๋อ จงจำเอาไว้ว่าอย่าได้เล่าเกี่ยวกับเรื่องในวันนี้ให้กับคนอื่นรู้อย่างเด็ดขาด” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง“ข้าทราบแล้ว” ฟางเฉินกล่าวหลังจากนั้นฟางเฉินและฟางอี้ก็พากันเข้าไปในบ้านและนอนหลับ ในค่ำคืนชายชราได้เดินเข้าในป่าพงไพรด้วยสีหน้าเศร้าโศก“นายท่าน นายหญิง ข้าชายชราผู้นี้อาจจะไม่สามารถทำให้ปรารถของพวกท่านเป็นจริงก็ได้ ข้าไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้องให้นายน้อยและคุณหนูมีความสุขได้” ชายชรากล่าวออกมาด้วยความเจ็บปวดนายน้อยและคุณหนูที่ชายชรากล่าวนั้นคือฟางเฉินและฟางอี้ เห็นได้ชัดว่าทั้งสองมีที่มาที่ไม่ธรรมดาแต่เพราะเหตุผลบางอย่างทั้งสองจึงได้มาอยู่ในดินแดนเล็ก ๆแบบนี้ในคืนนั้น ฟางเฉินฝันเห็นทะเลเปลวเพลิงที่ร้อนแรง เปลวเพลิงนี้กลืนกินทุกสรรพสิ่งที่สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อากาศ หรือแม้แต่ผืนดินก็ตาม“ในที่สุดข้าก็พบคนที่เหมาะสมกับข้า” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นในหัวของฟางเฉิน“นั่นใคร เสียงนั่นใคร” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้าคือกลุ่มก้อนวิญญาณที่เพลิงนี้ให้กำเนิดขึ้นมา และเพลิงนี้มีชื่อว่า เพลิงแห่งความโลภ เป็นเพลิงที่สามารกลืนกินได้ทั้งสวรรค์และปฐพี ส่วนนามของข้านั้นเจ้าสามารถเรียกข้าว่าความโลภก็ได้” เสียงเล็ดสดใสดังขึ้นและในตอนนั้นเองตรงหน้าฟางเฉินปรากฏรูปร่างของเด็กชายตัวเล็ก ๆอายุประมาณ 6 ปี พร้อมกับสวมชุดสีแดงเพลิง“เจ้าคือความโลภ” ฟางเฉินกล่าวด้วยความแปลกใจ ใครจะไปคิดว่าจิตวิญญาณของเพลิงที่ทรงพลังตรงหน้าจะเป็นเด็กอายุ 6 ขวบ“เจ้ากำลังดูถูกข้าใช่หรือไม่ ถึงแม้ข้าจะมีรูปร่างแบบนี้แต่ตัวข้านั้นมีอายุมานานมากแล้วมากซะจนบรรพชนของเจ้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำ” ความโลภกล่าว“งั้นเหรอ แล้วเจ้าเข้ามาในตัวข้าได้ยังไง” ฟางเฉินกล่าว“ถามได้ดี ข้านั้นกำลังตามข้าผู้ที่เหมาะสมกับตัวข้าอยู่ ซึ่งคนผู้นั้นจะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งและมีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่ และบังเอิญข้าก็ได้พบเจ้าและคิดว่าเจ้าไม่เลวเลยข้าเลยคิดจะเดิมพันกับเจ้าดู” ความโลภกล่าวฟางเฉินเอียงคอด้วยสีหน้างุนงง เขาไม่เข้าใจว่าความโลภต้องการจะกล่าวอะไรกันแน่และเขายังไม่เข้าใจถึงตัวตนของความโลภอีกด้วย