หลังเลิกเรียนในวันศุกร์สุดสัปดาห์ มินตราเลือกใช้เวลา่บ่ายนี้ที่ห้องสมุดอีกครั้ง ด้วยร่างกายที่โหยหา มินตราไม่อาจทิ้งสมุดลงได้ แม้หัวใจจะสับสน ความกลัวและความอยากรู้อยากเห็นผสมปนกันเป็แรงดึงที่ไม่อาจต้าน เธอเปิดหน้ากระดาษอีกครั้ง โลกที่อยู่ในสมุดเหมือน ขยายเข้ามาในห้องสมุดจริง ทุกลมหายใจรอบตัวเข้มข้นขึ้นจนเกือบทำให้มินตราแทบสำลัก
เื่ราวคราวนี้พาเธอไปยัง บ้านร้างกลางป่า เสียงฝีเท้าก้องเบา ๆ และแสงสลัวที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างแตก มุมหนึ่งมีเงาของผู้ชายหญิงหลายคู่ที่เคลื่อนไหวเบา ๆ เหมือนถูกลมหายใจและสายตาสอดส่อง มินตรารู้สึกแรงดึงจากทุกัั ร่างกายหญิงสาวในเื่ตอบสนองต่อแรงกระทบเล็ก ๆ ราวกับแต่ละลมหายใจมีน้ำหนัก ทุกเสียงกระซิบ ทุกัั ทำให้หัวใจและร่างกายของเธอสั่นะเื เธอเริ่มตอบสนองโดยไม่รู้ตัว
ร่างกายของมินตราเหมือนถูกแรงสั่นะเืจาง ๆ ปรากฏขึ้นตามจังหวะหัวใจ ความอบอุ่นและแรงกดเบา ๆ จากสมุดส่งผ่านเข้ามาในอกและแขน ปลายประสาทรับรู้ความเสียวซ่านราวกับมีใครอยู่ใกล้ การหายใจถี่ขึ้น มือที่จับสมุดแน่นสะท้อนความตื่นเต้นปนความกลัว ความเสพติดเริ่มก่อตัว มินตราไม่ได้อ่านเพื่อเข้าใจ แต่เพื่อตอบสนองต่อแรงดึงที่สมุดสร้างขึ้น ทุกหน้ากระดาษกลายเป็ลมหายใจที่รุกล้ำความรู้สึกของเธอ เธอรู้ตัวว่าความ้าอยากัั อยากรู้สึก และอยากอยู่ใกล้สมุดนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แรงดึงนั้นลึกจนเกินต้าน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่ระหว่างโลกจริงและโลกในสมุด หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่อ่าน บางครั้งเหมือนร่างกายหญิงสาวในเื่สะท้อนอารมณ์ของเธอเข้ามา ความอบอุ่นและความร้อนที่ไม่อาจอธิบายผสมปนอยู่ในอก
และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น สมุดเหมือนมองกลับมาด้วยความคาดหวัง มินตราเริ่มรู้ตัวแล้วว่า แรงดึงนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความรู้สึก มันกำลังกลืนกินเธอ และเธอไม่อาจหลีกหนีจากเสน่ห์ของมันได้