หลี่ มู่ไป๋ และ เสวี่ย ลั่ว ได้รับการยอมรับเข้าเป็ศิษย์นอกของ สำนักหมอกควันเมฆา มู่ไป๋ได้รับมอบหมายให้พักอยู่ในกระท่อมศิษย์นอกที่ห่างไกลจากศิษย์คนอื่น ๆ ส่วนเสวี่ย ลั่ว ที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในฐานะผู้ช่วยของแผนกโอสถ
มู่ไป๋รู้ดีว่าสำนักนี้เป็เพียง ป้อมปราการชั่วคราว เขาไม่ได้สนใจที่จะผูกมิตรกับใคร แต่ใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะพลัง และการค้นหา ช่องโหว่ เพื่อเข้าถึงคลังทรัพยากรของสำนัก
พลัง ก่อรากฐานขั้นต้น ที่เขาบรรลุนั้นมั่นคงแล้ว แต่การที่จะก้าวสู่ ก่อรากฐานขั้นกลาง ได้นั้น เขา้า สมุนไพรปราณบริสุทธิ์ ที่หายากและมีราคาแพงมาก ซึ่งมีเพียงในคลังของสำนักเท่านั้น
เขาเปิด สมุดบันทึก ในที่ลับ
เ้าต้องใช้ "หญ้าหมอกควันเก้าสี" เป็แกนหลักในการหลอมรวมปราณ เพื่อเสริมความมั่นคงก่อนเข้าสู่ขั้นกลาง... ที่แห่งนั้นมีหญ้านี้อยู่ แต่การได้มาซึ่งสมุนไพรเซียน ต้องแลกด้วย ความไว้วางใจ ของผู้คุมคลัง
มู่ไป๋ขมวดคิ้ว 'ความไว้วางใจ' คือสิ่งที่เขาไม่ถนัดที่สุด เพราะเขาไม่สามารถแสดงความจริงใจได้อีกต่อไปเนื่องจากการแลกเปลี่ยนความทรงจำ
ความสงสัยของศิษย์พี่ซุน เฉิงซุน เฉิง ศิษย์พี่ผู้ทำการทดสอบให้มู่ไป๋ ยังคงเฝ้าจับตามองเขาอย่างไม่วางตา
ซุน เฉิง รู้ดีว่ามู่ไป๋ไม่ใช่คนธรรมดา พลังโจมตีที่รุนแรงเกินจริง และ รอยด่างดำแห่งบาปกรรม ที่เขาเห็นเพียงแวบเดียว ทำให้เขานึกถึงตำนานของ ผู้ฝึกตนที่ละทิ้งคุณธรรม เพื่อแลกกับพลังชั่วคราว
วันหนึ่ง ซุน เฉิง เดินมาหามู่ไป๋ที่กำลังนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ริมหน้าผา
"ศิษย์น้องหลี่" ซุน เฉิง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะเป็มิตร "ท่านบรรลุก่อรากฐานได้ในวัยเยาว์เช่นนี้ ย่อมต้องมีรากฐานที่มั่นคงมากเป็พิเศษ"
มู่ไป๋ลืมตาขึ้น แต่ไม่ได้แสดงความตื่นเต้นใด ๆ "ข้าเพียงได้รับโอกาสที่ดี"
"โอกาส..." ซุน เฉิง เน้นคำนี้ "สำนักเรา้าอัจฉริยะ แต่ก็ต้องแน่ใจว่ารากฐานนั้นใสสะอาด การบ่มเพาะที่รวดเร็วเกินไปอาจทำให้ จิติญญา ของเราไม่มั่นคงได้ง่าย"
มู่ไป๋เข้าใจคำเตือนของเขาดี แต่ก็ตอบกลับด้วยตรรกะ "ข้าขอรับรองว่าข้าไม่ได้ฝึกวิชามารใด ๆ"
ซุน เฉิง เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ศิษย์น้องหลี่ จงจำไว้ การเป็เซียนไม่ได้อยู่ที่ว่าเ้าได้อะไรมา... แต่อยู่ที่ว่า เ้าเหลืออะไรไว้ให้ตัวเองบ้าง" คำพูดนี้แทงใจมู่ไป๋อย่างจัง เพราะมันสะท้อนถึงการสูญเสีย ความทรงจำ และ คุณธรรม ที่เขาทิ้งไว้ข้างหลัง
แผนการเข้าถึงคลังโอสถมู่ไป๋รู้ว่าการเข้าถึงคลังโอสถนั้นเป็เื่ยาก ต้องผ่านการอนุมัติจากอาจารย์าุโเท่านั้น เขาจึงต้องใช้ เสวี่ย ลั่ว
เขาไปหาเสวี่ย ลั่ว ที่แผนกโอสถ ซึ่งมี อาจารย์าุโชิว ผู้ดูแลคลังโอสถอยู่ด้วย เสวี่ย ลั่ว ที่มีความสามารถในการจำแนกสมุนไพรได้อย่างแม่นยำ ได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์าุโชิวอย่างรวดเร็ว
"เสวี่ย ลั่ว" มู่ไป๋เรียกเธอออกมา "ข้า้า หญ้าหมอกควันเก้าสี"
เสวี่ย ลั่ว แสดงความใ "ท่านพี่! หญ้านั่นเป็สมุนไพรชั้นสูง มีไว้สำหรับศิษย์หลักระดับสูงเท่านั้น หากท่านใช้ในตอนนี้ อาจทำให้ปราณของท่านร้อนแรงเกินไป"
มู่ไป๋ไม่สนใจคำเตือน "ข้ารู้ดีว่าข้า้าอะไร หากเ้าเชื่อในตัวข้า จงช่วยข้าเข้าถึงคลังโอสถ"
เสวี่ย ลั่ว ลังเล แต่เพราะมู่ไป๋เคยช่วยชีวิตเธอไว้ และเชื่อว่าเขาเป็คนดีที่แค่หลงทางในเส้นทางบ่มเพาะ จึงยอมช่วย
"ข้าไม่สามารถช่วยให้ท่านขโมยได้" เสวี่ย ลั่ว กล่าวอย่างเด็ดขาด "แต่ข้าสามารถช่วยท่านให้ เข้าถึงการแลกเปลี่ยน อย่างถูกต้องตามกฎของสำนักได้ ท่านต้องเสนอสิ่งที่สำนัก้า ซึ่งอาจเป็เคล็ดวิชา หรือวัตถุดิบที่หายากกว่าที่พวกเขา"
มู่ไป๋คิดอย่างรวดเร็ว เคล็ดวิชา! เขาจำได้ว่าในสมุดบันทึกมีวิชาพื้นฐานที่ถูก ซู เหวินเทียน ดัดแปลงให้เหนือกว่าวิชาทั่วไปในโลกนี้
"ข้าจะเสนอ วิชาบ่มเพาะจิติญญาพื้นฐาน ที่สมบูรณ์แบบกว่าที่สำนักมี" มู่ไป๋ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
นี่คือการ แลกเปลี่ยน ครั้งแรกของเขาในสำนัก: ใช้ความรู้เซียนโบราณ เพื่อแลกกับทรัพยากรที่จำเป็
การตัดสินใจที่เดิมพันด้วยอนาคตมู่ไป๋กลับไปที่กระท่อมของเขา เขารู้ดีว่าการเปิดเผยเคล็ดวิชาเซียน แม้จะเป็เพียงวิชาพื้นฐาน จะนำมาซึ่งภัยคุกคามที่ใหญ่หลวง แต่การที่เขาไม่สามารถเปิดบันทึกเพื่อแลก พลังชีวิต หรือ ความทรงจำ ได้อีกในเร็ว ๆ นี้ ทำให้เขาต้องใช้ ทรัพยากรภายนอก
เขานำวิชาบ่มเพาะจิติญญาที่ถูกดัดแปลงอย่างแยบยลออกจากบันทึก (ไม่ใช้การแลกเปลี่ยน แต่ใช้ความรู้ที่มีอยู่แล้ว) และเตรียมการนำเสนอต่ออาจารย์าุโชิว
มู่ไป๋รู้ว่าเขากำลังเล่นกับไฟ แต่เพื่อบรรลุ ก่อรากฐานขั้นกลาง และรักษาความปลอดภัยในสำนักแห่งนี้ เขาไม่มีทางเลือก
นี่คือจุดที่ความพยายามและความฉลาดของมู่ไป๋ต้องเข้ามาแทนที่การแลกเปลี่ยนด้วยการเสียสละ... แต่การแลกเปลี่ยนด้วยความรู้อันล้ำค่า อาจนำภัยพิบัติมาสู่เขาได้เร็วกว่าที่คิด