ทั้งลั่วอู่หลินและภรรยาทั้งสี่ยังคงนอนหลับไหลอยู่ในห้องนอน และเป็นชายหนุ่มที่ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก เขามองไปที่หญิงสาวทั้งสี่ที่นอนหมดสภาพอยู่บนเตียงแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ศึกรักในครั้งนี้ชัยชนะย่อมตกเป็นของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกนางเร้าร้อนเอาเสียมากๆจนเขาต้องประหลาดใจ กับฮั่วฟางหรงลั่วอู่หลินพอจะเข้าใจได้เนื่องจากนางเป็นผู้หญิงใจกล้าอยู่แล้ว
แต่อีกสามนางนั้นไม่ใช่ หนึ่งคนแต่งกายเป็นบุรุษมาโดยตลอด หนึ่งคนเป็นยอดหญิงแห่งตระกูลหยาง และที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดก็คือสวีปิงเอ่อร์ นางเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยเคร่งมารยาท แต่ในศึกรักที่ผ่านมานางกลับเร้าร้อนเกินผู้ใด ถึงขนาดเป็นฝ่ายรุกเขาเองด้วยซ้ำ
ก่อนที่พวกนางจะสลบไปด้วยความหลงไหลในตัวสามียังถึงกับตั้งกฏขึ้นมาใหม่ให้ชายหนุ่มเข้ามาด้านในหอคอยเดือนละครั้ง ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าให้มาทำอะไร ลั่วอู่หลินกล่าวตอบพวกนางไปอย่างง่ายดาย เพราะสำหรับเขาแล้วแค่บำเรอภรรยาสองสามวันต่อหนึ่งเดือนย่อมไม่นับเป็นอะไรได้ หรือต่อให้พวกนางทั้งสิบคนรวมตัวกันมาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาในตอนนี้อยู่ดี
ลั่วอู่หลินค่อยๆหอมแก้มพวกนางอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะสวมอาภรณ์และเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้พวกนางพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อพวกนางทั้งสี่คนตื่นขึ้นมาจะต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ลั่วอู่หลินประทานให้ผ่านการผสานหยินอย่างแน่นอน
ซึ่งหากจะให้แจกแจงว่าใครจะได้พรสวรรค์อะไรแล้วละก็ ฮั่วฟางหรง หยางเหมยกุ้ย และหลี่อิงก็จะได้สิ่งที่คล้ายกับเมิ่งอี้หราน นั่นคือการขัดเกลาเปลวเพลิงและเพิ่มตบะมหาศาล ส่วนสวีปิงเอ่อร์นางก็จะได้ในสิ่งที่นางปรารถนานั่นคือปราณหยินนั่นเอง
ลั่วอู่หลินเมื่อเดินออกมาจากห้องเขาก็พลันไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่ทะเลสาบอัสนี ก่อนที่เขาจะสวมอาภรณ์และเดินขึ้นไปยังชั้นต่างๆเพื่อทักทายเหล่าภรรยาที่เหลือและไปเล่นกับลูกสาวอยู่พักใหญ่
กระต่ายแสงจันทร์ตัวน้อยตอนนี้กำลังกินสมุนไพรที่สวนชั้นสองอย่างสบายใจ เมื่อลั่วอู่หลินเดินมานางก็กระโดนขึ้นไปบนหัวของลั่วอู่หลินในทันทีโดยไม่ต้องรอให้ชายหนุ่มอุ้มมันขึ้นไป
"อ๊า เสี่ยวเยว่ดูเหมือนจะติดท่านพ่อมากเลยนะเจ้าค่ะ ดูสิ พอท่านพอมาก็กระโดดขึ้นไปบนหัวของท่านเลย"ลั่วซีเซียนกล่าว
"นั่นเพราะบิดาของพวกเจ้ามีเสน่ห์มากเกินไปอย่างไรล่ะ ฮ่าๆๆ"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างภูมิใจในตนเองเอาเสียมากๆ
ทั้งลั่วซีเซียนและเหยียนลี่เมื่อได้ยินก็ถึงกับพองแก้มป้องในทันที "บู๊! ท่านพ่อขี้โม้เกินไปแล้ว พวกท่านแม่เคยบอกว่าที่มาเป็นภรรยาของท่านได้เพราะพวกเขาตกหลุมพลางของท่าน ส่วนเรื่องความหล่อเหลาและมีเสน่ห์นั้นเป็นเรื่องรองลงมา"
ลั่วอู่หลินถึงกับใบหน้านิ่งค้าง เห็นได้ชัดว่าพวกนางตกหลุมรักเขาทั้งนั้น ยังจะมาเล่าความเท็จให้เด็กๆได้ฟังอีก แบบนี้เขาก็ดูไม่ดีในสายตาลูกสาวน่ะสิ คิดแล้วก็อดถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายไม่ได้
"พ่อของลูกไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อย ต่อไปต้องจำเอาไว้ ถ้าท่านแม่ของพวกเจ้าพูดเรื่องเกี่ยวกับพ่อให้ฟัง เลือกเชื่อเพียงเจ็ดส่วนเท่านั้น อีกสามส่วนที่เหลือเจ้าต้องใช้ใจตัดสินเอง เข้าใจหรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวสั่งสอน ทั้งสองแม้จะไม่เข้าใจแต่ก็พยักหน้าใหักับบิดา
ลั่วอู่หลินเมื่อได้ทำกิจกรรมกับครอบครัวจนพอใจแล้วก็เดินออกไปจากหอคอยในทันที เมื่อกลับมายังถ้ำฝึกตนของจางหลิน ชายหนุ่มก็สลับตบะกลับกลายมาเป็นของมารปีศาจในทันที ทั้งยังใช้ใบหน้าของจางหลินตามเดิมเก็บกระต่ายน้อยเข้าเสื้อคลุมและเดินออกไป เนื่องจากเขาใช้เวลากับภรรยาเกือบห้าวันบวกกับสืบทอดสายเลือดบรรพบุรุษอีกเจ็ดวัน ดังนั้นเขาจึงต้องหาข่าวสารเสียหน่อย
ชายหนุ่มเดินไปทั่วสายตากวาดและเงี่ยหูฟังอยู่ตลอดเวลาเผื่อมีข่าวสารผ่านหูมาบ้าง แต่แล้วโชคชะตาก็เหมือนจะเข้าข้างเขาอยู่มาก ในขณะที่เดินมาได้สักพัก สายตาของลั่วอู่หลินก็ไปพบกับชายร่างกำยำจางฮั่นที่เคยหาเรื่องเขาเมื่อหลายวันก่อน
ลั่วอู่หลินยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเดินตรงไปหาจางฮั่นและกลุ่มของพวกมันในทันที จางฮั่นที่เห็นว่าลั่วอู่หลินกำลังตรงมาก็ถึงกับตื่นตระหนกและกำลังจะหนีไป แต่ทว่าร่างกายของมันก็ขยับไม่ได้ไปเสียอย่างนั้น
"จะรีบไปไหนกัน ข้ามีเรื่องจะถามพวกเจ้าสักหน่อยได้หรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างเย็นชา จางฮั่นถึงกับกลืนน้ำลายก่อนที่จะปั้นหน้าแย้มยิ้มออกมาราวกับพวกประจบสอพอ
"ไม่ทราบว่าพี่หลินต้องการจะได้ข้อมูลอะไร หากเรารู้ย่อมต้องบอกอย่างแน่นอน"
"ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร พอดีข้าบ่มเพาะพลังมาแล้วไม่รู้ข่าวสารในช่วงนี้เลย ข้าจึงอยากจะถามเจ้าเสียหน่อย"ลั่วอู่หลินกล่าว
"ฮ่าๆๆพี่หลินเช่นนั้นก็ง่ายดาย ข่าวสารนั้นไม่มีอะไรมาก เรื่องใหญ่มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือเรื่องการประลองเลือกคู่ของคุณหนูจางลี่ที่ถูกยกเลิกอย่างกะทันหัน"
"หืม ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ ข้าเห็นพวกเขาเตรียมการเรื่องนี้ไปหมดทุกอย่างแล้วนี่"ลั่วอู่หลินกล่าวด้วยความสงสัย
"เอ่อ....ข้าเองก็ไม่รู้เหตุผลเช่นกัน ในตอนแรกทุกคนทุกเผ่าพันธุ์ที่มาประลองต่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ทางตระกูลก็ตอบแทนพวกเขาด้วยทรัพยากรณ์จำนวนมากจนพวกเขายอมจากไป"จางฮั่นส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ
"เอาล่ะพวกเจ้าไปได้แล้ว หากมีข่าวสารอะไรก็นำมาบอกข้าด้วยล่ะเข้าใจไหม"ลั่วอู่หลินกล่าว จางฮั่นพยักหน้าอย่างเร็วไว ต่อหน้าคนที่ซัดมันจนกระเด็นอย่างง่ายดาย ต่อให้โง่งมเพียงใดก็ต้องรู้ว่าไม่ควรต่อต้าน
หลังจากที่ปล่อยพวกมันไปแล้วลั่วอู่หลินก็เดินจากไปด้วยเช่นเดียวกัน 'คิดไม่ถึงว่าจางลี่คนนั้นจะเป็นถึงเจ้าหญิงของตระกูลเทพมารโลหิต จางฮ่าวหนอจางฮ่าว หวังว่าเจ้าคงไม่ได้ผูกพันธโลหิตแห่งโชคชะตาเอาไว้กับผู้หญิงคนนี้หรอกนะ ไม่เช่นนั้นคงประหลาดเอามากๆ'
ลั่วอู่หลินทอดถอนใจ หากเป็นเช่นนั้นจริงมันคงจะแปลกพิลึกเพราะจางลี่คนนั้นดูเหมือนจะแค้นเคืองเขาเอามากๆในตอนอยู่ในดินแดนบรรพบุรุษ หากถูกพันธะซึ่งกันและกันจริงๆสถานะของทั้งเขาและนาง คงจะมาแนวทั้งรักทั้งเกลียดอะไรทำนองนั้นเป็นแน่
แต่ทว่าดูเหมือนลั่วอู่หลินจะคาดเดาได้ถูกต้อง ในพื้นที่ของศิษย์ระดับบรรพชนตอนนี้ถ้ำสูงสุดของพื้นที่จางลี่กำลังนั่งมองดูตราสัญลักษณ์กระบี่โลหิตที่อยู่ๆก็ปรากฏอยู่บนหลังมือด้วยความหลากหลาย
สิ่งนี้คือสิ่งที่ทำให้นางรอดมาจากการแต่งงานได้ แต่ในทางกลับกันมันก็จะนำพาคู่ครองมาให้นางเช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ประมุขตระกูลหรือท่านพ่อของนางบอกเอาไว้ก่อนที่จะสั่งยกเลิกการคัดเลือกคู่ครอง
"ท่านพ่อบอกว่านี่คือสัญลักษณ์สำหรับผู้ที่จะได้เป็นภรรยาของผู้ถือครองโลหิตบรรพบุรุษ เห้อ นี่ข้ายังต้องมานั่งคาดเดาอีกหรือว่าสามีในอนาคตของข้าจะเป็นเช่นไร"จางลี่ถอนหายใจออกมา สิ่งนี้เมื่อเกิดขึ้นกับนางย่อมไม่อาจจะต่อต้านได้ เพราะถึงอย่างไรสำหรับนางแล้วเรื่องของตระกูลย่อมมาก่อนเรื่องส่วนตัวเสมอ