ไวน์ x ปั้นฝัน
ตอนที่ 7
[ Punfun’s talk ]
ไวน์ถามว่าฉันมากับเขาเพื่อประชดแม่หรือเปล่าและฉันได้แต่เงียบเพราะตอบเขาไม่ได้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทะเลาะกับแม่ ทำให้ฉันตัดสินใจทำอะไรโง่ๆ ลงไปมากมาย
แต่ฉันไม่ชอบที่แม่พูดถึงไวน์ในทางไม่ดี ไม่อยากให้ใครมองไวน์แค่ภายนอกแล้วตัดสินเขาเป็คนไม่ดี และยิ่งไปกว่านั้นคือถ้าแม่ยังจะหาคนมาจับคู่ฉันไปเรื่อยๆ ฉันยอมปรับตัวเข้าหาไวน์ดีกว่า
การที่จะบอกว่าชอบไวน์ สำหรับฉันมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ เหมือนกัน
ไวน์เป็ที่รู้จัก เดินไปทางไหนก็มีคนสนใจ
ฉันไม่ชอบการเป็จุดเด่น ไม่ชอบให้มีคนมามอง อยากใช้ชีวิตไปเงียบๆ อย่างที่เคยเป็มา ซึ่งมันจะหายไปทันทีที่ฉันตกลงคบกับเขา
ไวน์เคยถามว่าเมื่อไหร่ฉันจะใจอ่อน
เขาไม่รู้หรอก ทุกวันนี้คือฉันบังคับตัวเองให้ใจแข็งต่างหาก
ทั้งหมดนั่น เรียกว่าการประชดแม่ไหมนะ
ไวน์ทิ้งฉันไว้ในห้องนอนเขา ส่วนตัวไวน์เองออกไปอยู่โซนห้องรับแขกข้างนอก
เราไม่ได้คุยกันอีกจนกระทั่งเช้า
ไวน์จะพูดกับฉันก็ต่อเมื่อฉันเป็ฝ่ายพูดก่อนเท่านั้น
มันอึดอัดมากเลย
ถึงขั้นที่ว่าตอนไวน์พาฉันกลับห้องตัวเองเพื่อเปลี่ยนชุดไปเรียนในตอนเช้า เราก็คุยกับแบบนับคำได้
นี่หรือเปล่าความรู้สึกที่ไวน์ต้องเจอตอนฉันหลีกเลี่ยงเฉยเมยใส่เขา แค่คืนเดียวที่ไวน์เ็าใส่ ฉันยังรู้สึกแย่ขนาดนี้
เขาคงต้องใช้ความอดทนกับฉันมากมายเลยกับเื่ที่ผ่านมา
รถยนต์สีดำซึ่งฉันเคยนั่งหลายต่อหลายครั้งจอดลงที่ถนนหน้าตึกเรียนของฉันเป็สัญญาณบอกว่าฉันต้องลงจากรถแล้ว
ฉันรู้สึกว่าตัวเองควรพูดอะไรกับไวน์สักอย่าง แต่สุดท้ายคนขี้ขลาดอย่างฉันก็ทำเพียงเปิดประตูลงจากรถเงียบๆ แล้วมองตามรถของไวน์วิ่งห่างออกไป
ฉันรู้สึกแย่มาก และมันคงแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนจนมินนี่เอ่ยทัก
ฉันเล่าทุกอย่างให้มินนี่ฟัง ั้แ่ทะเลาะกับแม่ที่โรงแรม ไปนอนค้างห้องไวน์ จนถึงเมื่อเช้า
มินนี่สรุปสั้นๆ ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่กับตัวเองมากกว่าเดิม
“แกเป็คนผิด”
“…”
“สมควรแล้วที่ไวน์โกรธ แกนั่นแหละต้องเป็ฝ่ายง้อเขาอะฝัน”
“ฉันไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง…” ตอบมินนี่เสียงอ่อยๆ
มินนี่ถอนหายใจ ยกมือกอดอกมองฉันตาเขม็ง
“แกก็แค่พูดออกไปเหมือนที่เล่าให้ฉันฟังเนี่ย รู้สึกยังไงก็บอกเขา”
“…”
“ไปถามหาความรู้สึกจากเขา แล้วแกอะ แกได้บอกไวน์บ้างหรือยังว่ารู้สึกยังไง”
“…”
ฉันได้แต่ฟังเงียบๆ ก้มหน้ามองพื้นอย่างยอมจำนน จนมินนี่ต้องเชยคางฉันขึ้น ตบไหล่ให้กำลังใจฉันแล้วบอก
“ฉันรู้ว่าแกพูดไม่เก่งนะฝัน รู้ว่าแกขี้อาย แต่บางทีก็ต้องพูดบ้าง”
“อือ…”
“แล้วจะทำไงต่อ แกจะเจอไวน์อีกทีตอนไหน”
“แกว่า… ถ้าฉันโทรหาไวน์ ไวน์จะโกรธไหม”
“คงดีใจมากกว่ามั้ง”
คำตอบจากมินนี่ทำให้ฉันใจชื้นคิดมานิดนึง นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันโทรหาไวน์ก่อน ฉันทำใจอยู่หลายนาทีกว่าจะกล้ากดโทรไป
ระหว่างรอสาย หัวใจฉันเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ฝ่ามือชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้น รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า ซ้อมบทอยู่กับตัวเองตั้งหลายรอบว่าจะพูดอะไร
ทว่า…
ไวน์ไม่รับสาย
ฉันใจแป้วลงเหมือนลูกโป่งใบโตถูกปล่อยลมออกจนแฟบเลย
และเพราะไม่กล้าโทรหาไวน์อีกจึงส่งข้อความไปหาเขาแทน
‘วันนี้ตอนเย็นไวน์ไปส่งเรากลับห้องหน่อยได้ไหม’
หวังว่านั่นจะเป็ข้ออ้างที่ดีให้ฉันได้เจอเขา
ไวน์อ่านข้อความทันที
แต่ไม่ตอบ
นั่นหมายถึงเขาเห็นสายเรียกเข้าจากฉันแต่จงใจไม่รับสินะ