กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    บทที่34:สมาคมของนักอาคม

    ภายในโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของเมืองสีชาด หลินเฟยกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารขณะกระดกสุราในน้ำเต้าเป็นระยะตอนนี้การกระดกสุราในน้ำเต้าไม่ใช่แค่กระดกเพื่อลิ้มรสชาติอย่างเดียวแต่ยังเป็นการเพิ่มพลังลมปราณด้วยหลินเฟยรับรู้ได้ชัดเจนว่าหลังจากกระดกสุราลงไปลมปราณในร่างกำลังเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
    ''คุณชายอาหารที่ท่านสั่งได้แล้วขอรับ''เสี่ยวเอ้อยกอาหารมาให้หลินเฟย ในจังหวะนี้หลินเฟยก็ยิ้มขึ้นจากนั้นจึงพูดกับเสี่ยวเอ้อ
    ''ข้าอยากรู้ว่าเมืองนี้มีสมาคมที่เกี่ยวข้องกับนักอาคมโดยเฉพาะหรือไม่''
    ''เรียนคุณชายที่นี่มีสมาคมนั้นอยู่ขอรับ ท่านเดินออกจากโรงเตี้ยวไปแล้วเลี้ยวขวาจากนั้นเดินตรงไปก็ถึง''เสี่ยวเอ้อบอกทางทันที นี่นับเป็นเรื่องปกติเพราะมีหลายคนที่เคยถามมันแบบนี้
    ''ขอบใจเจ้ามาก...แล้วก็ไปเปิดห้องให้ข้า1ห้องข้าต้องการพัก5วัน''หลินเฟยคิดจะไปทดสอบที่สมาคมเพราะในความคิดของหลินเฟยการเป็นนักอาคมย่อมหาเงินได้ง่าย
    ''ได้ขอรับคุณชาย''เสี่ยวเอ้อเดินออกไปแล้วทำตามความต้องการของหลินเฟยทันที จากนั้นไม่นาน...หลังหลินเฟยจ่ายค่าอาหารและค่าห้องพักเสร็จหลินเฟยตรงเข้าไปที่ห้องพักทันที ตุ่บ! ตุ่บ!หลินเฟยวางเสี่ยวมู่กับเจ้าขาวลงบนเตียงจากนั้นจึงเดินลงมาด้านล่างเพื่อไปที่สมาคมนักอาคมปั่ก! เพราะที่โรงเตี้ยมแห่งนี้ดีที่สุดในเมืองจึงมีคนเข้าออกเป็นจำนวนมากมันจึงหลีกเลี่ยงการเดินชนกันอย่างไม่ตั้งใจไม่ได้ แต่ในครั้งนี้กลับเป็นการกลั่นแกล้งเสียมากกว่าเพราะหลินเฟยที่เดินออกมาได้หน่อยเดียวกลับมีหญิงวัยกลางคนเดินมาชนจากด้านหลังอย่างรุนแรงแต่มันไม่ใช่หลินเฟยที่ล้มลงหากเป็นหญิงวัยกลางคนต่างหากที่ล้ม โดยความรู้สึกของนางมันไม่ต่างอะไรไปจากนางเดินไปจนก้อนหินก้อนใหญ่จนล้มลง
    ''บัดซบ! อยู่ๆเจ้าก็หยุดเดินเห็นมั้ยเจ้าทำให้ข้าล้ม''หญิงวัยกลางคนตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวฉับพลันคนรอบข้างได้หยุดแล้วหันไปมองนางทันที จากนั้นเกือบทุกคนได้แสดงแววตาสงสารออกมาโดยแววตาสงสารนั้นกลับมองไปที่หลินเฟยเป็นตาเดียว
    ''ท่านป้าเป็นท่านที่เดินมาชนข้าจากด้านหลัง''หลินเฟยไร้อารมณ์ขณะตอบกลับไปแต่มันทำให้เรื่องแย่ลงเพราะหญิงวันกลางคนได้โกรธจนถึงขนาดใบหน้าหมองคล้ำลง
    ''เจ้าเรียกใครว่าป้า''หญิงวัยกลางคนถามย้ำหลินเฟย
    ''ใครอยากรับก็รับไปข้าไม่สนใจ แต่ถ้าหากไม่รู้ตัวก็ไม่เป็นไร''หลินเฟยยังคงไม่แยแสกับเหตุการณ์ที่เกิดยังไงก็เห็นๆกันอยู่ว่าป้าคนนี้พยายามหาเรื่องหลินเฟย
    ''ตาย!''หญิงวัยกลางคนเหมือนจะมีภูมิหลังอยู่ไม่น้อยเพราะตอนนี้นางซัดฝ่ามือใส่หลินเฟยโดยไม่คิดหมั่บ! แต่ฝ่ามือนั้นถูกหยุดเอาไว้โดยหลินเฟย แน่นอนเพราะหญิงวัยกลางคนไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลยนางอยู่ในขั้นปราณพื้นฐานขั้นที่6เท่านั้น
    ''นี่ป้าหากจะหาเรื่องก็ไปหาเรื่องคนอื่นดีกว่า ข้าไม่มีเวลามาเล่นด้วย''หลินเฟยแสดงเจตนาฆ่าออกมามันทำให้หญิงวัยกลางคนสั่นกลัว
    ''หึ! เจ้าเตรียมตัวได้เลย''หญิงวัยกลางคนดึงมือกลับแล้ววิ่งออกไปด้วยความอับอาย ฉับพลันโดยรอบก็มีเสียงผู้คนพูดคุยกันอย่างหนาหู
    ''น้องชายเจ้ารีบหนีออกไปจากเมืองซะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นพนักงานของสมาคมอักขระ''มีคนหวังดีเป็นชายหนุ่มอายุมากกว่าหลินเฟย4-5ปี มันกล่าวเตือนกับหลินเฟยอย่างแผ่วเบา
    ''แค่พนักงานยังทำตัวกดขี่ขนาดนี้?''หลินเฟยไม่เข้าใจหากเป็นแค่พนักงานมันไม่น่าจะใจกล้าขนาดนี้
    ''เอ่อ...ภูมิหลังของนางยิ่งใหญ่อยู่เหมือนกันเพราะพ่อของนางเป็นนักอาคมระดับ1 เจ้ารีบหนีไปเถอะหากช้ากว่านี้จะไม่ทันการ''หลินเฟยแสยะยิ้มนักอาคมระดับ1? มันจะมาเทียบกับหลินเฟยได้ยังไงกัน
    ''ขอบคุณมาก แต่ข้าไม่จำเป็นต้องหนี''หลินเฟยเดินไปที่สมาคมโดยไม่สนใจคำเตือนใดๆทั้งสิ้นไม่นานหลินเฟยก็มาหยุดอยู่ที่หน้าสมาคมอาคมและจากการมองของหลินเฟยจากด้านล่างสมาคมนี้อย่างน้อยด้านในต้องมีมากถึง5ชั้น ตึ่ก! ตึ่ก! ตึ่ก! โดยไม่รอหลินเฟยเดินเข้าไปด้านในสมาคมซึ่งภายในสมาคมไม่คนอยู่พอสมควร หลายคนต่างยุ่งอยู่กับการศึกษาและวาดอักขระส่วนบางคนก็ยุ่งอยู่กับการทำการค้า
    ''เจ้ามาทำอะไร''ชายชราที่มีท่าทางไม่เป็นมิตรพูดขึ้นขณะปรากฎตัวที่ด้านหลังหลินเฟยอย่างเงียบเชียบซึ่งถ้าหากอีกฝ่ายต้องการทำร้ายหลินเฟยหลินเฟยคงตอบโต้ไม่ทัน
    ''เรียนท่านผู้อาวุโสข้าต้องการทดสอบระดับอาคมและต้องการเข้าร่วมสมาคมอาคม''หลินเฟยป้องมือพร้อมพูดด้วยความนอบน้อมเพราะจากที่ดูชายชราคนนี้ไม่ธรรมดา
    ''โอ้...แล้วก็ไม่บอกข้าตั้งแต่แรก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตามข้ามา''หลินเฟยถึงกับกรอกตาชายชราคนนี้เปลี่ยนสีได้ไวจากท่าทางที่ไม่เป็นมิตรเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นอบอุ่นและเต็มไปด้วยความเมตตา
    ''เอาหละเจ้ารออยู่ที่นี่เดี๋ยวข้าจะไปตามคนอื่นมาก่อน''หลินเฟยหยักหน้าพลางคิดว่าการทดสอบคืออะไรและเพียงไม่นานชายชราคนเดิมก็กลับมาพร้อมกับชายชราและหญิงชราอีก5คน
    ''โฮ่ โฮ่ โฮ่ ดูแล้วอายุน่าจะ20ปีเท่านั้น แต่กล้าหาญมาทดสอบระดับของนักอาคม?''
    ''ไอ้เฒ่าโง่ ทุกคนที่เป็นนักอาคมต้องรู้อยู่แล้วว่าตนเองอยู่ระดับไหนเพราะฉะนั้นจึงกล้ามาทดสอบ''
    ''อ่า...ข้าเริ่มจะเลอะเลือนแล้วสิ''ชายชราที่พูดขึ้นมาในตอนแรกนั้นไม่ผิดเพราะการเป็นนักอาคมไม่ง่ายเพราะเท่าที่มีการบันทึกมานักอาคมระดับ1ที่อายุน้อยที่สุดมีอายุ25ปี ส่วนหลินเฟยมีอายุแค่20ปีเท่านั้นส่วนคนที่ยังไม่ได้เป็นนักอาคมระดับ1จะถูกเรียกว่าครึ่งขั้นสู่นักอาคมโดยคนเหล่านี้คือเด็กที่กำลังฝึกฝนส่วนมากจะได้รับการชี้แนะจากนักอาคมระดับ1ขึ้นไป
    ''ผู้อาวุโสการทดสอบมีอะไรบ้าง''หลินเฟยถามออกมาด้วยความนอบน้อม แต่มันทำให้ผู้ชราทั้ง6ตกตะลึงเพราะพวกมันไม่คิดเลยว่าจะมีคนกล้าเข้ามาทดสอบทั้งๆที่ไม่รู้ว่าการทดสอบมีอะไรบ้าง
    ''เป็นเด็กที่ใจกล้าไม่เบา''ปึ่ก! ชายชราที่หลินเฟยเจอในตอนแรกนำเหรียญสีเขียวออกมาทางบนโต๊ะจากนั้นผู้ชราคนอื่นก็นำเหรียญออกมาเพียงแต่เหรียญเหล่านั้นมีสีขาวโดยเหรียญเหล่านั้นคือสัญลักษณ์หากทดสอบระดับผ่านจะได้เหรียญที่มีสีตามระดับที่ผ่านการทดสอบ นอกจากนี้ยังปลอมหรือขโมยไม่ได้

    เพราะมีแค่เจ้าของที่ทำให้เหรียญส่องแสงโดยการถ่ายลมปราณลงไป หากไม่ใช่เจ้าของจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    คล้ายกับเรื่องกลืนสวรรค์ทำลายปฐพี ที่คุณอ่าน