เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

ภาค 4 พันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ ตอนที่ 201 เพลิงสงครามปะทุ 1

เนตรมารสะท้านฟ้า 


(恶魔的眼睛) - The Eye of Devil


ภาค 4 พันธมิตรศักดิ์สิทธิ์


 


ตอนที่ 201


เพลิงสงครามปะทุ 1


 


                เสียงแตรเขามังกรลั่นสะท้านไม่ทันจางหาย เสียงเฮโลของนักรบที่เลือกเข้าร่วมกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ก็ดังลั่นสะท้านสะเทือนพิภพสอดแทรกขึ้นในจังหวะเดียวกัน มังกรเพลิงทะยานดั้นเมฆนำขบวนผู้คนนับแสน ที่ต่างยืนหยัดด้วยความอหังการอยู่บนพาหนะวิเศษของแต่ละสำนัก ในสมองล้วนมีแต่คำว่าชัยชนะและผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังสงครามจบลง


 


                แม้ระยะห่างของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิง จะอยู่อีกไกลหลายแสนลี้ แต่เรือรบมังกรโลกันตร์ก็มิได้เร่งความไวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายจนสุดรั้ง เพียงเคลื่อนตัวด้วยความไวที่ใกล้เคียงกับหมู่พันธมิตรร่วมสงคราม ลอยโดดเด่นอยู่ท่ามกลางพาหนะวิเศษลำอื่น ๆ อีกนับพัน ราวกับดาวล้อมเดือน แถมยิ่งเคลื่อนขบวนยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม เมื่อเดินทางผ่านเขตของสำนักใด ก็ยิ่งมีผู้คนเข้าร่วมมากขึ้น แม้บางสำนักจะไม่พร้อมที่จะเข้าร่วมทำสงคราม แต่ก็ยังรู้หน้าที่นำส่งมอบบรรณาการแก่ตัวแทนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์


 


                กองทัพใหญ่เคลื่อนหน้าไปมากเท่าไหร่ อิทธิพลอำนาจยิ่งแผ่ขยาย ความฮึกเหิมพุ่งทะลุฟ้า ผู้คนเหลือประมาณล้วนมองเห็นเพียงชัยชนะอย่างหมดจด


.


.


                ฟากฝั่งหนึ่งกำลังขวัญถูกเร่งเร้าจนแทบจะถึงขีดสุด แต่อีกฟากฝั่งกลับตรงกันข้าม


 


                ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ล้วนประชุมหารือเคร่งเครียด ลำพังขุมพลังของตนเองก็อ่อนด้อยกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์อยู่สามถึงสี่ส่วนอยู่แล้ว แต่หลายวันมานี้ กลับถูกสำนักสาขา ที่ใกล้กับเขตชายแดนฝั่งตะวันตกเมินเฉยคำสั่งเข้าร่วมสงคราม แถมหลายสำนักยังตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมตัดสินใจแปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์


 


                ฮัวเหวินเยี่ยนในตอนนี้ แม้การแสดงออกทางสีหน้าจะดูเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่ภายในใจกลับลอบคร่ำครวญ เพราะตามการคาดการณ์ของประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคอมตะ นางเองก็ไม่คิดว่าภายหลังจากทูตเจรจาเดินทางกลับไปไม่ถึงเดือน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์จะเลือกประกาศสงครามในทันที แถมดูจากเหตุการณ์ปัจจุบัน เงื่อนงำที่คลุมเครือพลันกระจ่างชัด


 


                ...ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ล้วนเตรียมการก่อสงครามอยู่ก่อนหน้า


 


                แม้จะเจ็บใจและหวาดหวั่น แต่ฮัวเหวินเยี่ยนก็สมกับเป็นประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในสี่ ทั้งการแสดงออก และการตัดสินใจล้วนเด็ดขาด เมื่อรับรู้ว่ามีบางสำนักกระด้างกระเดื่อง แม้ปัจจุบันจำต้องสงวนขุมกำลังเอาไว้ แต่เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ฮัวเหวินเยี่ยนออกคำสั่งให้ผู้คุมกฎนำกองกำลังเฉพาะกิจ ทำการล้างสังหารสำนักที่แข็งข้อในทันที หลังจากเหตุการณ์เชือดไก่ให้ลิงดูผ่านพ้นไปสามครั้ง ก็ไม่ปรากฏสำนักที่คิดตีตัวออกห่างอีก แต่เพื่อการป้องกันเหตุผิดพลาด ฮัวเหวินเยี่ยนยังสั่งการให้กองกำลังเฉพาะกิจนี้ นำตัวบุตรหลานของค่ายสำนักที่อยู่ฝั่งชายแดนตะวันตก ซึ่งเป็นเขตชายแดนด้านที่ติดกับศัตรู กลับมายังภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์ โดยยกอ้างเหตุผลเพื่อดูแลความปลอดภัย แต่ทุกผู้คนล้วนรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงคำกล่าวอ้างสวยหรู แท้จริงล้วนทำเพื่อต้องการยึดผู้คนเป็นตัวประกัน แต่เพราะสำนักเหล่านั้นรู้ตัวดีว่าตนเองนั้นอ่อนแอกว่าจึงมิอาจขัดขืน


               


                เมื่อดินแดนศักดิ์วิหคอมตะจัดการปัญหาผู้คนเอาใจออกห่างได้แล้ว ฮัวเหวินเยี่ยนจึงได้ดำเนินแผนการต่อไป ซึ่งการวางแผนต่าง ๆ แม้เกิดจากการประชุมหารือ แต่ในขั้นสุดท้ายล้วนเป็นการตัดสินใจเด็ดขาดจากประมุขเพียงผู้เดียว ซึ่งฮัวเหวินเยี่ยนผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแผนการ ก็มิได้ทำให้ผู้คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะผิดหวัง เมื่อรู้ว่าฝั่งของตนเองอ่อนแอกว่า ก็เลือกที่จะไม่ปะทะหักหาญโดยตรง กลับเกณฑ์ผู้คนเข้ามารวมศูนย์ ยังรอบเขตชั้นกลางของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และใช้เพียงค่ายกลกับดักในการสกัดกั้นถ่วงเวลาที่เขตชายแดน และเขตแดนรอบนอก แถมยังมีการใช้วิหคเพลิงอมตะ ซึ่งถือเป็นราชันย์ของสัตว์อสูรเช่นเดียวกับมังกร ไล่ต้อนสัตว์อสูรจากเขตแดนโดยรอบ ให้หลบหนีไปรวมตัวกันยังเขตแดนฝั่งทิศตะวันตก หมายช่วยลดทอนขุมกำลังพันธมิตรของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์


 


                แม้สงครามถือเป็นการรบขนาดใหญ่ที่เน้นปริมาณ แต่แท้จริงสุดท้ายในโลกของผู้ฝึกตน การรบพุ่งนั้นล้วนตัดสินเป็นตายกันที่คุณภาพ ดังนั้นในสงครามของสองดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ ผู้ฝึกตนในระดับลมปราณสวรรค์จึงถือเป็นขุมกำลังแท้จริง ที่มีผลชี้วัดทิศทางของสงครามมากเสียยิ่งกว่าปริมาณของผู้ฝึกตนที่เข้าร่วม ซึ่งดูเหมือนว่าทั้งจำนวน และระดับฝีมือของผู้ฝึกตนในระดับลมปราณสวรรค์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ ดูจะเหนือกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะค่อนข้างมาก แม้ทั้งหมดที่กล่าวมาจะบ่งชี้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะจำต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แต่นั่นคือการคาดการณ์เจากการรบบนสมรภูมิที่เท่าเทียม หากสงครามมีเพียงแค่สองขุมกำลัง ผลที่ออกมาคงเป็นเช่นนั้น


 


                แต่การรบในครั้งนี้ ใช่ว่าฝั่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์จะเหนือล้ำกว่าในทุกด้าน เพราะดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์เป็นฝ่ายยกทัพเข้าจู่โจม ซึ่งลำบาก และจำต้องเสียทรัพยากรมากกว่าในการรบ ต่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ที่เพียงตระเตรียมรอรับการบุกจู่โจม แม้จะวางกับดักค่ายกลใด ๆ อีกฝั่งก็จำต้องบุกฝ่าเข้ามาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง


 


                ยิ่งไปกว่านั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เอง ก็มีของวิเศษรักษาดินแดนซุกซ่อนเอาไว้เป็นไพ่ตาย หากถึงคราวคับขันก็อาจจะช่วยพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ไปได้ เพียงแต่ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ แม้จะมีของวิเศษป้องกันในระดับสวรรค์ไว้ครอบครองหลายชิ้น แต่กลับไม่มีของวิเศษศักดิ์สิทธิ์ในระดับตำนาน ที่กำเนิดพร้อมกับสายโลหิตวิเศษ ซึ่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ เป็นเพียงดินแดนศักดิ์สิทธิ์เดียวเท่านั้นที่ไร้ของวิเศษป้องกันดินแดนประจำสายเลือดศักดิ์สิทธิ์


.


.


                หลังจากที่หลงเทียนหยูนำทัพเคลื่อนพลมาได้สิบห้าวัน ในที่สุดพาหนะขบวนแรกของพันธมิตรมังกรโลกันตร์ก็เข้าประชิดชายแดนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ทันทีที่หัวเรือเหาะลำแรกของสำนักที่ร่วมเดินทางมากับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ในครั้งนี้ ล้ำเข้าไปในเขตแดนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ค่ายกลรักษาเขตแดนก็ทำงานในทันที ม่านมายาหลากสีกางกั้นเป็นชั้น ทำหน้าที่สกัดแยกผู้คนที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนให้กระจายออก เมื่อหลุดหลงเข้าสู่ค่ายกล ล้วนสับสนยากจำแนกทิศทาง แม้ในเบื้องต้นพลังของค่ายกลไม่ได้ทำร้ายสังหารผู้คน แต่ก็สร้างความสับสน และชะลอความไวในการเคลื่อนทัพลงได้ จนถึงขั้นทำให้ขบวนทัพใหญ่ชะงักงัน


 


                แม้หลงเทียนหยูจะรู้ดีว่าที่ด้านหน้ามีกับดัก แต่ก็ไม่ได้สั่งให้ทัพใหญ่ชะลอตัว เพราะรู้ดีว่าสงครามย่อมต้องมีการสูญเสีย ค่ายสำนักขนาดกลาง และขนาดเล็กล้วนต้องแสดงออกถึงความกล้าหาญไม่กลัวตาย จึงจะได้รับการเหลือบแลหลังเสร็จสิ้นสงคราม ดังนั้นการที่พวกมันจำต้องเสี่ยงอาสาเป็นหน้าด่าน ทดสอบค่ายกลกับดักให้แก่ขุมกำลังหลัก ในสายตาของหลงเทียนหยูมองว่าเป็นสิ่งที่สมเหตุผลอยู่แล้ว แม้การสูญเสียผู้คนจากค่ายกลกับดักจะไม่ถือว่าเป็นอย่างไร แต่การจะให้สูญเสียหน้ากองทัพชะงักงัน ล้วนส่งผลต่อขวัญกำลังใจของกองทัพ ถือเป็นสิ่งสำคัญ


 


                หลงเทียนหยูที่ยืนอยู่บนแท่นบัญชาการของเรือรบมังกรโลกันตร์ โบกมืออกคำสั่งให้แก่ขุนพลทั้งสี่บนหลังมังกรเพลิง


 


                คำสั่งถูกถ่ายทอด มังกรเพลิงทั้งสี่ต่างก็แยกย้ายกันออกไป ทะยานลิ่วใช้พละกำลังอันเหนือล้ำของมังกรเพลิง พุ่งเป้าทำลายแก่นกลางของค่ายกลที่ขวางทางอยู่ เร่งทำลายค่ายกลขวางหน้า ก่อนที่ขบวนทัพจะเดินทางถึง


คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
401K 613
ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

นิยาย แฟนตาซี
81K 280
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
[New Life] อิสระของชีวิต

[New Life] อิสระของชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
140K 171
เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.45M 659
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
279K 178
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
337K 1011