ฟางซินเยว่กลับมาถึงบ้านก็เห็นว่าลานบ้านถูกทำความสะอาดจนเรียบร้อยไปหมดแล้ว เธอแอบถอนหายใจโล่งและคิดว่าโชคดีจริงๆ ที่วันนี้เธอตัดสินใจเข้าไปเดินเล่นในเมือง ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอต้องมานั่งตากแดดกำจัดวัชพืชพวกนี้อยู่แน่ๆ แต่เธอก็ยังอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าเวลาแค่วันเดียว ทำไมหลินซูลี่ถึงทำความสะอาดได้เรียบร้อยอย่างนี้ ฟางซินเยว่อดที่จะมองไปที่บ้านพักของยุวชนชายที่อยู่ติดกันไม่ได้ ความไม่พอใจก็เกิดขึ้นในใจของเธอทันที
‘หนอย! ยัยซูลี่ แกคิดที่จะมาแย่งคุณจื่อหยวนไปจากฉันหรือ อย่าฝันไปหน่อยเลย คุณจื่อหยวนไม่มีทางชอบผู้หญิงเชยๆ อย่างแกหรอก เขาต้องชอบคนสวยๆ แบบนฉันต่างหาก’
ฟางซินเยว่แอบชอบซ่งจื่อหยวนมานานแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอบังเอิญเห็นเขานั่งซักผ้าอยู่ที่ริมแม่น้ำ และตอนนั้นก็ไม่มีใครอยู่แถวนั้นพอดี เธอตั้งใจเดินไปใกล้ๆ เขาแล้วก็แกล้งหกล้มเพื่อที่จะให้เขาช่วยประคอง หากเหตุการณ์นั้นสำเร็จ ป่านนี้เธอกับเขาก็คงได้คบกันไปแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าซ่งจื่อหยวนจะไวขนาดนั้น เขาใช้เท้าของเขาถีบออกไปจนเธอตกลงไปในแม่น้ำแทนที่เธอจะล้มลงไปบนตักของเขา ไม่เท่านั้นทั้งๆ ที่เห็นว่าเธอลอยคออยู่ในน้ำ แต่เขาก็ยังหิ้วกะละมังซักผ้าเดินกลับบ้านไปทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก่อนหน้านี้
แต่ถึงอย่างนั้นฟางซินเยว่ก็ไม่เคยคิดที่จะถอดใจ เธอคิดว่าซ่งจื่อหยวนคงจะอายและไม่กล้าพูดกับเธอเท่านั้นเอง ดังนั้นเธอจึงพยายามไล่ตามและคอยหาทางเข้าไปพูดคุยกับเขาอยู่เสมอ โดยที่ฟางซินเยว่ไม่รู้เลยว่าการกระทำของเธอนั้นสร้างความรำคาญให้กับซ่งจื่อหยวนมากขนาดไหน รวมไปถึงความที่เธอชอบเอาเปรียบหลินซูลี่อยู่สารพัด ชื่อของฟางซินเยว่จึงถูกบรรจุอยู่ในบัญชีดำของซ่งจื่อหยวนไปเรียบร้อยแล้ว
เวลานี้หลินซูลี่ก็ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมบ้านของเธอสักเท่าไหร่ เพราะเธอก็กำลังคิดถึงซ่งจื่อหยวนอยู่เหมือนกัน ภาพที่เขาคอยบริการเธอระหว่างมื้อกลางวันนั้นมันยังชัดเจนอยู่มาก หลินซูลี่หน้าแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ‘วันนี้คุณจื่อหยวนกำลังจีบฉันอยู่หรือเปล่านะ เขาจะมาชอบผู้หญิงเชยๆ อย่างฉันจริงหรือ แต่วันนี้เขาก็ดีกับฉันมากจริงๆ เขาคอยคีบอาหารให้ฉันอยู่ตลอดเลย หรือว่าเขาแค่อยากขอบคุณที่ฉันทำอาหารให้เขากิน ตกลงเขาคิดกับฉันยังไงกันแน่ แล้วฉันล่ะฉันคิดยังไงกับเขาอยู่ สับสนหมือนกันนะเนี่ย หรือว่าฉันจะชอบเขาเข้าแล้วนะ’
“อิจฉาคนกำลังจะมีความรักจังเลยนะ หุบยิ้มได้แล้วมั้ง แมลงจะบินเข้าปากแล้ว” เหวินเฉียวส่งแก้วน้ำชาให้เพื่อน “จิบชาก่อนสิ ชิมดูหน่อยว่าใบชาแก่ๆ ของฉันมันชงออกมาได้หวานมากขนาดไหน”
“นายคิดว่าฉันมีโอกาสจีบเธอติดไหม” ซ่งจื่อหยวนถาม
“ก็ดูจะเป็ไปในทางที่ดีเหมือนกันนะ ฉันว่านายเดินหน้าจีบเธอให้เต็มที่ไปเลยเถอะ ตอนนี้เท่าที่ฉันเห็นคู่แข่งของนายก็มีแค่พี่ใหญ่จางคนเดียว แต่ถ้านายยังมัวชักช้า ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจจะมีคู่แข่งเพิ่มมาอีกหลายคนก็ได้”
“แต่ถ้าฉันแสดงออกมาเกินไปมันจะทำให้เธออึดอัดหรือเปล่า เธออาจจะมีคนรักอยู่แล้วหรือไม่งั้นเธอก็อาจจะไม่ได้คิดอะไรกับฉันก็ได้นะ แล้วถ้าต่อไปฉันกับเธอมองหน้ากันไม่ติดล่ะ”
“คุณซ่งจื่อหยวนครับ ทีเมื่อตอนกลางวันผมก็ไม่เห็นว่าคุณจะสงวนท่าทีอะไรเลย คุณกล้าใช้ช้อนใช้ตะเกียบของคุณตักอาหารให้เธอกินด้วยซ้ำ แล้วคุณจะมาลังเลอะไรกันตอนนี้ มันจะไม่ช้าไปหน่อยหรือครับ” เหวินเฉียวแสร้งพูดประชด
“พรุ่งนี้เลย เริ่มั้แ่พรุ่งนี้ฉันจะเดินหน้าจีบเธอให้เต็มที่เลย ความรักของฉันจะต้องไม่ล้มเหลว ฉันจะต้องจีบเธอมาเป็แฟนให้ได้ก่อนที่จะมีใครมาแย่งเธอไป” ซ่งจื่อหยวนพูดอย่างมุ่งมั่น
่นี้เป็่ของการเก็บเกี่ยวธัญพืชฤดูร้อน ข้าวสาลีของหมู่บ้านเติบโตดีมาก คาดว่าปีนี้ผลผลิตของพวกเขาคงได้มากกว่าปีที่แล้ว เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มาก ชาวบ้านก็จะได้รับการแบ่งส่วนอาหารมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นทุกคนในหมู่บ้านต่างก็เร่งรีบที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จ เพราะนั่นหมายความว่าหลังจากธัญพืชถูกส่งให้ทางการแล้ว คนในหมู่บ้านก็จะได้รับจัดสรรธัญพืชของตัวเองด้วยเหมือนกัน
หลินซูลี่ตั้งใจทำงานในส่วนที่ตนเองได้รับผิดชอบโดยไม่ได้สนใจกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ และเธอก็ไม่รู้เลยว่ามีสายตาอีกกี่คู่ที่กำลังมองมาที่เธอ
ซ่งจื่อหยวน ‘เข้าไปช่วยเธอสักหน่อยดีไหมนะ หรือจะเอาหมวกไปให้เธอดี น้ำสักแก้วเป็ยังไง ไปทำงานอยู่ข้างๆ เธอเลยก็แล้วกัน’
ฟางซินเยว่ ‘ฮึ...แกล้งทำเป็ขยันให้ใครดูกัน’
ป้าจาง ‘เป็เด็กสาวที่ขยันขันแข็งจริงๆ แล้วดูรูปร่างเธอสิ ไม่แน่ว่าต่อไปฉันอาจจะมีหลานชายตัวน้อยเพิ่มมาอีกคนก็ได้’
จางชิง‘แม่ครับหยุดเถอะ ผมมีคนที่ชอบแล้ว’
เหวินเฉียว‘เพื่อนรักสู้เขา นายเข้าไปจีบเธอเลย ท่องคำนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ ด้านได้อายอด’
“วันนี้แดดแรงมาก คุณเอาหมวกของผมไปใส่ก็แล้วกัน” ซ่งจื่อหยวนไม่รอให้หลินซูลี่ปฏิเสธ เขาถอดหมวกสานปีกกว้างของเขาสวมให้เธอและผูกเชือกใต้คางให้เธออย่างเรียบร้อย ก่อนที่เขาจะเอาหมวกของเธอซึ่งมีปีกที่แคบกว่ามาใส่แทน
หลินซูลี่หน้าแดงขึ้น แต่เป็เพราะเธอทำงานอยู่กลางแจ้งมานาน ทำให้เธอคิดว่าซ่งจื่อหยวนคงไม่ทันสังเกตเห็น แต่คนสายตาดีอย่างเขาจะมองไม่ออกได้ยังไง พอเห็นเธอหน้าแดงและก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของตัวเอง ชายหนุ่มก็ยิ้มหน้าบานออกมา และเขาตัดสินใจพูดกับเธอเสียงเบา
“ต่อไปผมจะดูแลคุณเอง ผมจะเป็ที่พึ่งให้คุณ และ...เอ่อ...และผมอยากดูแลคุณไปตลอด” ซ่งจื่อหยวนพูดจบก็รีบก้มหน้าเกี่ยวข้าวสาลีในไร่ต่อ
“ขอบ...ขอบคุณนะ ฉัน...”
“คุณยังไม่ต้องตอบผมตอนนี้หรอกนะ คุณยังมีเวลาอีกมากก่อนที่จะให้คำตอบกับผม และผมก็อยากให้คุณดูที่การกระทำของผมจนกว่าคุณจะมั่นใจ”
ซ่งจื่อหยวนเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้หญิงสาวอย่างจริงใจ เป็รอยยิ้มที่ดูสดใสและจริงใจมากที่สุดในชีวิตที่หลินซูลี่เคยได้รับ เธออดที่จะหน้าแดงไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้หลบสายตาเขา เธอพยักหน้าและส่งยิ้มที่จริงใจให้เขาเช่นเดียวกัน “ขอบคุณนะ”
จางชิงที่กำลังยืนมองสองหนุ่มสาวอยู่ก็รับรู้ถึงบรรยากาศบางอย่าง เขาแอบถอนหายใจและดีใจกับตัวเองที่ไม่ได้ผลีผลามเข้าไปพูดคุยกับเธอตามคำแนะนำของแม่ เพราะไม่อย่างนั้นวันหน้าถ้าเขากับเธอมีธุระให้ต้องพูดคุยกัน คงจะทำให้พวกเขาอึดอัดใจกันน่าดู และอีกอย่างในใจของเขาก็ให้น้ำหนักไปที่ใครคนหนึ่งมากกว่า
ส่วนฟางซินเยว่ที่มองเห็นภาพบาดตานั้นก็ได้แต่กัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอร้องออกมา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายที่เธอชอบถึงหันไปชอบหลินซูลี่กันหมด เริ่มั้แ่ตอนที่เข้าเรียนในชั้นมัธยมปลาย เธอก็ชอบเฉินเฮ่าจงก่อน แต่เพราะเฉินเฮ่าจงแสดงออกมากว่าเขาชอบหลินซูลี่ ฟางซินเยว่จึงยอมที่จะถอยออกมา พอเธอย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อเธอเห็นซ่งจื่อหยวนครั้งแรก เธอก็ตกหลุมรักเขาทันทีเช่นกัน แต่ทำไมเขาถึงหันไปชอบหลินซูลี่อีกคนแล้วล่ะ หรือว่าชีวิตนี้เธอจะไม่มีโอกาสเอาชนะหลินซูลี่ได้เลยสักครั้ง ‘นังซูลี่ เฉินเฮ่าจงก็ทีหนึ่งแล้วที่ฉันต้องเป็ฝ่ายยอมให้เธอ แต่คราวนี้ฉันจะไม่ยอมให้เธออีกแล้ว’