ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 74 อยากได้งาน

    ตอนที่74 อยากได้งาน

     

    เมื่อติงฮวาได้ยินข่าวนี้เธอกลับบ้านทันทีโดยไม่แม้แต่จะบอกลาเพื่อนบ้านเสียด้วยซ้ำก่อนจะรีบกลับบ้านอย่างรวดเร็ว และเมื่อกลับมาถึงบ้านเธออยากจะถามเรื่องนี้กับไฉเฉี่ยวเหอมาก แต่ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงการที่แม่สามีไม่แยแสเธอในช่วงนี้ติงฮวาจึงหยุดความคิดที่จะถามแม่สามีของเธอ

     

    คงจะไม่ดีหากเธอทำให้แม่สามีต้องขุ่นเคืองใจขึ้นมาอีกครั้งและงานที่เธอต้องการก็จะต้องหลุดลอยไปอย่างแน่นอน

     

    ติงฮวาจึงตัดสินใจที่จะรอสามีของเธอเลิกงานเธอตั้งหน้าตั้งตารอสามีอย่างอดทน และมีอยู่หลายครั้งที่แทบจะทนไม่ไหว

     

    ในที่สุดหลี่ซ่งไป๋ก็ได้เลิกงานแล้ว วันนี้เขารู้สึกเหนื่อยล้ามากไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ผู้อำนวยการไป๋ถึงได้ย้ายเขาไปทำงานเป็นคนขนของโดยบอกว่าในโกดังมีคนไม่เพียงพอ จึงต้องให้เขาไปช่วยสักระยะหนึ่งก่อน

     

    ซึ่งทันทีที่เขาเดินผ่านประตูเข้ามานั้นภรรยาของเขาก็รีบดึงเขาเข้าไปในห้องด้วยท่าทางที่ดูกระตือรือร้น

     

    “คุณกำลังจะทำอะไรกันมีอะไรก็ค่อยพูดกันทีหลังก็ได้ ตอนนี้ผมเหนื่อยมากเลย ดูสิเหงื่อผมออกเต็มตัวไปหมดแล้ว ผมขอไปล้างหน้าล้างตาหน่อยก็แล้วกัน ! ”  หลี่ซ่งไป๋พูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

     

    “คุณคะวันนี้ฉันได้ยินป้าหวังพูดว่าโม่ลี่กำลังจะได้เป็นครูที่โรงเรียนประถมในหมู่บ้านด้วยล่ะ! และเธอจะได้เริ่มสอนในอีกไม่กี่วันนี้แล้วด้วย ! ”

     

    “อะไรนะคุณพูดจริงอย่างนั้นเหรอ ? ” หลี่ซ่งไป๋รู้สึกสงสัยในความถูกต้องของเรื่องนี้ขึ้นมาเล็กน้อย

     

    “เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องโกหกแน่นอนป้าหวังออกจะเป็นคนที่น่าเชื่อถือขนาดนั้น ! ” ติงฮวาไม่ได้สนใจเลยว่าคนอื่นจะเชื่อหรือเปล่าแต่เธอเชื่อเรื่องนี้อย่างสนิทใจเลยทีเดียว

     

    “แบบนี้ก็แสดงว่าพ่อจะต้องรู้เรื่องนี้มาจากพี่ห้าของเขาอย่างแน่นอนเอาไว้ผมจะไปถามพ่อดูก็แล้วกัน” หลังจากที่พูดจบ หลี่ซ่งไป๋ก็กำลังจะออกไปอาบน้ำ

     

    ทว่าก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไปนั้นติงฮวาก็ได้คว้าตัวเขาเอาไว้อีกครั้ง “ไปถามตอนนี้เลยไม่ได้เหรอหากโม่ลี่ได้เป็นครูจริง ๆตำแหน่งงานในโรงงานทอผ้าของเธอก็จะสามารถมอบให้กับคนอื่นได้ฉันอยากให้เธอมอบตำแหน่งให้กับฉัน ! แต่ฉันเพิ่งจะทะเลาะกับแม่ไปหากฉันไปถามด้วยตัวเองล่ะก็ แม่คงไม่ยอมให้ฉันทำหรอกใช่ไหม ? ”

     

    “แม่ของผมไม่ได้ใจแคบขนาดนั้นหรอกนะนอกจากนี้ ผมเองก็เป็นลูกชายคนเดียวของบ้านอีกด้วยแบบนี้พวกเขาจะไม่เข้าข้างผมได้อย่างไรกัน ส่วนคุณเองก็เป็นถึงพี่สะใภ้ของโม่ลี่ดังนั้นเธอจะต้องมอบตำแหน่งให้กับคุณอยู่แล้วล่ะ ! ” หลี่ซ่งไป๋ยังคงเชื่อว่าการที่เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านนั้นจะทำให้พ่อกับแม่ยอมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้กับเขา

     

    “ถ้าอย่างนั้นคุณไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันแล้วเราค่อยไปถามพ่อของคุณทีหลังก็ได้” หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ติงฮวาก็มีท่าทีที่ดูสงบลงไม่น้อย ใช่แล้วแม่สามีของเธอมีเธอเป็นลูกสะใภ้เพียงคนเดียวเท่านั้น และในอนาคตแม่สามีก็คงยังต้องพึ่งพาเธอในบั้นปลายของชีวิตอยู่แล้ว!

     

    วันนี้เป็นวันแรกที่หลี่โม่ลี่ไปทำงานที่โรงเรียนประถมในหมู่บ้านซึ่งพ่อของหลี่เทียนซื่อเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาในชุมชนดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่ดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองก่อนหน้านี้หลี่โม่ลี่ได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมและผ่านการสอบเพื่อเป็นครูมาแล้วดังนั้นจึงไม่มีปัญหาใด

     

    เธอไม่รู้เลยว่าฟู่ต้าอันทำอะไรลงไปเธอรู้แค่ว่าทันทีที่เธอกลับมาถึงบ้าน พี่สะใภ้ของเธอดูกระตือรือร้นกว่าปกติมากไม่เพียงแค่ล้างผลไม้ให้เธอเท่านั้นทั้งยังนำเนื้อสัตว์และผักมาทำอาหารให้เธอทานอีกด้วยซึ่งปกติแล้วพี่สะใภ้ของเธอแทบจะไม่เคยซื้อของพวกนี้เลยด้วยซ้ำ

     

    ทว่าหลี่โม่ลี่ยังคงไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา หลังจากที่พี่สะใภ้ทะเลาะกับแม่ของเธอในวันนั้นวันรุ่งขึ้นพี่สะใภ้ก็ได้มาขอโทษแม่ของเธอไปแล้วแต่วันนี้แม้แต่ไฉเฉี่ยวเหอก็ยังดูมีท่าทีที่เย็นชามาก

     

    หลังจากที่ไฉเฉี่ยวเหอฟังการวิเคราะห์ของหลี่ชุ่นลี่แล้วเธอจึงตระหนักขึ้นมาได้ทันทีว่าลูกชายของเธอเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกันซึ่งที่ติงฮวาพูดแบบนั้นออกมาก็เป็นเพราะพูดแทนในสิ่งนั้นลูกชายของเธอไม่กล้าพูดนั่นเอง

     

    แน่นอนหลังจากทานมือเย็นเสร็จแล้ว หลี่ซ่งไป๋และติงฮวาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงได้เริ่มถามหลี่โม่ลี่เกี่ยวกับเรื่องที่เธอได้เป็นครูของโรงเรียนประถมทันที

     

    “โม่ลี่ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้เธอได้เป็นครูสอนโรงเรียนประถมอย่างนั้นเหรอ ? ” ติงฮวาพูดออกมาอย่างระมัดระวัง

     

    “พี่สะใภ้พี่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกันเหรอคะ ? ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพ่อและแม่เลยด้วยซ้ำฉันกะว่าจะรอให้ขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จสิ้นก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยบอกกับทุกคนเพื่อให้ทุกคนประหลาดใจ ! ” หลี่โม่ลี่แสร้งทำเป็นว่าเธอกำลังรู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่ชุ่นลี่และไฉเฉี่ยวเหอก็ให้ความร่วมมือกับการแสดงของเธออย่างเป็นธรรมชาติเช่นกัน

     

    “อะไรนะ? ทำไมลูกถึงไม่บอกเรื่องที่น่ายินดีแบบนี้กับพวกเราล่ะทั้งหมดนี้ต้าอันทำเพื่อลูกอย่างนั้นเหรอ ? ” ไฉเฉี่ยวเหอพูดพร้อมกับชำเลืองมองไปยังติงฮวาและหลี่ซ่งไป๋ผ่านหางตาของเธอเพราะอยากจะเห็นปฏิกิริยาของพวกเขา

     

    “ครั้งนี้ต้าอันทำได้ดีมากจริงๆ เอาไว้พรุ่งนี้เราชวนเขามาดื่มที่บ้านกันดีกว่า ! ”  หลี่ชุ่นลี่เองก็พูดออกไปอย่างให้ความร่วมมือเช่นกัน

     

    เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วฟู่ต้าอันนั้นมีส่วนร่วมกับความสำเร็จทั้งหมดนี้จริง ๆซึ่งแม้ว่าหลี่ชุ่นลี่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อของหลี่เทียนซื่อ และเขาก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือก็ตามแต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ฟู่ต้าอันได้ยินเรื่องนี้เขาจะไปขอให้ฟู่ต้าหย่งไปที่บ้านของหลี่เทียนซื่อ และมอบเนื้อตากแห้งและของต่าง ๆอีกมากมายให้เป็นของขวัญแบบนี้

     

    ซึ่งพ่อของหลี่เทียนซื่อก็ได้รับมันไปอย่างไม่เกรงใจเช่นกันก่อนที่เขาจะนำมันไปแจกให้กับคนที่จัดการเรื่องนี้รวมไปถึงครูใหญ่ของโรงเรียนประถมอีกด้วยซึ่งในตอนนี้ขั้นตอนทั้งหมดก็ได้เสร็จเรียบร้อยไปหมดแล้วต้องบอกเลยว่าการที่ได้เป็นครูสอนในโรงเรียนของหมู่บ้านนั้นเป็นงานที่ดีมาก ๆดังนั้นจึงมีคนมากมายที่สนใจงานนี้

     

    เมื่อหลี่ชุ่นลี่พูดแบบนี้ออกไปหลี่ซ่งไป๋และติงฮวาต่างก็รู้สึกงุนงงไปเล็กน้อยเรื่องทั้งหมดไม่ได้เป็นเพราะพ่อของเขาหรอกหรือ ? แต่ทว่าติงฮวานั้นยังคงไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปดังนั้นเธอจึงกัดฟันพูดออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว

     

    “น้องเล็กแล้วงานที่โรงงานทอผ้าของเธอล่ะ เธอจะให้ใครทำแทน ? ช่วงนี้ฉันว่างอยู่พอดีเลยให้ฉันทำแทนเธอได้ไหม ฉันสามารถเริ่มทำงานได้ทันทีเลยนะ ! ”

     

    “พี่สะใภ้พี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน ? ” หลี่โม่ลี่เอ่ยถามออกไปด้วยท่าทีที่ดูสับสนเล็กน้อย

     

    “โม่ลี่ตอนนี้เธอก็ได้เป็นครูสอนโรงเรียนประถมของหมู่บ้านแล้วก็เท่ากับว่าเธอต้องสละตำแหน่งในโรงงานทอผ้าไปด้วยไม่ใช่เหรอ ? ” หลี่ซ่งไป๋พูดออกไปตามความเป็นจริง

     

    หลี่โม่ลี่มองไปที่พี่ชายของเธอซึ่งเธอรู้ดีว่าเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วซึ่งเขาได้เรียนรู้ทุกอย่างมาจากคุณย่าของเธอนั่นเองโดยเขามักจะรู้สึกว่าตราบใดที่เขาชอบสิ่งไหนก็ตาม ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะเป็นของใครเขาก็จะคิดว่ามันเป็นของเขาอยู่เสมอ

     

    “ฉันคิดว่าคงจะทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะครั้งนี้พี่ชายของต้าอันช่วยให้ฉันรับตำแหน่งครูสอนโรงเรียนประถมดังนั้นตำแหน่งงานในโรงงานทอผ้าก็ควรที่จะมอบให้พี่ต้านี พี่สาวของฟู่ต้าอันเพราะการที่เธอต้องเลี้ยงลูกถึงสองคนเพียงลำพังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”หลี่โม่ลี่เริ่มทำตามสิ่งที่ฟู่ต้าอันบอกเธอในก่อนหน้านี้ทันที

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่ซ่งไป๋ก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก และทำได้เพียงส่งสัญญาณให้ติงฮวาพูดต่อเท่านั้นแต่ทว่าติงฮวากลับไม่รู้เลยว่าหลี่ซ่งไป๋กำลังหมายถึงอะไร ดังนั้นเธอจึงนั่งนิ่ง ๆไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย

     

    “โม่ลี่ดูสิ แม้ว่าต้าอันจะช่วยเธอในเรื่องนี้ก็ตามแต่มันดูไม่เหมาะสมเลยไม่ใช่เหรอที่เธอจะทำแบบนี้ ? การที่เธอจะแต่งงานกับเขาครอบครัวของเขาก็จำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือเธออยู่แล้วนี่ ? เธอช่วยคุยกับต้าอันเพื่อของานนี้ให้กับพี่สะใภ้ของเธอไม่ได้เหรอ? หากพี่สะใภ้ของเธอได้งานนี้ เมื่อได้รับเงินเดือนฉันจะขอให้พี่สะใภ้ให้เงินเดือนกับเธอเดือนละ 10 หยวนเลยก็ได้นอกจากนี้จือจือก็เป็นหลานชายของเธอ เธอไม่สงสารหลานเลยเหรอ ? ”

     

    ไฉเฉี่ยวเหอที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็กำลังพยายามอดทนกับคำพูดเหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่าเธออยากจะกระโดดเข้าไปตีลูกชายเห็นแก่ตัวของเธอเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย ! ตอนนี้ความดีที่เขาได้สร้างขึ้นมาได้หายไปจนหมดแล้วเธอไม่คิดเลยว่าเขาจะเห็นแก่ตัวถึงขั้นที่ขอให้น้องสาวทำเรื่องที่น่าอายแบบนี้เขาไม่คิดเลยหรืออย่างไรว่ากำลังจะสร้างความขัดแย้งให้ครอบครัวสามีของน้องสาว !

     

    “พี่ใหญ่พี่พูดแบบนี้ได้อย่างไร พี่ชายของต้าอันได้ให้งานที่ดีมาก ๆ กับฉันเลยนะพี่จะให้ฉันทำแบบนั้นหรือ ? ทั้งที่จริงเขาจะให้งานนี้กับน้องสาวของเขาก็ได้แต่ก็ยังคงนึกถึงฉันเป็นคนแรกเขาช่วยฉันทั้งที่ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับน้องชายของเขาเสียด้วยซ้ำพี่ก็เห็นไม่ใช่หรือ ? ”

     

    “พี่ไม่เห็นแก่น้องสาวคนนี้บ้างเลยเหรอ? หลังจากที่ได้งานดี ๆ จากคนอื่น พี่กลับจะให้ฉันทรยศพวกเขาและมอบตำแหน่งงานในโรงงานทอผ้าให้กับพี่สะใภ้ใหญ่ของตัวเองพี่อยากให้คนอื่นมาว่าฉันเป็นคนเนรคุณหรือไง ! ”

     

    เดิมทีฟู่ต้าอันแค่อยากจะให้เธอลองใจพี่ชายของตัวเองเท่านั้นหากพี่ชายของเธอมีเหตุผลพอ เธอจะหาข้ออ้างโดยบอกว่าพี่สาวว่าที่สามีต้องดูแลลูก ๆจึงไม่สามารถมาทำงานได้และจะมอบตำแหน่งงานนั้นให้กับพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอนั่นเอง

     

    แต่ตอนนี้หลี่โม่ลี่ได้เปลี่ยนใจแล้วแม้ว่าเธอจะได้งานใหม่แล้วก็ตามแต่เธอจะไม่ยกงานเดิมให้กับพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอเด็ดขาด

     

    “พ่อครับแม่ครับ ! ช่วยพูดอะไรหน่อยสิครับ ! ”  เมื่อเห็นว่าน้องสาวของเขาไม่ยอมหลี่ซ่งไป๋จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดกดดันพ่อกับแม่ของเขา

     

    “ฉันช่วยอะไรไม่ได้หรอกเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน หากแแกอยากจะได้งานนี้คนที่แกควรจะไปพูดด้วยคือน้องเขยของแกต่างหากล่ะ” หลี่ชุ่นลี่พูดออกไปตามตรงโดยไม่สนใจแรงกดดันจากลูกชายของเขาแม้แต่น้อย

     

    นั่นเป็นสิ่งที่หลี่ซ่งไป๋เองก็ต้องการเช่นกันแต่เขาคิดว่าหากพ่อของเขาช่วยพูดกับฟู่ต้าอัน คงจะได้ผลดีกว่าอย่างแน่นอนเพราะท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้ฟู่ต้าอันยังไม่ได้แต่งงานกับน้องสาวของเขาดังนั้นคำพูดของญาติผู้ใหญ่จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

     

    แต่ไม่คิดเลยว่าหลี่ชุ่นลี่จะไม่ยอมให้ความร่วมมือแบบนี้จึงทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้ไปในที่สุด

     

    “พ่อคะแม่คะ หนูขอตัวไปหาต้าอันก่อนนะคะเพราะพรุ่งนี้หนูยังต้องไปที่โรงงานทอผ้าเพื่อจัดการเรื่องต่าง ๆให้เรียบร้อย” หลี่โม่ลี่พูดพร้อมกับลุกขึ้นและเดินออกไป

     

    “โม่ลี่ฉันจะไปกับเธอด้วย ฉันจะไปคุยกับต้าอัน” หลี่ซ่งไป๋ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบตามออกไปด้วยเช่นกัน

     

    แต่ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ได้เป็นไปตามที่หลี่ซ่งไป๋คาดเอาไว้ฟู่ต้าอันยังคงยืนกรานที่จะทำตามที่ได้พูดเอาไว้ โดยบอกไปว่าเขาจ่ายเงินอย่างน้อย100 หยวนเพื่อเป็นค่าเปลี่ยนตำแหน่งงานให้ติงฮวาทั้งยังควรจ่ายเงินชดเชยให้กับฟู่ต้านี เพราะหากฟู่ต้านีได้ทำงานเธอก็จะมีรายได้มากกว่า 20 หยวนต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็เพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอแล้ว

     

    หลังจากคำนวณแบบคร่าวๆ แล้ว หลี่ซ่งไป๋ต้องจ่ายเงินให้กับเขาอย่างน้อย 700 หยวนก่อนแล้วเขาถึงจะสละตำแหน่งงานนี้ให้ หลี่ซ่งไป๋ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับกัดฟันแน่นเขาไม่คิดเลยว่าน้องเขยของเขาจะเป็นคนแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีโต้แย้งใด ๆเพราะเขารู้ดีว่าพ่อกับแม่ของเขามีเงินอยู่แล้ว