ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 41 ล่าสัตว์ใหญ่

              ท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดสนิทปกคลุมด้วยเมฆหนาที่บดบังแสงจันทร์ สวนสาธารณะแห่งนี้เงียบสงัดพื้นที่รอบข้างรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านสาขาซับซ้อนทำให้เกิดเงามืดทาบทับลงบนลานหญ้าด้านล่าง ลมเย็นพัดผ่าน ใบไม้ไหวซู่ซ่า มาพร้อมกับเสียงฝีเท้านับหลายคู่ที่มุ่งตรงมา


              ทั้งหมดวิ่งตัดลานโล่งของสวนสาธารณะมีเสียงเท้าหนัก ๆ แตกต่างจากเสียงอื่น ๆ ไล่ตามหลัง พวกเขาใช้ต้นไม้เป็นแนวกำบังจากการโจมตีในความคิดของเจ้าสัตว์ประหลาดมีเพียงการตามล่าฆ่าสิ่งมีชีวิตที่พบเห็นเท่านั้นส่วนผู้ที่กำลังถูกไล่ล่าก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างดุเดือดความเร็วและระยะห่างของทั้งสองฝ่ายต่างกันไม่มากนัก


              “ฮึ่ม มันเข้าใกล้มาแล้ว”


              เสียงร้องเตือนของทาดาชิดังขึ้น


              เรย์ไม่ว่างถามพลิกตัวม้วนออกด้านข้างไปก่อนตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็เห็นรยางค์พุ่งเฉียดตัวไป เขานั้นนับว่าตอบสนองฉับไว้ส่วนคนที่หลบไม่ทันล้วนถูกฟาดจนตัวลอยกระเด็น หน้าอกของพวกเขายุบลงดูแล้วไม่น่าจะมีชีวิตรอดไปได้


              พวกเขาล่อมันมาถึงลานจัตุรัสที่มีทางเชื่อมสู่ภายในตัวอาคารขณะกำลังวิ่งหนีเข้าไปด้านใน จู่ ๆ โครงสร้างหลังคาทางเชื่อมยุบตัวลงเมื่อเจ้าสัตว์ประหลาดกระโจนพรวดเดียวขึ้นไปอยู่ด้านบน


              ทันใดนั้นตัวของมันพุ่งเฉียงทะลุหลังคาลงมา


              "เสร็จกัน! —เรย์!"


              เรย์ได้ยินเสียงตะโกนของเคนจิเขาก็หันหลังกลับอย่างรวดเร็วเอี้ยวสุดตัวหลบกรงเล็บที่พุ่งเข้าหาได้อย่างฉิวเฉียด


              ผนังถูกเจาะทะลุ


              "..อึก!"


              'ถ้าโดนการโจมตีเมื่อกี้เข้าไป มีหวังตายสถานเดียวแน่'


              ถึงจะครวญในใจแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมให้เวลาคิด


              เจ้าปีศาจใช้ประโยชน์จากแรงบิดของการหมุนตัวปล่อยแขนอันยืดยาวผิดปกติกวาดในแนวขวางเข้าหาเคนจิซึ่งวิ่งอยู่อีกด้าน


              เห็นความยาวแขนของอีกฝ่ายเรย์ตัดสินใจได้ทันทีว่าต่อให้ถอยก็ถูกตามทันอยู่ดี


              —มีแต่ต้องฟันทิ้่งเท่านั้น!


              เมื่อตัดสินใจมือจึงชักดาบอย่างรวดเร็วรีเฟล็กซ์ของร่างกายก็ตอบสนองทันทีเช่นกัน


              ถึงคมดาบจะพุ่งเข้าตัดแขนที่ยาวอย่างบิดเบี้ยวแต่ปีศาจก็ยังไม่หยุดชะงัก แม้คมดาบจะฝังลงไปบนผิวหนังมือยังยืดตรงมายังร่างของเรย์โดยไม่สนใจและเพียงเสี้ยววินาทีก่อนปลายนิ้วจะทะลวงเข้าบริเวณหน้าอก


              อสูรสี่ขาตัวใหญ่ได้ดีดกระแทกใส่ร่างของปีศาจจนปลิวไปจากตำแหน่งเดิมมัตสึบาระรีบแกะสลักระเบิดมือโยนตามทิศทางที่มันลอยไป


              "ปลอดภัยหรือเปล่าเรย์!?"


              พอเรย์หันไปหาเขาก็พบฮารุโตะสะพายปืนวิ่งตามมาหน้าตาตื่น


              “ฉันไม่เป็นไร… ที่สำคัญ”


              เขากัดฟันกรอด


              อสุรกายตรงหน้ารับแรงระเบิดเข้าไปเต็ม ๆจนมีสภาพผิวหนังภายนอกเละเทะ มันกำลังลุกขึ้นยืนตระหง่านปัดอกและท้องตัวเองซึ่งเป็นแต้มดำ ๆ เพราะสะเก็ดระเบิดมีเหล็กสองสามชิ้นปักทะลุหนังของมัน แต่เมื่อดูจากที่มันเริ่มก้าวมาหาอีกครั้งเขาคิดว่ามันไม่ได้กระเทือนอะไรนัก


              อสุรกายอ้าปากโชว์ฟันแหลมคมยกยิ้มแบบสัตว์นักล่า ร่างกายที่มีบาดแผลเริ่มสมานตัวจนราวกับการต่อสู้ที่ผ่านมาไม่ได้สร้างความเสียหายให้มันมากมายหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเขาคงไม่มีวันเอาชนะได้แน่


              “นี่เป็นเรื่องจริงรึพวกเรากำลังทำอะไรอยู่ แค่ตั้งรับก็เต็มกลืนแล้วแบบนี้จะไปชนะมันได้ยังไง...สถานการณ์เลวร้ายสุด ๆ เลย”


              ฮารุโตะเริ่มท้อถอยเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะฆ่ายังไงก็ไม่ตาย


              “รีบถอยเข้าไปในอาคารวิ่งไป! เร็วเข้า! เร็วเข้า!”


              โทชิโร่ตะโกนสั่งการ


              ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเขาทำได้แค่วิ่งเท่านั้น

     

     



     

              ที่นี่คืออดีตอาคารสำนักงานหนึ่งในหมู่ตึกรามซึ่งรายล้อมรอบชุมชนหลัก ห่างออกมาเล็กน้อยจากโรงแรมซันพลาซ่า


              ทันทีที่เจ้าสัตว์ประหลาดเดินตะแคงก้มตัวเพื่อให้ผ่านช่องประตูเข้ามามันรีบบิดข้อต่อในมุมอันเหลือเชื่อ หลบคมดาบของโทชิโร่ที่หมายสะบั้นศีรษะ เจ้าสัตว์ประหลาดคิดจะโจมตีสวนกลับแต่อีกฝ่ายมุดหลบหลังเสาหายไปจากสายตาเสียแล้ว


              ด้วยความใหญ่เทอะทะกับพื้นที่คับแคบส่งผลให้เจ้าสัตว์ประหลาดจับไม่ได้ไล่ไม่ทันถูกทั้งลูกกระสุนและคมดาบเข้าโจมตีจากทุกมุมอับที่ปรากฏ


              เสียงดาบเฉือนเนื้อกับเสียงกระสุนปืนก้องไปทั่วโถงรับรอง


              พวกเขาซ่อนตัวเพื่อซุ่มโจมตีใช้ยุทธวิธีรบแบบกองโจรอีกครั้งอาศัยความคับแคบของพื้นที่เมื่อเทียบกับขนาดตัวของมันเพื่อชิงความได้เปรียบบีบศัตรูให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก ต่อให้เป็นโทชิโร่ก็ไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันแบบตรงๆ ไหว


              มันกรีดร้องครวญครางทวีความดังเหวี่ยงรยางค์อย่างแรงปักลึกกับผนัง แล้วดึงตัวเองขึ้นไปให้พ้นจากดงกระสุน บริเวณแผ่นหลังมีรยางค์งอกเพิ่มออกมาหลายเส้นบิดงอราวกับแส้ สะบัดฉวัดเฉวียนอย่างบ้าคลั่งฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้าทันทีเมื่อดิ่งลงพื้น


              คนที่ทันระวังตัวแต่ต้นและตอบสนองต่อสิ่งที่รุกเข้ามาในฉับพลันโดยอัตโนมัตินั้นต่างกลิ้งหลบกระจัดกระจายกันออกไปแต่ไม่ใช่กับอีกหลายคน บางส่วนถูกการโจมตีอันรุนแรงฟาดใส่จนแน่นิ่ง


              มัตสึบาระซึ่งแนบตัวอยู่หลังเสาซึ่งใกล้ศัตรูที่สุดไม่ทันได้เห็นภาพรวมทำให้ตอบสนองช้าไปครึ่งก้าว


              เคนจิเห็นท่าไม่ดีรีบยกแผ่นกระดานเหล็กเสริมพลังขึ้นมาบังตัวมัตสึบาระไว้แต่การโจมตีจากรยางค์อันยาวเหยียดของศัตรูที่หวดใส่ ทำให้ทั้งสองกระเด็นลอยจากพื้น


              ขณะร่างทั้งสองกำลังอยู่กลางอากาศโทชิโร่กระโดดมาคว้าทั้งคู่ไว้ได้ทัน


              ฮารุโตะสั่งให้ซีซาร์พุ่งเข้าใส่เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของมัน


              เกิดเป็นภาพสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดทั้งสองพุ่งเข้าใส่กันอย่างดุเดือดหลายยกชั้นหนึ่งของอาคารแห่งนี้ตกอยู่ในสภาพเละเทะราวกับถูกพายุถล่ม ท้ายที่สุดเป็นอสูรสี่ขาที่พ่ายแพ้อย่างหมดรูปเมื่อมันถูกหนวดรยางค์ขึงไว้กลางอากาศพร้อมกับถูกกรงเล็บยาวแหลมจ้วงแทงจนใต้ท้องเป็นรูพรุน


              “—อึ๊ก!”


              ฮารุโตะสัมผัสได้ถึงเสี้ยวความเจ็บปวดของซีซาร์ก่อนที่ร่างมันจะสลายหายไป


              เคนจิสบโอกาสเห็นช่องว่างง้างหมัดอัดแน่นด้วยการเสริมพลัง ชกเข้าใส่กลางหลังเจ้าสัตว์ประหลาดสุดแรง ผิวหนังของมันยุบตัวเข้าไปด้านในตามด้วยเรย์และโทชิโร่ตวัดดาบฟันเข้าที่เส้นรยางค์ของมันทั้งหมดจนขาดออกจากกัน


              ถึงแม้จะบาดเจ็บจนเสียการทรงตัวแต่มันตอบโต้พวกเขาทันทีด้วยการใช้กรงเล็บเหวี่ยงในแนวขวางเรย์ที่กำลังย่ำขาเพื่อพลิกตัวกลับก็จงใจก้มหัวลงต่ำไถลขาให้ลื่นออกด้านข้างแขนรูปร่างประหลาดของมันตวัดวูบผ่านใบหู ห่างจากศีรษะของเรย์ไปไม่ถึงนิ้วแล้วฝังในกำแพงฝั่งตรงข้าม


              เพราะแรงมหาศาลทำให้แขนของมันทะลวงลึก ติดแหง็กอยู่ในคอนกรีตเปิดโอกาสให้ทุกคนวิ่งหนีไปตั้งหลัก ตอนนี้ต้องวิ่ง ห้ามคิดอะไรนอกจากการวิ่งพยายามไม่สนใจเสียงความเคลื่อนไหวเบื้องหลัง ขณะมันพยายามดึงแขนออกมา


              โทชิโร่เข้ามาในส่วนหนึ่งของอาคารซึ่งเป็นทางเดินยาวเขาดันประตูปิดตามหลัง เมื่อทุกคนเข้ามาได้จนครบ หัวใจเต้นตูมตามเหงื่อแตกไปทั่วสรรพางค์กาย แต่พวกเขาจำต้องออกวิ่งอย่างไม่มีเวลาพักหายใจหายคอ


              เบื้องหลังเสียงโลหะถูกขยี้จากอีกฟากของทางเดินยาวดังก้องไปทั่วอาคาร


              เรย์หันไปเห็นเจ้าปีศาจฉีกทะลุสสารที่ประกอบกันขึ้นเป็นประตูท่ามกลางฝุ่นผงคอนกรีตและปูนปลาสเตอร์มันดิ่งทะลุกำแพงฝั่งตรงข้ามลิฟต์เข้ามาเหมือนกับฝันร้าย ร่างสูงใหญ่ยืนเต็มทางเดินมิดชิด


              แต่ละก้าวของมันทรงพลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปรอบ ๆ เสียงกรีดร้องกังวานก้อง


              เขายังสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่มันได้รับบาดแผลฉกรรจ์หรืออวัยวะบางส่วนในร่างเสียหาย ตัวของมันจะช้าลงจนเกือบหยุดนิ่งเพื่อฟื้นฟูตัวเอง


              “คุณโทชิโร่ครับทุกครั้งที่เจ้านั่นฟื้นฟูร่างกาย มวลพลังที่เหมือนเต๋าในตัวของมันมีการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันไม่ใช่ว่ามันสามารถรักษาตัวเองไปได้ตลอดอย่างที่เราเห็น”


              เรย์ใช้เนตรมารวิเคราะห์ประเมินศัตรู


              “ผมคิดว่าเราใช้พลังทำลายที่รุนแรงของที่นี่จัดการมันได้อยู่นะครับ”


              “เข้าใจล่ะแต่ก่อนอื่นเราต้องตรึงมันไว้ที่นี่ให้ได้ก่อนเพื่อเตรียมความพร้อม”


              โทชิโร่เชื่อในการวิเคราะห์ของเด็กหนุ่มจึงคิดแผนการหนึ่งได้ขึ้นมา เขาแจกจ่ายคำสั่งให้ทุกคนทาดาชิพากำลังคนส่วนหนึ่งแยกไป ส่วนโทชิโร่ เรย์ มัตสึบาระ เคนจิ และฮารุโตะเตรียมตัวทำหน้าที่ล่อมันเพื่อซื้อเวลาให้ได้นานที่สุด


              ‘หากปล่อยให้เจ้านี่หลุดไปข้างนอกได้จะต้องมีคนตายเป็นเบือแน่’


              เรย์คิดพลางเฝ้าระวังไปที่ศัตรู


              ซากรยางค์ซึ่งถูกตัดขาดกลิ้งไถลไปกับพื้นพร้อมกันนั้นยังมีรยางค์อีกหลายเส้นพุ่งเข้ามาตรงหน้าโทชิโร่และเรย์กระโจนถอยพลางฟันปัดป้อง


              สุดปลายบันไดทางขึ้น มัตสึบาระและทาดาชิซึ่งอาศัยตำแหน่งจากที่สูงกดปืนลงต่ำ ระดมยิงสนับสนุนชะลอการเคลื่อนไหวของมัน เสียงปืนดังเป็นตับกึกก้องกลางโถงรับรอง


              “ระวัง! ระเบิดมือ”


              ฮารุโตะกับเคนจิร้องเตือนเขวี้ยงระเบิดมือตามไปอีกสามถึงสี่ลูก


              บรึ้ม—!


              ปีศาจเสียหลักถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นไถลไปตามพื้นเปลวเพลิงและควันดำที่เกิดขึ้นช่วยอำพรางร่างของมันจากสายตาศัตรูอย่างน่าขัน ส่วนที่ถูกฉีกขาดจากเปลวเพลิงเริ่มฟื้นฟูแฝงตัวไปกับฝุ่นหินที่คลุ้งตลบ


              ควันดำแผ่กระจายปกคลุมสมรภูมิกลางโถงอาคารลอยคลุ้งอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง มากพอให้เรย์กับโทชิโร่ตามขึ้นไปสมทบที่ชั้นสอง


              สายลมพัดม้วนเป็นวงแล้วพากันกระจัดกระจายเมื่อเจ้าสัตว์ประหลาดถีบผนังและเสาอาคารซ้ายขวาสลับกันพุ่งแหวกม่านอากาศพรวดเดียวขึ้นมาดักหน้ายังชั้นสองกรงเล็บของมันตวัดเฉียดเส้นผมของเรย์ที่กำลังหันหลังวิ่งไปไม่กี่มิล


              ตัวมันพุ่งเลยทะลุผ่านเสาอาคารต้นหนึ่งจนขาดแหว่งวิ่นล้มกลิ้งใส่ข้าวของจนอุปกรณ์ไฟฟ้าของอาคารล้มพังระเนระนาด


              “ดูท่าเราจะไปทำให้มันยัวะเข้าให้แล้วล่ะ”


              เคนจิยังมีเวลาเอ่ยติดตลกท่ามกลางความตึงเครียดก่อนหันหลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเหมือนคนอื่น ๆ


     

              ในตอนที่ฝ่าฟันวิ่งวนล่อมันผ่านทางคดเคี้ยวคับแคบมาถึงโถงกลางของชั้นสามร่างกายเริ่มรู้สึกอ่อนล้าเหมือนวิ่งหนีมาตลอดหนึ่งวันเต็ม ลมหายใจของพวกเขาหอบถี่ขึ้นอย่างรวดเร็วเหงื่อไหลโทรมกายผ่านเสื้อจนเห็นได้ชัด


              จากปากทางเข้าโถงสมาชิกในทีมที่แยกตัวไปก่อนหน้าต่างยืนกระจายตำแหน่งกันรอบ ๆ สัตว์ประหลาดสีขาววิ่งตะบึงตามกลุ่มของเรย์มาอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลาง


              —ติดกับแล้ว


              แท่งฉมวกถูกยิงเข้าใส่สัตว์ประหลาดจากทุกทิศทางตรึงมันไว้ตรงกลาง มันพยายามมดิ้นรนใช้รยางค์ส่วนที่เหลือเกี่ยวสายฉมวกดึงเข้าหาตัว


              “ออกแรงดึงไว้อย่าปล่อยให้มันขยับได้!”


              “ไอ้เวรนี่แรงเยอะชิบฉันจะเอาไม่อยู่แล้ว”


              เรย์และโทชิโร่ไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นพวกเขาขยับตัวพุ่งขึ้นหน้าอย่างไม่ลังเลประสานงานตัดรยางค์ที่สะบัดไปมาของมันทั้งหมดจนขาดสะบั้น


              หากปักหลักสู้ต่อ นอกจากจะไม่เป็นการสนับสนุนแล้วคงเกะกะเสียมากกว่าพวกเขาจึงรีบถอยฉากหลบออกมานอกระยะทันทีหลังลงมือเสร็จ


              เมื่อตอบโต้ไม่ได้ หลบหลีกก็ไม่ได้มันจึงกลายเป็นเป้านิ่งไร้ทางขัดขืน


              “ตอนนี้ล่ะลงมือเลย!”


              ห่ากระสุนพรมเข้าใส่มันระเบิดต่อเนื่องกันเป็นตับเสียงปืนดังระงมแทบจะยิงรัวไม่เว้นพักซึ่งครั้งนี้มันไม่สามารถป้องกันตัวเองหรือหลบไปฟื้นตัวได้


              ผิวหนังถูกกระสุนทะลวงผ่านรอยแตกบนผิวที่ฉีกขาดขยายกว้างขึ้นแม็กกาซีน บรรจุกระสุน แทบจะว่างเปล่าภายในไม่กี่วินาที เสียงกรีดร้องคร่ำครวญฟังไม่ได้ศัพท์สั่นสะเทือนบริเวณโดยรอบ


              ยี่สิบวินาทีอันยาวนานราวชั่วนิรันดร์ผ่านพ้นไปเมื่อกระสุนสำรองถูกใช้จนเกลี้ยง


              สัตว์ประหลาดในสภาพผิวหนังเละเทะยับเยินโซเซพยุงตัวขึ้นมันไม่อาจเคลื่อนไหวได้ทันที แต่ยังไม่สิ้นสภาพโดยสมบูรณ์ ร่างกายค่อย ๆฟื้นฟูกลับมาสมานอีกครั้งทว่าความเร็วในการรักษาบาดแผลหนนี้อ่อนด้อยลงกว่าครั้งแรกเริ่มอย่างเห็นได้ชัด


              มันคำรามหวีดร้องเสียงแหลมออกมาด้วยความโกรธาสายตาสอดส่องมองหาศัตรูทั่วบริเวณ ทว่าไร้ซึ่งสัญญาณสิ่งมีชีวิตใด ๆ ในพื้นที่โดยรอบ


     

              แผนของพวกเขาคือการถล่มมันด้วยทุกอย่างที่มีเพื่อเร่งให้เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นเกิดกระบวนการฟื้นฟู จนร่างกายชะลอการเคลื่อนไหวตรึงร่างของมันไว้ยังใจกลางของตึกให้ได้นานที่สุด


              โทชิโร่วิ่งปิดท้ายทุกคนออกมาจากอาคารแล้วรีบกระโดดเข้าที่กำบังเขาส่งสัญญาณให้กับทีมซึ่งสแตนด์บายอยู่ด้านนอกเริ่มลงมือ


              ชนวนระเบิดถูกจุดในห้องโถงกลางระเบิดในจุดอื่น ๆ ก็จะทำงาน และต่อให้มีระเบิดหนึ่งตัวจากทั้งหมดที่ใช้การได้ระเบิดแค่ลูกเดียวนั้นก็เพียงพอที่จะให้ระเบิดลูกอื่น ๆซึ่งฝั่งอยู่ในกำแพงทำงานตามไป


              โทชิโร่สร้างกับดักดงระเบิดแรงดันสูงขึ้นที่นี่เพื่อกำจัดอะไรก็ตามที่วิธีธรรมดาใช้ไม่ได้ผล เขาจึงขนานนามให้กับมันว่าโซนแดง


              ซึ่งสุดท้ายที่แห่งนี้ก็ได้ทำตามเป้าประสงค์ของมันในที่สุด


              ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!


              แสงสว่างวาบความร้อนมหาศาลจากจุดศูนย์กลางแผดเผาทุกโมเลกุลอากาศจนลุกเป็นไฟทั้งอาคารกลายเป็นขุมนรก ความร้อนปะทุกระจกทุกบานออกมาเศษชิ้นส่วนความร้อนสูงกระเด็นว่อน กระแสอากาศรอบตัวสูงหอบเอาเศษซากมอดไหม้ให้ลอยคลุ้งท้องฟ้าสว่างวาบเห็นได้ไกลเป็นกิโล คลื่นกระแทกรุนแรงแผ่ตัวรอบพื้นที่อาคาร


              ล่าสัตว์ใหญ่


              คงไม่มีนิยามไหนจะเหมาะกับสถานการณ์นี้มากเท่านี้


              รวบรวมภูมิปัญญาและอาวุธเพื่อล่าสัตว์ป่าที่อันตรายแข็งแกร่ง และดุร้าย สัตว์ที่แข็งแรงกว่ามนุษย์หลายขุม นี่คือการต่อสู้แบบนั้น

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน