นึกแล้วนี่เป็นข้อเสนอที่ผมคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
“ระดับคุณคิมดกจา ผมสามารถหาตำแหน่งสูง ๆ ในกลุ่มให้ได้ มาช่วยนำพากลุ่มนี้ไปด้วยกันเถอะครับ”
“ทำไมถึงต้องเป็นผม”
“ก็น่าจะทราบเหตุผลดีอยู่แล้วนี่ครับ”
ชอนอินโฮพูดพลางเหลือบมองแก๊งชอลดูที่มีแต่บาดแผลเต็มตัว
“คุณคิมดกจาเป็นฮีโร่ที่ช่วยเหลือคนอื่น ๆ จากสัตว์ประหลาดฮีโร่ก็ย่อมต้องมีตำแหน่งที่เหมาะสมสิครับ”
ช่างเป็นแนวความคิดที่น่าสนใจจริงๆ พวกนี้คิดจะใช้ผมแบบนี้สินะ
“ถ้าปฏิเสธล่ะครับ”
“ปฏิเสธ? น่าสนใจดีนะครับ ผมไม่ได้คิดถึงกรณีนั้นเลย”
ชอนอินโฮพ่นควันบุหรี่มาทางผมเขาหัวเราะ
“คุณดกจา นี่ไม่ใช่คำขอร้องนะครับ คุณมีหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่เห็นกลุ่มคนที่น่าสงสารตรงนั้นหรือ”
ผู้คนกำลังมองมาทางนี้ด้วยใบหน้าสกปรกมอมแมมเด็กน้อยที่ร้องไห้ด้วยความหิวโหย คนแก่ที่เหนื่อยล้า
“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกผมก็แค่ขอความร่วมมือเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตรอดด้วยกันคุณดกจามีกำลังมากพอที่จะช่วยไม่ใช่หรือครับ”
“ต้องการอะไรกันแน่ครับ”
“พวกเราต้องการนักล่า”
นักล่า?
“จนถึงเมื่อหลายวันก่อนยังมีคนที่คอยช่วยรับหน้าที่นั้นอยู่ครับเขาออกหาอาหารเพียงลำพัง ทั้งยังบอกวิธีการออกล่าไปทางฝั่งสถานียักซูด้วยหรือจะพูดให้ถูกก็คือพวกเราได้แค่มองดูอยู่เฉย ๆ”
ไม่ต้องถามก็รู้เขากำลังพูดถึงยูจุงฮยอก
“แต่จู่ ๆ ชายคนนั้นก็จากไปคืนเมื่อวานครับ”
“เพราะอย่างนั้นเลยต้องการคนมาแทนที่?”
“ทำให้คุณชอลซูมีสภาพแบบนี้ได้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วครับว่ามีความสามารถมากพอ”
คำพูดนั้นทำให้อีฮยอนซองกับจองฮีวอนเบิกตากว้างพวกเขาคงจะสังเกตเห็นแล้วว่าสถานการณ์ตอนนี้คืออะไร
“มันไม่มีอะไรเสียหายต่อคุณคิมดกจาเลยครับคุณเป็นฮีโร่ของทุกคนแค่มาเป็นผู้นำกลุ่มนี้ร่วมกับพวกเราก็พอทุกคนจะต้องชอบคุณแน่ อีกอย่าง...”
“ขอโทษด้วย แต่ผมไม่ได้มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชีวิตใครครับและไม่คิดที่จะร่วมกับกลุ่มของพวกคุณด้วย”
“หืม อย่างนั้นหรือครับ”
“ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการบริหารจัดการกลุ่มของคุณก็ไม่เหมาะกับผมครับ”
ผมมองไปที่สมาชิกแก๊งชอลดูที่ดูจะมีพละกำลังเหลือล้นกับพวกสมาชิกกลุ่มปลายแถวที่มีสีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะจองฮีวอนเธอกำลังจ้องชอนอินโฮราวกับได้เห็นศัตรูตั้งแต่ชาติปางก่อน
“งั้นหรือครับ ช่วยไม่ได้แต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็มาพบผมได้ทุกเมื่อนะครับ”
“จะไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกครับ”
“ฮ่า ๆ รอดูเดี๋ยวก็รู้ครับ”
ใช้เวลาไม่นานก็ได้รู้ว่าที่ชอนอินโฮพูดหมายความว่าอะไร
พอพวกแก๊งชอลดูถอยห่างออกไปกลุ่มที่เฝ้ารออยู่มุมหนึ่งก็พากันกรูเข้ามา พวกเขาเป็นคนจากกลุ่มปลายแถว จู่ ๆก็เข้ามาเกาะติดผม ขึ้นเสียงสูงโวยวายกันใหญ่
“นี่คุณ ข่าวลือเป็นเรื่องจริงหรือคะ”
“จริงหรือครับที่คุณผูกขาดอาหารเอาไว้คนเดียว”
“ทั้ง ๆ ที่แบ่งให้กับทุกคนได้ กลับคิดจะฮุบเก็บไว้กินคนเดียว?”
“ไหนว่าช่วยกันหามาไง! มีสิทธิ์อะไรเอาไปถือครองไว้กับตัว!”
“เอาอาหารไปให้คุณอินโฮซะ! แบบนั้นจะได้แบ่งกันอย่างยุติธรรม!”
เข้าใจแล้วว่าเรื่องราวกำลังดำเนินไปในทิศทางไหนชอนอินโฮยืนยิ้มอยู่ข้างหลังคนกลุ่มนี้ ริมฝีปากของเขาขยับพูดกับผม
‘เลือกสิครับ’
จะแบ่งปันอาหารแล้วกลายเป็นฮีโร่หรือจะผูกขาดอาหารไว้คนเดียวแล้วรับบทตัวร้าย
ถ้าเลือกที่จะเป็นฮีโร่ผมก็จะถูกปั่นหัวตามแผนการของชอนอินโฮ ต้องแบ่งปันอาหารแล้วยังต้องออกไปล่าหาอาหารพร้อมกับสมาชิกกลุ่มโดยที่อาจจะถูกลอบแทงข้างหลังได้ทุกเมื่อ
ในทางกลับกันถ้าผูกขาดอาหารเอาไว้คนเดียวผมก็จะเหลือตัวคนเดียวและถูกกีดกันออกจากกลุ่มในพริบตา
[กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งตาเป็นประกาย]
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ พ่นลมหายใจดังพรืด]
พอเห็นคนอื่นๆ เริ่มร้อนเป็นไฟจนได้ที่ ชอนอินโฮก็ก้าวออกมาข้างหน้า
“โว้ ๆ ทุกคนครับ ใจเย็นกันก่อน ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรกันผิดแล้วละครับคุณคิมดกจาไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก”
เหอะคราวนี้ถึงกับแสร้งเสนอตัวช่วยผม?
“คุณคิมดกจาตัดสินใจร่วมมือกับพวกเราแล้วครับอาหารที่นำมาวันนี้ก็จะให้กลุ่มผู้นำเป็นคนแจกจ่ายอย่างเป็นธรรมและยังสัญญาด้วยว่าต่อไปจะทำงานเพื่อทุก ๆ คน...”
หมอนี่พูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมากว่าผมจะต้องเลือกฝ่ายเขาผมทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว
“หยุด”
ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งถ้าเป็นยูจุงฮยอก หมอนั่นจะทำยังไง...อา จริงสิหมอนั่นไม่อยู่ที่นี่ในตอนนี้นั่นคงจะเป็นคำตอบของเขาสินะ
แต่ผมไม่ใช่ยูจุงฮยอก
“แน่นอน ผมจะแบ่งปันอาหารครับ”
มุมปากของชอนอินโฮกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของผมแต่เวลาคนอื่นพูดเขาควรฟังให้จบก่อนนะ
“แต่ไม่ฟรีนะครับ”
ผมอาจจะไม่ได้ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วเดินหน้าต่อไปเหมือนยูจุงฮยอกแต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะยอมแบกรับหน้าที่ทั้งหมด
แบ่งปันอาหารแต่ไม่ได้มอบให้ฟรี ๆ ทุกคนดูจะสับสนราวกับไม่เข้าใจว่าผมกำลังพูดอะไร
“พูดอะไรกันน่ะ ไม่ฟรีงั้นเหรอ...”
“จะอธิบายให้ฟังง่าย ๆ ก็แล้วกันครับผมไม่ได้คิดจะผูกขาดอาหารเอาไว้คนเดียวแต่จะไม่นำอาหารพวกนี้ให้กลุ่มคุณชอนอินโฮแจกจ่ายเช่นกันผมไม่ใช่องค์กรการกุศลเสียหน่อย และไม่เชื่อใจพวกเขาด้วยครับ”
ผมแสยะยิ้มมองตรงไปทางชอนอินโฮ
“ผมอยากทำการค้ากับพวกคุณครับเพราะฉะนั้นผมจะขายอาหารให้พวกคุณในราคาที่เหมาะสม”
“ขะ...ขาย?”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน...!”
“ระ...ราคาเท่าไหร่คะ”
มองไปเห็นสีหน้าบึ้งตึงของชอนอินโฮอยู่ไกลๆ ผมส่งยิ้มให้เขา ขณะเดียวกันก็พูดต่อ
“ไม่รับเงินวอนครับ ผมจะรับเป็นเหรียญเท่านั้น”
ไม่นานหลังจากนั้นรอบ ๆ ก็เหลือแค่ผมกับพวกคนจากกลุ่มปลายแถว
“คะ...คุณดกจา ตัดสินใจแบบนี้จะไม่เป็นอะไรเหรอครับ”
“เหอะ ในโลกนี้มีของฟรีที่ไหน คุณดกจาทำดีแล้วละค่ะ ฉันสบายใจขึ้นเยอะเลย”
จองฮีวอนไม่เห็นด้วยกับความกังวลของอีฮยอนซอง
หลังจากที่ผม ‘ประกาศทำการค้า’ คนมากมายก็หันหลังให้บางทีพวกเขาคงจะผิดหวังกันอย่างหนัก
“ฉันเห็นด้วยกับคุณฮีวอนนะคะ คนพวกนี้เชื่อฟังพวก ‘กลุ่มผู้นำ’ มากเกินไปแล้ว”
“ใช่ ไอ้เวรพวกนั้น...ตอนนี้สถานีกึมโฮอยู่ในกำมือของพวกมันค่ะมันทำเหมือนกับคนอื่น ๆ เป็นสัตว์ต้องคอยรับอาหารมากินตามแต่พวกมันจะให้บางครั้งก็โดนลากออกไปอยู่หน่วยลาดตระเวนเหมือนลากไปโรงเชือดเหมือนอย่างที่ฉันเองก็โดนเมื่อเช้า”
จองฮีวอนตัวสั่นเทา
ใช่แล้วอันที่จริงคนที่ผูกขาดอาหารตัวจริงมาโดยตลอดไม่ใช่ผม แต่เป็น‘กลุ่มผู้นำ’
พวกนั้นผูกขาดอาหารทั้งหมดเอาไว้โดยอ้างว่า ‘จะแจกจ่ายอย่างยุติธรรม’ใช้อาหารเหล่านั้นเลี้ยงให้คนพวกนี้เชื่อง
มนุษย์จะอ่อนแอที่สุดเวลาที่เชื่อว่าจะมีคนคอยปกป้องตัวเองอำนาจที่สร้างขึ้นมาเองฝ่ายเดียว ผู้คนเริ่มหันไปพึ่งพาและยึดติดกับพวกกลุ่มผู้นำโดยไม่รู้ตัว
“ผมเองก็เห็นด้วยครับเพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าการประกาศของคุณดกจาวันนี้จะต้องมีความหมายแน่ทุกคนต้องมีความตั้งใจที่จะทำอะไรด้วยตัวเองกันบ้าง เพียงแต่ว่า...”
คำพูดของอีฮยอนซองทำให้ทุกคนหันไปมองอาหาร
“ขายไม่ออกเลยสักอย่าง ชิ้นละห้าสิบเหรียญ ไม่ตั้งราคาแพงเกินไปหน่อยเหรอครับขายแค่สิบเหรียญเหมือนอย่างที่ขายให้พวกเราเป็นยังไงครับ...”
ไม่แปลกที่จะคิดแบบนั้นเพราะคนอื่น ๆเอาแต่เหลือบมองพวกกลุ่มผู้นำแต่ไม่มีใครมีทีท่าว่าจะเดินมาทางนี้เลยสักคนคนพวกนี้ยังต้องการเวลามากกว่านี้
ผมตอบกลับไปอย่างใจเย็น
“รออีกหน่อยเถอะครับ”
ในที่สุดยามค่ำคืนก็มาเยือนได้ยินเสียงฝีเท้าของสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ จากพื้นด้านบนผู้คนที่กำลังฝันร้ายนอนละเมอด้วยความหวาดกลัว อีกิลยองกับยูซังอาหลับไปก่อนแล้วส่วนจองฮีวอนกำลังนั่งสัปหงก
“คุณดกจาก็หลับสักหน่อยเถอะครับ ผมจะอยู่เฝ้ากะกลางคืนให้เอง”
“ไม่ครับ ไม่เป็นไร คุณอีฮยอนซองนอนก่อนเลยครับ”
“แต่คงจะเหนื่อยน่าดูนะครับ”
“มีเรื่องต้องทำน่ะครับ”
“เรื่องต้องทำเหรอครับ”
ผมชี้ไปทางด้านหลังของอีฮยอนซองน่าตกใจ มีเงาของมนุษย์ทอดยาววูบไหวอยู่ตรงนั้น และไม่ใช่แค่คนสองคน
“เอ่อ...ยังขายอาหารอยู่หรือเปล่าครับ”
ในที่สุดผู้คนก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว