อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 178 การทดสอบรอบสุดท้าย

    บทที่ 178 การทดสอบรอบสุดท้าย


                


    เซิ่นหนิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะถูกพูดจาแบบนี้ใส่ นับเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่ถูกมองด้วยท่าทางแบบนั้น เพราะเธอเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ในการเป็นเกษตรกร ในตระกูลของเธอแล้ว...ขนาดผู้นำตระกูลก็ยังต้องให้เกียรติเธอสองส่วนด้วยซ้ำ เธอไม่ได้คิดว่านักล่าสารเลวตรงหน้าจะกล้าพูดจาดูถูกเธอ กล่าวหาว่าเธอพูดจาไร้สาระต่อหน้าแบบนี้!




    “ช่างพูดจริงๆเลยนะ ดี! ในเมื่อเธออยากจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น ฉันเองก็จะตั้งใจทำให้เต็มที่เช่นกัน หากใครผ่านการทดสอบไปได้ เช่นนั้นก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะ แล้วอีกคนก็ต้องขอโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้!”


                


    เซิ่นหนิงกัดฟันกรอด เธอจะไม่พูดจาไร้สาระอะไรอีก เพียงพิสูจน์ให้เห็นถึงความต่างชั้นกันไปเลย ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ซูหยวนต้องการพอดี


                


    เธอไม่ใช่พวกชอบเจรจา ถกเถียงกันไปมาเป็นแค่เรื่องไร้สาระเท่านั้น แม้ว่าเธอเองก็จะมีพรสวรรค์ในการกระตุ้นความโกรธของผู้คน แต่ซูหยวนก็ไม่คิดจะใช้มันพร่ำเพรื่อ


                


    หลังจากที่ตกลงกันได้ เรื่องนี้กลายเป็นที่น่าสนใจของผู้คนมากขึ้น หลายคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทดสอบ เมื่อได้ยินข่าวก็ยังมาที่องค์กรเพื่อดูการทดสอบรอบสุดท้ายนี้เลย


                


    ผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบนาที นักเรียนทั้งหมดที่ผ่านการทดสอบรอบที่สองก็ไปรวมกันยังสถานที่สอบรอบสุดท้ายแล้ว สถานที่ให้สอบรอบสุดท้ายนี้เป็นสถานที่เปิด ผู้คนมากมายสามารถเข้ามาดูการทดสอบได้ แค่มีกฎว่าห้ามช่วยเหลือผู้เข้าทดสอบก็เท่านั้น หากจับได้ก็จะถูกตัดสิทธิ์การเป็นเกษตรกรไปถาวร ด้วยโทษที่รุนแรงขนาดนี้ ย่อมไม่มีคนคิดจะโกง




    “นั่นก็คือเซิ่นหนิงใช่ไหม ที่บอกว่ามีการท้าทายกันในรอบนี้น่ะ เห็นว่าไม่ค่อยถูกกันกับพนักงานในองค์กรของเราด้วยใช่ไหม”




    “อ๋า พวกเธอมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องคุณชายโอวหยางเซินน่ะ เพราะทั้งคู่มีใจให้คุณชายโอวหยางก็เลยเกิดเรื่องขึ้น แต่ที่จริงก็เรื่องแค่นี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรอื่น”




    “อืม เส้นทางการเป็นเกษตรกรสำคัญยิ่งกว่าเรื่องคู่ชีวิต เมื่อพวกเธอเติบโตขึ้นก็จะเข้าใจเอง”




    “ใช่ๆ เรื่องนั้นไม่ต้องสนใจหรอก แต่ที่สำคัญ...ไม่ใช่ว่าคุณหนูเซิ่นคนนี้สอบผ่านรอบที่แล้วไม่ใช่หรอ? รอบนี้ก็ไม่ได้สมัครเข้าทดสอบ แล้วทำไมถึงมาสอบรอบที่สามได้ล่ะ”




    “ชู่ว...อย่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาสิ ทุกคนก็คิดอยู่ในใจแต่ไม่กล้าพูดกันทั้งนั้น แม้ว่าในกฎแล้วจะไม่มีระบุว่าสอบผ่านรอบไหนก็ต้องเข้าทดสอบรอบที่สาม แต่ปกติทุกคนก็ทำแบบนี้ ไม่อย่างนั้น...พอผ่านรอบหนึ่งก็เตรียมตัวรอบหนึ่ง แล้วก็กลับไปเตรียมอีกรอบหนึ่งก็ได้แล้วสิ ไม่ต่างอะไรกับการโกง...”




    “แกนั่นแหละที่ไม่ต้องพูดน่ะ พูดขนาดนี้เดี๋ยวก็ถูกตระกูลเซิ่นจัดการหรอก” เสียงกระซิบกระซาบของผู้ชมมีทั้งเข้าข้างเซิ่นหนิงและหลายคนที่รู้สึกว่าการทดสอบนี้ไม่ยุติธรรม ถึงอย่างนั้น...ในฐานะที่เธอเป็นคุณหนูตระกูลเซิ่น ต่อให้คิดในแง่ร้ายขนาดไหนก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เรื่องช่องโหว่เล็กๆน้อยๆนี้มีแต่ต้องมองผ่านไปเท่านั้น


                


    แล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจจริงๆ เซิ่นหนิงเข้าร่วมการทดสอบรอบที่แล้ว ก็ศึกษาข้อมูลภาคทฤษฎีมาอย่างเต็มที่ เธอรู้ว่าตัวเองอาจจะสอบไม่ผ่านภาคปฏิบัติ ยิ่งรู้ว่าการทดสอบภาคปฏิบัติรอบที่แล้วค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงวางแผนให้คนในตระกูลยื่นเรื่องขอให้เธอเข้าร่วมการทดสอบในภายหลัง เพราะว่าที่ตระกูลเกิดปัญหา


                


    แม้ว่าองค์กรจะไม่ยินดี แต่พวกเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ มันถือเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆและยังเป็นช่องโหว่ที่ไม่มีระบุในกฎการทดสอบตั้งแต่แรกด้วย


                


    เมื่อกลับไป เซิ่นหนิงก็ใช้เวลาเพื่อฝึกฝนภาคทฤษฎีจนมั่นใจ เธอจึงได้กลับมาอีกครั้ง ถึงจะไม่รู้ว่าการทดสอบรอบที่สามนี้เป็นการทดสอบเกี่ยวกับอะไร ถึงอย่างนั้นเธอก็เลื่อนไปอีกครั้งไม่ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นคงจะน่าเกลียดเกินไปแล้ว...




    “ตอนนี้ก็คือการทดสอบรอบสุดท้ายของการทดสอบเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้น ขอให้ทุกคนตั้งใจฟังโจทย์และพยายามทำให้เต็มที่ เพื่อที่จะได้ไม่เสียใจในภายหลัง แม้ทั้งสามคนผ่านการทดสอบรอบที่สองมาได้อย่างยากเย็นแล้ว หากไม่ผ่านรอบปฏิบัติก็จะถือว่าไม่ผ่านอยู่ดี การสอบที่ผ่านมาก็จะเป็นการสูญเปล่าเท่านั้น”


                


    กรรมการควบคุมการทดสอบรอบสุดท้ายกล่าวขึ้น ท่าทางของเขาจริงจังขึงขังยิ่งกว่าคณะกรรมการทดสอบรอบที่สองเสียอีก หนึ่งเป็นเพราะพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับการใส่ความคณะกรรมการในรอบที่สองแล้ว ถึงอีกฝ่ายจะเป็นคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ แต่การที่กล้ามาหมิ่นเกียรติพนักงานในองค์กรของพวกเขา ก็เท่ากับหมิ่นเกียรติของพวกเขาไปด้วย


                


    สองก็คือ...ได้ยินว่ามีการท้าทายเกิดขึ้นระหว่างผู้เข้าแข่งขันด้วยกันเอง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าพวกเขาลำเอียง จำเป็นต้องเข้มงวดกับทุกคนไม่มีข้อยกเว้น!




    “เมื่อผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งสามคนประจำที่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ขอบอกโจทย์แรกของการทดสอบก่อนเลยก็แล้วกัน” เขาพูดก่อนจะส่งสัญญาณให้ฉายโจทย์ขึ้นบนหน้าจอ




    “โจทย์ข้อแรก อ้างอิงมาจากการทดสอบรอบที่สอง ขอให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบทุกคนเดินไปยังกองเมล็ดพันธุ์พืชที่อยู่ด้านหน้า คัดแยกเมล็ดพันธุ์ต้นรากสาคูแดง ต้นหม่อนแดงจักร ต้นหนอนแดง ต้นหางกระดิ่งแดง และต้นริ้วแดง ออกมาจากกองเมล็ดพันธุ์ทั้งหมด ซึ่งโจทย์นี้จะเป็นการวัดความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชที่คล้ายกันทั้งห้าชนิด”


                


    เมื่อได้ยินโจทย์ เสียงสูดลมหายใจของผู้ชมก็ดังขึ้น ขนาดคนที่ผ่านการทดสอบเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้นในครั้งก่อนๆก็ยังถอยหายใจเฮือกใหญ่


                


    หากพวกเขาโชคร้ายมาเจอการทดสอบเช่นนี้ในรอบที่สาม คาดว่าน่าจะไม่สามารถสอบผ่านได้เหมือนกัน!


                


    ปกติเมล็ดพันธุ์ของพืชก็ไม่ได้แยกออกจากกันได้ง่ายๆอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ของพืชที่เหมือนกันขนาดนี้ ยิ่งแยกได้ยากนัก ลักษณะภายนอกของพวกมันแทบจะเหมือนกันทุกประการ หากไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียดจริงๆย่อมแยกได้ยากมาก


                


    เซิ่นหนิงเองก็กดดันไม่ต่างกัน ถึงเธอจะพอแยกได้จากการดมกลิ่น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพ หากแยกสัก 10 เมล็ดพันธุ์ ก็มีความเสี่ยงที่หนึ่งเมล็ดอาจจะผิดพลาดและปะปนกันมา


                


    หญิงสาวขยับไปข้างหน้าเพื่อเลือกเมล็ดพันธุ์จากในกอง ทว่าเมื่อได้เห็นกองเมล็ดพันธุ์จำนวนมากแล้ว ปัญหากลับไม่ใช่แค่ต้องหาพวกมันให้เจอเท่านั้น แต่ในกองนี้....มองดูคร่าวๆ น่าจะมีเมล็ดพันธุ์ของต้นรากสาคูแดงเกือบยี่สิบเมล็ด ต้นหม่อนแดงจักร ต้นหนอนแดง ต้นหางกระดิ่งแดง และต้นริ้วแดง อีกหลายสิบเมล็ด หรือก็คือ...โจทย์ไม่ได้บอกให้พวกเธอเลือกเมล็ดพันธุ์มาให้ถูกต้อง แต่มันคือการ “คัดแยก” ทั้งหมดต่างหาก!!


                


    ดูเหมือนผู้ชมก็เพิ่งจะสังเกตเห็นเช่นกัน พวกเขานึกว่าเมล็ดพันธุ์พวกนี้มีอย่างละ 1 เมล็ด จากนั้นก็ให้คัดเลือกออกมาวางให้ถูกต้อง ไม่ได้คิดเลยว่าเมล็ดพวกนี้ แท้จริงแล้วมีมากกว่าสิบเมล็ด




    “โจทย์การทดสอบนี้ยากเกินไปแล้ว แถมยังเป็นการทดสอบหัวข้อแรกอีกด้วย ถ้าไม่ผ่านรอบนี้ก็คือไม่ผ่านไปเลย นี่เป็นการทดสอบที่ใช้สำหรับการเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้นแน่หรือ?”




    “นั่นน่ะสิ การทดสอบที่ยากขนาดนี้ ต่อให้เป็นเกษตรกรที่แท้จริงก็ยังยากเลย!”




    “โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ฉันก็คือคนที่เป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้น แต่ถ้าให้ฉันเข้าร่วมการทดสอบรอบนี้ อีกร้อยปีก็ไม่แน่ว่าจะสอบผ่าน” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งสามยิ่งเกร็งมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก


                


    ซูหยวนสูดลมหายใจ พยายามคิดเกี่ยวกับรายละเอียของพืชทั้ง 5 ชนิดนี้ เพราะเธอไม่ได้ตั้งใจศึกษาพวกมันมาอย่างละเอียด และต้องอ่านให้ครอบคลุมทั้งหมด จึงไม่สามารถที่จะทำพวกมันได้อย่างง่ายดาย


                


    หญิงสาวคิดหาทางออก เหลือบมองทางเซิ่นหนิงและซุนเจ๋อที่กำลังเครียดเหมือนกัน แม้ว่าเซิ่นหนิงจะสามารถเลือกเมล็ดพันธุ์ที่มั่นใจออกมาได้ 2-3 เมล็ดพันธุ์แล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกกองใหญ่ ดังนั้นซูหยวนมั่นใจว่าถ้าเป็นแบบนี้...คงจะไม่มีคนผ่านการทดสอบเลย


                


    อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้กังวลว่าตัวเองจะสอบไม่ผ่าน เพราะซูหยวนมีสูตรโกงที่จะจัดการกับปัญหานี้อยู่ แต่...ปัญหาก็คือ เธอจำเป็นต้องมอบคำอธิบายที่เหมาะสมต่างหาก




    “จี๊ด! เมล็ดพันธุ์พวกนี้แปลกมากจริงๆ แต่ก็มีกลิ่นหอมมาก” ซูหยวนลองโยนเข้าไปในคลังของฟาร์ม เธอพบว่ามันสามารถระบุได้ว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ของต้นอะไร แต่...ถ้ากรรมการสอบถามว่าเธอแยกได้อย่างไร นั่นต่างหากที่จะเป็นปัญหา




    ในขณะที่ซูหยวนกำลังคิดไม่ตก เจ้าราชาหนูขาวราวกับเข้าใจความกังวลของคนเป็นนาย มันรีบไปที่คลังก่อนจะตรวจสอบเมล็ดพันธุ์พวกนี้ จากนั้นก็ส่งเสียงออกมา




    “จี๊ด!! เจ้านี่ก็คือต้นรากสาคูแดงหรือ? น้ำหนักเมล็ดของพวกมันเบากว่าเมล็ดพันธุ์อื่นๆ ลองแช่น้ำก็จะเห็นว่ามันลอยอยู่เหนือน้ำล่ะ ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่ชื่อต้นหม่อนแดงจักรนี้ มีกลิ่นหอมเกินไปจนแสบจมูกจริงๆ แยกออกไม่ยากเลย”




    “เมล็ดของต้นหนอนแดง รูปร่างของมันประหลาดกว่าเมล็ดพันธุ์อื่นๆอยู่แล้ว ถึงมองรวมๆแล้วจะพบว่าคล้ายกัน แต่ความจริงกลับมีเส้นขีดๆเหมือนกับข้อปล้องของพวกหนอน”




    “ต้นหางกระดิ่งแดงนี้สีเข้มกว่า ถ้ามองดีๆก็จะเห็นถึงความแตกต่างได้แล้ว สุดท้ายเป็นเมล็ดพันธุ์ของต้นริ้วแดงอันนี้ไม่ได้ยากเลย แค่มองดูก็จะเห็นความพิเศษของต้นริ้วแดง แต่ถ้าไม่สังเกตให้ดีก็ยากที่จะมองออก” เจ้าราชาหนูขาวลายทองช่วยเหลือซูหยวนเต็มที่ เพราะตัวมันเล็กกว่าเธอ และวิสัยของหนูที่ปกติจะกินเมล็ดพันธุ์พวกนี้เป็นอาหารอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงมีความสามารถนี้


                


    โชคดีที่ราชาหนูขาวลายทองมองเห็นสีเหมือนกับมนุษย์จากการตั้งค่าของเกม มันจึงสามารถช่วยซูหยวนในการแยกสีสันได้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นการยากที่จะผ่านการทดสอบรอบนี้ไปได้




    “ดูสิ! ตอนนี้มีแค่คุณหนูเซิ่นเท่านั้นที่เคลื่อนไหว คนอื่นๆยังเงียบอยู่เลย”




    “นั่นน่ะสิ ซุนเจ๋อคนนั้นคงจะยอมแพ้ไปแล้วล่ะ”




    “แต่ท่าทางของคุณหนูเซิ่นก็ไม่ได้มั่นใจมากนะ เห็นว่าเธอหยิบเมล็ดพันธุ์กองนั้นขยับเข้าขยับออกนานแล้ว”




    “เฮ้อ ถ้าฉันเข้าทดสอบครั้งนี้ก็คงจะยอมแพ้เหมือนกัน มันโหดเกินไป ยังไม่ได้ดูเลยว่าข้อสอบต่อไปนั้นจะโหดร้ายขนาดไหน” 




    “มาตรฐานการเป็นเกษตรกรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้ว ฉันคงหมดหวังที่จะสอบเป็นเกษตรกรที่แท้จริง...” ซูหยวนเรียกสมาธิของตนเองกลับมา ฟังคำพูดของผู้ชมแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หากไม่ใช่เพราะเจ้าราชาหนูขาวช่วยเธอเอาไว้ การทดสอบรอบนี้...ซูหยวนก็ไม่กล้าที่จะใช้กลโกงจากความสามารถของฟาร์มเท่านั้นหรอก ไม่อย่างนั้น...การจะถูกจับได้ก็คงไม่ยากนัก


                


    ต่อให้เธอไม่พูดเรื่องฟาร์มออกไป แต่การที่เธอไม่สามารถบอกวิธีการแยกแยะเมล็ดพันธุ์พวกนี้ได้ พวกเขาก็ต้องคิดว่าเธอโกงอยู่ดี


                


    หลังจากดูการเคลื่อนไหวของคนอื่นๆ ซูหยวนก็เริ่มเคลื่อนไหว โชคดีที่ซูหยวนไม่ต้องใช้น้ำในการแยกเมล็ดพันธุ์ของต้นรากสาคูแดงก่อน เพราะเมล็ดพันธุ์ชนิดอื่นๆนั้นมีความพิเศษในรูปแบบของมันเอง อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้...น้ำในโลกนี้หาที่บริสุทธิ์ยาก ต่อให้เป็นน้ำที่มีสารพิษเจือปนเล็กๆน้อยๆก็ยังนับว่าเป็นของมีค่าเลย ดังนั้นหากเธอร้องขอให้พวกเขาเตรียมน้ำมาให้ คงจะถูกตำหนิเสียมากกว่า


                


    ซูหยวนเริ่มจากการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ที่มีสีเข้มออกทั้งหมด ยิ่งกองรวมกันแบบนี้ก็ยิ่งตรวจสอบได้ไม่ยากนัก หลังจากนั้นก็แยกเมล็ดพันธุ์ที่มีริ้วสีแดง ตามด้วยเมล็ดพันธุ์ที่มีรอยหยักเหมือนกับปล้องของหนอน จากนั้นก็แยกเมล็ดพันธุ์ที่มีกลิ่นแรงกว่าออกมาไว้หนึ่งกอง จนสุดท้ายก็เหลือเมล็ดพันธุ์ของต้นรากสาคูแดงซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุด


                


    เธอทำงานทั้งหมดนี้อย่างรวดเร็วจนแม้แต่ผู้ชมก็ยังคิดว่าซูหยวนคัดเลือกเมล็ดพันธุ์มั่วๆ ซึ่งเซิ่นหนิงที่อยู่ข้างๆก็คิดแบบเดียวกันกับทุกคน




    “เหอะ!” หญิงสาวแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง เชื่อมั่นแน่นอนแล้วว่าซูหยวนคนนี้เข้าร่วมการทดสอบก็เพื่อก่อกวนเธอ


                


    ดูจากการทดสอบรอบสุดท้ายนี้ก็ชัดเจนแล้ว ดูเหมือนว่าจางเสี่ยวเสียนจะไม่อยากให้เธอผ่านการทดสอบนี้ไปได้จึงจงใจที่จะทำลายสมาธิของเธอ


                


    ถึงแม้ว่าการทดสอบนี้...เซิ่นหนิงก็ไม่มั่นใจ ทว่า...หากเธอพิสูจน์ได้ว่าผู้เข้าร่วมการทดสอบอันซูหยวนคนนี้เป็นคนของจางเสี่ยวเสียนที่จงใจทำให้การทดสอบของเธอยากลำบากขึ้น เธอจะต้องได้รับโอกาสให้เข้าร่วมการทดสอบรอบใหม่จากความอยุติธรรมของพนักงานในองค์กรแน่นอน!


                


    รอยยิ้มเย็นชาของเซิ่นหนิงปรากฏขึ้น แต่เธอยังไม่รีบเปิดโปงเรื่องนี้ เดี๋ยวอีกไม่นาน...เมื่อผลการทดสอบของอันซูหยวนถูกเปิดเผย เธอก็จะพูดเรื่องนี้ออกไป ไม่ปล่อยให้จางเสี่ยวเสียนดิ้นหลุด!




    ………………………………

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน