11.วิชาเรียกหมูป่า
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็มองเห็นหมูหนุ่มตัวใหญ่ โผล่หน้าออกมาจากพุ่มไม้ จมูกของมันมุดขุดคุ้ยดิน กินรากไม้อย่างสบายอารมณ์ หม่าเหลียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มันละสายตาออกจากหมูตัวนั้น มองดูหน้าผู้เป็นนายทันที แล้วสายตาของมันก็เจอกับสายตาของซานหู่ที่มองมันอยู่ก่อนแล้ว นายท่านยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก ไม่มีเสียงอะไรออกมาสักนิด มันก็เข้าใจได้ในทันทีว่าห้ามส่งเสียงเมื่อเหลือบไปเห็นนายน้อยมันก็แปลกใจขึ้นมานิดกน่อย ที่ซานหลงยังคงนอนอยู่เหมือนเดิม ทำให้ความคันปากอยากจะถามปรากฏขึ้นในหัวใจของมันอีกครั้ง แต่มันก็ถามออกมาไม่ได้ ด้วยความอยากรู้ว่าทำไม่ ทั้งสองถึงยังนั่งนิ่งอยู่ รบเร้าหัวใจของมันอย่างหนัก ทำให้มันได้แต่นั่งกัดฟันทำตัวโง่ๆอยู่ที่เดิมไม่กี่อึดใจต่อมา สิ่งที่อัศจรรย์ที่สุดในสามโลก สำหรับชาวบ้านธรรมดาสามัญยางหม่าเหลียงก็ปรากฏขึ้นมีหมูป่ามากมายโผล่หัวออกมาจากพุ่มไม้รอบๆ พวกมันวิ่งวุ้น คุ้ยดินขุดรากไม้ โดยไม่ระแวดระวังตัวเลยสักนิด ในหัวของหม่าเหลียงหมุนติ้วไปหมด หมูป่าพวกนี้มันโง่หรือไร ถึงได้เดินโง่ๆออกมาแบบนี้ เท่านั้นยังไม่พอ มีควายป่าอีก 3 ตัวโผล่ออกมาจากป่าด้านข้าง ทั้งหมดเดินตรงดิ่งไปยัง แอ่งน้ำมันอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจ ก็ได้แต่เอามือยัดเข้าปากตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงใดๆออกมาตอนนั้นเองนายน้อยที่นอนอยู่ ลุกขึ้นมานั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ นิ้วมือเรียวเล็กของเขา ชี้ไปที่หมูหนุ่มตัวโตในฝูงหมู ที่เดินอยู่เบื้องล่าง ทันทีที่ได้เป้าหมาย นายท่านของมันยกธนูขึ้น เล็งแค่อึดใจเดียว ก็ปล่อยลูกธนูพุ่งปราดเข้าไปบักที่ซอกขาหน้าหมูป่าหนุ่มตัวโต เข้าเป้าอย่างแม่นยำหมูตัวนั้นร้อง กี้!! ขึ้นมาครั้งหนึ่ง ถลาวิ่งออกไปได้เพียง2-3ก้าวก็ล้มฟุบลงไป นิ่งสนิททันที ธนูดอกนั้นตัดเข้าขั้วหัวใจของมันอย่างแม่นยำ หม่าเหลียง ที่เห็นเหตุการณ์อยู่ตลอด กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นายของมันเป็นพรานที่ยิงธนูแม่นราวกับจับวางเพียงนี้เชียวสิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือฝูงหมูป่าชะงักตกใจเพียงเล็กน้อย แล้วเดินหากินต่อ นิ้วมือเล็กๆของนายน้อย ชี้ไปที่หมูป่าตัวต่อไป เสียงธนูดังขึ้นตามมาติด ตัวที่ 2 ร่วงลงพื้นไปอีกครั้ง ตัวที่ 3,4,5,6,7,8….พอถึงตัวที่ 10 ลูกธนูในมือของนายท่านก็หมดลง ตอนนี้หม่าเหลียงนั่งตาลอยราวกับวิญญาณหลุดออกไปจากร่างเสียแล้ว“พอเท่านี้เถอะท่านพ่อ”เสียงของซานหลงดังขึ้น ถึงเสียงนั้นจะไม่ดังมากนัก แต่หมูป่าที่อยู่รอบๆก็แตกฮือออกไปด้วยความตกใจ ซานหู่ปีนลงจากห้างเป็นคนแรก ก่อนที่นายน้อยของมันจะตามลงไป บัดนี้เหลือเพียงมันที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นโง่ๆอยู่บนห้าง “ลุงหม่า ลงมาเก็บซากหมูได้แล้วขอรับ”นายน้อยของมันตะโกนขึ้นมา จึงทำให้มันหลุดออกจากภวังค์ความคิด“คะครับนายน้อย ละลง ผมลงเดี๋ยวนี้แหละครับ”มันตอบกลับละล่ำละลัก กุลีกุจอลงจากต้นไม้อย่างรวดเร็ว ทั้งสามช่วยกันเอาซากหมูป่าทั้ง 10 ตัวมากอลรวมกันไว้"ลุงหม่า ไปตามคนของเราขึ้นมาได้แล้วขอรับ แล้วก็อย่าลืมตัดคานไม่ไผ่สำหรับหามหมูพวกนี้ขึ้นมาด้วย" เพียงแค่ 2 เค่อ หม่าเหลียง ก็วิ่งมาถึงป่าไผ มันมองเห็นเหล่าพี่น้องของมันกำลังขุดหน่อไม้อย่างตั้งใจ ก็แหกปากตะโกนออกไปทันที“น้องรอง น้องสาม น้อง...”เสียงของมันดังโหวกเหวกมาแต่ไกล“อะไรกันพี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้น พี่ถึงร้องโวยวายเสียงดังขนาดนี้ี้”เจ้ารองถามขึ้นด้วยความตกใจ “คือ คือ...ไม่ ไม่มีอะไร”มันพูดออกมาด้วยความยากลำบาก“เอ้าๆค่อยๆพูด ฮ้าๆๆพี่นี่จะรีบอะไรขนาดนั่น”น้องสามรู้สึกขำขันกับท่าทางของพี่ใหญ่ที่เห็นอยู่ตอนนี้ จนกลั้นขำเอาไว้ไม่ได้ “น้ำ เอาน้ำให้ข้าก่อน”พี่ใหญ่ของมันพูดอึกอักออกมา ไม่เต็มเสียงนัก เจ้าสามขำออกมาหนักกว่าเดิม ก่อนจะยื่นกระบอกน้ำให้พี่ของมัน หม่าเหลียงกินเข้าไปอึกหนึ่ง ปล่อยลมหายใจยาวออกมา ก่อนจะเอ่ยปากพูดได้เป็นภาษา“นายท่านกับนายน้อยให้มาตามพวกเอ็งไปขนหมูป่า”“โธ่พี่ใหญ่ พวกข้าก็นึกว่ามีเรื่องร้ายอะไร ทำเอาซะตกอกตกใจกันหมด”เจ้ารองบ่นออกมา “หมูตัวใหญ่ 10 ตัว จะไม่ให้ข้าตกใจได้อย่างไร เจ้าไม่เป็นข้าไม่เข้าใจข้าหรอก”“ฮ้าๆๆก็แค่หมูป่า 10 ตัวเองไม่ใช่หรือพี่รอง ท่านจะตื่นตกใจอะไรขนาดนี้”เจ้าสามหัวเราะลั่น พูดขึ้น “จะให้ตกใจได้ยังไง นายท่านกับนายน้อย พาข้าขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้ แล้วใช้คาถาอาคม เรียกหมูป่าออกมาทั้งฝูง นายน้อยชี้เลือกว่าจะเอาตัวไหน นายใหญ่ก็ยิงตัวนั้น เอ็งจำได้ไหมว่านายใหญ่พกลูกธนูไปกี่ดอก!! สิบดอก แค่สิบดอกยิงหมด ศรก็ไล่หมูเข้าป่าไป แล้วก็ให้ข้ามาตามพวกเอ็งขึ้นไปขนหมูป่านี่แหละ”หม่าเหลียงพูดออกมาหน้าตาตื่น น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตกใจ“อะไรนะ!! วิชาเรียกหมูป่า พี่เพ้อเจออะไรของพี่!!”พี่น้องของมันตะโกนขึ้นเกือบจะพร้อมกัน“ไม่!!ข้าไม่ได้เพ้อเจ้อ พากเจ้าก็รู้จักข้าดี ข้าเคยโกหกพวกเจ้าหรือ”มันยืนยันคำพูดของมันแน่นหนัก "ไป รีบไปตัดไม้ทำคานหาบ"ถึงจะแตกตื่นไปบ้าง แต่มันก็ไม่ลืมที่จะสั่งงานพี่น้องของมัน "เลือกไผ่ลำใหญ่ๆ หมูป่า 10 ตัว แต่ละตัวคงหนักไม่ต่ำกว่า 120 จินเป็นแน่"หมาเหลี่ยงกล่าวกำชับ“ตัวโตขนาดนั้นเชียว!”น้องรองของมันพูดขึ้นเสียงดัง “มีตัวโตกว่านั้นแต่นายน้อยไม่เอา ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กวางพ่อแม่ลูก นายน้อยก็ไม่เอา เอาแค่หมู 10 ตัว และเป็นตัวผู้ทั้งหมด”มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูลึกลับ“พี่หรือนายน้อยจะตกลงกับเทพภูเขาเอาไว้ ว่าจะเหลือแค่หมูตัวผู้10ตัว แล้วไม่ทำร้ายสัตว์ตัวอื่น”น้องสี่ของมัน ที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ตลอดการสนทนา พูดเปรยออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น พี่น้องทั้ง 5 คน ของมันก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าเห็นด้วย จากนั้นทุกคนก็ปิดปากเงียบ รีบตัดต้นไผ่มาทำคานหามทันที พี่น้องตระกูลหม่า แบกคานไม่ไผ่ขึ้นเขาอย่างเร่งรีบ ใช้เวลาเพียง 3 เค่อ พวกมันทั้งหมดก็มาถึงจุดหมายปลายทาง เบื้องหน้าของพวกมันมีซากหมูป่าทั้ง 10 กองรวมกันอยู่ ราวกับเนินดินลูกเล็กๆ หมูป่าทั้ง 10 มีขนาดตัวใกล้เคียงกันทุกตัว รูปร่างลักษณะกำลังพอเหมาะ เป็นหมูหนุ่มวัยฉกรรจ์ หมูวัยนี้กำลังน่ากินเนื้อนุ่มอร่อย แต่ละตัวหนักไม่ต่ำกว่า 120 จิน ดังที่พี่ใหญ่มันบอกกล่าว“โอ้ว! ไม่ผิดดังที่พี่ใหญ่ว่าไว้จริงๆ”เหล่าพี่น้องทั้ง 5 กระซิบกระซาบกัน เบาๆ พวกมันมองดูซากหมูป่าเบื้องหน้าด้วยความยำเกรง“เร็วเข้า รีบจัดการ เราจะได้ลงจากเขาเสียที”ซานหลงเร่งงานขึ้น เมื่อเห็นพวกมันยืนตะลึงกันอยู่ คนทั้ง 6 สะดุ้งขึ้นมาพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมายแล้วเร่งรีบทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็ว พี่น้องหม่าจัดการร้อยขาหมูเข้ากับคานหาบ 5 อัน คานหาม 1 อันมีหมู 2 ตัว ดังนั้นคานหาบที่เอามาจึงพอดีกับหมู 10 ตัว ซานหู่แบกคานหาบที่อยู่ด้านหน้าสุด ตามมาด้วยหม่าเหลียง ถัดมาก็เป็นพี่น้องตระกูลหม่าทั้ง 4 คนของมัน เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ซานหู่ ก็เดินนำหน้าลงเขาไปทันที ตามมาด้ายพี่น้องตระกูลหม่า ที่เดินต่อกันเป็นขบวน นอกจากคนหน้าสุดและคนหลังสุด แต่ละคนต้องแบบคานหาบ 2 อัน ต่อกันเป็นแถวเรียงหนึ่งแยกออกจากกันไม่ได้ซานหลงเดินอยู่ท้ายขบวนมองดูพวกเขาทั้ง 6 ด้วยอาการสงบ ในมือถือธนูของบิดา เขารู้สึกว่าธนูอันนี้หนักมาก ลูกธนูทั้ง 10 ดอก บรรจุกลับเข้าไปในซองบรรจุลูกธนูของทางการ ตัวซองมีลวดลายสวยงามมีตราประทับนูนเด่นออกมา บ่งบอกว่าของสิ่งนี้เป็นของกองทัพ เขามองดูมันเล็กน้อยก็เลิกสนใจคนทั้ง 7 ใช้เวลา 8 เค่อ ในการลำเลียงหมูลงมาจากเขา ซานหลง ที่ไม่ได้แบกอะไร พอเดินทางมาถึงป่าไผ่ ก็ฉวบเอาตะกร้าหน่อไม้ขึ้นหลังมาด้วย 1 อัน เมื่อที่เข้าเขตก่อสร้างของตระกูลซาน ทุกคนที่ทำงานอยู่ต่างหันมองดูพวกเขาเป็นตาเดียว ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชายฉกรรจ์ก็ทิ้งเครื่องไม้เครื่องมือ วิ่งกรูกันเข้ามารับเอาซากหมูจากบ่าของพี่น้องไปคนทั้ง 6 ต่างปล่อยลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ร่างกายของพวกเขาเหนื่อยล้า เพราะหามหมูที่มีน้ำหนักมากเดินทางไกลๆ และแต่ละคนแบกน้ำหนักเกินพิกัดที่ตัวเองจะรับได้ หม่าเหลียงรู้สึกว่าไหล่ของมันชาไปหมด นิ้วมือก็ปวดหนึบ เส้นตึงไปทั้งตัว พี่น้องของมันก็รู้สึกไม่ต่างกัน“ท่านพ่อ ฝากจัดการหมูพวกนี้ต่อด้วยนะขอรับ ลูกขอไปดูอาหารเช้าของพวกเราก่อน ลุงหม่าท่านกับลุงๆนั่งพักเสียก่อน หายเหนื่อยแล้วก็กลับขึ้นเขาไปเอาตะกร้าหน่อไม้ลงมานะขอรับ”นักวิจัยพันธุ์พืชตัวน้อย สั่งงานเสร็จก็เดินจากไป เมื่อมาถึงลำธารเขามองเห็นมารดากับคนของนางอยู่ไม่ไกล เด็กหนุ่มกวักมือเรียกหญิงสาว 2 คน ที่ยืนอยู่ข้างมารดาให้เดินมาหา"ให้พวกเราช่วยอะไรหรือเจ้าคะนายน้อย"เมื่อพวกนางเดินมาถึง ก็เอ่ยถามเขาทันที"พวกเจ้ามาช่วยข้า จัดการกับหน่อไม่พวกนี้ก่อน""หน่อไผ่! นายน้อยเอามาทำอะไรหรือเจ้าคะ"หญิงสาวนางหนึ่งถามขึ้น“นี่เรียกว่าหน่อไม้มันกินได้ แต่ต้องรู้วิธีทำ มาข้าจะสอนพวกเจ้าจัดการกับมันก่อนนำไปปรุงเสียก่อน ปลอกเปลือกพงกมันออกแบบนี้ ล้างน้ำ แล้วหั่นแบบนี้ ทำได้ไหม”"ทำได้เจ้าค่ะ!"สองสาวพยักหน้า เขาสาธิตวิธีปอกเปลือกหน่อไม้ และวิธีการหั่นหน่อไม้ ให้พวกนางดู แล้วปล่อยให้นางสองคนทำซานหลงเดินมาหามารดา ที่กำลังปรุงเนื้อกวางตุ๋นในหม้ออย่างตั้งใจ เนื้อกวางในหม้อส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของเนื้อออกมา มีข่าตะไคร้ หั่น ขนาดเท่าที่เขาเคยสอนนาง ใส่อยู่ด้วย กลิ่นหอมของเนื้อและเครื่องเทศ ลอยฟุ้งออกมาทำให้ทุกคนน้ำลายสอ