บทที่ 9
“ผมต้องการลงทุนกับบริษัท.....” ในช่วงสายๆไอซ์ก็ตัดสินใจได้แล้ว่าจะเลือกลงทุนกับที่ไหนบ้าง เขาเอ่ยรายชื่อบริษัทหลายบริษัทพร้อมกับจำนวนหุ้นที่อยากจะถือครอง โดยมีรายละเอียดของบริษัทตามนี้ ‘บริษัทสื่อวิทย์ และโทรทัศน์.. ‘StarPoint’..ผู้ผลิตรายการทั้งวิทยุ และสื่อโทรทัศน์ช่องที่มีคุณภาพ และกำลังมาแรงในปัจจุบัน จำนวนหุ้นคิดเป็น 11 เปอร์เซ็นต์ มูลค่ารวมลงทุน 3,850 ล้านบาทโดยประมาณ’‘บริษัทยานยนต์ ‘เปอยู’ ยี่ห้อรถยนต์จากอิตาลีที่ต้องการจะมาลงทุนในประเทศไทย พร้อมกับตั้งฐานการผลิตฝั่งเอเชีย จำนวนหุ้นคิดเป็น 24 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการลงทุน 8,000 ล้านบาท’‘บริษัทเดลิเวอรี่ ‘Yuio’ บริษัทน้องใหม่ที่ให้บริการเรื่องของการขนส่งทั้งคน สัตว์ สิ่งของ รวมจนไปถึงการรับ-ส่งอาหารอย่างเป็นระบบ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ จำนวนหุ้นคิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการลงทุน 1,200 ล้านบาท’‘บริษัทอสังหาริมทรัพย์เครือ ‘NPC’ บริษัทกลุ่มเครือห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ ส่วนใหญ่กลุ่มเครือบริษัทนี้จะเป็นผู้ถือร่วมกรรมสิทธิ์ จำนวนหุ้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการลงทุน 6,500 ล้านบาท’‘บริษัทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และการบริการสปา ‘Marchall’ ยี่ห้อดังจากฝรั่งเศส แม้ว่ายังเป็นบริษัทเล็กๆมีผลิตภัณฑ์ค่อนข้างน้อย แต่ก็เป็นที่นิยมทั้งวัยรุ่นจนไปถึงผู้สูงวัยเลยทีเดียว จำนวนหุ้น 20 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 540 ล้านบาท’‘บริษัทเสื้อผ้ายี่ห้อ ‘MAX’ เสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลก การออกแบบจากประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา เป็นที่นิยมกันทั่วโลก ไอซ์เห็นแล้วยังสงสัยเช่นกันว่าทำไมราคาหุ้นต่อเปอร์เช็นต์ที่ซื้อมามันมีราคาอันน้อยเกินควรทั้งๆที่มันเป็นบริษัทที่ส่งเสื้อผ้า และขายออกไปในมูลค่ามหาศาล จำนวนที่เขาได้รับมาคือ 8 เปอร์เซ็นต์ ด้วยมูลค่า 1600 ล้านบาทโดยประมาณ’‘บริษัทแปรรูปอาหาร ‘เบริโก้’ เป็นบริษัทที่มีทั้งฟาร์มเลี้ยงเป็นของตัวเอง อีกทั้งโรงงานการผลิตก็ได้มาตาฐานเป็นอย่างดี เป็นที่น่าจับตามองจากผู้คน จำนวนหุ้นคิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท’นอกจากนี้ยังมีบริษัทเกี่ยวกับเครื่องเรือน อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ที่เขาถือหุ้นถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ห้างร้านจำพวกอาหารสดชื่อดังอย่าง ‘พึค ซุปเปอร์มาเก็ต’ ที่มีอยู่หลายสาขาทั่วไป หุ้นจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ที่เขาถือครองอยู่ บริษัทสบู่ แชมพู และยาสีฟังเองก็ซื้ออย่างละนิดละหน่อย โรมแรมเครือ ‘A2’ ทั้งใน และต่างประเทศก็มีอยู่ไม่น้อย เครือร้านอาหารญี่ปุ่น เกาหลี เครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์ก็เลือกซื้อไม่ขาด เรียกได้ว่าอุปโภคอุปโภคพื้นฐาน ไอซ์ต่างก็เลือกสรรบริษัทในการลงทุนหมด‘บริษัทเครือ ‘ซันซึ’ จำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังในเอเชีย ไอซ์ลงทุนกับมันมากที่สุด มันมากถึง 10,000 กว่าล้านบาท แต่ก็ยังได้เพียงแค่ 21 เปอร์เซ็นต์’ จำนวนเงินที่ลงทุนในวันเดียวกับการซื้อขายราวๆ 40,000 ล้านบาท ถึงแม้ว่าผู้จัดการธนาคาร และพนักงานสาวจะอึ้งๆไป แต่สำหรับไอซ์แล้วยอดใช้จ่ายทั้งหมดมันยังไม่ถึงครึ่งของยอดทั้งหมดที่เขาต้องการจะซื้อ เงินถูกแบ่งออกไปซื้อกองทุนทั้งระยะสั้น และยาวตามคำแนะนำของผู้จัดการที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้อยู่แล้วอีกราวๆ 1 หมื่นล้านบาท จากนั้นเขาก็หันมาสนใจกับอสังหาริมทรัพย์ต่อในทันที “คอนโด ‘ซีซ่า’ กำลังสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ ทำเลเรียกได้ว่าเป็นทำเลทอง ทั้งใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และยังใกล้กับสนามบินอีกด้วย ราคาห้องแบ่งออกเป็น 3 ประเภท โดยประเภทแรกเป็นห้องขนาดเล็กมีขนาดห้องอยู่ที่ 100 ตารางเมตร ราคา 5.7 ล้านบาทครับ ต่อมาเป็นขนาดกลาง มีพื้นที่ 184 ตารางเมตร ราคา 10.4 ล้านบาท และขนาดใหญ่ พื้นที่ 220 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ 13.5 ล้านบาท” ผู้จัดการยังเสนอให้ซื้อเอาไว้บ้าง ถึงราคาห้องจะแพงไปบ้าง แต่เงินที่ได้จากการเช่าห้องนั้นมันค่อนข้างสูง และมันยังสะดวกสบายในเรื่องของการจัดการ เพราะทางคอนโดจะเป็นผู้ที่ทั้งหาผู้เช่าให้ ทั้งเรื่องของสัญญาเองก็ด้วย ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกลงซื้อมันในทันที โดยที่เขาสั่งซื้อห้องขนาดเล็ก 10 ห้อง ขนาดกลาง 5 ห้อง และขนาดใหญ่ 2 ห้อง แน่นอนว่าทางคอนโดก็ยกให้เขาเป็นลูกค้าระดับ VVIP ในทันทีหลังจากที่ทราบข่าว แม้ว่าธุรกิจเช่าคอนโด ไอซ์จะต้องเสียค่าดำเนินการต่อห้องไปถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ดีที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย หากมีผู้เข้าพักครบทุกห้องเขาจะได้กำไรต่อเดือนอยู่ที่ 12,000 บาทคูณด้วย 10 ห้อง เท่ากับ 120,000 บาท ห้องขนาดกลาง 18,000 บาทคูณด้วย 5 ห้อง เท่ากับ 90,000 บาท และห้องขนาดใหญ่ 52,000 บาทแบ่งเป็นห้องละ 26,000 บาท ถ้ารวมทั้งหมดแล้วก็เท่ากับ 235,800 บาทต่อเดือนที่เขาจะได้รับหลังจากหักไปแล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ แม้มันดูเหมือนกับว่าจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปกับการซื้อขายที่มากถึง 136 ล้านบาทก็ตาม แต่ในเมื่อมันเป็นอสังหาริมทรัพย์ราคาของมันต่อห้องไม่มีคำว่าลงอยู่แล้ว แต่ราคาร้อยกว่าล้านมันก็ยังไม่ถึงเสี้ยวกับเป้าหมาย ไอซ์กว้านซื้อทั้งตึกแถว อาคารที่พอมีประโยชน์ โกดัง และอื่นๆไม่เว้นแม้แต่ที่ทางการเกษตร ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และต่างจังหวัด จนจำนวนเงินชนเพดานที่ 1 แสนล้านหน่อยๆ นั่นเท่ากับว่าเขายังมีเงินสดติดตัวอยู่ราวๆ 38,000 ล้านบาท มันก็ยังถือว่าเยอะมากทีเดียว“คุณเกียรติไกร คุณช่วยทำเรื่องเปิดบัญชีให้กับผมหน่อย ผมต้องการย้ายเงินออกจากบัญชีหลักนี้ออกไปอยู่บัญชีใหม่... อื้ม เอาให้บัญชีนี้เหลือแค่สองสามล้านก็พอ ที่เหลือย้ายไปให้หมด แล้วก็ช่วยออกบัตรเครดิตให้ผมสักใบ และประกันชีวิตของผม กับพี่สาวด้วยนะครับ..” เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเกือบจะเที่ยงวันแล้ว ไอซ์รีบตัดบทเพื่อที่ตัวเองจะได้ไปทำธุระด้านอื่นต่อ นอกจากซื้อประกันแล้วไอซ์ยังได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งให้สถานรับเลี้ยงเด็กที่ขาดแคลน จนเงินในบัญชีใหม่เหลือเพียงแค่ 37,000 ล้านบาทถ้วน บวกกับเศษในบัญชีเก่าอีก 4 ล้านเศษๆเท่านั้น ไม่นานเกินรอผู้จัดการเกียรติไกรก็จัดการออกบัตรเครดิตให้กับไอซ์สองบัตร ตัวหนึ่งเป็นของบัญชีหลัก และอีกตัวหนึ่งเป็นของบัญชีลับ แน่นอนว่าเขาสามารถใช้จ่ายได้แบบไม่มีวงเงินจำกัด หรือจะเรียกว่าแบล็คการ์ดก็ว่าได้ แต่ไอซ์นั้นไม่รู้ความหมายของมัน เขาหยิบมันมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะขอบคุณทั้งสองคนที่เป็นธุระให้แก่เขา ไอซ์เดินออกจากประตูด้วยอาการห่อเหี่ยว“ให้ผมเดินไปส่งที่หน้าทางเข้านะครับ..” เกียรติไกรกล่าว ไอซ์ได้แต่ยกมือห้ามเอาไว้“พวกคุณทำงานไปเถอะ งานของพวกคุณก็เยอะพอตัวแล้วนี่.. แล้วถ้าเอกสารการโอนอะไรเรียบร้อยทั้งหมดแล้วก็โทรมานัดผมได้เลยนะครับ หวังว่าพวกคุณจะทำงานกันเป็นอย่างดี อย่าให้ผมผิดหวังล่ะ..” ไอซ์กล่าวกดดันพวกเขาเล็กน้อย เขารู้ว่าพนักงาน และผู้จัดการน่าจะได้ค่าคอมมิชชั่นไปไม่น้อยเลยจากการขายทุกอย่างที่เขาซื้อ ยังไงก็ตามเขาก็เรียนเกี่ยวกับพวกนี้มาตรงๆอยู่แล้วไม่รู้ก็แปลกเกินไปหน่อย“เข้าใจแล้วครับ ผมจะไม่ทำให้คุณอนุวัฒน์ผิดหวังแน่นอนครับ / ฉันก็จะดูแลเต็มที่ค่ะ คุณลูกค้า” ทั้งสองก้มศีรษะลงด้วยความเคารพ ไอซ์พยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะเดินออกไปอย่างช้าๆ พร้อมกับคิดคำนวณอะไรหลายๆอย่างไปด้วย จนเขาเผลอลืมไม่ได้มองทางจนชนเข้ากับใครสักคนหนึ่ง“..เออ ขอโทษครับ..” ไอซ์ที่เพิ่งรู้สึกตัวก็หันกลับมาเอ่ยขอโทษบุคคลที่เขาชนในทันที“ไม่มองทางบ้างหรือไงวะแก... หือ แกมันไอ้จืดนี่หว่า...” ชายคนนั้นปัดฝุ่นเล็กน้อยราวกับว่าไปชนกับกองขยะมาอย่างไรอย่างนั้น จากนั้นเขาคนนั้นก็หันขึ้นมาเตรียมด่าคนที่ชนเขา แต่เขาก็ต้องพบว่ามันเป็น ‘ไอ้จืด’ ประจำสาขา แน่นอนว่ามันทำให้เขาฉีกยิ้มออกมาอย่างพอใจ“ทำไมแกทำหน้าอย่างนั้นล่ะ วันนี้ฉันอารมณ์ดี ฉันจะปล่อยๆแกไปสักครั้งก็ได้ หัดสำนึกเอาไว้ไอ้จืด” ชายหนุ่มที่เพื่อนในสาขาต่างก็เรียกเขาว่า ‘คิง’ และคิงเป็นลูกหลานของตระกูลที่ร่ำรวยในเมืองแห่งนี้ พวกคนรวยมักจะจับกลุ่มกัน และบูลลี่เรื่องความจนความรวยอย่างนี้เสมอๆ ที่ผ่านมาไอซ์ไม่ได้อยากมีปัญหาก็เลยยอมๆมาโดยตลอด และครั้งนี้เองก็เช่นกันที่เขานั้นโชคดี ดูเหมือนว่าคิงนั้นอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาจึงรอดตัวไป