High Human

    HH 61

    ไฮแอนตินอสได้เข้ามาในส่วนลึกของฐานทัพ แม้ว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้จะทำให้ฐานมากกว่าครึ่งเละเทะจนยากที่จะฟื้นฟูใหม่แต่ภายในนี้กลับไม่มีร่องรอยความเสียหายแม้แต่นิดเดียว

    ภายในนี้เต็มไปด้วยเครื่องมือล้ำสมัยแต่ก็ยังมีบางจุดที่ดูเหมือนจะยังสร้างไม่เสร็จ เมื่อไฮแอนตินอสตรวจสอบและไม่พบความเสียหายใดๆก็โล่งอก มันให้ความสำคัญเครื่องมือเหล่านี้มากกว่าฐานทัพด้านนอก หลังจากจบการต่อสู้มันจึงรีบเข้ามาโดยไม่สนว่าสวะชั้นต่ำผู้นั้นจะเป็นหรือตาย

    “อีกนิดเดียวเท่านั้น” ไฮแอนตินอสเต็มไปด้วยความหวัง มันลงมือสร้างอีกครั้งอย่างช้าๆ

    ร่างของโจปลิวมาไกลหลายกิโลเมตร แต่ตัวเขาได้หมดสติไปนานแล้วและกำลังจะตายในอีกไม่ช้า

    หมู่บ้านเล็กๆอันห่างไกล รูวกำลังถักเสื้อผ้าแต่ในใจเต็มไปด้วยความกังวล ตั้งแต่วันที่โจหายไปไม่มีวันไหนที่เธอไม่กังวล แม้ว่าโจจะทิ้งข้อความเอาไว้ว่าเดี๋ยวกลับมามันก็ไม่ได้ทำให้เธอดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

    เธอไม่สามารถดูอนาคตของโจได้เนื่องจากมันจำเป็นต้องจ้องไปที่บุคคลที่ต้องการดูอนาคต เธอไม่สามารถมองเห็นอนาคตของคนที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าเธอ เพราะเหตุนี้ทำให้เธอกระวนกระวายตลอดเวลา

    “อ๊ะ!” อย่างไม่ทันระวัง เข็มในมือก็จิ้มโดนนิ้วตัวเอง รูวอดทนต่อความเจ็บและรีบทำแผลเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ ในขณะนั้นเธอก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกราวกับโดนเข็มแทงหัวใจ

    “เกิดอะไรขึ้นกัน” รูวกุมหัวใจตัวเอง ใบหน้าน้อยๆซีดขาว เธอคิดว่าตัวเองนอนน้อยไปหน่อยเพราะช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ เมื่อรู้สาเหตุเธอก็ไปนอนในห้องของโจ

    เธอลูบผ้าปูเตียงและนึกถึงชายหนุ่มจากนั้นก็ผล็อยหลับไป

    ห่างออกไปเกือบหมื่นปีแสง เมรีอยู่บนยานอวกาศของตนและกำลังวางแผนว่าจะไปดาวดวงไหนต่อดีก็พลันรู้สึกเจ็บหน้าอกราวกับโดนใครบีบหัวใจ

    เธอแทบทรุดและนั่งลง ใบหน้าของเธอซีดขาวจากนั้นน้ำตาก็ไหล เธอตกใจที่จู่ๆก็รู้สึกเจ็บและน้ำตาไหลและตอนนี้เธอก็รู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญบางอย่างไป

    เธอนั้นคิดว่าตัวเองคิดมากไปและคิดว่าช่วงนี้พักผ่อนน้อยจึงทำให้เกิดอาการเช่นนี้ อย่างไรก็ตามเธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

    อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้คิดจะหยุดพักและมุ่งหน้าไปยังดาวเคราะห์ดวงต่อไป

    ……

    ……

    โจลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถรับรู้อะไรได้มากนักเนื่องจากมีอาการเหมือนเมายา หลังจากตื่นเขารู้เพียงแค่ว่าตัวเองกำลังอยู่ในหลอดแคปซูลพร้อมกับของเหลวสีม่วง เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนคนจมน้ำแต่อย่างใดกลับรู้สึกสบายมากกว่า จากนั้นเขาก็ไม่สามารถทนอาการเมายาได้อีกต่อไปจึงหมดสติอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าผ่านมาอีกนานแค่ไหนเขาก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแต่ยังคงเหมือนเดิม เขายังมีอาการเมายาเช่นเดิมและยังอยู่ในหลอดแคปซูลพร้อมกับของเหลวสีม่วง อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าอาการบาดเจ็บก่อนหน้าทุเลาลงมากแล้ว แขนสองข้างที่ควรจะแหลกกลับมาเป็นดังเดิม ทว่าเขาก็ยังมองไม่เห็นนอกหลอดแคปซูล ไม่นานเขาก็หมดสติไปอีกครั้ง

    โจฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ในครั้งนี้อาการเมายาเริ่มลดน้อยลงและเขารับรู้ได้มากขึ้น แม้จะพูดไม่ได้เพราะอยู่ในของเหลวก็ตามแต่เขาก็ยังอุทานอยู่ในใจว่า ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น เราอยู่ที่ไหน?’

    โจตกใจอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆสงบลง เพราะเมื่อมาคิดๆดูแล้วร่างกายของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ อาการบาดเจ็บต่างๆเริ่มหมดไปขอเวลาเพียงอีกเล็กน้อยเขาก็จะหายสนิท

    แม้จะไม่รู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงหรือใครมาช่วยไว้ก็ตามแต่เขาก็อยากขอบคุณคนๆนั้นที่ช่วยเขาเอาไว้ เขาเชื่อว่าหลังจากที่รักษาตัวเสร็จจะต้องได้พบกับคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้อย่างแน่นอน

    เมื่อรู้ว่าไม่มีเรื่องอันตรายเขาจึงค่อยๆหลับไปอีกครั้ง

    ไม่รู้ว่าผ่านไปอีกนานแค่ไหนเขาก็ลืมตาอย่างช้าๆพร้อมกับได้ยินเสียงดัง เพี๊ยะ เพี๊ยะ

    ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บแสบใบหน้าราวกับโดนตบ เมื่อเขาลืมตาขึ้นและรับรู้ทุกอย่างแจ่มชัด จากนั้นมองไปยังนกตัวหนึ่งกำลังใช้ปีกของมันตบหน้าเขาอย่างเมามันส์พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเล็กแหลมว่า “ตื่นได้แล้วไอ้งี่เง่า นอนกินบ้านกินเมืองขี้เกียจตัวเป็นขน”

    แต่สิ่งที่น่าตกใจคือนกตัวนี้มีขนาดเท่ามนุษย์ขนสีเหลืองและยังพูดด้วยภาษากลางอีกต่างหาก

    “มองหน้าหาพระแสงรึไง ทำไมยังไม่ลุกอีก” นกตัวนั้นสบถและปีกก็โบกสะบัดไปที่ใบหน้าซ้ายขวาของเขาอย่างเมามันส์

    ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากลุกแต่กำลังตกใจกับสิ่งที่เห็น นกบ้าอะไรพูดได้แถมยังตบหน้าเขาอีกนอกจากนั้นปีกของมันก็ช่างหนักหน่วงจริงๆ โจรู้สึกได้ว่าหน้าของเขากำลังบวมเป็นหมู

    “พะ พอก่อน” โจรีบกลิ้งหลบพร้อมกับบอกให้หยุด เขาไม่สามารถทนให้สัตว์หน้าขนตบตีเขาได้อีกต่อไป นี่เป็นความอับอายที่ไม่มีวันลืม

    “พูดได้ด้วยเหรอ นึกว่าเป็นใบ้ซะอีก” นกขนเหลืองเอียงคอสงสัย ตอนแรกมันคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นใบ้และกำลังสงสัยว่าอาจจะมีความผิดพลาดตอนรักษาก็ได้ 

    “คุณเป็นคนช่วยผมเอาไว้เหรอ?” ในฐานะที่ผ่านเรื่องราวมามากมายใช้เวลาไม่นานก็สงบสติได้

    นกขนเหลืองผงกหัว “ถูกต้อง”

    “ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้ หากมีปัญหาอะไรและผมสามารถช่วยได้ก็ขอให้บอกนะครับ” โจซาบซึ้งที่ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ เขาคิดว่าต้องตายอย่างแน่นอนแต่ดูเหมือนโชคชะตาจะยังไม่ยอมให้เขาตายง่ายๆ

    “โอ้…เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้นายคงช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอก” นกขนเหลืองกล่าวพร้อมกับเริ่มทำความสะอาดแคปซูล ดูเหมือนแคปซูลหลอดนี้จะเป็นอันเดียวกับที่รักษาเขา

    “ที่นี่ที่ไหนเหรอครับ?” โจเริ่มสังเกตุที่แห่งนี้ มันเป็นห้องสีขาวเหมือนกับสิ่งก่อสร้างใต้ดินที่เขาเคยพบ ไม่ใช่…ต้องบอกว่ามันเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างโดยเผ่าพันธุ์เดียวกันต่างหาก โจรู้สึกว่านกขนเหลืองอาจจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ว่าก็ได้ ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์อย่างนกจะสามารถวิวัฒนาการจนมาไกลขนาดนี้ได้ 

    ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ในสหพันธ์แม้จะมีหลากหลายเผ่าพันธุ์ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือพวกเขาจะมีสองขาสองแขนหรือสี่แขนและยืนตัวตรงทุกเผ่าพันธุ์ มันเป็นเสมือนสรีระพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เลิศด้วยสติและปัญญา

    “ที่นี่ก็คือชั้นใต้ดินของเผ่าพันธุ์ฉันไงล่ะ” นกขนเหลืองให้คำตอบที่โจอยากรู้มากที่สุด!