บทที่ 38 ความไว้วางใจ
อวิ๋นหมิงเซียวนั่งยอง ๆ อยู่ในกระท่อมเป็นเวลาถึงสองวัน และตอนนี้เขากำลังหิวมาก
ในที่สุด หลังจากที่พละกำลังของตัวเองกลับคืนมาแล้ว เขาก็ออกจากกระท่อมและได้กลิ่นอาหาร กระทั่งเดินตามมาถึงห้องครัว
“อาชิง เจ้ากำลังทำอะไรกิน?” อวิ๋นหมิงเซียวกำลังหิวและรู้สึกเบลอเป็นอย่างมาก จนลืมไปว่าเมื่อสองวันก่อนน้องสาวตัวเองได้เล่นงานเขาอย่างไรไปบ้าง
ตอนนี้เขาคิดแต่เรื่องกินเท่านั้น
เมื่อเห็นอวิ๋นหมิงเซียวจ้องถาดในมือ อวิ๋นซิ่วชิงก็ไล่เขาด้วยความรังเกียจ “ไปให้พ้น! ถ้าเจ้าหิวก็ไปทำกินเอง!”
พูดจบ หญิงสาวก็รีบหลบอวิ๋นหมิงเซียวและยกถาดอาหารไปที่ห้องโถง
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นซิ่วชิงไม่ยอมให้อาหารกับเขา ดังนั้นอวิ๋นหมิงเซียวจึงเดินเข้าไปในครัวด้วยตัวเอง
และทันทีที่เข้าไปในครัว เขาก็เห็นหน่อไม้ที่มีลักษณะหนาและยาวอยู่บนเขียง อวิ๋นหมิงเซียวคว้ามันมาและเริ่มแทะ แต่แล้วจู่ ๆ ก็ได้กลิ่นเนื้อ
อวิ๋นหมิงเซียวมองไปรอบ ๆ และเห็นว่ามีเนื้ออยู่ในหม้อกระเบื้องบนแท่น อวิ๋นหมิงเซียวจึงทิ้งหน่อไม้และหยิบกระต่ายที่ทำความสะอาดไว้แล้วขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มแทะ
เขาไม่สนหรอกว่ามันดิบหรือสุก แต่ตอนนี้เขากำลังหิวจัด จึงแทะกินได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
เดิมทีอวิ๋นซิ่วชิงอยากจะกินอาหารเย็นกับเฒ่าอวิ๋นในห้องโถง ทว่าเมื่อเห็นอวิ๋นหมิงเซียวเดินเข้ามาในครัว นางจึงรู้ว่ายาระบายหมดฤทธิ์ลงเสียแล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้ทั้งนางอวิ๋นและเฉียวฮุ่ยมาทำให้ความอยากอาหารของนางและท่านพ่อต้องหายไป อวิ๋นซิ่วชิงจึงพาเฒ่าอวิ๋นกลับไปกินข้าวในห้องส่วนตัวแทน
หลังจากที่เฒ่าอวิ๋นและอวิ๋นซิ่วชิงได้ทานอาหารเย็น พวกเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “อาชิง พ่อมีของจะให้เจ้า”
อวิ๋นซิ่วชิงมองไปที่เฒ่าอวิ๋นด้วยความสงสัย “อะไรหรือ?”
เฒ่าอวิ๋นเดินไปที่ข้างเตียงแล้วกดลงบนกลีบดอกตูมบนเตียง ทันใดนั้น กล่องไม้ก็ปรากฏขึ้นมา
หลังจากที่เฒ่าอวิ๋นดึงกล่องไม้ออกจากเตียง เขาก็มอบมันให้อวิ๋นซิ่วชิง “เปิดมันสิ”
ลักษณะของกล่องไม้นั้นดูธรรมดามาก ไม่มีลวดลายใด ๆ มันเป็นกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดา ๆ
หลังจากที่อวิ๋นซิ่วชิงเปิดฝากล่องไม้ออกก็พบกับกุญแจสีทองขนาดเล็ก และกำไลทองคู่เล็ก ๆ
“ท่านพ่อ มันคืออะไร?” อวิ๋นซิ่วชิงมองกุญแจทองคำ และสร้อยข้อมือในกล่องด้วยความสับสน
“แต่เดิมสิ่งเหล่านี้เป็นของเจ้า พวกอันธพาลในบ่อนได้เอาบ้านและของมีค่าทั้งหมดไป แม้แต่สินสอดทองหมั้น ข้าก็ไม่สามารถเก็บไว้ให้เจ้าได้” เฒ่าอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะพูดแบบนี้ เขาสำลักครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พ่อให้กุญแจทองคำและสร้อยข้อมือทองคำกับเจ้าเมื่อเจ้าเพิ่งเกิด ตอนนั้นเจ้าสวมมันจนเจ้าอายุเกินสามขวบ ข้าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เจ้าได้สวมใส่มันอีกต่อไป เลยได้แต่เก็บเอาไว้”
อวิ๋นซิ่วชิงสัมผัสสร้อยข้อมือทองคำและกุญแจในกล่องไม้ซึ่งค่อนข้างเล็กกะทัดรัด
เฒ่าอวิ๋นมองดูของมีค่าทั้งสองในกล่องไม้ และยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“พรุ่งนี้เจ้าจะต้องเข้าเมืองเพื่อขายโสม ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่ และเจ้าก็คงต้องพัวพันด้วย นำกุญแจทองคำและสร้อยข้อมือทองคำ ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นทองคำบริสุทธิ์และมีค่าอย่างน้อยห้าสิบตำลึง ดังนั้นจงอย่าถูกหลอก”
อวิ๋นซิ่วชิงยังคงกังวลว่าจะเดินทางไปอย่างไรในวันพรุ่งนี้ นางไม่มีเงินสักเหวินในตัวเลย ดังนั้นนางจึงไม่สามารถพึ่งพาผูเว่ยชางได้
นอกจากนี้ ปู้เว่ยชางไม่ได้เป็นหนี้อะไรนางด้วย
อวิ๋นซิ่วชิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะวางกุญแจและสร้อยข้อมือทองคำอย่างระมัดระวังไว้ในตัวของนาง “ข้าเข้าใจแล้ว"
“นอกจากนี้ ถ้ามีคนถามเจ้าว่าพรุ่งนี้เจ้าจะไปทำอะไร ให้ตอบว่า เจ้าเข้าเมืองเพื่อซื้อยาให้พ่อ ส่วนเรื่องโสม เจ้าจะบอกคนอื่นไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมันอาจสร้างปัญหาให้เจ้าได้”
พรุ่งนี้จะเป็นครั้งแรกที่นางต้องออกไปข้างนอกและเข้าเมือง ซึ่งนั่นทำให้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกเป็นห่วงนางมาก
“ข้ารู้แล้วท่านพ่อ ข้าจะไม่บอกใคร” อวิ๋นซิ่วชิงตอบรับผู้เป็นพ่ออย่างเชื่อฟัง นางรู้ดีว่าพ่อเป็นห่วงนางมาก
เฒ่าอวิ๋นพยักหน้าทั้งที่ตาแดงก่ำจากการร้องไห้ เขาสั่งนางต่อว่า “อาชิง เจ้าจะอยู่ในเมืองได้ไม่เกินสามวันเท่านั้น ถ้าเจ้ายังหาผู้ซื้อที่ให้ราคาดีกับเจ้าไม่ได้ เจ้าก็ขายโสมที่โรงหมอได้เลย”
“ทำไมล่ะ?” อวิ๋นซิ่วชิงมองเฒ่าอวิ๋นด้วยความสงสัย
“แม้โสมจะสามารถเก็บได้นาน แต่หลังจากผ่านไปเป็นเวลาสามวัน ใบโสมจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและจะเสียคุณค่าไป”
อันที่จริงเฒ่าอวิ๋นอยากให้นางกลับมาโดยเร็ว เขากลัวว่านางอาจเจอคนไม่ดีเมื่อต้องเดินทางคนเดียว
**เฒ่าอวิ๋น แก้ไขเป็น พ่อเฒ่าอวิ๋น**