สายลมเย็นพัดผ่านสนามฝึกด้านหลังสมาคมรับจ้าง มอแกนยืนกอดอกมองนักเรียนฝึกซ้อมอยู่ห่างๆ เสียงฝีเท้าของทหารพิทักษ์เมืองสองนายดังเข้ามาใกล้
"คุณคือครูฝึกมอแกนใช่ไหม?" หนึ่งในเจ้าหน้าที่เอ่ยถาม
มอแกนหันไปมอง ขมวดคิ้วประเมินชายในเครื่องแบบตรงหน้า "ใช่ ผมเอง มีธุระอะไรหรือเปล่า?"
"รู้จักชายที่ชื่อ ชาร์ลส์ เรเวนส์ครอฟต์ ไหม?"
"ครับ ผมรู้จัก เขาเป็นอะไรหรือ?"
"เมื่อคืนเขาลงมือสังหารเจ้ากรมคลัง"
"อะไรนะ!" มอแกนอุทานด้วยความตกใจ
……
ที่บ้านพักของชาร์ลส์ เจ้าหน้าที่ทหารพิทักษ์เมืองกำลังปิดล้อมและรื้อค้นทุกซอกทุกมุม ชาวบ้านแถวนั้นต่างออกมามุงดูด้วยความสงสัย บ้างก็กระซิบกระซาบถามไถ่กันว่าเกิดอะไรขึ้น
ข้างบ้านคุณนายวิลสันยืนอยู่ในสวน สายตาสอดส่องมองสลับไปมาระหว่างเจ้าหน้าที่สองนายที่กำลังสอบปากคำ กับบ้านของเพื่อนบ้านหนุ่มที่ถูกรื้อค้น
"รู้จัก เรเวนส์ครอฟต์ มานานแค่ไหนแล้ว?" เจ้าหน้าที่ถามขณะที่อีกคนจดบันทึก
"ก็ประมาณปีหนึ่ง" คุณนายวิลสันตอบ ดวงตายังคงจับจ้องไปที่บ้านชาร์ลส์ "เรื่องจริงเหรอ? ที่ว่าชาร์ลส์เป็นคนร้ายฆ่าขุนนางใหญ่"
"ครับ" เจ้าหน้าที่พยักหน้า "แล้วระหว่างที่อาศัยอยู่ที่นี่ เขาได้มีการติดต่อกับบุคคลน่าสงสัยที่มาหาบ่อยๆ ไหม?"
"ไม่รู้สิ ไม่ค่อยได้สังเกตเท่าไหร่" เธอยังคงเหลือบมองบ้านชาร์ลส์เป็นพักๆ
เจ้าหน้าที่เริ่มหงุดหงิด "คุณย่า ตอบคำถามผมให้เสร็จก่อนเถอะ อย่าเพิ่งสนใจทางนั้นเลย"
"แกเองก็ตอบคำถามฉันมาด้วย" คุณนายวิลสันย้อน "ว่าทำไมชาร์ลส์ถึงต้องฆ่าเจ้ากรมคลัง"
"ผมก็ไม่รู้ ถึงได้มาคอยรวบรวมข้อมูลจากคุณย่าอยู่นี่ไง"
"ไม่คิดว่าฉันรู้มากกว่าแกหรือไงไอ้หลานเวร"
……
ในห้องนอนของชาร์ลส์ สิ่งของถูกทยอยขนออกไปเป็นหลักฐานจนเกือบหมด เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพบกระดาษแผ่นหนึ่งเหน็บอยู่ระหว่างหนังสือ สภาพยับเยิน มีข้อความขาดๆ หายๆ เป็นภาษาประหลาดที่อ่านไม่ออก
"หัวหน้าครับ" เขาเรียกผู้บังคับบัญชา "ผมเจอกระดาษแปลกๆ แผ่นหนึ่ง"
หัวหน้าหยิบกระดาษขึ้นพิจารณา พลิกดูทั้งหน้าหลัง แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากตัวอักษรประหลาดที่อ่านไม่ออก
"นี่มันอะไรกัน?"
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เอามาให้ดูเผื่อหัวหน้าจะรู้อะไรบ้าง"
"ฉันก็ไม่รู้ แต่มันน่าจะสำคัญ เอากลับไปด้วย"
ขณะนั้น เจ้าหน้าที่อีกนายเดินเข้ามา ในมือประคองขวดไวน์ใบใหญ่ด้วยความระมัดระวัง
"หัวหน้าครับ ผมเจอนี่อยู่ในห้องครัว" เขาชูขวดไวน์ขึ้นให้เห็น
หัวหน้ารับขวดมาดู ม่านตาเบิกกว้างทันทีที่เห็นฉลาก เขานิ่งค้างอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อก
"หัวหน้า… หัวหน้า… จะเอายังไงกับไวน์ขวดนี้ดีครับ?"
หัวหน้าจ้องขวดไวน์ในมือด้วยสายตาอ่อนระทวย เลียริมฝีปากก่อนจะตอบ "เอากลับไปเป็นหลักฐานด้วย..." เขาหยุดครู่หนึ่ง "แต่ลงบันทึกไว้ว่าเจอแต่ขวดเปล่า"
ทุกสายตาในห้องจับจ้องสลับไปมาระหว่างขวดไวน์กับใบหน้าของหัวหน้า บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
……
สายฝนโปรยปรายลงมาในยามดึก หยดน้ำกระทบกับหลังคากรมคลัง ส่งเสียงกังวานเป็นจังหวะ โจเซฟ เอ็ดเวิร์ด และมิแรนดาเดินฝ่าสายฝนมาถึงประตูใหญ่ เสื้อคลุมของพวกเขาเปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝน
ทางเดินในกรมคลังเงียบสงัด มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันที่ถูกจุดทิ้งไว้เป็นระยะ ทอดเงายาวบนผนังหินอ่อน เมื่อมาถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ยามสองนายลุกขึ้นยืนตรง ท่าทางระแวดระวังเมื่อเห็นกลุ่มคนแปลกหน้าเดินมา
โจเซฟล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา ตราประทับของกรมทหารพิทักษ์เมืองปรากฏชัดบนกระดาษ
เจ้าหน้าที่ตรวจดูเอกสารอย่างละเอียด ก่อนจะผงกศีรษะอนุญาตให้พวกเขาผ่าน
"เข้าไปได้" ยามคนหนึ่งกล่าว
ทั้งสามพยักหน้ารับ เดินตามทางเข้าไปในห้องที่เกิดเหตุ กลิ่นไหม้และกลิ่นคาวเลือดยังคงอวลอยู่ในอากาศ แม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม
โจเซฟตรงไปที่โต๊ะทำงานของคริสโตเฟอร์ทันที ดวงตาสำรวจพื้นผิวไม้อย่างพินิจ มือลูบไปตามขอบโต๊ะ ค้นหาร่องรอยของกลไกที่ชาร์ลส์เล่าให้ฟัง หยิบแหวนเงินออกมาจากกระเป๋า สำรวจมันภายใต้แสงตะเกียง
"น่าจะตรงนี้..." เขาพึมพำ นิ้วกดลงบนจุดหนึ่งใต้โต๊ะ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โจเซฟขมวดคิ้ว นึกถึงคำบอกเล่าของชาร์ลส์ ที่ตอนนั้นถูกล่ามติดกำแพงและมองเห็นได้ไม่ชัดเจน เขาลองกดจุดอื่นๆ รอบๆ จุดแรก สลับกับการหมุนแหวนไปมา พยายามไขความลับของกลไกที่ซ่อนอยู่
'ชาร์ลส์บอกว่าไอแซคล้วงลึกเข้าไปในกลไก...' เขาคิด มือคลำหาใต้โต๊ะอีกครั้ง คราวนี้ลึกเข้าไปกว่าเดิม 'ต้องมีอะไรสักอย่าง...'
"จะแน่ใจได้ยังไงว่าเรื่องที่ชายคนนั้นเล่ามาเป็นความจริง" มิแรนดาเอ่ยขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง เธอยืนในตำแหน่งที่มองเห็นทั้งประตูและหน้าต่าง
"ชาร์ลส์ไม่ได้โกหกแน่นอน ผมเชื่อใจเขา" โจเซฟตอบโดยไม่ละสายตาจากโต๊ะตรงหน้า
"การที่นายดีกับเขา ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะดีตอบนะโจเซฟ" มิแรนดาย้ำเสียงเข้ม "บางทีเป้าหมายของชายคนนั้นตั้งแต่แรกก็อาจจะเป็นคริสโตเฟอร์แล้วก็ได้ ทั้งเรื่องเสียความทรงจำนั้นอีก อาจจะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาอีกที"
"เรื่องเสียความทรงจำนั้นเป็นความจริง" เอ็ดเวิร์ดแทรกขึ้น น้ำเสียงหนักแน่น "ฉันเคยตรวจสอบเขามาแล้ว ปรากฏว่าเขาไม่มีความทรงจำก่อนที่จะมาอาณาจักรนี้เลย"
"แต่ว่าเรื่องแบบนั้นเขาอาจจะทำเองก็ได้" มิแรนดาโต้กลับ "หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขาทำให้เขาเสียความทรงจำเพื่อที่จะได้ทำงานง่ายขึ้น ชายคนนี้อาจเป็นสายลับจากอาณาจักรอื่นแทรกซึมเข้ามาในอาณาจักรนี้ แล้วรอคอยคำสั่งจนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ได้ ใครจะรู้"
"แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วพวกเขาจะได้อะไรจากการฆ่าเจ้ากรมคลังล่ะ?" โจเซฟหันมามองพี่สาว "ชาร์ลส์จะได้อะไรจากการสังหารเขา"
มิแรนดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา "อย่างน้อยก็ทำให้เกิดความวุ่นวายในอาณาจักร เจ้ากรมคลังเป็นตำแหน่งสำคัญ การตายของเขาย่อมส่งผลกระทบต่อระบบการเงินการคลังของอาณาจักรอย่างแน่นอน"
"แต่ถ้าแค่ต้องการสร้างความวุ่นวาย ทำไมต้องเป็นชาร์ลส์ด้วย?" โจเซฟถามพลางสอดนิ้วลงไปในช่องเล็กๆ ที่พบบนโต๊ะ "ทำไมไม่ใช้คนอื่น? หรือถ้าจะให้สมจริงกว่านี้ก็น่าจะใช้คนที่มีแรงจูงใจชัดเจนกว่า อย่างศัตรูทางการเมืองของคริสโตเฟอร์"
"นั่นสิ" เอ็ดเวิร์ดเสริม "และที่สำคัญ ถ้าชาร์ลส์เป็นสายลับจริง เขาคงไม่โง่พอที่จะทำตัวเป็นที่สนใจด้วยการรับคดีต่างๆ มากมาย จนเป็นนักสืบชื่อดัง"
มิแรนดายกมือขึ้นลูบคาง ครุ่นคิด "ก็อาจจะเป็นกลยุทธ์ก็ได้ สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จัก จนไม่มีใครสงสัย..."
เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นจากโต๊ะ ขัดจังหวะการสนทนา ช่องเสียบรูปร่างคล้ายหัวแหวนปรากฏขึ้นบนผนังด้านหลัง โจเซฟรีบก้าวเข้าไปใกล้ สอดแหวนเงินเข้าไปในช่องอย่างระมัดระวัง
ช่องลับเปิดออกช้าๆ แต่ภายในกลับว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดอยู่ในนั้น โจเซฟขมวดคิ้ว มือลูบไปตามผนังด้านในของช่อง จนสัมผัสได้ถึงร่องเล็กๆ ขนาดพอดีกับปลายนิ้ว
เขาสอดนิ้วเข้าไปในร่องนั้นแล้วกดลง เสียงกลไกดังแผ่วอีกครั้ง ก่อนที่ช่องลับอีกแห่งจะเปิดออกตรงผนังส่วนล่าง อยู่ในระดับหัวเข่าพอดี
"ฉลาดนี่..." โจเซฟพึมพำ ก้มลงสอดมือเข้าไปในช่องที่เพิ่งเปิด สัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่าง
เมื่อดึงออกมา สิ่งที่อยู่ในมือเขาคือหนังสือเล่มหนึ่ง สภาพเก่าแก่ราวกับผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี ปกของมันทำจากวัสดุแปลกตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ผิวสัมผัสคล้ายกระดาษ แต่มีความทนทานผิดธรรมชาติ
"นี่มัน..." เขาพลิกหนังสือไปมา พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ในมือ
มิแรนดาและเอ็ดเวิร์ดก้าวเข้ามาใกล้ สายตาจับจ้องที่หนังสือในมือโจเซฟ ตัวอักษรบนหน้ากระดาษนั้นแปลกประหลาด เป็นภาษาที่ไม่มีใครในกลุ่มเคยพบเห็น
"หนังสือเล่มนี้..." มิแรนดาเอ่ยเสียงเบา ดวงตาจับจ้องที่หนังสือในมือน้องชาย "ใช้วัสดุอะไรในการสร้างกัน?"
โจเซฟค่อยๆ พลิกหน้าหนังสือ แม้จะอ่านไม่ออก แต่ภาพวาดในนั้นกลับเล่าเรื่องราวบางอย่าง แผนภาพซับซ้อนปรากฏอยู่หลายหน้า มีเส้นโยงและสัญลักษณ์ต่างๆ เชื่อมโยงกันราวกับพยายามอธิบายบางสิ่ง
บางหน้าสมบูรณ์ชัดเจน บางหน้าเลือนรางจนแทบมองไม่เห็น และบางหน้าก็มีร่องรอยฉีกขาด เนื้อหาในแต่ละหน้าดูไม่ต่อเนื่องกัน บางส่วนดูเหมือนตำราวิชาการ บางส่วนคล้ายบันทึกการทดลอง และบางส่วนก็ดูพิมพ์เขียวของบางสิ่ง แต่ทั้งหมดถูกเขียนด้วยภาษาที่ไม่มีใครอ่านออก
"ภาษาโบราณ..." เอ็ดเวิร์ดกล่าว "ต้องให้อบิเกลช่วยแปล เธอเชี่ยวชาญเรื่องภาษาโบราณที่สุดในหน่วย"
โจเซฟพลิกไปยังส่วนท้ายของหนังสือ ตรงส่วนที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด ภาพวาดละเอียดของสิ่งมีชีวิตประหลาดปรากฏขึ้น สิ่งมีชีวิตขนาดเท่าปลิง เป็นก้อนสีดำที่มีหนวดจำนวนมากยื่นออกมารอบตัว
"นั่นมันตัวอะไร?" มิแรนดาถาม ก้มลงมองภาพวาดอย่างสนใจ
"ปรสิตดำ" โจเซฟตอบ นิ้วลูบไปตามภาพวาด "วัตถุดิบหลักของยาแยกร่าง ตรงนี้น่าจะเป็นสูตรและวิธีการทำยา"
เขาพลิกดูหน้าถัดไป แม้จะอ่านตัวอักษรไม่ออก แต่เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลที่ชาร์ลส์สืบมา ทุกอย่างเริ่มลงตัว "มันเป็นปรสิตชนิดเดียวกับที่เราพบในตัวของเฮนรี่... นี่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของชาร์ลส์ได้"
โจเซฟปิดหนังสือ สีหน้าเคร่งเครียดแต่มีประกายความหวัง "ผมต้องรีบกลับไปที่คุก บอกเขาเรื่องความคืบหน้านี้"
……
เสียงโซ่ตรวนกระทบพื้นดังก้องในห้องสอบปากคำ ชาร์ลส์ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้ด้วยเชือกหนา เหงื่อไหลซึมตามขมับ จากบาดแผลเก่าที่ยังไม่ทันหาย ผู้คุมเพิ่มแผลใหม่ให้อีก
พวกเขาเริ่มด้วยการกระชากเล็บที่เหลือออกทีละนิ้ว แต่ละครั้งที่คีมเหล็กงับลงบนเล็บ ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วแทบขาดใจ เลือดซึมออกมาจากปลายนิ้วที่ถูกทำร้าย
จากนั้นพวกเขาหยิบเหล็กแดงออกมาจากเตาถ่าน แสงสีส้มเรืองวาวสะท้อนในดวงตาของชาร์ลส์ที่เบิกกว้าง เสียงเนื้อไหม้และกลิ่นไหม้ลอยคลุ้งเมื่อเหล็กร้อนแนบลงบนผิวหนัง ชาร์ลส์กัดฟันแน่น พยายามไม่ร้องออกมา แต่เสียงครางก็ยังหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกระแหง
"สารภาพมาซะ!" เสียงตวาดดังขึ้น พร้อมกับหมัดหนักที่กระแทกเข้าที่ใบหน้า ชาร์ลส์รู้สึกถึงรสเลือดในปาก "แกฆ่าคริสโตเฟอร์ใช่ไหม!?"
"ไม่..." เขาเค้นเสียงตอบ "ฉัน...ไม่ได้ทำ..."
น้ำเย็นจัดถูกสาดใส่ ทำให้บาดแผลที่ถูกเหล็กร้อนแสบร้อนยิ่งขึ้น ผู้คุมคนหนึ่งกระชากผมเขา บังคับให้เงยหน้าขึ้น
"อยากให้เราลองวิธีอื่นไหม?" เสียงถามเย็นชา "เรามีเวลาทั้งคืน..."
หลังจากชั่วโมงแห่งความทรมาน ร่างของชาร์ลส์ถูกลากกลับไปที่ห้องขัง โซ่ตรวนถูกล่ามกลับเข้าที่ ประตูกรงเหล็กปิดลงพร้อมเสียงดังสนั่น ผู้คุมเดินจากไป ทิ้งให้เขานอนหอบหายใจอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ
"ฉันเคยคิดว่าสักวันแกจะต้องชดใช้ในสิ่งที่แกได้ทำกับฉัน..." เสียงเย้ยหยันดังมาจากผนังด้านหลัง "แต่ก็ไม่นึกว่าวันนั้นจะเป็นแบบนี้... ถูกจับขังและถูกทรมานเช่นนี้"