ก่อนหน้านี้ที่ทางเข้าออกยมโลกหม่าเมี่ยนช่วยเขาหลอมรวมหลินจือโมราและในหลินจือโมรายังผสมผสานไอวิญญาณขั้นเซียนวิญญาณของหม่าเมี่ยนอีกด้วย
และไอวิญญาณเหล่านี้ก็คืออีกหนึ่งส่วนประกอบนอกเหนือจากห้าธาตุ
หยวนก่อกำเนิดห้าธาตุในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเรียกได้ว่าหายากมาก
หยวนก่อกำเนิดหกธาตุมีเพียงในตำนานเท่านั้นไม่เคยมีใครทำสำเร็จให้เห็นมาก่อน
เพราะการหลอมรวมหยวนก่อนกำเนิดสิ่งที่ต้องการไม่ได้มีเพียงพลังตั้งต้นเท่านั้นยังขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณ และการควบคุมพลังอย่างพิถีพิถัน
ผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันหากสามารถหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดได้นับว่ามีพรสวรรค์สูงส่งแล้วการหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดจำเป็นต้องรวบรวมทรัพยากรหลากชนิดให้มากพอ เสิ่นเสวียนในชาติก่อนหลอมรวมได้เพียงหยวนก่อกำเนิดสามธาตุเท่านั้น
ตอนนี้เงื่อนไขสามอย่างทั้งช่วงเวลา สถานที่ และผู้ฝึกฝนพร้อมแล้วนอกจากที่เสิ่นเสวียนไม่เคยเดินในเส้นทางนี้มาก่อนอย่างอื่นเรียกได้ว่าค่อนข้างได้เปรียบ
หากไม่ลองดูคงไม่ใช่นิสัยของเขา
แน่นอนว่าหากล้มเหลวสิ่งที่ต้องเสียไปนั้นมีมูลค่ามหาศาลอย่างน้อยคือจิตวิญญาณได้รับความเสียหายครึ่งหนึ่งอย่างมากคือร่างแตกสลายกลายเป็นจุณ
ในชั่วพริบตาค่ายกลรวบรวมพลังที่ด้านล่างก็สำเร็จได้ด้วยมือของเสิ่นเสวียน
ประกอบเข้ากับแสงทองอร่ามที่ส่องประกายออกมายิ่งทำให้ดูลึกลับ
“ทั้งหมดมีหกมุมแต่ละมุมตอบสนองต่อหนึ่งธาตุ”
เสิ่นเสวียนติดตั้งค่ายกลรวบรวมพลังขนาดเล็กขึ้นอย่างรวดเร็วที่มุมหนึ่งเพื่อดูดซับพลังธาตุทองจากที่พื้นเข้ามา
จากนั้นก็หันไปติดตั้งค่ายกลรวบรวมพลังขึ้นในอีกมุมหนึ่งเพื่อดูดซับพลังธาตุดินจากหินเฮยเย่าที่อยู่ที่นี่
แล้วก็ทำแบบนี้อีกเพื่อดูดซับพลังธาตุน้ำและพลังธาตุไม้
“น่าสนใจดี”
ผู้เฒ่าจี๋เล่อมองเสิ่นเสวียนที่กำลังวางร่างของคนชุดดำไว้บนค่ายกลพลางพยักหน้าการดูดซับพลังด้วยวิธีนี้ค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว
ส่วนพลังธาตุไฟเชื่อมโยงกับมิติโดยตรงและหลอมรวมเข้ากับร่างของเสี่ยวเหยียนเสี่ยวเหยียนอยู่ในมิติของผังเมืองซานเหอ กำลังช่วยเสิ่นเสวียนเปิดผนึกมิติอยู่ตอนนี้มันหยุดหน้าที่นั้นลงชั่วคราวและนอนหมอบอยู่ที่พื้นพลังธาตุไฟจากร่างของมันพวยพุ่งเข้าไปยังใจกลางค่ายกลรวบรวมพลังอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้ค่ายกลห้าธาตุพร้อมแล้ว
“เจ้าสร้างค่ายกลรวบรวมพลังหกมุมขึ้นมาทำไม”
เสวียนหลิงเอ่อร์ถามเสิ่นเสวียนด้วยความสงสัยนางเข้าใจได้เรื่องห้าธาตุ แต่นางไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีหกมุม
เสิ่นเสวียนมองเสวียนหลิงเอ่อร์เล็กน้อยพลางยิ้มแต่ไม่กล่าวอะไรเลยจากนั้นเขาก็เอาขวดมากมายออกมาวางไว้ที่มุมสุดท้าย
“เจ้าจะทำอะไร”
เสวียนหลิงเอ่อร์มองเสิ่นเสวียนเอาขวดสีดำออกมาจากมิติขวดแล้วขวดเล่าด้วยสีหน้าที่สงสัยยิ่งกว่าเดิม
แค่ตัวค่ายกลก็ทำให้นางสงสัยมากแล้วตอนนี้ยังเอาขวดสีดำออกมาอีก ทำให้จิตใจของนางกระวนกระวายเหมือนกำลังพิสูจน์การคาดเดาของนางอยู่
ขวดสีดำเหล่านี้ไม่ธรรมดาเลยเสวียนหลิงเอ่อร์ดูออก ผู้เฒ่าจี๋เล่อก็ดูออกเช่นกันแค่ใบเดียวก็อยู่ในขั้นปฐพีแล้วทว่าสิ่งของขั้นปฐพีมากมายขนาดนี้ปรากฏขึ้นในมือของคนคนเดียวความมั่งคั่งเช่นนี้เหนือกว่าเขาไม่รู้เท่าไร
“ข้าต้องการเลื่อนขั้นต้องรบกวนพวกท่านช่วยปกป้องแล้ว”
หลังจากเสิ่นเสวียนเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยเขาจึงนั่งลงไปที่ใจกลางค่ายกล และเมื่อกล่าวจบเขาก็หลับตาลงทันที ไม่ให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสถามอะไรเลย
เขารู้ว่าเสวียนหลิงเอ่อร์ลึกลับมากให้นางปกป้องเขานั้นสามารถรับรองความปลอดภัยได้อีกทั้งในฐานะที่ตนเองเป็นเซียนพเนจรเก้าด่านเคราะห์เขาไม่มีทางฝากชีวิตตนเองไว้กับคนอื่นอย่างเด็ดขาดตอนที่เขาติดตั้งค่ายกลรวบรวมพลังก่อนหน้านี้เขาได้เชื่อมโยงจิตใจเข้ากับมิติของผังเมืองซานเหอภายในร่างของตนเองไว้แล้วหากอีกฝ่ายคิดร้ายจริงๆ เขาสามารถแปรเปลี่ยนมิติหนีออกไปจากที่นี่ได้ทันที
“ทะลวงเลื่อนขั้นได้อย่างสบายใจแต่ข้าต้องบอกเจ้าสักหน่อยว่า วิธีการของเจ้าอันตรายมาก”
เสวียนหลิงเอ่อร์เห็นเสิ่นเสวียนหลับตาลงแล้วจึงกล่าวเตือนเล็กน้อย
“พี่หญิงอันตรายมากแค่ไหนหรือ”
ผู้เฒ่าจี๋เล่อที่อยู่ข้างๆกล่าวถามเสวียนหลิงเอ่อร์
“อาจทำให้สุสานของเจ้าระเบิดได้ลองคิดเอาเองแล้วกัน”
เสวียนหลิงเอ่อร์สวมชุดแดงพลิ้วไหวเหาะไปอยู่บนก้อนหินข้างๆ นางนั่งลงตรงนั้น นั่งเท้าคางวางศอกลงบนเข่าดวงตาคู่งามมองเสิ่นเสวียนที่กำลังหลับตาเข้าสู่สภาวะฝึกฝนไปแล้ว พลางดำดิ่งลงไปในห้วงความคิด
เป็นอย่างที่เสิ่นเสวียนคิดไว้นางไม่ใช่คนในโลกนี้ นางมาจากโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเหมือนกับเสิ่นเสวียนทว่านางเคยออกจากโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรไปยังอาณาจักรเซียนมาก่อนส่วนเสิ่นเสวียนยังคงอยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรดังนั้นพวกเขาจึงมีความเข้าใจในหลายๆ เรื่องคล้ายคลึงกันมีเพียงบางอย่างที่คิดเห็นต่างกันออกไป
ความอยากรู้อยากเห็นความประหลาดใจ และความตื่นเต้นที่ได้มายังที่นี่เป็นครั้งแรกค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา กระทั่งภายหลังนางโดนคนวางแผนร้ายทำให้นางต้องตายหากไม่ใช่เพราะมีโลงศพสีแดงปกป้องไว้ นางคงเลือนหายไปนานแล้วหลังจากนั้นนางจึงต่อต้านผู้คนจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง
นางดูออกว่าเสิ่นเสวียนไม่ใช่คนที่นี่แต่นางยังไม่เชื่ออย่างสนิทใจ หากต้องการให้นางยอมรับเสิ่นเสวียนจำเป็นต้องผ่านการทดสอบของนางไปก่อน
เพราะแบบนั้นเสวียนหลิงเอ่อร์จึงนั่งเท้าคางมองเสิ่นเสวียน จ้องมอง และมองต่อไป
ผู้เฒ่าจี๋เล่อทำตามคำสั่งของเสวียนหลิงเอ่อร์นั่งเฝ้าเสิ่นเสวียนอยู่ข้างๆ
อย่างน้อยในสุสานของเขาเขาสามารถปกป้องได้อย่างถึงที่สุด
ส่วนอันตรายที่เกิดขึ้นภายในอาณาเขตของเสิ่นเสวียนมีเพียงตัวเขาเองที่สามารถจัดการได้
ค่ายกลหกมุมเริ่มทำงานแล้วพลังห้าธาตุ ทั้งทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ต่างตื่นตัวขึ้นและแผ่กระจายออกมาจากค่ายกลรวบรวมพลังทั้งสี่มุมพุ่งเข้าไปภายในค่ายกลที่เสิ่นเสวียนนั่งอยู่ใจกลางและรวมตัวเข้าด้วยกันจากนั้นพลังเหล่านั้นจึงหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเสิ่นเสวียนอย่างต่อเนื่อง
เสิ่นเสวียนหลับตานิ่งเข้าสู่สภาวะฝึกฝนอย่างเชื่องช้า
“เสี่ยวเม่ยเสิ่นเลี่ยน พวกเจ้าอยู่ในนั้นก็นั่งสมาธิกันด้วย”
“ขอรับ”
“เจ้าค่ะ”
ภายในมิติเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยพยักหน้ารับคำในทันทีจากนั้นก็นั่งสมาธิตามที่เสิ่นเสวียนบอก
“อีกเดี๋ยวจะมีพลังพุ่งเข้าไปพวกเจ้าดูดซับพลังเอาไว้ก็พอ”
“อืม”
ทั้งสองคนพยักหน้าอีกครั้งพวกเขาต่างรับรู้ถึงข้อดีของพลังที่เสิ่นเสวียนบอกครั้งก่อนภายในมิติใต้ดินตระกูลเหลยพลังยุทธ์ของพวกเขาก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิมมากอย่างเห็นได้ชัด
ครั้งนี้เสิ่นเสวียนจริงจังมากขนาดนี้แสดงว่าพลังต้องแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน
ส่วนเสิ่นเสวียนในตอนนี้กำลังดึงดูดให้พลังห้าธาตุภายในร่างกายไหลไปรวมตัวกันอยู่ที่แก่นทองคำภายในตันเถียนทั้งหมด
เขาเคยบอกว่าเขาต้องการหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดห้าธาตุ
ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นแก่นทองคำระดับปลายพลังเหล่านี้สามารถทำให้เขาเลื่อนไปถึงจุดสูงสุดของขั้นแก่นทองคำระดับปลายได้ในพริบตา
ส่วนการหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดจำเป็นต้องทำให้พลังภายในแก่นทองคำอยู่ในสภาวะอิ่มตัวก่อนจากนั้นค่อยหลอมรวมขึ้นภายในแก่นทองคำ เมื่อหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดได้สำเร็จมันจะกะเทาะเปลือกออกมาจากแก่นทองคำเพื่อหล่อหลอมร่างชีวิตขึ้นมาอีกครั้งแน่นอนว่าร่างชีวิตนี้จะเป็นร่างที่เปราะบางมาก จำเป็นต้องดูแลอย่างทะนุถนอมและเมื่อพลังสูงถึงระดับหนึ่งแม้ร่างเนื้อจะแตกสลายไปก็ยังใช้หยวนก่อกำเนิดเพื่อเกิดใหม่ได้อีกครั้งเรียกได้ว่ามีผลประโยชน์ไม่สิ้นสุด
พลังห้าธาตุห้าสีหลั่งไหลเข้าสู่แก่นทองคำไม่หยุดหย่อนในขณะเดียวกัน ความจุภายในตันเถียนของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
คิดหลอมรวมหยวนก่อกำเนิดให้ได้จำเป็นต้องใช้พลังมหาศาลและความจุของตันเถียนที่น่าสะพรึงตอนนี้เขาควบคุมแก่นทองคำไปพลาง ขยายตันเถียนไปพลาง
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
เสิ่นเสวียนยังคงหลับตาอยู่ทันใดนั้นมีพลังสายหนึ่งพุ่งออกมาจากร่างของเขา พลังนี้พุ่งไปยังข้างๆขวดสีดำทำให้ฝาขวดเปิดออก จากนั้นกลิ่นหอมของสมุนไพรที่อบอวลก็โชยออกมา
ยาน้ำสกัดจากหลินจือโมราเป็นยาน้ำสกัดชั้นสูงที่ยอดเยี่ยมมากอยู่แล้วหลังจากผ่านการหลอมรวมโดยหม่าเมี่ยนและเคล้าไปด้วยไอวิญญาณ ทำให้มันเหนือกว่ายาน้ำสกัดทั่วไปเข้าสู่ระดับเดียวกับขั้นเซียนไปแล้ว
เป็นอย่างที่คิดไว้เสวียนหลิงเอ่อร์ที่นั่งมองเสิ่นเสวียนอยู่พลันลุกนั่งตัวตรง ดวงตางามของนางฉายความตื่นตกใจออกมาทันที!
“ดูเหมือนว่าเขาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาเสียแล้ว”
เสวียนหลิงเอ่อร์กล่าวพึมพำกับตนเอง