C h a p t e r 12
"เ้านายโทรตาม?”
“อืม น่าหงุดหงิด!!” พนักงานเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารบนโต๊ะ จนครบก็เดินออกไป
“แล้วไม่ต้องกลับไปหรือไง"
"นี่มันเวลาพักของพนักงานนะ เรียกให้ไปชงกาแฟให้ บ้าดิ" เรียวบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ
"แปลกเนอะ"
"ยังไง"
"เขามีแกเป็เลขาคนเดียวเหรอ"
"จะบอกให้ เลขาหน้าห้องนมโตอย่างกับแตงโม ใส่ชุดมาทำงานแต่ละชุดบีบจนเต้าแทบแตก"
"ทำไมไม่ลองทำดู นมแกก็ไม่ได้น้อย"
"แล้วทำไมฉันต้องทำด้วย!! ไปทำงานไม่ได้ไปหาผัว!! "
"อ๋อ ลืมไป อนาคตมีคนจองแล้วสิ"
"มันก็ไม่แน่หรอก เอาเป็ว่า พนักงานเขามีเป็ล้าน จะต้องมายุ่งวุ่นวายกับฉันทำไม"
"งั้นเขาก็คงมีความคิดเดียว"
"คือ..." เรียวเอียงคอรอฟังคำตอบของเธียเตอร์
"เขาชอบแก อยากจะได้แก" เรียวหวนนึกถึงคำพูดพอลสันเมื่อเช้า'สักวัน ผม...ต้องได้คุณ' แค่ได้ยินคำพูดนั้น เธอก็ขนลุกขนชันขึ้นมาแล้ว
"ทำไมวะ แค่ฉันต่อต้านมันเลยกลายเป็กระตุ้นความ้าเอาชนะของเขาเหรอ"
"ก็อาจจะ...พวกคนเ้าชู้ จะสนใจคนที่ได้มายากๆ แต่ถ้าได้มาแล้วก็จะหมดความสนใจไปเองนั่นแหละ"
"แสดงว่า ถ้าฉันให้เขากิน เขาก็จะเลิกยุ่งกับฉันใช่ไหม"
"ไม่รู้ แล้วแต่บุคคล" ถ้าเขานิสัยดีกว่านี้หน่อย เธออาจจะอ่อยเขาเองก็ได้ แต่ตอนนี้ขอบายก่อน
"โอ๊ย!!"
"เป็อะไร"
"ร้อน!! แสบปาก" เธอมัวแต่ใจลอยซดน้ำซุปที่ร้อนมากจนลวกริมฝีปากที่แตกเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
"ปากแตกโดนไรมา"
"หมากัดปาก!!"
"...." อะไรของแก หมาจะกัดปากได้ยังไง เรียวเหลือบสายตามองเพื่อนชายที่จ้องมองมาอย่างจับผิด
"ล้อเล่น กัดปากตัวเอง"
"โง่"
"เอ้า!! โดนด่าเฉย"
"กินให้หมดด้วย"
"จะกินให้หมดเลยคอยดู" เรียวกำลังจะตักเส้นราเมงเข้าปาก ก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากนอกร้านอาหาร
โครม!!
เพร้ง!
อะไรวะ! เื่เกิดขึ้นแค่พริบตาเดียวเท่านั้น ยังไม่ทันไม่เห็นเลยว่าเกิดอะไรขึ้น อาหารในถาดก็ถูกสาดใส่ตัวเธียเตอร์จนเลอะเทอะเต็มไปหมด ใบหน้ายังมีเส้นกับผักชีติดอยู่อีกด้วย
"ขอโทษครับ ผม...ผมสะดุด ขอโทษจริงๆ ครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ" พนักงานชายคนนั้นพนมมือไหว้ พร้อมทำสีหน้ารู้สึกผิดกล่าวขอโทษไม่หยุด เรียวลุกขึ้นแล้วหยิบกระดาษทิชชูเช็ดใบหน้าของเธียเตอร์ให้อย่างเบามือ
"เป็ไงบ้าง"
"ไม่เป็ไร ก็เขาไม่ได้ตั้งใจนิ" เธียเตอร์เป็ผู้ชายใจเย็นอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เื่หนักหนาอะไรก็จะปล่อยผ่าน เธอหันสายตามองพนักงานที่กำลังเก็บแก้วกับชามอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกบางอย่าง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดยังไงดี
"ขอโทษครับ ขอโทษครับ ผมเป็ผู้จัดการของที่นี่ ขอโทษด้วยครับ" ผู้จัดการเดินออกมาจากข้างใน พยายามขอโทษขอโพยและช่วยเช็ดความสกปรกออกให้
แต่...มาเช็ดให้เธอทำไม เธอไม่ได้เปื้อนอะไรสักหน่อย
"ไม่เป็ไรค่ะ"
"ครับ ครับ ครับ ขอโทษด้วยครับ" เรียวสังเกตเห็นรอยสักที่อยู่ภายในแขนเสื้อก่อนจะเงยหน้ามองเ้าของรอยสัก เหมือนจะเคยเห็นมาก่อน
"ไม่เป็ไรค่ะ มันเป็อุบัติเหตุ" เธอหันไปหาเพื่อนสนิท "แกไปล้างเอาของพวกนี้ออกก่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง"
เธียเตอร์พยักหน้าก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำข้างใน
เรียวรั้งสายตากลับมามองโต๊ะอาหาร ที่เละเทะไปหมด ไม่เหลืออะไรให้กินอีกแล้ว ความอยากอาหารที่มีอยู่ตอนนี้ ก็หายเป็ปลิดทิ้ง
"นี่ครับ" ผู้จัดการยื่นบัตรบางอย่างมาให้ เธอมองดูแล้วเหมือนเป็บัตรสมาชิกของร้านอาหาร ว่าแต่… เอามาให้เธอทำไม
"นี่ อะไรคะ" เธอหยิบมาแล้วพลิกหน้าหลังเพื่อดู
"บัตรVIPครับ"
"แล้วเอามาให้ฉันทำไมคะ"
"เฉพาะคุณผู้หญิง กินฟรีตลอดชีวิตครับ"
"ห๊ะ…" เรียวเบิกตากว้างด้วยความใ "แต่เพื่อนฉัน..."
"ขอโทษครับ บัตรVIP ให้เฉพาะคุณผู้หญิงครับ" นี่มันเื่บ้าบออะไร หรือผู้จัดการคนนี้จะมาจีบฉันด้วยการเปย์ คือไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองนะ แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่พอจะเป็ไปได้นอกจาก...
"คือ ฉันว่า ไม่เป็ไรค่ะ"
"ไม่ครับ รับไว้เถอะครับ"
"แต่..."
"ขอโทษจริงๆ นะครับ อาหารมื้อนี้ไม่ต้องจ่ายนะครับแล้วก็นี่เป็อาหารที่เราทำใส่กล่องไว้ให้แล้วครับ"
"เอ๊ะ" มันน่าใไปหมดเลย ทำอาหารใส่กล่องให้กลับไปกิน มีที่ไหน ถึงได้เตรียมการไว้รวดเร็วขนาดนี้ ทำอย่างกับรู้ว่าจะเกิดเื่อะไรอย่างนั้นแหละ "ในนี้..."
"มีอาหารทุกอย่างที่คุณผู้หญิงสั่งไว้ครับ" รวดเร็วเกินไปหรือเปล่า เธอรับถุงอาหารมาแบบงงๆ ก่อนที่เธียเตอร์จะเดินกลับออกมา ถึงเสื้อผ้าจะเลอะคราบอาหารจนดูสกปรกแต่ไม่สามารถทำลายความหล่อเหลาของเขาได้เลย "ขอโทษอีกทีนะครับ" ผู้จัดการหันมาขอโทษเธอแล้วเดินจากไป หายวับเข้าไปในกลีบเมฆ
เธียเตอร์มองเพื่อนสาวที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ก็รีบเก็บกระเป๋า
"ไปกันเหอะ" ก่อนจะเดินออกจากร้านไป
"เอ่อ…แก ไว้ตอนเย็นฉันเลี้ยงแกชดเชยก็แล้วกัน" เรียวกับเธียเตอร์เดินออกมาจากร้านด้วยใบหน้าบึ้งตึงเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนความซวยจะไม่ได้มีแค่นั้นนะสิ…
"เชี่ย!! สีน้ำมัน" เธียเตอร์ก้าวเท้าไม่ออก ได้แต่ยืนสตั้นอยู่กับที่ คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เห็นเพียงรถมินิคูเปอร์สีเหลืองของเขาถูกย้อมไปด้วยสีแดงดำ และดันเป็สีที่ไม่สามารถลบออกได้ อย่างกับมีคนจงใจเอาสีมาสาดใส่ลูกรักของเขา
ไม่ไหวแล้วนะ!!!
เรียวได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับปวดหัวกับสภาพที่เห็น ใครแกล้งวะ เวรเอ๊ย เธอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังอดกลั้นไม่ให้ะเิอารมณ์ออกมาและยิ่งเขาเป็คนที่รักรถ ดูแลรถเป็อย่างดีมาตลอด ไปอยู่ต่างประเทศก็ยังเอารถไปฝากไว้ที่ศูนย์เพื่อจ้างดูแล
แต่ตอนนี้...โอ๊ย ปวดหัว
__________________
"พี่เชน พวกเราทำดีหรือยัง"
"ดีมาก"
"ทำไมนายให้พวกเราไปแกล้งผู้ชายคนนั้นล่ะพี่"
“นั่นสิ ผู้ชายคนนั้นดูไม่มีอะไรเลย”
"นายสั่ง ก็คือนายสั่ง ไม่ต้องถามเหตุผลหรอก"
"ครับ" ชายหนุ่มที่ถูกตอบกลับก้มหน้าลงอย่างเชื่อฟังไม่ถามอะไรอีก
ไม่ใช่เชนไม่อยากรู้เหตุผล แต่เพราะเป็คำสั่งของเ้านาย เขาถึงทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามเท่านั้น ทั้งที่ปกติตัวเขาเองถือเป็มือซ้ายของนาย ทำงานในที่ลับคุมบ่อน กาสิโนต่างจังหวัด แต่เพราะเควินไม่อยู่ ถึงได้เรียกตัวเขาให้กลับมา
งานแรกที่ได้ทำคือให้มาเป็ผู้ช่วยคุณอิงกาญจน์ซึ่งเป็เลขาแทนเควิน มันก็เป็อะไรที่ยากพอสมควรอยู่แล้ว เพราะเขาไม่เคยต้องวิ่งวุ่นเื่งานเอกสารบนโต๊ะ แต่เื่ที่สำคัญที่นายให้เขาอีกเื่ ก็คือคอยตามดูคุณอิงกาญจน์ทุกฝีเก้า
มันเป็งานแรกที่เขาต้องมาคอยตามดูผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง และครั้งนี้นายยังออกคำสั่งให้แกล้งผู้ชายคนหนึ่ง ที่นั่งกินข้าวคุณอิงกาญจน์อีกต่างหาก…ไม่รู้ว่าอาการแบบนี้ เรียกว่าหึงหรือเปล่า
แต่มันจะเป็ไปได้ยังไง ในเมื่อนายไม่เคยรักใครสักคน นอกจากผู้หญิงคนนั้นจะมีผลประโยชน์ต่อธุรกิจจริงๆ
พอลสันเอนหลังพิงเบาะ ยกศอกขึ้นเท้ากับพนักเก้าอี้แล้วใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามริมฝีปากของตัวเองพลางจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสะใจ หลังจากที่ได้รู้ผลลัพธ์ของลูกน้องแล้ว เขาก็เห็นเธอเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าบึ้งตึง เลยลองแกล้งโทรตามเธอให้เข้ามาเอาแฟ้มงานเพื่อไปถ่ายเอกสาร
"กินข้าวหรือยัง" เธอชะงักกับคำถามแป๊บหนึ่ง ก่อนจะทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร "ผมถามว่าคุณกินข้าวหรือยัง" เขาพูดเน้นเสียงหนัก
"ทานแล้วค่ะ" เธอโกหก
"กินอะไรมา"
"ชาบู" เธอตอบแบบขอไปทีเหมือนไม่อยากจะคุย จนเขาเริ่มขมวดคิ้ว
"คุยกับผมทำให้คุณรำคาญมากนักหรือไง"
"ฉันกำลังหาแฟ้มอยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าแฟ้มอันไหนคะ"
"แฟ้มสีน้ำเงิน" อีตาบ้า อยากจะโดนเธอด่านักหรือไง
"แฟ้มสีน้ำเงินมีทั้งหมดสามสิบเล่ม ไม่ทราบว่าเล่มไหนคะ" เรียวกัดฟันถามด้วยความหงุดหงิดในใจ
"ผมจำไม่ได้" เรียวหยุดการหาแฟ้มแล้วหันไปมองเขาที่แทบจะไม่รู้สึกผิดอะไรเลยสักนิด นี่เขาตั้งใจแกล้งเธอหรือไง "ผมจำไม่ได้จริงๆ" เขารีบตอบแก้ตัวเมื่อเห็นเธอจ้องมองมาอย่างเอาเป็เอาตาย เห็นท่าทางยียวนของเขาแล้ว เธออยากจะเข้าไปบีบคอเหลือเกิน หญิงสาวหลุบสายตาลงกลับมามองหาเอกสารตามเดิม เพราะกลัวจะห้ามตัวเองไม่ไหว "ไปกินข้าวกัน"
"ไม่ค่ะ" เธอตอบแบบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ
"ขอเหตุผล"
"เลยเวลาพักแล้วค่ะ"
"แต่ผมยังไม่ได้กินข้าว"
"เื่ของคุณค่ะ"
"ถ้ายังไม่สนใจผมอีก ผมจะถอดเสื้อผ้าของคุณแล้วจัดการคุณที่นี่เลยดีไหม" พอลสันแกล้งว่า
"ถ้าไม่กลัวตายก็ลองดู…" เธอพึมพำเสียงเบาทั้งที่อยากจะพูดเสียงดังใจจะขาด
"คุณพูดว่าอะไรนะ"
"ฉันบอกว่า คุณพอลสันเป็ถึงผู้บริหารระดับสูง คงไม่ทำกิริยาน่ารังเกียจในบริษัทหรอก ใช่ไหมคะ" เธอได้แต่ใช้คำพูดบีบบังคับไม่ให้เขาทำอะไรเกินเลย และอีกอย่างเธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรที่นี่...มั้ง
พอลสันเห็นแววตาเ้าเล่ห์ของยัยตัวแสบแล้ว เขาแทบอยากจะอุ้มเธอพาดบ่าแล้วจับตีก้นแรงๆ สักทีสองที
"ถ้าผมบอกว่า ผมอดใจไม่ไหวล่ะ" เขาว่าพลางลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังอ้อมโต๊ะ
"คุณ คุณช่วยซ่อนความปรารถนาไว้หน่อยได้หรือเปล่าคะ" เธอพยายามเดินออกห่างจากเขาให้มากที่สุด มันดูเหมือนแมวกับหนูที่จ้องมองกันอย่างลองเชิง
เขาแกล้งเดินตามเธอต่อไปและมองเธอด้วยสายตาเร่าร้อน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปเองโดยอัตโนมัติเพราะแค่เป็เธอ เขาก็มีอารมณ์แล้ว
"ผมเคยบอกคุณแล้วไง ว่าสักวันผมต้องได้คุณ"
"คุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหน" เรียวยังคงถอยหลังกรูดด้วยความหวาดระแวง
"คุณเชื่อเถอะ ที่คุณรอดมาได้เพราะผมใจดีต่างหาก" เอาตรงๆ เธอไม่เคยเจอคนหลงตัวเองแบบเขามาก่อน จำเป็ที่ผู้หญิงทุกคนบนโลกจะต้องชอบเขาหรือไง
"ฉันขอบอกเลยนะคะ ฉันมาอยู่ที่นี่ เพราะเงื่อนไขการทำงาน ไม่ใช่มาขายตัว"
"ถ้าทำให้ผมพอใจ คุณอาจจะได้มากกว่าที่คิดนะ" พอลสันพูดออกไปตามที่ใจคิด ยื่นข้อเสนอเหล่านี้ออกไป ทั้งที่ไม่เคยพูดกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน เพราะส่วนใหญ่ แค่กระดิกนิ้วผู้หญิงก็เข้าหาแล้ว แต่กับเธอ เขาไม่สามารถทำให้เธอเข้ามาหาได้ งั้นก็ต้องล่อ ใช่เงื่อนไขล่อ…
"เก็บข้อเสนอของคุณไปใช้กับผู้หญิงคนอื่นเถอะค่ะ" พอลสันกอดอกแล้วยกยิ้มพลางเดินวนรอบโต๊ะตามหญิงสาวอย่างสนุกสนาน ขนาดเงื่อนไขที่ยื่นไปยังใช้ไม่ได้ผล แล้วจะให้เขาจัดการยังไง…
"ข้อเสนอนี้ ผมให้แค่คุณคนเดียวเท่านั้น" เขาเลื่อนสายตามองริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังเม้มแน่น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หรือกำลังคิดถึงผลประโยชน์ร้อยพันประการที่เธออาจจะได้ในขณะที่กลายเป็ผู้หญิงของเขา “เงินลงทุน ผมจะให้ระยะเวลาที่คุณยังอยู่กับผม ให้ตามข้อเสนอในสัญญา และจะให้เพิ่มด้วย ไม่ว่าคุณอยากจะได้อะไร ผมจะให้ทุกอย่าง ไม่มีข้อยกเว้น”
“…” เรียวขมวดคิ้ว มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ข้อเสนอบ้าบออะไรเธอไม่อยากจะได้สักนิด พูดจาเพ้อเจ้ออยู่ได้
“เป็ไง…ข้อเสนอของผม…คุณสนใจหรือเปล่า” เธอใช้หางตามองประตูห้องซึ่งตอนนี้ ดูจากระยะทางแล้ว วิ่งไปน่าจะถึงก่อนที่เขาจะจับเธอได้ เอายังไงดี
"ถ้าไม่มีธุระแล้ว ฉันขอตัวค่ะ" เรียวเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันหลังวิ่งไปที่ประตูกระจกอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยว!!"
“…” มือที่กำลังจะผลักประตูออกไป ชะงักกลางอากาศ ลังเลว่าจะหันหรือจะเดินออกไปดี เธอไม่อยากเจอเขา ไม่อยากคุยกับเขา มันน่าหงุดหงิดไปหมด
"ค่ะ"
"มานี่…" เขาใช้เสียงเข้มเรียกเธอ
“…” เรียวยังคงยื่นนิ่งอยู่กับที่ไม่มีท่าทีเดินไปตามคำสั่ง แถมยังหันหลังให้เ้านายอย่างท้าทายอีกด้วย
"ผมสั่งให้มานี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยความเผด็จการ ทำให้เรียวหันไปหาเขา ก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย
เรียวยืนอยู่ข้างหน้าชายหนุ่ม ก้มหน้ามองพื้น เห็นเพียงเงาของร่างสูงใหญ่ กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งเธอไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกัน
พอลสันยังมองเห็นเพียงผมหนาดกดำที่กำลังก้มหน้า ทำให้เขาถอนหายใจก่อนจะใช้มือจับคางเธอให้เงยหน้าขึ้นมามองใกล้ๆ สักพักก็ใช้มืออีกข้าง แตะไปที่ริมฝีปากที่แตก
เรียวััได้ว่ามีอะไรเหนียวๆ ถูกถูไถอยู่บนริมฝีปาก
"ถ้าไม่ทายา แผลจะหายช้า" พอลสันพูดออกมาจากความรู้สึกในใจโดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกระทำแบบนี้มันอ่อนโยนมากแค่ไหน
“…” เรียวยืนมองอึ้ง ไม่ได้พูดอะไรแถมยังให้เขาแต้มยาแต่โดยดี หัวใจเต้นแรงไม่เป็จังหวะ คล้ายกำลังอ่อนไหวกับความอบอุ่นของเขา รู้สึกไม่คุ้นเคย เขินกับน้ำเสียงอ่อนโยนจนแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
พอลสันมีสมาธิกับการทำแผลให้เธออย่างเป็ธรรมชาติ นึกห่วงถึงตอนเวลากินอาหารแล้วมันจะทำให้เธอเจ็บ ทั้งที่ตัวเองก็มีแผลไม่ต่างจากเธอ
อะไรกัน นึกยังไงมาห่วงริมฝีปากของยัยตัวแสบ เขาเองก็เจ็บ ยาก็ยังไม่ได้ทา กลับไปห่วงคนอื่น...พอลสันละสายตาจากริมฝีปากไปมองแก้มนวลแดงของหญิงสาว ก็เริ่มยกยิ้มออกมา ประกายตาลุกโชนอย่างพอใจ เธอกำลังหวั่นไหวเพราะคำพูดเขางั้นสิ จัดการง่ายดีจัง
"คุณ...ใจเต้นเร็วนะ"
"..." มือถูกปล่อยออกจากคางไปวางแหมะอยู่ที่เอวของเธอ แล้วเริ่มลูบวนไปมา โน้มใบหน้าลงไปใกล้จมูก ก่อนจะเลื่อนไปถูไถอยู่บริเวณแก้มอย่างแ่เบา
"เริ่มอยากได้ผมบ้างหรือยัง…" น้ำเสียงเซ็กซี่ที่มีเสน่ห์ของเขาทำเอาเธอกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว
"นิดหน่อยค่ะ" ไม่นิดหน่อยหรอก เธออยากได้เขามากต่างหาก แต่ก็เกลียดความหมั่นหน้าของเขามากด้วยเช่นกัน
คำตอบของเรียวทำให้พอลสันขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เห็นลำคอระหงขาวเนียนที่โผล่พ้นผ้าพันคอออกมาก็หวังจะเอาเปรียบเธอนิดหน่อยด้วยการเพิ่มรอยขบเม้มอีกสักรอยสองรอย
แต่แล้วก็ต้องใเพราะจู่ๆ เธอใช้แขนรั้งลำคอของชายหนุ่มให้โน้มลงมาใกล้กว่าเดิม จนริมฝีปากแตะที่บริเวณลำคอเธอ...
ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกยั่วยวนนะ
"แต่ผม...อยากได้คุณมาก" เขากระซิบเสียงแหบพร่า อารมณ์ความปรารถนาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จน…
"คุณทำให้ฉันอดใจไม่ไหว…"
“…” จนได้ยินเสียงเธอ เสมือนเส้นด้ายความอดทนที่มีของเขาขาดสะบั้นไม่เป็ชิ้นดี
เรียวตัดสินใจพูดเลียนแบบประโยคที่เขาเคยพูดหลายครั้งเวลาเริ่มมีอารมณ์
ก่อนจะ...
"ขอนะคะ…"