หมู่บ้านที่เคยสงบสุขกลายเป็นแค่อดีต...
ปัจจุบันคงเหลือเพียงแต่เศษซากบ้านเรือนและซากศพของผู้ที่เคยอยู่อาศัย ณ ที่แห่งนี้
เมฆดำทมิฬได้จากไปแล้วพร้อมกับนำสายฝนไปด้วย
ว่ากันว่าฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ แต่นั่นคงไม่ใช่กับที่นี่
เลือดที่ท่วมดวงตาทำให้เขามองไม่เห็นอย่างอื่นนอกจากท้องฟ้าสีแดงฉาน ในอ้อมอกของเขามีลูกชายเพียงคนเดียวของเขาอยู่ในสภาพไร้สติ
สภาพไร้สติที่ว่าเป็นเพียงคำพูดที่เขาใช้หลอกตัวเอง เพราะคงยากที่เด็กชายซึ่งถูกลูกศรจำนวนมากปักจนพรุนจะรอดชีวิตไปได้
“ดะ...ได้โปรด..วะ...ไว้ชีวิตลูกข้าด้วย”เขาพยายามเค้นพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในร่างเพื่อเอื้อนเอ่ยคำพูดนี้ออกมาวูบ!
คมมีดสายลมขนาดมหึมาผ่าร่างของเขาเป็นสองส่วนแทนคำตอบ
“ภารกิจเสร็จสิ้น...”
ตึง!ถุงหนังมอนเตอร์หนาที่มีเลือดไหลซึมอยู่ก้นถุงถูกวางลงบนโต๊ะไม้
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างย่นหน้า แสดงสีหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นเลือดเปื้อนโต๊ะของเขา
ถึงอย่างนั้นมาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างก็เอื้อมมือไปเปิดถุงหนังออกดู
ด้านในมีก้อนเนื้อกลมๆอยู่2ลูก มันคือศีรษะของนักรบกลายพันธุ์!
สีหน้าของศีรษะนักรบกลายพันธุ์ทั้งสองเบิกตากว้าง ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง กระทั่งหมดลมหายใจไปแล้วความรู้สึกเหล่านั้นก็ไม่ได้จางหายไปจากดวงตาของพวกเขา
มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างไม่ได้แยแสสีหน้าก่อนตายของพวกเขา เพียงแค่เทียบลักษณะของพวกเขากับรายละเอียดที่เขียนไว้ในภารกิจ
เมื่อเห็นว่าเป้าหมายตรงกัน มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างก็กล่าวขึ้นมาว่า
“ภารกิจของเจ้าสำเร็จแล้ว”ป้ายประจำตัวสีเงินของวาสเปล่งประกาย ก่อนที่มาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างจะโยนป้ายสีเงินนั้นคืนให้วาสไป
วาสรับป้ายมาเงียบๆ ใบหน้าใต้หน้ากากสงบนิ่ง เขากำลังรอคำพูดต่อไปของมาสเตอร์แห่งสาขาสมาคมทหารรับจ้างอยู่“ตามข้อตกลงในภารกิจ เจ้าจะต้องไปรับค่าจ้างเอาที่ดินแดนของเผ่าพันธุ์สเวนเซอร์เอง และนี่แผนที่บอกทางไปดินแดนของเผ่าพันธุ์สเวนเซอร์”
วาสไม่รอช้าคว้าแผนที่กับถุงหนังที่มีศีรษะของนักรบกลายพันธุ์อยู่แล้วรีบจากไปในทันทีโดยไม่สนใจร่ำลาชายชราสักคำ
ทว่าวาสไม่ได้เดินทางไปดินแดนของเผ่าพันธุ์สเวนเซอร์ในทันที แต่สิ่งที่เขาทำหลังเดินออกมาจากสาขาสมาคมทหารรับจ้างก็คือมุ่งหน้าไปทางถนนสายหนึ่งภายในเมือง
เมืองแห่งนี้เป็นเมืองของเผ่าพันธุ์ระดับ 5 ที่เปิดกว้างในการต้อนรับเผ่าพันธุ์อื่น ดังนั้นจึงมีผู้คนจากหลากหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาค้าขายรวมถึงทำธุรกิจจำนวนมากในเมืองแห่งนี้
สาเหตุหลักที่วาสเลือกมาเยือนเมืองนี้คือการที่เมืองนี้มีสาขาของสมาคมทหารรับจ้างอยู่ แต่นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นซ่อนอยู่
ถนนที่วาสกำลังเดินอยู่คือถนนสายการค้าสายหลักประจำเมือง
ถนนตลอดทั้งสายเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากจนแทบจะเรียกได้ว่าแออัด
บนถนนสามารถมองเห็นมอนเตอร์หลากหลายสายพันธุ์เดินสวนกันไปมา บางตัวตัวเล็กเท่าหนู บางตัวมีร่างกายสูงใหญ่พอๆกับอาคารที่อยู่ข้างทาง ในขณะที่บางตัวก็ไม่ได้ถูกฝึกให้เชื่องมากนักจึงคำรามไล่ขู่ผู้คนไปตามทางจนสุดท้ายไม่วายถูกทหารดูแลเมืองจับโยนไปข้างนอก
ร่างในชุดคลุมเดินเบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนอย่างยากลำบากโดยพยายามทำตัวไม่ให้เด่น
เขาเดินตามถนนไปเรื่อยๆจนไปหยุดอยู่ที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง
ป้ายร้านสีเขียวมีเถาวัลย์ดัดโค้งงอสวยงามได้รูป บนป้ายนั้นมีตัวอักษรที่เป็นภาษากลางเขียนไว้ว่า หอการค้าคลังมังกร!
วาสเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ลังเล บรรยากาศด้านในร้านเต็มไปด้วยความใหญ่โตหรูหราโอ่อ่าแต่เรียบง่าย
ภายในร้านถูกแบ่งเป็นหลายแผนก ไม่ว่าจะเป็นแผนกอาวุธ แผนกเครื่องป้องกัน แผนกยารักษา แผนกยาพิษ แผนกเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ แผนกสมุนไพร แผนกเครื่องประดับ แผนก....
ด้านในหอการค้าคลังมังกรเต็มไปด้วยลูกค้าจำนวนมากพากันจับจ่ายเลือกซื้อสินค้า
เมื่อได้สินค้าที่ต้องการพวกเขาก็นำมันไปชำระเงินโดยไม่มีการต่อรองราคาใดๆทั้งสิ้น
สาเหตุที่พวกเขาไม่ต่อรองราคาก็เพราะราคาสินค้าของหอการค้าคลังมังกรนับว่าถูกเป็นอย่างมากจนทุกคนเกิดความเหนียมอายหากจะต่อราคาให้ต่ำลงไปอีก!
แน่นอนว่าสินค้าราคาถูกย่อมดึงดูดลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งมันนับเป็นการแย่งลูกค้าจากร้านค้าอื่นๆ
สิ่งที่ตามมาย่อมเป็นการขัดแย้งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
เจ้าของร้านค้าต่างๆที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากพากันโจมตีหอการค้าคลังมังกรทั้งในที่แจ้งและที่ลับ
ใส่ร้ายป้ายสี ก่อกวนการค้า ขโมยสินค้า ทำร้ายพนักงาน....
เพราะเหตุนี้นอกจากลูกค้าแล้วภายในร้านจึงมีนักรบอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับการว่าจ้างมาให้เป็นผู้คุ้มกัน
แต่ใช่ว่าหอการค้าคลังมังกรจะเป็นฝ่ายงอมืองอเท้ารอตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว
หอการค้าคลังมังกรได้โต้ตอบศัตรูของพวกเขากลับไปอย่างดุดันเช่น
เมื่อโดนใส่ร้ายป้ายสีทำลายชื่อเสียง พวกเขาก็จัดการใส่ร้ายป้ายสีกลับจนชื่อเสียงของพวกมันป่นปี้ไม่มีชิ้นดี!
เมื่อโดนก่อกวนการค้า พวกเขาก็จัดการก่อกวนการค้ากลับ จนพวกมันไม่เป็นอันค้าขาย!
เมื่อโดนขโมยสินค้า พวกเขาก็จัดการปล้นสะดมพวกมันกลับจนขาดทุนย่อยยับ!
เมื่อพนักงานของพวกเขาโดนทำร้าย พวกเขาก็แค่ฆ่าพนักงานของพวกมันทุกคนจนกลายเป็นศพเย็นชืดอยู่ในร้านของพวกมันเอง!
การกระทำของหอการค้าคลังมังกรช่างแตกต่างจากเหล่าพ่อค้าหัวใสจอมเจ้าเล่ห์ทั้งหลาย นิสัยของเขาเหมือนนักรบบ้าคลั่งที่ไม่ยอมใครเสียมากกว่า
ใครที่เป็นศัตรูกับหอการค้าคลังมังกร มันจะต้องถูกขุดรากถอนโคนให้หมดสิ้นไปจากโลกใบนี้!
นอกจากนักรบกลายพันธุ์แล้วพันธุ์แล้ว พูดได้ว่าหอการค้าคลังมังกรกล้าเป็นศัตรูกับทุกคน!
และเพื่อเป็นการป้องกันคนลองดี หอการค้าคลังมังกรจึงตั้งกฎขึ้นมาว่า ใครที่ก่อความวุ่นวายในหอการค้าคลังมังกร จะต้องถูกขึ้นแบล็คลิสต์ และถูกห้ามใช้บริการของหอการค้าคลังมังกรในทุกสาขาตลอดชีวิต!
การถูกห้ามใช้บริการของหอการค้าคลังมังกรน่ากลัวกว่าที่หลายคนคาดคิด
สำหรับคนที่ไม่ได้รู้จักหอการค้าคลังมังกรดีนัก พวกเขาอาจจะไม่รู้สึกอะไร
แต่เมื่อทราบถึงความลับของหอการค้าคลังมังกร สิ่งนั้นจะทำให้พวกเขาแทบร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือดด้วยความเสียดาย
ความลับที่ไม่ลับของหอการค้าคลังมังกรคือสินค้าของพวกเขาเอง!
สินค้าเหล่านั้นคือยาทรงประสิทธิภาพและสมุนไพรหายากหลายชนิดที่แทบหาซื้อขายไม่ได้
พวกมันนับว่าเป็นสินค้าขายดีตลอดกาลของหอการค้าคลังมังกร!
ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนมากมายเดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อมาหาซื้อสินค้ากับทางหอการค้าคลังมังกร
และในจำนวนนั้นย่อมมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบแฝงอยู่ด้วย
พวกเขาต้องการทราบถึงแหล่งที่มาสินค้าเหล่านี้!
น่าเสียดายที่ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับพวกมันล้วนเป็นความลับสุดยอด กระทั่งพนักงานเกือบทั้งหมดในหอการค้าคลังมังกรก็ไม่ทราบเช่นกัน
ความเย้ายวนใจของยาทรงประสิทธิภาพและสมุนไพรหายากล่อลวงกระทั่งนักรบกลายพันธุ์นักรบกลายพันธุ์หลายคนต้องการใช้กำลังในการเค้นหาความลับนี้ แต่กลับไม่สามารถทำได้
เมืองใดที่มีสาขาของหอการค้าคลังมังกรตั้งอยู่ ย่อมดึงดูดผู้คนเข้ามาได้มหาศาลและทำให้เกิดการค้าขายจำนวนมาก
แค่เพียงภาษีที่เรียกเก็บผู้เข้าเมืองก็นับว่ามากมายแล้ว
ไม่มีใครอยากจะทำลายบ่อเงินบ่อทองของตัวเอง
ดังนั้นนักรบกลายพันธุ์ที่ต้องการทำลายหอการค้าคลังมังกรจึงต้องผ่านศพของเหล่าผู้ปกครองเมืองนั้นๆไปก่อน!
ดวงตาใต้หน้ากากกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่พนักงานที่มีเกล็ดสีเขียวทั่วร่างกายผู้หนึ่งที่ยืนว่างงานอยู่
วาสเดินตรงไปหาพนักงานก่อนจะแจ้งความประสงค์ไปทันทีว่า
“ฉันต้องการพบผู้จัดการ”พนักงานที่ว่างงานอยู่มีท่าทีแปลกใจ ก่อนจะถามว่า
“ท่านได้นัดผู้จัดการไว้หรือเปล่า?”
วาสผงกศีรษะจากนั้นจึงกล่าวว่า
“บอกว่าทหารรับจ้างจากกลุ่มทหารรับจ้างนักขนศพขอเข้าพบ”พนักงานได้ฟังเช่นนั้นก็มีความลังเลปรากฏอยู่ชั่วครู่ก่อนจะรับปากว่าจะไปตามผู้จัดการให้
พนักงานมีเกล็ดเดินหายไปไม่นานก็กลับออกมาพร้อมพูดกับวาสด้วยความนอบน้อมว่า
“ผู้จัดการเชิญท่านไปพบ”วาสรับคำแล้วเดินตามพนักงานไป
พื้นที่ที่พนักงานพาวาสไปคือห้องรับรองสำหรับลูกค้าVIPของหอการค้าคลังมังกร
พนักงานพาวาสมาส่งถึงแค่หน้าประตูเท่านั้นก่อนจะผายมือเชิญวาสเข้าไป
ด้านในห้องหรูหรากว่าภายนอกมาก ไม้ชั้นดีขัดมันวาวถูกนำมาเป็นพื้นห้อง ผนัง4ด้านถูกตกแต่งด้วยหนังมอนเตอร์ที่เต็มไปด้วยสวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ไม่นานนัก ผู้จัดการของหอการค้าคลังมังกรสาขานี้ก็ได้มาถึง
พื้นไม้ใต้เท้าสั่นสะเทือนน้อยๆตามจังหวะการเดินของผู้มาเยือน
ร่างที่ใหญ่โตจนคับห้องเดินมาหยุดที่ด้านหน้าวาส
กีบเท้าสีดำมันเมี่ยม เส้นขนสีน้ำตาลปุกปุยปกคลุมทั่วร่างสูงใหญ่ เขาคู่งามสีดำสะท้อนแสงแวววาววิบวับสิ่งมีชีวิตตรงหน้าวาสสมควรถูกนิยามด้วยคำว่าอสูรวัวตัวหนึ่ง
อสูรวัวที่ว่าสวมใส่ด้วยชุดสูทเรียบแปล้ราวกับนักธุรกิจคนหนึ่ง ซึ่งขัดกับรูปลักษณ์เป็นอย่างมาก
อสูรวัวตัวยักษ์ก้มศีรษะอย่างยากลำบากพลางพูดว่า
“ยินดีต้อนรับท่านผู้นำ!”อสูรวัวกล่าวด้วยเสียงทุ้มหนักก้องกังวาล
วาสเปิดผ้าคลุมออกแล้วถอดหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง
ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยาก
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกฉันว่าอย่างนั้น แล้วก็เลิกใช้ร่างนี้มาคุยกับฉันเถอะ! สยอง!”
“ฮี่ฮี่!”ทันใดนั้นเสียงของอสูรวัวก็เปลี่ยนไป
ปุ๋ง!
ควันสีชมพูลอยฟุ้ง เมื่อกลุ่มควันจางหายไปสิ่งที่แทนที่อสูรวัวอยู่ก็คือหญิงสาวรูปงามคนหนึ่ง
หญิงสาวหัวเราะร่าและกระโจนกอดวาสอย่างไม่เกรงใจแล้วพูดว่า
“เย้! คิดถึงจังพี่วาส!”
วาสลูบผมสีดำของหญิงสาวหน้าตางดงามเบาๆแล้วเอ่ยว่า
“ไม่เจอกันนานนะ ไป๋หยู...”