[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง

    บทที่ 44 พี่ชายอันดับที่หนึ่ง (1) 

    บทที่ 44 พี่ชายอันดับที่หนึ่ง (1) 


    “…” เฝ่ยไป๋ลู่สำลักทันที 


    [เจ๋งโคตร! ทำไมฉันไม่คิดจะขอเรื่องนี้บ้าง!]


    [หมดคำจะพูด ไป๋ลู่ทำนายไม่ออกเลยสินะ ถ้าเธอรู้ก็ไม่ต้องมาไลฟ์สดแล้วละ แค่ซื้อลอตเตอรี่ก็รวยแล้ว]


    [ฉันเชื่อว่าคุณสตรีมเมอร์ทำได้! รีบบอกเลขมาด่วนเลย ฉันอยู่หน้าประตูร้านลอตเตอรี่แล้ว กำลังรอออนไลน์ ด่วนมาก!]


    เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกตลกขบขัน  “ถึงแม้ว่าฉันจะทำนายได้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ อนาคตไม่แน่นอน ถึงฉันบอกเลขที่ถูกรางวัลไป มันก็เปลี่ยนแปลงได้  พวกเราพับแขนเสื้อขึ้นแล้วทำงานอย่างแข็งขัน*[1] กันเถอะ อย่าเอาแต่จินตนาการมากเกินไปในเรื่องนี้เลย มันเสียเวลาเปล่า” 


    หลังพูดไปอย่างนั้น เธอก็เปลี่ยนชื่อคอนเทนต์เงียบ ๆ ว่า การใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ตามด้วย ‘ไม่ทำนายลอตเตอรี่’


    พอเพื่อนตาไวในห้องถ่ายทอดสดเห็นเข้า  เลยพอกันคอมเมนต์ ‘ฮ่า ๆๆ’ มาเป็นแถว


    “ทำนายไม่ได้ก็บอกมาตรง ๆ เหอะ” เจ้าหนุ่มผมทองควักแบล็กการ์ด*[2] ออกมา “เงินฉันไม่มีขาดหรอก เงินที่ได้จากการถูกลอตเตอรี่ไม่พอซื้อรถของฉันด้วยซ้ำ ฉันถามคำถามนี้เพื่อดูระดับความสามารถของเธอ คิดไม่ถึงว่าจะไม่ค่อยเท่าไหร่…” 


    [น้ำตาแห่งความอิจฉาไหลออกมาจากมุมปากของฉันแล้ว… นี่มันแบล็กการ์ด! ในประเทศมีคนถืออยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น!] 


    [นี่ใครอะ? อวดรวย แล้วก็หยิ่งชะมัดยาด] 


    “ถ้าอย่างนั้นคุณอยากทำนายอะไรล่ะ?” เฝ่ยไป๋ลู่สงสัย …ไม่อยากทำนายดวงชะตาแล้วเชื่อมต่อเข้ามาทำไม? 


    เจ้าหนุ่มผมทองตบแบล็กการ์ดลงบนโต๊ะ มองกล้องอย่างโกรธเกรี้ยว “สีหน้าแบบนี้คืออะไร? ทำไมแสร้งทำเป็นไม่รู้จักฉัน!” 


    [โอ้โห เรื่องชู้สาวเหรอ?]


    [สีหน้าไม่พอใจนี้… คุณสตรีมเมอร์ไปทำเรื่องอะไรที่ทั้งคนทั้งเทพยังเกลียดขี้หน้างั้นเหรอ?] 


    [ฉันมากินแตง คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้กินสตรีมเมอร์ด้วย ฮิ ๆ] 


    เฝ่ยไป๋ลู่หวนนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่มีความประทับใจใด ๆ กับคนนี้เลยจริง ๆ “แล้วคุณคือ?” 


    “เธอนี่มัน… ฉันให้เงินเธอไปตั้งเยอะ เธอกลับจำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ!” การแสดงออกที่ว่างเปล่าของเฝ่ยไป๋ลู่ทำให้เจ้าหนุ่มผมทองเดือดดาล 


    “ฉันคืออันดับหนึ่งของเธอ!”  เจ้าหนุ่มผมทองพูดเสียงสั่น ทั้งเศร้าและโกรธ 


    เขาพูดเสียงดัง แม้เสียงของเขาสั่นด้วยความโกรธ จนเสียงลงท้ายก้องกังวาน


    เฝ่ยไป๋ลู่ถึงกับเงียบกริบ “…”


    เธอตัดภาพออกไปดูไอดีชื่อเล่นของเจ้าหนุ่มผมทอง 


    ‘หลบหนีกุญแจเหล็กแห่งความตาย’ รุนแรงระดับประถมสอง


    สไตล์การตั้งชื่อแบบนี้กับผมสีเหลืองแบบนั้น… ในที่สุดเฝ่ยไป๋ลู่ก็จำคนคนนี้ได้ 


    ก่อนพ่อแม่บุญธรรมจะเกิดเรื่อง เจ้าของร่างเดิมเป็นสตรีมเมอร์รูปร่างหน้าตาดีบนแพลตฟอร์มโต้วโซ่ว ชอบไลฟ์สดพูดคุย ร้องเพลงและท้าดวลแข่งขัน 


    ดังคำกล่าวที่ว่า เบื้องหลังสตรีมเมอร์ที่แข็งแกร่งดุจเหล็ก ต้องมีพี่ชายอันดับหนึ่งช่วยค้ำชู


    และคนผมทองตรงหน้าเคยครองอันดับหนึ่งในห้องถ่ายทอดสดของเจ้าของร่างเดิมอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง 


    เพียงแต่ว่า…


    “ชื่อเล่นก่อนหน้านี้ของคุณไม่ใช่ ‘บรรพบุรุษจากโลกใต้พิภพ’ เหรอ? ชื่อเล่นก่อนหน้านี้ไม่ดีเหรอ ทำไมถึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้ล่ะ?” 


    เฝ่ยไป๋ลู่ถามอย่างจริงใจ 


    [จอดับไปต่อหน้าต่อตา…]


    [ช่วยด้วย! สองชื่อนี้พอฟัดพอเหวี่ยงกันเลย ไม่ได้ดีขึ้นตรงไหน แล้วจะเปลี่ยนเพื่อ?] 


    [คิดไม่ถึงว่าสมัยนี้ยังมีคนตั้งชื่อว่า ป.2 อยู่อีก ฮ่า ๆๆๆ] 


    “ป.2 แล้วยังไง? นี่มันแสดงถึงสภาพจิตใจและทัศนคติที่มีต่อชีวิตของฉัน ฉันแค่อยากจะเป็นเยาว์วัยตลอดกาล เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา! พวกนายไม่เข้าใจ! ไม่เข้าใจเลย!” หลิ่วอิ๋งเชิดคางขึ้น แสดงท่าทางการมองมนุษย์จากเบื้องบนลงมาอย่างดูถูก 


    อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นในห้องถ่ายทอดสดทั้งหมดก็เป็น ‘ฮ่า ๆๆ’ เต็มไปหมด


    ความคิดเห็นที่ในตอนแรกเกลียดคุณชายอวดรวยก็ถูกพลังของเด็กน้อยประถมสองซัดจนกระจัดกระจายหายไปด้วย 


    เฝ่ยไป๋ลู่แย้มรอยยิ้มที่มุมปาก “เอาละ ฉันรู้ว่าคุณมีโลกของตัวเอง แล้วที่คุณเชื่อมต่อเข้ามามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?” 


    เธอไม่ได้มีกฎอะไรสำหรับคนที่จะเชื่อมต่อเข้ามา แต่ถ้าเชื่อมต่อเข้ามาก็แสดงว่าชายหนุ่มต้องการความช่วยเหลือจากเธอ 


    “เธอยังจะพูดอีก! ดีร้ายยังไงฉันก็เป็นอันดับหนึ่งของเธอ ฉันส่งข้อความหาเธอ แต่เธอไม่ตอบกลับ ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลยต้องมาหาเธอที่ห้องไลฟ์สดนี่ไง!” พูดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วหลิ่วอิ๋งก็ยิ่งโกรธ 


    ……


    ณ ตระกูลเฝ่ย 


    หลังจากต้องอับอายขายหน้าในงานเลี้ยงตระกูลเวิน เฝ่ยชิงรั่วก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ไม่กล้าออกไปข้างนอก ด้วยกลัวว่าคนจะชี้นิ้วมาที่เธอ แล้วบอกว่าเธอมีรสนิยมประหลาด 


    ในห้องที่มีแสงไฟสลัว แสงจากหน้าจอโทรศัพท์สะท้อนคางแหลมของเฝ่ยชิงรั่ว 


    เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม แสงสีเข้มก็ส่องประกายวาบผ่านดวงตาของเธอ


    เธอยกนิ้ว โพสต์ความคิดเห็นในห้องถ่ายทอดสด [ไป๋ลู่ เธอไม่มีขอบเขตทางศีลธรรมเกินไปแล้ว คิดไม่ถึงว่า แม้แต่เงินของผู้เยาว์ก็ยังเอาหมด! ให้ผู้เยาว์เป็นอันดับที่หนึ่งของเธอ เธอละอายบ้างไหม?] 


    [ได้ยินว่าสตรีมเมอร์หญิงกับชายอันดับหนึ่งจะเกิดความสัมพันธ์ได้ง่ายที่สุด เธอยุ่งกับน้องชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคนนี้หรือเปล่า? น้องชายอันดับหนึ่งไล่ล่าคุณแบบนี้ เขากลัวว่าความดีที่เธอทำกับเขาจะถูกเปิดเผยในไลฟ์สดใช่หรือเปล่า?] 


    ในห้องถ่ายทอดสดมีแฟนคลับนับล้าน และมีทุกประเภท 


    เหตุที่บรรยากาศการถ่ายทอดสดมีความคิดเห็นที่กลมกลืนไปทางเดียวกันอย่างมากในช่วงนี้ ไม่ใช่แค่เพราะมีประเด็นโจมตีน้อยลง แต่เป็นเพราะไม่มีประเด็นให้โจมตี ดังนั้นพวกเขาจึงซุ่มซ่อนตัวเอาไว้ก่อน 


    แต่เมื่อมีคนเปิดช่อง คำวิจารณ์แง่ลบก็พร้อมจะโผล่พรวดออกมาทันที มือนับสิบคู่รอจะละเลงคีย์บอร์ดจนแทบทนไม่ไหว 


    [มีเหตุผล! เรื่องที่ไม่สามารถพูดได้ระหว่างสตรีมเมอร์หญิงกับพี่ชายอันดับที่หนึ่งมันก็มีไม่กี่เรื่องใช่ไหมล่ะ?] 


    [สตรีมเมอร์หญิงพวกนั้นรู้จักแต่เงิน ไม่ว่าจะอายุน้อยหรือไม่ ขอแค่จ่ายเงินก็ได้เป็นพี่ใหญ่แล้ว แต่ถ้าไม่จ่ายเงินแล้วใครจะมาสนใจคุณ? เรื่องนี้ไป๋ลู่คือตัวอย่างอย่างดีเลยไม่ใช่เหรอ?]


    [ฉันละอิจฉาสตรีมเมอร์หญิงอย่างพวกคุณจริง ๆ แค่บิดเอว ถูด้านข้างใส่กล้อง แค่นี้ก็มีผู้ชายส่งเงินให้แล้ว แน่ละว่า ถ้านอนลงก็จะสามารถทำเงินได้มากขึ้นด้วยนะ/ปิดปากหัวเราะ/]


    [เจ้าเด็กเหลือขอนี่เอาแบล็กการ์ดของพ่อมาโอ้อวดสินะ?] 


    [แบล็กการ์ดอาจจะเป็นของปลอม ของปลอมก็เอามาอวดได้เนอะ] 


    หลิ่วอิ๋งอดกลั้นจนหน้าแดง เขาเป็นผู้เยาว์จริง ๆ และบัตรก็เป็นของพ่อจริง 


    จุดสำคัญที่สุดคือเขาเอาแบล็กการ์ดออกมา ความหมายก็เพื่อตบหน้าแฟนคลับและโอ้อวดจริง ๆ เขาจึงไม่มีอะไรจะโต้แย้งได้เลย! 


    อารมณ์ของเฝ่ยไป๋ลู่ยังคงสงบนิ่งและราบเรียบอยู่เสมอ 


    เมื่อคนเราแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่ง ย่อมไม่ได้รับผลกระทบหรือหวั่นไหวไปกับพูดใด ๆ จากโลกภายนอก 


    เฝ่ยไป๋ลู่จึงสามารถมองว่าคำวิจารณ์เชิงลบไม่มีสาระอะไรเลยได้สบาย แต่บางคนไม่มีความสงบภายในแบบนี้ 


    เมื่อเห็นสีหน้าทั้งโกรธทั้งโศกเศร้าและดวงตาแดงก่ำของหนุ่มน้อย เฝ่ยไป๋ลู่ก็ถอนใจ น่ากลัวว่าหนุ่มน้อยชั้นประถมสองอาจไม่รู้ว่าความเป็นจริงนั้นหนักหน่วงกว่ามิติที่สองมาก และการอดทนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 


    สำหรับเธอ เธอจะไม่ติดอยู่ในกระแสน้ำวนของตัวเอง ยิ่งกับเรื่องที่เป็นสิ่งสมมติขึ้นยิ่งไม่สนใจที่จะอธิบาย 


    เฝ่ยไป๋ลู่ถามชายหนุ่มไปตรง ๆ “คุณเชื่อมต่อหาฉันมีธุระอะไร?” 


    “ฉัน ฉัน…” เมื่อได้ยินเสียงเฝ่ยไป๋ลู่ หลิ่วอิ๋งก็ได้รับอิทธิพลจากน้ำเสียงที่สงบนิ่งของเธอ เขาตัดสินใจว่าจะไม่ดูความคิดเห็นที่ทำให้โกรธจนตายได้อีก 


    หลิ่วอิ๋งคิดถึงจุดประสงค์ที่ตัวเองเชื่อมต่อเข้ามา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี 


    หลิ่วอิ๋งรวยและชอบเล่นอินเทอร์เน็ต เขาสามารถกลายเป็นอันดับหนึ่งในรายชื่อของเฝ่ยไป๋ลู่ได้ก็เพราะความชอบในงานสองมิติ*[3]เหมือนกัน

     

    เฝ่ยไป๋ลู่มีวิดีโอการแต่งคอสเพลย์ *[4] ตัวละครในเกม เธอแต่งได้สมจริง หลิวอิ๋งชอบมาก เขาจึงให้เงินเฝ่ยไป๋ลู่ไปไม่น้อย 


    กว่าสตรีมเมอร์หญิงจะรับปากว่าจะแต่งคอสเพลย์ครั้งที่สองให้เขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วเขาก็ตั้งตารอการปรากฏตัวของภรรยามิติที่สองมาตลอด แต่ผลกลับกลายเป็นว่า สตรีมเมอร์หญิงตกอยู่สภาวะการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงินบริจาค หลังจากนั้นพอกลับมาอีกที เธอก็ได้รับความนิยมอีกทีจากการถ่ายทอดสดเรื่องลึกลับ 


    ให้ตายเหอะ เธอเล่นสนุกโดยไม่สนใจเขาอีกเลย 


    เขาเชื่อมต่อไมโครโฟนด้วยความตั้งใจ หนึ่งคือต้องการถามถึงคอสเพลย์ครั้งที่สอง สองอยากรู้ว่าเธอทำนายดวงชะตาได้จริงหรือเปล่า 


    แต่ตอนนี้… เมื่อเห็นหน้าจอเต็มไปความคิดเห็นจากผู้ชม ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงระหว่างสตรีมเมอร์กับพี่ชายอันดับที่หนึ่ง ตอนนี้หลิ่วอิ๋งเลยไม่กล้ารบเร้าให้เฝ่ยไป๋ลู่แต่งตัวคอสเพลย์ 


    หลิ่วอิ๋งระดมความคิดอย่างหนัก หาข้อแก้ตัวในการอธิบายกับความคิดเห็นที่วิ่งอยู่บนหน้าจอ ส่วนเฝ่ยไป๋ลู่ เธอคลิกเปิดกล่องข้อความส่วนตัวของหลิ่วอิ๋ง



    [1] พับแขนเสื้อขึ้นแล้วทำงานอย่างแข็งขัน เปรียบเปรยว่า โชคลาภเงินทองไม่ได้ร่วงหล่นจากฟ้า ให้ขยันขันแข็งทำงาน

     

    [2] แบล็กการ์ด คือ บัตรเครดิตแบบไม่จำกัดวงเงินในการใช้จ่าย 


    [3] งานสองมิติ หมายถึง แอนิเมชัน การ์ตูน เกม และผลงานอื่น ๆ ที่เป็นงานภาพสองมิติที่นำเสนอบนพื้นผิวเรียบ เช่น กระดาษหรือหน้าจอ ตัวละครในนั้น ล้วนแต่อยู่ในรูปซึ่งต่างจากการใช้คนแสดงจริง


    [4] คอสเพลย์ หมายถึง การแต่งกายเลียนแบบตัวละครจากในเกมหรือการ์ตูน โดยอาจมีการแสดงท่าทางหรือบุคลิกตามตัวละครนั้น ๆ ด้วย

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง ที่คุณอ่าน