นาฟพลางตัวอยู่แถวๆ ป้อมรักษาการณ์หนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นป้อมสุดท้ายแล้วอีกราว 1 กิโลเมตรข้างหน้าจะเป็นทางออก นาฟรู้ว่าตรงทางออกมีเหล่าทหารฉีดพลังประจำการณ์อยู่ราวๆ20 คน มีประตูเปิด ปิดอุโมงค์ และมีป้อมข้างประตูทั้งสองฝั่ง
ในขณะที่กำลังคิดหาหนทางว่าจะทำยังไงดี “เอ๊ะ! นาฟสัมผัสได้ว่ามีรถเคลื่อนพลังขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากทางด้านหลังตนน่าจะราวๆ 3 กิโลเมตรจะมาถึง “เอาล่ะเสี่ยงเป็นเสี่ยง!
ไม่นานรถเคลื่อนพลังขนาดหกล้อคันใหญ่ มีสองคนอยู่บนรถ ขนหินเท็นซี่มาเต็มคันรถ ขับมาจอดที่ป้อมรักษาการณ์ชายทั้งสองยื่นแผ่นเอกสารให้ทหารที่อยู่ป้อมรักษาการณ์ ทหารตรวจเอกสารไม่นานส่งสัญญาณให้เดินทางไปต่อได้ “คลื่น!ๆ รถเคลื่อนตัวออกไป โดยมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถแล้ว
ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงบริเวณประตูทางออกจากอุโมงค์ชายทั้งสองก็ยื่นเอกสารให้ทหารตรวจตามเดิม แต่ครั้งนี้ มีทหารเดินเข้ามาตรวจสอบของในรถ ราวๆ 4 คน สอดสายตามองไปรอบๆ รถ ไม่นานมีทหารอีก 1 นายนำอุปกรณ์เครื่องตรวจสอบกำลังจะเสียบเข้ามาที่ใต้ท้องรถ นาฟตกใจทำไรไม่ถูก “ถ้าถึงคราวจำเป็นก็คงต้องหนีกลับไปทางเดิม!
ขณะที่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว
“ถ้าพวกแกอยากให้ของเหล่านี้ไปถึงล่าช้ากว่ากำหนด! พวกแกรู้ใช่มั๊ยว่าจะโดนอะไรบ้าง! ตั้งแต่ทางเข้ามาแล้ว “จะตรวจอะไรนักหนา มันเสียเวลารู้มั๊ย!
ทหารทั้งหมดถึงกับชงักไป ที่โดนลุงแก่ๆ คนนี้บ่น “นายทหารที่ดูแลอยู่ตรงนี้เดินเข้ามาแล้วโบกมือให้ไปได้
“ก็แค่เนี๊ย!ชายแก่บ่นด้วยความหงุดหงิด จากนั้นรถก็เคลื่อนตัวออกไป
นาฟถึงกับโล่งใจในความโชคดีของตน
ในขณะที่รถออกมาจากอุโมงค์นาฟพยายามสัมผัสบริเวณโดยรอบ รถขนหินเท็นซี่คันนี้ขับมาจอดที่ห้องขนาดใหญ่สักแห่งนึง โดยมีรถเลื่อนกับแรงงานอยู่หลายสิบคนรอขนถ่ายสินค้าอยู่ห้องนี้ มีทหารถืออาวุธครบมือ ยืนควบคุมการทำงาน นาฟสักเกตผ่านใต้ท้องรถกลุ่มแรงงานเหล่านี้มีโซ่ตรวนผูกติดไว้ที่ขา คงจะเป็นชาวแดนนอกที่ถูกจับมาใช้แรงงาน
นาฟรอจนขนถ่ายหินเท็นซี่ออกจากรถจนเกือบแล้วเสร็จใช้ช่วงทีเผลอหลบออกมาทันที นาฟที่ยังอยู่ในชุดทหาร ทำท่าแฝงตัวเป็นทหาร เดิน ลาดตะเวนไปรอบๆ
เป็นสถานที่ใหญ่โตกว้างขวางมาก เหมือนเป็นอาคารอะไรสักอย่าง ซึ่งบริเวณนี้น่าจะเป็นชั้นใต้ดินที่อยู่ลึกสุด ชั้นนี้น่าจะเป็นที่เก็บสินค้าและกระจายสินค้า
ของส่วนใหญ่ก็จะเป็นหินเท็นซี่ มากกว่า 80% ส่วนของบางประเภทที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายจะไปเก็บอีกห้องนึง
นาฟระวังตัวเป็นอย่างมาก เดินจนมาถึงทางขึ้นไปยังชั้นต่างๆ เลยรู้ว่าตอนนี้ตนอยู่ชั้นใต้ดินชั้นที่ 5เป็นชั้นที่ลึกสุด
คนที่จะขึ้นบนชั้นต่อไปได้ จะต้องเป็นทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชั้นนั้นเท่านั้นโดยทหารเหล่านี้ต้องมีบัตรประจำตัว ใช้ในการเปิดประตูระหว่างชั้น
นาฟยังสำรวจจนพบว่า ชั้นที่ 3 เป็นชั้นพิเศษห้ามคนไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเด็ดขาด
“ชายหนุ่มยังวนเวียนอยู่บริเวณห้องกลไก ที่ส่งคนขึ้นลงระหว่างชั้นได้ ไม่นานมีทหารเปิดประตูออกมาจากห้องกลไก “ดูจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นนายทหาร ที่หน้าอกติดบัตรประจำตัวไว้มือถือซองเอกสารอยู่ในขณะกำลังเดินลัดเลาะออกไปทางห้องโถงใหญ่ “อยู่ๆ ก็ตัวแข็งค้างไปดื้อๆ เบื้องหน้ามีเด็กหนุ่มแต่งชุดทหารเดินเข้ามาฟาดสันมือ ไปที่ท้ายทอย “ตุบ!”
นาฟลากนายทหารผู้นี้มาขังไว้ที่ห้องเก็บของห้องหนึ่งโดยเอาตัวใส่ไว้ในกล่องสินค้า นาฟจัดแจงเปลี่ยนชุดเป็นนายทหารผู้นี้ จากนั้นเอาบัตรประจำตัวมาเสียบในห้องกลไกขึ้นชั้นที่4 ทันที
ไหนๆก็ได้เข้ามาแล้วนาฟอยากสำรวจอาคารหลังนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ชั้นนี้ใช้เป็นที่เก็บของสำคัญที่หามาจากทั่วอาณานิคม โดยแบ่งเป็นห้องเก็บของอย่างชัดเจน
ชั้นนี้มีเจ้าหน้าที่อยู่ไม่มาก แต่ที่น่าสนใจคือมีกลุ่มคนพวกนักวิจัย ที่ใส่ชุดคลุมสีขาว มากขึ้น นาฟอาศัยประสาทสัมผัสของตน คอยขยับตัวให้พ้นจากผู้คน
เดินสำรวจไปรอบๆ จนมาเจออยู่ห้องขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง ป้ายที่ติดหน้าห้องระบุว่า “ห้องเก็บสิ่งประดิษฐ์อันตราย”นาฟมองซ้ายขวา พยายามเปิดเข้าไป ปรากฏประตูล็อกไว้ เข้าไม้ได้ ขณะครุ่นคิดว่าจะฝืนใช้พลังเพื่อเปิดประตู อยู่ๆ ได้ยินเสียง “แกร็ก!” เป็นเสียงเปิดประตูจากฝั่งด้านในห้อง นาฟถอยฉากออกไปข้างห้องอย่างรวดเร็ว
เป็นกลุ่มนักวิจัยประมาณ สามคนเดินออกมา ในขณะที่ประตูกำลังจะสวิงตัวปิด นาฟใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าห้องด้านในอย่างรวดเร็ว
เป็นห้องที่ใหญ่มาก มีชั้นวางของ อยู่หลายแถว สูงไปถึงเพดานห้อง “คนพวกนี้คงใช้เวลาเก็บของเหล่านี้มานานมากนาฟเริ่มเดินสำรวจ แถวแรกส่วนมากจะเป็นอาวุธปืน ที่มีวิทยาการล้ำสมัยอยูหลายกระบอกแบบที่คล้ายของท่านหลิง ก็มีอยู่หลายอัน แต่นาฟไม่ค่อยสนใจอาวุธประเภทนี้สักเท่าไหร่ เดินไปสักพักเจอของคุ้นเคย เป็นระเบิดที่เคยเห็นตอนที่สู้กับคู่หนุ่มสาวที่กำแพงกันลมที่จริงก็ยังไม่เคยเห็นประสิทธิภาพของพวกมันเลย
“ทำยังไงถึงจะขนของเหล่านี้ไปด้วยได้ นาฟเดินสำรวจไปเรื่อยๆเห็นอาวุธแปลกประหลาดมากมาย
จนมาถึงท้ายห้อง ปรากฏมีห้องอยู่ภายในอีกห้องหนึ่ง นาฟลองเปิดเข้าไปดู ปรากฏว่าไม่ได้ล็อกประตู ห้องนี้เป็นห้องขนาดเล็กไม่มีชั้นวางของ แต่เป็นลักษณะโต๊ะยาวตามรูปห้องบนโต๊ะมีกล่องว่างเป็นกล่องๆเรียงกันไป
นาฟเปิดออกดูทีละกล่อง นาฟถึงกับตกใจกับสิ่งที่เห็นแต่ละอย่าง
กล่องแรกมียาเสริมพลังขวดขาววางไว้ 3 ขวดแต่ที่ตกใจก็คือมันเป็นขวดใหญ่ ปกติยาเสริมพลังที่นาฟเห็นจะขนาดเพียงแค่นิ้วมือแต่ขวดทั้ง3 ที่อยู่ตรงหน้านี้ใหญ่กว่าขวดสุราที่เขาดื่มอีก นาฟเปิด 2 กล่องถัดมาเป็นโลหะทรงกลมรูปร่างแปลกๆ ก้อนเท่ากำปั้นวางไว้ก้อนละกล่องบนกล่องเขียนไว้ว่า “โลหะนอกโลก”แล้วก็ไม่มีคำอธิบายต่อ
เปิดกล่องถัดมา เป็น แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยมขนาดเท่าบัตรประจำตัววางเรียงกันอยู่3 แผ่น บนกล่องเขียนไว้ว่า “บัตรมิติ”