ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 105 หอวิญญาณโอสถย้ายถิ่นฐาน เข้าสู่ห้วงสมุทรไร้สิ้นสุด

            หลังจากผ่านพ้นไปครึ่งเดือนสถานการณ์ในทะเลไร้สิ้นสุดก็เริ่มคลี่คลายและมั่นคงขึ้น

            เกาะและเมืองน้อยใหญ่ ตลาดการค้า และเหมืองล้วนกลับมาดำเนินการอย่างเป็นระเบียบ

            คราที่ตระกูลมู่โค่นล้มแปดจ้าวถ้ำสวรรค์ลงได้ก็กอบโกยผลประโยชน์อย่างมหาศาล

            คลังสมบัติเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้าเล็กเกินกว่าจะเก็บของรางวัลมากมายเหล่านั้นได้จึงต้องสร้างคลังเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง

            ภายในคลังเหล่านั้นอัดแน่นไปด้วยทรัพยากรฝึกตนที่กองพะเนินเป็นภูเขาช่างละลานตาไปหมด

            เพียงแค่ศิลาวิญญาณก็มีมากถึงสองหมื่นกว่าล้านจินยังไม่นับรวมขุมสมบัติสวรรค์สมบัติพิภพอื่นๆ อีกมากมายแม้แต่สำนักใหญ่ในแคว้นใต้บางแห่งก็ยังเทียบไม่ได้!

            ยิ่งไปกว่านั้นถ้ำสวรรค์และดินแดนทั้งหมดในทะเลไร้สิ้นสุด ล้วนตกเป็นเมืองขึ้นของตระกูลมู่

            แม้จะไม่ได้จำกัดสิทธิ์มากนักแต่ทุกช่วงเวลา พวกเขาเหล่านั้นก็ยังคงส่งมอบบรรณการให้แก่ตระกูลมู่อย่างต่อเนื่อง

            รากฐานเช่นนี้ เมื่อสะสมไปเรื่อยๆจะยิ่งน่ากลัว!

            ……

            ตระกูลมู่ เกาะเทพหลัก

            เบื้องหน้าธารน้ำตกดั่งทางช้างเผือกโอ่อ่าตระการตาสองร่างพลันพุ่งมาอย่างรวดเร็ว

            "ท่านผู้นำตระกูล ท่านเรียกหาข้า?"

            "คารวะท่านผู้นำตระกูล!"

            มู่อู๋จี๋และมู่อวี่เซิงต่างประสานมือคารวะและกล่าวขึ้น

            มู่เสินฉวนหันกลับไปมองพวกเขาทั้งสองคนแวบหนึ่งพลางพยักหน้าเล็กน้อย

            "คราวนี้ที่เรียกพวกเจ้ามามีเรื่องที่จะสั่งการ"

            "บัดนี้ตระกูลมู่ของพวกเราครอบครองใจกลางทะเลไร้สิ้นสุดในรัศมีหมื่นลี้มีเกาะน้อยใหญ่หลายร้อยเกาะ เมืองและตลาดการค้านับไม่ถ้วน แต่ก็ขาดแคลนคนอยู่บ้าง"

            "อู๋จี๋นานแล้วที่เจ้าไม่ได้เจอเฉินเอ๋อร์ ข้าขอสั่งให้เจ้าเดินทางไปหาเขาสักหน่อย!"

            "พลังปราณฟ้าดิน ณที่แห่งนี้เข้มข้นกว่าหอวิญญาณโอสถมากนักทั้งยังมีไร่วิญญาณและสมุนไพรวิเศษมากมายที่นำมาใช้ได้ไม่สิ้นสุดเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการพัฒนาของนักปรุงโอสถ"

            "เจ้าจงแจ้งสถานการณ์นี้ให้ปรมาจารย์วิญญาณทราบหากเขาสนใจ ตระกูลมู่ของพวกเราสามารถแบ่งเกาะให้พวกเขาย้ายสำนักมาทั้งสำนักได้เลย"

            เมื่อมู่อู๋จี๋ได้ยินดังนั้นบนใบหน้าก็พลันปรากฏความยินดี

            หอวิญญาณโอสถคงไม่มีทางปฏิเสธข่าวดีเช่นนี้นี่คือสถานการณ์ที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย

            สมุนไพรวิญญาณที่ตระกูลมู่จัดหาให้สามารถยกระดับฝีมือการปรุงโอสถของเหล่าศิษย์หอวิญญาณโอสถได้อย่างรวดเร็วในขณะที่โอสถที่พวกเขาปรุงขึ้นก็สามารถใช้ในการบ่มเพาะของคนในตระกูลได้เช่นกัน

            ยิ่งไปกว่านั้นเฉินเอ๋อร์และอาจารย์ของเขาก็จะอยู่ใกล้กับดินแดนตระกูลมากขึ้นไม่ต้องไปมาหาสู่กันไกลแล้ว

            "ขอรับ ท่านผู้นำตระกูล!"

            "ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย!" มู่อู๋จี๋ตอบรับด้วยความตื่นเต้น

            "ดี ไปเถิด" กล่าวจบ มู่เสินฉวนก็หันสายตาไปยังมู่อวี่เซิง แววตาปรากฏประกายชื่นชมพลางกล่าวว่า "ช่วงเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์น้อยใหญ่ในดินแดนตระกูล เจ้าไม่เคยละเลย ลำบากเจ้าเสียแล้ว"

            มู่อวี่เซิงเผยรอยยิ้มซื่อๆ ที่ดูไร้พิษภัยพลางกล่าวอย่างถ่อมตนว่า "ช่วยเหลือตระกูลก็ควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว!"

            "ท่านผู้นำตระกูลมีเรื่องใดที่จะสั่งก็สั่งมาข้าน้อยได้เลย"

            "อืม" มู่เสินฉวนพยักหน้าเบาๆดวงตาที่มองไปยังที่ไกลๆ สั่นไหวเล็กน้อย พลางกล่าวว่า "เกาะหลายร้อยแห่งที่เราครองนั้น แม้จะอยู่ไม่ห่างกันมากนักแต่การไปมาของคนในตระกูลก็ยังต้องใช้เวลาอยู่บ้าง"

            "หากทุกเกาะสามารถสร้างค่ายกลมิติในระยะใกล้ได้ก็จะดีที่สุด"

            "จำเป็นต้องใช้ศิลาวิญญาณเท่าไรเจ้าไปขอจากท่านผู้อาวุโสใหญ่ได้เลย"

            "รับทราบขอรับ ข้าจะทำให้สำเร็จ!"มู่อวี่เซิงตอบรับอย่างร่าเริง

            ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติในระยะใกล้เช่นนี้ค่อนข้างเรียบง่ายไม่เปลืองเวลามากนัก

            หากเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจไปสักหน่อยครึ่งเดือนก็คงสำเร็จลุล่วงได้

            "อืม เรื่องนี้ก็มิได้เร่งรีบอันใดเจ้าตั้งใจทำให้ดีก็พอ"

            "อีกเรื่องเรื่องเติมเต็มอักขระของค่ายกลสังหารที่สาม ข้าสั่งให้ตลาดการค้าต่างๆปล่อยข่าวออกไปเพื่อทำการรวบรวมข้อมูลแล้ว"

            "เมื่อสะสมได้ถึงระดับหนึ่งจะมีคนในตระกูลไปแจ้งให้เจ้ารับของ"

            "ขอบคุณท่านผู้นำตระกูล!"

            เมื่อมู่อวี่เซิงได้ยินดังนั้นสีหน้าก็พลันตื่นเต้นขึ้นมาในทันที

            คาดไม่ถึงว่าท่านผู้นำตระกูลแม้กิจธุระมากมายจะรุมเร้า ก็ยังคงจดจำเรื่องนี้ได้

            "เอาละ ไปทำธุระของเจ้าเถิด!"

            มู่เสินฉวนแย้มยิ้มเล็กน้อยก่อนจะสะบัดแขนเสื้อจากไป!

            ……

            หลายวันต่อมา

            มู่อู๋จี๋เดินทางมาถึงหอวิญญาณโอสถอย่างราบรื่น

            ทันทีที่เขามาถึงเหล่าผู้อาวุโสไฟศักดิ์สิทธิ์ต่างก็กรูเข้ามาล้อมเขาไว้พลางเดินเข้าไปในโถงใหญ่ด้วยความเคารพยิ่ง

            ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เหล่าศิษย์หอวิญญาณโอสถจำนวนไม่น้อยถึงกับตะลึงพลางอดมิได้ที่จะกล่าวถามออกมา

            "เมื่อครู่นี้เขาเป็นใครกัน?"

            "เหตุใดแม้แต่เหล่าผู้อาวุโสยังเคารพเขาถึงเพียงนั้น?"

            "ข้าไม่รู้แต่ฐานะจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน"

            "ข้ารู้!"

            ในขณะนั้นเองชายหนุ่มผู้หนึ่งจากอีกฟากฝั่งหนึ่งพลันกล่าวออกมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

            "โอ้?"

            "คือใครหรือ?"

            เหล่าศิษย์หอวิญญาณโอสถต่างพากันเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            "ผู้อาวุโสตระกูลมู่ มู่อู๋จี๋"

            "แต่ท่านผู้นี้ยังมีอีกสองฐานะ"

            "หนึ่งคือบิดาของผู้สืบทอดหอโสสถสองคือน้องชายแท้ๆ ของท่านผู้นำตระกูลมู่!" ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นพลางอวดอ้างความรู้ที่ไม่ธรรมดาของตน

            "ซู้ด"

            เมื่อกล่าวคำนี้ออกไปเหล่าศิษย์โดยรอบก็ถึงกับสูดลมหายใจเย็นเข้าไปเต็มปอด

            หลังจากเรื่องราวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาชื่อเสียงของตระกูลมู่ในแคว้นภาคใต้ ก็เรียกได้ว่าโด่งดังเป็นพลุแตก!

            มู่เสินฉวน ผู้นำตระกูลมู่สังหารผู้แข็งแกร่งระดับเอกะเจ็ดท่านในการต่อสู้เพียงครั้งเดียวด้วยวิธีการที่เด็ดขาดจึงได้กลายเป็นจ้าวแห่งทะเลไร้สิ้นสุดครอบครองถ้ำสวรรค์และดินแดนนับร้อยแห่งเรียกได้ว่ามีอำนาจยิ่งกว่าสำนักใหญ่บางแห่งเสียอีก!

            ความเร็วในการผงาดขึ้นนั้นน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง

            อีกทั้งยังมีคำกล่าวโบราณว่าเมื่อหนึ่งคนบรรลุธรรม สุนัขไก่ก็พลอยได้รับอานิสงส์[1]ไปด้วย!

            ภายใต้สองฐานะนี้จึงยิ่งทำให้ที่มาของมู่อู๋จี๋น่าเกรงขามขึ้นไปอีก

            ……

            ภายในโถงใหญ่หอวิญญาณโอสถ

            "สหายอู๋จี๋!ที่ท่านกล่าวมาเป็นจริงหรือ?"

            "ท่านผู้นำตระกูลมู่เต็มใจที่จะให้หอวิญญาณโอสถของพวกเราเข้าไปตั้งรกรากในทะเลไร้สิ้นสุดแถมยังแบ่งเกาะหลายเกาะให้กับพวกเราด้วยหรือ?"

            เมื่อปรมาจารย์วิญญาณได้ฟังก็ลุกขึ้นพรวดพราดสีหน้าปรากฏความตื่นเต้นอย่างยิ่ง ไม่แม้แต่จะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

            พวกเขานักปรุงโอสถนั้นแม้จะไม่ค่อยได้เดินทางไกล แต่ก็ยังรู้เรื่องราวเกี่ยวกับทะเลไร้สิ้นสุดมาไม่น้อย

            ใต้ทะเลและเกาะน้อยใหญ่นั้นอุดมไปด้วยสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าต่างๆเป็นแดนดินอันเป็นขุมทรัพย์ที่อุดมไปด้วยพลังปราณฟ้าดิน

            พวกเขามักจะส่งศิษย์ไปจัดซื้อจัดหาที่แห่งนั้นอยู่หลายครั้ง

            คาดไม่ถึงว่าในวันนี้มู่อู๋จี๋กลับเป็นตัวแทนท่านผู้นำตระกูลของพวกเขามาเชิญชวนให้หอวิญญาณโอสถเข้าไปตั้งรกราก!

            "ท่านพ่อ..." มู่เฉินที่อยู่ด้านข้าง เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นในดวงตาเปล่งประกายแสงที่แตกต่างออกไป

            "แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง"

            "นี่คือสิ่งที่ท่านผู้นำตระกูลได้สั่งข้าให้มาแจ้งโดยเร็วที่สุด"

            "หากเบื้องบนของหอวิญญาณโอสถมิได้มีความคิดเห็นใดๆก็พาศิษย์ทั้งสำนักเดินทางไปตั้งรกรากได้เลย"

            มู่อู๋จี๋เผยคลี่ยิ้มออกมาพลางกล่าวอย่างหนักแน่น

            "ดีๆๆ"

            ท่านปรมาจารย์วิญญาณกล่าวชมชอบออกมาติดต่อกันในใจรู้สึกขอบคุณต่อมู่เสินฉวนมากยิ่งขึ้นไปอีก

            คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการตัดสินใจที่เขาได้ทำลงไปในตอนนั้นช่างเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง!

            แม้แต่หอวิญญาณโอสถที่ได้ติดตามตระกูลมู่ก็พลอยรุ่งเรืองไปด้วยกัน!

            ต่อมาเขาก็สั่งการไปยังเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ด้านล่างด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            "จงแจ้งไปยังศิษย์ทั้งหมดภายในสำนักให้จัดเตรียมทรัพยากรและเก็บสัมภาระ"

            "สามวันให้หลังเราจะเดินทางไปยังทะเลไร้สิ้นสุด!!"

            —-------------------------------------------------------------------------

            [1] หนึ่งคนบรรลุธรรมสุนัขไก่ก็พลอยได้รับอานิสงส์ (一人得道,鸡犬升天) หมายถึงเมื่อคนหนึ่งปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนถึงขั้นบรรลุธรรมคนหรือสัตว์ใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องก็พลอยได้รับผลบุญหรืออานิสงส์จากเขาด้วย

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน