การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 70 เตรียมตัวออกเดินทางไปยังอาณาจักรเทพมังกร

           หลังจากเข้ามาภายในมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้ใช้อุปกรณ์ลดแรงโน้มถ่วงด้วยระดับพลังสูงสุด ทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงขึ้นบริเวณโดยรอบนับร้อยกิโลเมตร จากนั้นเขาได้ใช้อุปกรณ์ยกสิ่งของขนาดใหญ่ ยกก้อนแร่ขนาดใหญ่ของตระกูลเพ่ยไปวางไว้ในพื้นที่ว่างแห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากจุดที่มีอาคารที่พัก หลังจากวางก้อนแร่เสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ออกจากมิติแดนอสูรและได้เปิดใช้ "อุปกรณ์ลดแรงโน้มถ่วง" กับ "อุปกรณ์ยกสิ่งของขนาดใหญ่" อีกครั้งเพื่อยกก้อนแร่ส่วนที่เหลือเข้ามาภายในมิติแดนอสูรและได้วางก้อนแร่เอาไว้ ใกล้กับก้อนแร่ก้อนแรก
           “ฟู่ว เสร็จเรียบร้อย” หวังเหว่ยกล่าวเบาๆ จากนั้นเขาได้ออกไปจากมิติแดนอสูร
           หลังจากออกมาจากมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้มองสำรวจในจุดที่เขาขุดแร่ออกมาอยู่ครู่หนึ่งและเมื่อพบว่าไม่มีแร่เหลืออยู่ในจุดนี้แล้วเขาได้กล่าวขึ้นว่า “ในอนาคตตรงจุดนี้จะกลายเป็นทะเลสาบและจะเริ่มมีพืชสมุนไพรเกิดขึ้นมาบริเวณโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ หลังจากนั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบตรงจุดนี้ก็จะเริ่มกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เรื่องนี้เราปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เอาล่ะ พวกเราเดินทางไปยังตระกูลไป๋กันต่อ” หวังเหว่ยกล่าวกับเหล่าสัตว์ของเขาที่กำลังยืนตกตะลึงกันอยู่
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เหล่าสัตว์อสูรทั้งสามกลุ่มที่นำโดยหลินฉีได้เริ่มเดินทางไปยังอุโมงค์แร่ของตระกูลไป๋ด้วยความเร็วสูงสุดในทันที
           เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
           “เสียงดังอึกทึกครึกโครมทางด้านนอกคือเสียงอะไรพวกเจ้าออกไปตรวจดูที” หัวหน้าทหารรับจ้างของตระกูลไป๋กล่าว
           ทหารรับจ้างของตระกูลไป๋หลายคนได้ออกไปดูภายนอกอุโมงค์และได้กลับเข้ามาภายในอุโมงค์อย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
           “แย่แล้วหัวหน้า มีเหล่าสัตว์อสูรจำนวนหลายแสนตนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว !”
           “หา !” เหล่าทหารรับจ้างอุทาน
           พวกเขาได้พากันออกมาจากภายในอุโมงค์แร่อย่างรวดเร็วและได้พากันตกตะลึงกับภาพที่ราวกับความฝันตรงหน้าในทันทีที่ออกมาจากภายในอุโมงค์แร่
           “เราควรทำอย่างไรกันดีหัวหน้า ?” ทหารรับจ้างคนหนึ่งกล่าวถาม
           “มะ เมื่อสองชั่วโมงก่อนมีคนรายงานกับข้าว่ามีเหล่าสัตว์อสูรจำนวนมากบุกมาที่อุโมงค์แร่ตระกูลเพ่ย บางทีสัตว์อสูรเหล่านั้นคงเป็นสัตว์อสูรกลุ่มนี้ พวกเราควรรีบกลับเข้าเมืองกันก่อนเพื่อวางแผนรับมือกับเรื่องนี้” รองหัวหน้าทหารรับจ้างตระกูลไป๋กล่าว
           “ตกลงตามนั้น พวกเจ้ารีบตามข้ามาอย่าได้รอช้า ไม่เช่นนั้นเหล่าสัตว์อสูรอาจจะมาถึงก่อนที่พวกเราจะได้กลับเข้าเมือง” หัวหน้าทหารรับจ้างตระกูลไป๋กล่าวพร้อมกับใช้ทักษะวิชาตัวเบากลับไปที่เมืองแห่งนักประดิษฐ์พร้อมกับเหล่าทหารรับจ้างราว8000คนอย่างรวดเร็ว
           ห่างออกไป2กิโลเมตร ณ เหมืองแร่อีกแห่งหนึ่งของตระกูลไป๋ เหตุการณ์เช่นเดียวกันได้เกิดขึ้นกับเหมืองแร่แห่งนี้ เหล่าทหารรับจ้างราว8000คน ได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาติดตามเหล่าทหารรับจ้างกลุ่มแรกกลับไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์อย่างรวดเร็ว
           เวลาผ่านไปยี่สิบนาที
           เหล่าสัตว์อสูรทั้งสามกลุ่มที่นำโดยหลินฉีได้มาถึงยังอุโมงค์แร่ตระกูลไป๋ ในทันทีที่มาถึงอุโมงค์แร่ หลินฉีได้ให้เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษ10,000ตน กระจายตัวกันออกไปคุ้มกันบริเวณโดยรอบอุโมงค์แร่ จากนั้นเขาได้ใช้อุปกรณ์สลายม่านพลังที่หวังเหว่ยมอบให้ทำลายม่านพลังในทันที
           วาบบบ!
           ม่านพลังได้จางหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่หลินฉีใช้อุปกรณ์สลายม่านพลังที่หวังเหว่ยมอบให้
           หลังจากม่านพลังสลายไปแล้ว หวังเหว่ยได้ใช้วิธีเดิมนำก้อนแร่ขนาดใหญ่ของตระกูลไป๋เข้าไปเก็บไว้ภายในมิติแดนอสูรในจุดที่ใกล้กับก้อนแร่ของตระกูลเพ่ยและได้กลับมายกก้อนแร่ที่ยังเหลืออยู่ในทันที หลังจากยกก้อนแร่ของตระกูลไป๋ขึ้นอีกครั้งและพบว่าไม่มีแร่หลงเหลืออยู่แล้ว หวังเหว่ยได้กล่าวกับเหล่าสัตว์อสูรของเขาว่า “เอาล่ะ ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามแผนแล้ว พวกเรากลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรกัน” 
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เหล่าสัตว์อสูรทั้งสามกลุ่มได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญในทันที ส่วนหวังเหว่ยก็ได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกับก้อนแร่เช่นกัน
           วูบ
    มิติแดนอสูร
           หลังจากเข้ามาภายในมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้ยกก้อนแร่ไปวางเอาไว้ในจุดที่ใกล้กับก้อนแร่ของตระกูลไป๋ก้อนแรกในทันที
           “ฟู่ว เสร็จเรียบร้อยต่อไปพื้นที่ในส่วนนี้จะกลายเป็นที่ขุดแร่ของพวกเรา เฟิงเฟยเจ้าเพิ่มภารกิจงานขุดแยกแร่ขึ้นภายในหน่วยคะแนนผลงานด้วย” หวังเหว่ยกล่าวกับเฟิงเฟยและเหล่าสัตว์อสูรของเขาที่ได้ติดตามมาดูการยกก้อนแร่
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเฟยกล่าวตอบหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้หันไปมองเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ “พวกเจ้าช่วยสอน "ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" "ทักษะต่อสู้รูปแบบมนุษย์" "ทักษะภาษามนุษย์" ให้กับเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะรวมถึงสามราชาตุ่นอสูรโลหะแทนข้าด้วย”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์กล่าวกับหวังเหว่ย
           “หลินกาน หลินฟู หลินฉี ยังมีอาคารที่พักอีกจำนวนมากที่ยังว่างอยู่หลังจากเรียนรู้ทักษะเสร็จเรียบร้อย ให้พวกเจ้าและเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะเลือกอาคารที่พักที่ยังว่างอยู่กันตามใจชอบ”
           “ขอบคุณนายท่านขอรับ” หลินกาน หลินฟู หลินฉี กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยสีหน้าที่มีความสุข เนื่องจากพวกเขาจะได้มีสถานที่พักที่ปลอดภัยและอาหารการกินที่ดี
           “เอาล่ะ นี่ก็เริ่มใกล้จะมืดค่ำแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายกันไปฝึกฝนและพักผ่อนกันได้แล้ว หากมีเรื่องอะไรให้พวกเจ้าติดต่อกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิต เฟิงเค่อ เฟิงเป้า เหวินหนิงถัง ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปจากมิติแดนอสูร”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดกล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นพวกเขาได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง
           หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้พาเฟิงเค่อ เฟิงเป้าและเหวินหนิงถังออกไปจากมิติแดนอสูรพร้อมกับตนเองในทันที
           วูบ
    บริเวณนอกเมืองแห่งนักประดิษฐ์ใกล้กับอุโมงค์แร่ของตระกูลไป๋
           ในทันทีที่ออกมาจากมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า “เหวินหนิงถังเพื่อไม่ให้คนให้ความสนใจกับตระกูลของเจ้ามากเกินไป เจ้าช่วยบอกให้คนในตระกูลของเจ้ากระจายข่าวว่าตระกูลไป๋และตระกูลเพ่ยได้ทำให้คนของคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์โกรธเคือง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์จึงได้ลงมือสั่งสอนพวกเขาเล็กน้อย”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” เหวินหนิงถังกล่าวกับหวังเหว่ย
           “เอาล่ะ ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วก็ได้เวลาที่พวกเราจะกลับเข้าเมือง เฟิงเป้าเจ้าพาเหวินหนิงถังกลับไปส่งที่ตระกูลเหวิน ส่วนเฟิงเค่อเจ้ากลับไปที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์พร้อมกับข้า พวกเราจะใช้ทักษะล่องหนเดินทางเข้าเมืองเพื่อความปลอดภัย” หวังเหว่ยกล่าวกับทั้งสามคน
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” ทั้งสามคนกล่าว จากนั้นพวกเขาทั้งสี่คนได้ใช้ทักษะล่องหนในทันที เฟิงเป้าได้พาเหวินหนิงถังไปส่งที่คฤหาสน์ตระกูลเหวิน ส่วนเฟิงเค่อได้กลับไปคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์พร้อมกับหวังเหว่ย
           เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หวังเหว่ยและเฟิงเค่อได้กลับมาถึงคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์เป็นที่เรียบร้อย
           หลังจากกลับมาถึงยังคฤหาสน์เฟิงเค่อได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า “นายท่านปิดรับสมัครทหารรับจ้างแล้ว ข้าขอคืนแผ่นเหล็กทหารรับจ้างให้กับนายท่านขอรับ” หลังจากกล่าวจบเฟิงเค่อได้นำแผ่นเหล็กทหารรับจ้างคืนให้กับหวังเหว่ย
           “ขอบคุณเจ้ามากเฟิงเค่อ เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว ข้าเองก็จะไปพักผ่อนเช่นกัน”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบเฟิงเค่อได้กลับไปพักผ่อนภายในห้องพักของตนเองในทันที
           ส่วนหวังเหว่ยก็ได้กลับเข้าไปภายในห้องของตนเองเช่นกัน จากนั้นเขาได้ใช้ทักษะปราณอสูรหลอมรวม กลั่นสกัดเม็ดยาสมุนไพรต่างๆ ในระดับชั้นเลิศขึ้นและได้นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
           เมื่อยามเช้ามาถึงหวังเหว่ยได้ตื่นขึ้นมานั่งสมาธิปรับสมดุลพลังปราณอสูรตามปกติ จากนั้นเมื่อถึงเวลาสายของวันเขาได้ออกเดินสำรวจบริเวณโดยรอบคฤหาสน์และได้เรียกรวมตัวเหล่าทหารรับจ้างทั้ง3,000คน
           “นายท่าน” เหล่าทหารรับจ้างกล่าวกับทักทายหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับการทักทาย “หลายคนคงพึ่งเคยเจอกับข้าเป็นครั้งแรก หลังจากนี้พวกเจ้าทั้ง3,000คน คือกลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่ง จินลั่วหลินเจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่มเช่นเดิม ข้ามอบหมายให้เจ้าเลือกรองหัวหน้ากลุ่มสองคนตามที่เจ้าเห็นสมควร”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” จินลั่วหลินกล่าวกับหวังเหว่ย
           “เอาล่ะ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ได้แล้ว หากมีเรื่องอะไรให้พวกเจ้าบอกกับพี่ชายทั้งสองของข้า”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” กลุ่มทหารรับจ้างหมายเลขหนึ่งทั้ง3,000คน กล่าวกับหวังเหว่ยจากนั้นพวกเขาได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองในทันที
           หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เดินทางไปยังสถาบันอัคคีหมอก เหวินหรงอาจารย์ใหญ่ของสถาบันได้ให้การต้อนรับหวังเหว่ยเป็นอย่างดีและได้กล่าวถามเขาถึงเรื่องการแข่งขันหลอมสร้างประจำปีที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า
           “ข้าขอส่งตัวแทนลงแข่งขันแทนได้หรือไม่ขอรับท่านอาจารย์ใหญ่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามอาจารย์ใหญ่เหวินหรง
           “อืม... คุณชายเฟิงเหว่ยอยากส่งใครเข้าแข่งขันแทนท่านหรือ ?” อาจารย์ใหญ่เหวินหรงกล่าวถาม
           หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับอาจารย์ใหญ่เหวินหรง “ข้าอยากให้ซือโฮ่วและซิ่นเฉิงเป็นศิษย์สืบทอดของข้าและให้พวกเขาเข้าแข่งขันหลอมสร้างแทนข้าขอรับ”
           อาจารย์ใหญ่เหวินหรงได้ตกตะลึงไปในทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย “คุณชายเฟิงเหว่ยท่านพูดจริงหรือ !?”
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับ “จริงขอรับท่านอาจารย์ใหญ่ ข้าขอรบกวนท่านอาจารย์ใหญ่ช่วยบอกให้เขาทั้งสองมาพบข้า ข้าอยากสอนทักษะการหลอมสร้างให้กับพวกเขาเป็นการส่วนตัวขอรับ”
           “โอ้! ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะรีบให้คนไปแจ้งกับพวกเขาทั้งสองในทันที” หลังจากกล่าวจบอาจารย์ใหญ่เหวินหรงได้ออกไปจากห้องพักอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น เนื่องจากนักเรียนภายในสถาบันของเขามีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ทักษะการหลอมสร้างในตำนาน
           เวลาผ่านไปสิบนาที ซือโฮ่วและซิ่นเฉิงและอาจารย์ใหญ่เหวินหรงได้มาถึงยังห้องพักอาจารย์ผู้ทรงเกียรติของหวังเหว่ย
           “สวัสดีขอรับท่านอาจารย์เฟิงเหว่ย” ซือโฮ่วและซิ่นเฉิงกล่าวทักทายหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับการทักทายของทั้งสอง “พวกเจ้าอยากเป็นศิษย์สืบทอดของข้าหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามซือโฮ่วและซิ่นเฉิง
           “ศิษย์สืบทอด !” ซือโฮ่วและซิ่นเฉิงอุทาน
           “ใช่แล้ว ข้าจะสอนทักษะการหลอมสร้างของข้าให้กับพวกเจ้าทั้งสอง แต่ข้ามีเงื่อนไขสำคัญอยู่ข้อหนึ่ง ห้ามไม่ให้พวกเจ้านำทักษะที่ข้าสอนให้ไปสอนให้กับผู้ใดหากข้าไม่ได้อนุญาต” หวังเหว่ยกล่าวกับซือโฮ่วและซิ่นเฉิง
           อาจารย์ใหญ่เหวินหรงได้มีสีหน้าเศร้าหมองลงเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย แต่พอเขาคิดได้ว่าศิษย์ภายในสถาบันของเขามีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะหลอมสร้างในตำนาน และมีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบัน เขาก็ได้ยิ้มออกมาอีกครั้ง
           “พวกข้าตกลงขอรับท่านอาจารย์เฟิงเหว่ย” ซือโฮ่วและซิ่นเฉิงกล่าวตอบหวังเหว่ยโดยไม่ต้องคิดในทันที
           “ดีมาก เช่นนั้นข้าจะเริ่มสอนทักษะให้กับพวกเจ้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันไปมองอาจารย์ใหญ่เหวินหรง “ท่านอาจารย์ใหญ่ขอรับ ข้าขอรบกวนให้ท่านกลับไปก่อน หลังจากข้าสอนทักษะการหลอมสร้างให้กับพวกเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าจะให้พวกเขาทั้งสองไปพบท่านขอรับ”
           “ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” อาจารย์ใหญ่เหวินหรงได้ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งหลังจากเดินออกมาจากห้อง เขาได้หัวเราะด้วยความเบิกบานใจไปตลอดทางกลับไปยังห้องพักของเขา
           หลังจากอาจารย์ใหญ่เหวินหรงออกจากห้องไปแล้ว หวังเหว่ยได้เริ่มต้นสอนทักษะการหลอมสร้างขั้นพื้นฐานให้กับซือโฮ่วและซิ่นเฉิง ซึ่งทักษะนี้สามารถหลอมสร้างอุปกรณ์ได้ถึงระดับพิเศษเท่านั้น เนื่องจากหวังเหว่ยต้องการทดสอบพวกเขาทั้งสองก่อนจึงยังไม่ได้สอนทักษะในระดับปกติให้ และถ้าพวกเขาซื่อสัตย์ไม่นำทักษะไปสอนต่อให้กับผู้ใด หวังเหว่ยก็จะคิดเรื่องการสอนทักษะในระดับปกติให้กับพวกเขาอีกที
           ตระกูลเหวินได้แพร่กระจายข่าวเรื่องตระกูลไป๋และตระกูลเพ่ยได้ทำให้คนของคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์โกรธเคือง จนผู้ที่อยู่เบื้องหลังคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์เคลื่อนไหวลงมือสั่งสอนพวกเขาเล็กน้อยไปจนทั่วทั้งเมือง รวมถึงเรื่องที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์กำลังเตรียมจะเปิดร้านขายอุปกรณ์ระดับพิเศษและระดับล้ำค่า ทำให้ผู้คนภายในเมืองต่างพากันตกตะลึงกับข่าวที่ได้ยินและได้พากันจัดลำดับคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์เป็นหนึ่งในกลุ่มกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์
           เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
           “เอาล่ะ ข้าได้สอนทักษะให้กับพวกเจ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ให้พวกเจ้าไปพบท่านอาจารย์ใหญ่ ข้าจะกลับไปที่คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์พวกเจ้าช่วยบอกกับท่านอาจารย์ใหญ่ในเรื่องนี้ด้วย”
           “รับทราบขอรับท่านอาจารย์” ทั้งสองได้กล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นพวกเขาได้ออกไปจากห้องพักของหวังเหว่ยในทันที
           หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ออกมาจากสถาบันอัคคีหมอกและได้เดินทางกลับไปยังคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ จากนั้นเขาได้ไปหาเฟิงเค่อ เฟิงเป้าและเหวินหนิงถัง ที่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์
           “นายท่าน” ทั้งสามกล่าวทักทายหวังเหว่ย
           “อืม เหวินหนิงถังตระกูลของเจ้าต้องการอุปกรณ์ระดับมหากาพย์แบบใดเป็นสินสอด เจ้าได้สอบถามมาหรือยัง ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม
           “ท่านพ่อได้บอกกับข้าว่าอยากได้ศาสตราวุธประเภทดาบเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวตอบหวังเหว่ยด้วยท่าทางเอียงอาย
           “ข้าเข้าใจแล้ว” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เริ่มใช้ทักษะเทพหลอมสร้าง หลอมศาสตราวุธประเภทดาบ โดยใช้แร่โลหะหินเหล็กในทันที
           เวลาผ่านไปยี่สิบนาที
           วูม วูม
           “ฟู่ว เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหวินหนิงถังเย็นนี้เจ้านำศาสตราวุธเล่มนี้ไปมอบให้กับท่านพ่อของเจ้าได้เลย” หวังเหว่ยได้มอบศาสตราวุธประเภทดาบระดับมหากายพ์ให้กับเหวินหนิงถังที่กำลังยืนตกตะลึง
           “ศาสตราวุธภายในเมืองแห่งนี้ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่เป็นระดับมหากาพย์ แต่นายท่านกลับหลอมสร้างขึ้นมาได้ง่ายดายเช่นนี้ ข้านับถือนายท่านจากใจจริงเลยเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวกับหวังเหว่ย
           “ฮ่าๆ ถึงเจ้าจะชมข้า ข้าก็ยังไม่หลอมศาสตราวุธให้กับเจ้าในตอนนี้ เพราะข้าอยากจะมอบเป็นของขวัญแต่งงานของเจ้า”
           “ขะ ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวด้วยความขวยเขิน
           หวังเหว่ยได้หันไปมองทั้งสามคนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้กล่าวขึ้นว่า “หลังจากนี้ข้าจะออกเดินทางไปยังอาณาจักรเทพมังกรเพื่อช่วยเหลือท่านพ่อและท่านแม่ของฉิงเหม่ยที่ถูกจับตัวเอาไว้ พวกเจ้าทั้งสามดูแลเรื่องราวภายในคฤหาสน์ให้ดี หากมีเรื่องอะไรให้พวกเจ้าบอกกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิต”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” ทั้งสามคนกล่าวกับหวังเหว่ย
           “เฟิงเค่อ ข้ายังให้เจ้าทำหน้าที่สืบหาข่าวภายในเมืองอยู่เช่นเดิม หลังจากนี้เจ้าสามารถไปเบิกเงินที่หน่วยกองคลังได้ตลอดเวลา” หวังเหว่ยกล่าว
           “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อกล่าวตอบหวังเหว่ย
           “เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเจ้าแล้ว ข้าจะไปหาฉิงเหม่ยเพื่อพูดถึงเรื่องการเดินทาง” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ
    มิติแดนอสูร
           “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กล่าวทักทายหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับการทักทาย จากนั้นเขาได้ไปหาฉิงเหม่ยภายในที่พักของนาง
           “นายท่าน” ฉิงเหม่ยและวิหคน้อยกล่าวขณะกำลังเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน
           “ฮ่าๆ พวกเจ้าทั้งสองอยู่ด้วยกันก็ดีแล้ว ฉิงเหม่ยในตอนนี้เจ้าก็แข็งแกร่งขึ้นมากแล้วและวิหคน้อยก็ถือกำเนิดแล้ว ได้เวลาที่พวกเราจะออกเดินทางไปช่วยท่านพ่อและท่านแม่ของเจ้า”
           “จริงหรือเจ้าค่ะนายท่าน !” นัยน์ตาของฉิงเหม่ยมีน้ำตาคลอในทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย
           หวังเหว่ยได้พยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่แล้ว ข้าจะให้วิหคน้อยแปลงร่างเป็นสัตว์อสูรและพาพวกเราเดินทางไปยังอาณาจักรเทพมังกร”
           “ไปกันแค่พวกเราสองคนหรือเจ้าค่ะ !?” ฉิงเหม่ยกล่าวถามด้วยท่าทางเขินอาย
           หวังเหว่ยส่ายหัวเล็กน้อยขณะยิ้มให้กับนาง “สามคนต่างหากวิหคน้อยอีกคนเจ้าลืมนางไปแล้วหรือ”
           “จะ จริงด้วย... พวกเราจะออกเดินทางกันเมื่อใดเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวถามหวังเหว่ยขณะหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
           “พวกเราจะไปกันในตอนนี้เลย อาณาจักรเทพมังกรอยู่ไกลมากถึงแม้จะมีวิหคน้อย พวกเราก็อาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งเดือนในการไปถึงที่นั่น”
           “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นนางได้หันไปยิ้มให้กับวิหคน้อย “วิหคน้อยพวกเราไปช่วยท่านตาและท่านยายของเจ้ากัน”
           “หนูเข้าใจแล้วม่าม๊า” 
           “ฮ่าๆ เช่นนั้นพวกเรามาเริ่มเตรียมความพร้อมกันเลยดีกว่า ข้าจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของข้าให้เป็นชายหนุ่มอายุ21ปี เวลาต่อสู้ผู้คนจะได้ไม่สงสัยในความสามารถของพวกเรามากเกินไป” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ใช้ทักษะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และทักษะเปลี่ยนแปลงใบหน้า เป็นชายหนุ่มรูปงาม ผิวขาว อายุราว21ปี
           ฉิงเหม่ยได้ตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของหวังเหว่ย
           "อันที่จริงนี่ก็คือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของข้าในอนาคต" หวังเหว่ยคิดในใจ “เอาล่ะ พวกเราจะพาวิหคน้อยเดินเที่ยวชมเมืองก่อน และให้นางแปลงร่างกลับไปเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติหลังจากที่พวกเราออกจากเมืองแล้ว”
           “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยได้กล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นนางได้อุ้มวิหคน้อยอย่างเบามือ หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้น เขาจึงได้พาฉิงเหม่ยและวิหคน้อยรวมถึงตนเองออกจากมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ
    คฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
           “นายท่าน” เฟิงเค่อ เฟิงเป้า เหวินหนิงถัง กล่าวอย่างตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามของหวังเหว่ย
           “ฮ่าๆ พวกเจ้าไม่ต้องแปลกใจไปข้าเพียงต้องการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ทำให้คนอื่นแปลกใจในความสามารถของข้ามากเกินไปก็เท่านั้นเอง”
           ทั้งสามคนได้พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเข้าใจ “นายท่านและแม่นางฉิงเหม่ยจะออกเดินทางเลยหรือเจ้าค่ะ ?” เหวินหนิงถังกล่าวถาม
           “ใช่แล้ว ข้าและฉิงเหม่ยจะพาวิหคน้อยเดินเที่ยวชมเมืองเล็กน้อย จากนั้นจะเริ่มออกเดินทางไปยังอาณาจักรเทพมังกรในทันที” หวังเหว่ยกล่าวตอบ
           “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ขอให้นายท่านเดินทางปลอดภัยเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังได้ไปมองฉิงเหม่ย “ขอให้เจ้าช่วยเหลือท่านพ่อและท่านแม่ของเจ้าได้สำเร็จฉิงเหม่ย”
           “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของเจ้า” ฉิงเหม่ยกล่าวกับเหวินหนิงถัง
           “แล้วเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเจ้าคือ...” เหวินหนิงถังกล่าวถามฉิงเหม่ย
           “ลูกสาวของข้าเอง นางน่ารักมากเลยใช่หรือไม่ ?” ฉิงเหม่ยยิ้มออกมาขณะกล่าวกับเหวินหนิงถัง
           “ลูกสาวของเจ้า! นางน่ารักมาก ข้าเองก็อยากมีลูกที่น่ารักแบบนี้เช่นกัน” เหวินหนิงถังกล่าวขณะมองวิหคน้อยด้วยแววตาอ่อนโยน
           “ฮ่าๆ เอาล่ะ เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน ไว้มีเรื่องอะไรพวกเจ้าทั้งสองค่อยพูดคุยกันผ่านการสื่อสารทางจิต” หวังเหว่ยกล่าวกับหญิงสาวทั้งสอง
           “เจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยและเหวินหนิงถังกล่าวกับหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อยเมื่อถูกขัดจังหวะการพูดคุย
           หวังเหว่ยได้หัวเราะออกมาเมื่อได้เห็นท่าทีของหญิงสาวทั้งสอง จากนั้นเขาได้พาฉิงเหม่ยรวมถึงวิหคน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของนางออกไปจากคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์ โดยมีเฟิงเค่อ เฟิงเป้าและเหวินหนิงถังเดินไปส่งที่หน้าคฤหาสน์ จากนั้นหวังเหว่ยได้พาฉิงเหม่ยและวิหคน้อยเดินเที่ยวชมเมืองอยู่นานหลายชั่วโมง ท่ามกลางสายตาของชาวเมืองที่มองพวกเขาราวกับเป็นคู่รักสวรรค์สร้าง
           หลังจากออกมาจากเมืองได้ไกลพอสมควร วิหคน้อยได้แปลงร่างกลับไปเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติที่มีขนาด5เมตร จากนั้นหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังของนาง
           “วิหคน้อยเจ้าใช้ทักษะบินผ่านมิติได้จำกัดเพียงวันละไม่กี่ชั่วโมง พวกเราเริ่มบินชมดูวิวทิวทัศน์กันก่อน หลังจากนั้นเจ้าค่อยใช้ทักษะบินผ่านมิติ” ฉิงเหม่ยกล่าว
           “ได้เลยม่าม๊า” วิหคน้อยได้เริ่มโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อออกเดินทางไปยังอาณาจักรเทพมังกรในทันทีหลังจากกล่าวจบ

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน