Architectureอาสาสถาปัตย์
ตอนที่ 1 Y3M/4M
ชีวิตรักของสาวหมวยยิปโซเริ่มต้นั้แ่ยังไม่ทันได้เข้ามหาวิทยาลัยเลยด้วยความที่เธอใฝ่ฝันจะเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มาั้แ่ม.ต้นทำให้เธอลงคอร์สติวความถนัดสถาปัตย์เรียนการใช้เส้นมาอย่างหนักหน่วงจนสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยที่้าได้ก่อนเพื่อนๆที่รอสอบแอดมิชชัน
อ้อ เหมือนจะข้ามอะไรไปก็ที่ว่าชีวิตรักเริ่มั้แ่ยังไม่ทันเข้ามหา’ลัยก็คือเธอปิ๊งหนุ่มที่เรียนพิเศษด้วยกันเข้าน่ะสิแต่ด้วยความเป็เด็กสาวตามแบบฉบับไท๊ยไทย เธอได้แต่แอบมองและไม่เคยทักทายหนุ่มตี๋คนนั้นเลยรู้แต่ว่าเขาชื่อ ‘ออกศึก’ และลาจากกันหลังจากจบคอร์สเรียนพิเศษไปทั้งแบบไม่เคยคุยกันเลยสักครั้งเดียว
แต่ฟ้าคงสั่งมา เพราะดันเป็ใจให้เธอได้เจอกับเขาอีกในวันรับน้องใหม่ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ระหว่างที่เธอกำลังวุ่นวายเริ่มต้นชีวิตเฟรชชี่ ทำความรู้จักหมู่เพื่อนๆที่น่าจะต้องเรียนด้วยกันไปอีกห้าปีอยู่แถวหน้าคณะนั้น...
“แก ผู้ชายคนนั้นหล่อว่ะ” เพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสิบนาทีสะกิดยิปโซยิกๆพร้อมทั้งซุบซิบเสียงเบา หล่อนเรียนจบมาจากโรงเรียนเอกชนหญิงล้วนชื่อดังแถวสีลมมีชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้คือเม แต่เธอจงใจให้เพื่อนๆ เรียกว่าเมอาร์
ยิปโซหันมองตามมือขาวของเพื่อนใหม่วินาทีที่เห็นหน้าด้านข้างของผู้ชายคนนั้น เธอก็จำสายตาตี่ๆ ของเขาได้ทันทีดวงตารีและเรียวยาวที่สะกดให้เธอคอยแอบมองในคลาสติวอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่คิดว่าจะได้เจอแล้วแต่กลับคิดผิด ภาพของออกศึกที่อยู่ในชุดที่พวกรุ่นพี่นัดหมายน้องใหม่คณะสถาปัตย์ให้ใส่มาเหมือนๆกันเข้ามาอยู่ในสายตาเธออีกครั้งจนได้ และมันไม่แค่นั้นนี่สิ...
“โทษนะครับ ห้องน้ำไปทางไหนหรอครับ”
อยากจะกรี๊ดให้ดังลั่นมหา’ลัยที่เพิ่งได้รายงานตัวเข้ายังไม่ทันถึงเดือนดีออกศึกเดินเข้ามาทักเธอ กรี๊ดๆๆๆ
“เอ่อ” ขณะที่หัวใจเธอเต้นตึกตักอยากถามเขาว่ารักไม่รักช่วยบอกหน่อย เมอาร์ก็เสนอหน้าชิงตอบคำถามแทนไปแล้วเรียบร้อย
“ไม่รู้อะ แต่ขอเบอร์ได้ไหมไว้รู้แล้วจะโทรไปบอก”
ยัยนี่อ่อยผู้เก่งจังวะ ไหนบอกเรียนหญิงล้วนมาไง!
เขาไม่ตอบ ปรายตามองเมอาร์ด้วยสายตานิ่งๆที่ยิปโซก็ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร ก่อนสุดท้ายจะถอนหายใจออกมาแล้วเดินจากไปทิ้งพวกเธอไว้อยู่ที่เดิมโดยไม่พูดอะไรตอบเลยสักคำ
“อ้าว ไปซะละ” เมอาร์บ่น
ก็เพราะเธอนั่นแหละ ยัยเม ยัยบ้า!
ชักไม่อยากเป็เพื่อนด้วยแล้ว ฮือ
“เม๊!หยุดความคิดเดี๋ยวนี้เลยนะ คนนี้ฉันจองนานแล้ว!” ยิปโซดึงเมอาร์เข้าใกล้และซุบซิบเสียงเบาอย่างใส่อารมณ์แม้จะระวังไม่อยากให้เขารู้ แต่ก็อินเต็มที่เพราะผู้ชายคนนี้เธอมองมาตลอดและยังเป็รักแรก รวมถึงรักแรกพบของเธอั้แ่เธอเริ่มเรียนที่สถาบันติวเลยด้วยซ้ำ
เธอชอบเขามาตลอดปีกว่าเลยนะ!
“แกไปจองตอนไหน ก็เพิ่งเจอหน้า”
“ฉันเคยเห็นออกศึกในคลาสเรียน”
“เขาชื่อออกศึกเหรอ ชื่อแปลกชะมัด”
“ใช่ แกห้ามยุ่ง เข้าใจไหม”
“เออ ก็ได้ๆเรียนด้วยกันแล้วทำไมเหมือนไม่รู้จักกันเลยอะ” เมอาร์ยอมรับปากแต่ก็ยังตั้งข้อสงสัยอื่นๆ
“ก็...”
“หืม?”
“ก็ฉันได้แต่แอบมองอะ ไม่เคยคุย”
ตอบแล้วก็ได้แต่ทำหน้าสลด ยิปโซผิดเองแหละผิดที่ไม่เคยกล้าทักเขาเลย
“โอ้โห สมัยนี้แล้วนะเว้ยแกชอบแล้วทำไมไม่คุย”
“คุยยังไงอ่า”
“ก็จีบเลยไง”
“แต่” ทำไม่เป็นี่นาฮือ
“นี่มันยุคไหนแล้ว มัวแต่เต่ออะไรเดี๋ยวก็โดนหมาคาบไปแดกหรอก” เมอาร์พูดพร้อมทั้งกวาดตามองไปที่เพื่อนร่วมคณะของพวกเธอสาวๆ ทั้งแบบแท้และไม่แท้ต่างหันมองออกศึกอย่างสนใจ ขณะที่เขาเดินดุ่มๆไปตามทางเพราะน่าจะกำลังหาป้ายบอกทางไปห้องน้ำอยู่
เวรกรรมแล้วเธอดูเหมือนจะมีคู่แข่งอยู่เต็มคณะเลย ฮืออ
อุตส่าห์สอบติดมหา’ลัยที่ฝันแล้วคิดว่าเข้ามาคงไม่ต้องแข่งอะไรกับใครอีก ไม่ใช่เลย ดูคณะคนน้อยๆแต่คู่แข่งหัวใจเพียบเพราะผู้ดันโดดเด่น หน้าตาดีกว่าชาวบ้าน จะร้อง!
“แกช่วยฉันด้วยดิเมฉันชอบเขามานานกว่าพวกนั้นอีกนะ ฉันเจอเขาก่อน!” ยิปโซได้แต่วิงวอนเพื่อนใหม่เห็นมันแสดงความเชี่ยวชาญตอนที่เขามาทักแล้วก็คิดว่ามันอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง
“ถึงมือพี่เมอาร์แล้วสบายใจได้ไอ้น้อง” เมอาร์ยักคิ้วส่งมาให้หล่อนใช้นิ้วโป้งปัดจมูกตัวเองแสดงความห้าวหาญ
พอถึงเวลานัดหมาย พวกรุ่นพี่ที่จัดงานรับน้องก็เรียกรวมคณะเราคนไม่เยอะนัก แค่เกือบๆ สองร้อยคน ซึ่งถ้าเทียบจำนวนคนกับคณะใหญ่ๆอย่างวิศวะก็คือถือว่าคนเราน้อยมาก ดูเป็คณะเล็กจ้อยประหนึ่งมดตัวน้อยไปเลยแถมคณะยังมาตั้งในซอกหลืบที่ส่วนด้านหลังมหา’ลัยเลยทำให้แทบจะไม่สามารถเจอคนนอกคณะแบบบังเอิญได้เลยซึ่งมันจะส่งผลให้รู้สึกแค่ตอน่ปีหนึ่งที่ยังต้องไปเรียนที่ตึกเรียนรวมอยู่บ้างเท่านั้นแหละเพราะหลังจากไม่มีเรียนวิชากลางแล้วก็จะไม่ได้นึกถึงเื่พวกนี้อีกเลยซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะได้บังเอิญเจอคนนอกคณะมากขึ้นหรอกนะ แต่เป็เพราะจะมีชีวิตอยู่แค่ในคณะกับหอพักตัวเองเท่านั้นจนลืมเื่นี้ไปมากกว่านั่นเป็สิ่งที่รุ่นพี่บอกเล่า ยิปโซคิดภาพตามแต่ก็นึกไม่ค่อยออกเลยไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่
นอกจากเื่นี้แล้วก็มีเพียงแค่คำเตือนว่าอยู่คณะ’ถาปัตย์ความจนก็จะสิงสถิตกับท่านตลอดการเรียนห้าปีเพราะค่าอุปกรณ์ทั้งหลายแหล่ซึ่งจะตรงกันข้ามกับเวลานอนที่เด็กคณะนี้จะต้องใช้ความพยายามหาให้ได้แล้วจากนั้นรุ่นพี่ก็ชื่นชมและรวมถึงกล่าวยินดีต้อนรับที่พวกเราสอบติดเข้ามาเป็น้องพวกพี่เขาได้
ก็เป็อันจบเื่หลักๆ ในวันนั้นนอกนั้นก็เป็กิจกรรมให้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่และรุ่นพี่ที่จะต้องใช้ชีวิตร่วมกันในคณะและรั้วมหา’ลัยแห่งนี้ไปด้วยกัน
ยิปโซได้เพื่อนใหม่เพิ่มอีกสองหน่อในวันนั้น ก็คือนอกจากเมอาร์แล้วก็มีมะปรางกับมายด์ รวมกนกลายเป็กลุ่มสี่สาว ทั้งสามคนรวมถึงเธอเองก็มีลุคคุณหนูๆไม่แพ้กันเลย แต่ถึงแม้จะดูเป็คุณหนู บอบบาง น่ารักแต่พวกเธอก็เอะอะมากพอดูเวลาอยู่ร่วมกันตามประสาเด็กวัยรุ่นเอนเนอจี้ล้นเหลือ
แล้วยังมีอีกอย่างด้วยที่ยิปโซได้มาในวันนั้นซึ่งก็คือ...
“แกเปลี่ยนชื่อเหอะยิปชื่อแกไม่เข้ากับคนในกลุ่มเลยอ่า” เมอาร์ตั้งต้นท้วงหลังจากที่พยายามตั้งชื่อกลุ่มเป็ชื่อกรุ๊ปแชทอยู่พักใหญ่แต่ไม่ได้ชื่อ
“เออ ก็ดีนะเปลี่ยนเป็ชื่อที่ขึ้นต้นด้วยม.ม้าจิ” มายด์คล้อยตามด้วยดี และพาให้มะปรางคะยั้นคะยอ
“เออ เปลี่ยนดีกว่า ชื่อหมวยมั้ยแกหน้าหมวยๆ อะ ชื่อนี้ก็ดีป้ะ”
ยิปโซได้แต่มองเพื่อนใหม่ตาปริบ มาถึงจุดนี้แล้วเธอจะห้ามอะไรพวกมันได้ ก็ต้องยอมตามน้ำไปใช่หรือเปล่า
“เอ่อ...แล้วแต่”
“ฉันก็ว่าดีต่อไปนี้พวกเราจะเรียกแกว่าไอ้หมวยแล้วกัน”
หลังจากเมอาร์สรุปจบชื่อแชทกรุ๊ปก็เลยสามารถตั้งว่า4M ได้ ด้วยสาเหตุนี้เธอจึงได้ชื่อใหม่มาด้วยอันที่จริงเธอก็แอบสงสัยอยู่นะ มันจะตั้งว่า Y3M ไม่ได้เหรอก็เธอชื่อยิปโซอะ มาเปลี่ยนชื่อเธอทำไมมมม
ยิปโซไม่รู้เลยว่าในอนาคตตลอดการเรียนที่คณะนี้จะไม่มีใครเรียกเธอว่ายิปหรือยิปโซอีกต่อไปยกเว้น...